ณ ห้องสมุดกลางประจำจังหวัด
“อ๊ะ....อะ...อื้ออออ ~~ เร็วอีกนิดค่ะ ฉันใกล้จะเสร็จแล้ว”
“ซี๊ดดดด…มะ...ไม่ทันแล้วผมไม่ไหวแล้ว อะ...อะ...อ่า...~~”
ซ่าาาา ~~
“เฮ้ออออ...ซวยแต่เช้าเลยไอ้หนอนเอ๊ย...!!”
ริมฝีปากเรียวสวยสบถขึ้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดหลังจากภาพอุบาทว์ปรากฏขึ้นให้เห็นชัดระดับ4K อีกครั้งจนเ้าตัวต้องรีบวิ่งแจ้นไปหาน้ำล้างตาแม้จะรู้ดีว่าน้ำที่สาดเข้าใบหน้าไม่อาจล้างภาพอัปมงคลนี้ไปได้
ย้อนไปก่อนหน้านี้ ~~
ตึก...ตึก...ตึกๆๆ
เสียงพื้นกระเบื้องที่ถูกรองเท้าส้นเตี้ยกระทบดังขึ้นเป็จังหวะเร่งเร้าบ่งบอกได้ดีว่าเ้าของรองเท้ากำลังเร่งความเร็วเพื่อให้ตนเองไปให้ถึงจุดหมายได้ทันเวลามากแค่ไหน
“แย่แล้ว...แย่แล้วจะทันไหมเนี่ย โอ๊ยยยย...นี่ถ้าไม่เป็เพราะว่ามือถือแบตหมดจนนาฬิกาปลุกไม่ดังแล้วล่ะก็คงไม่ต้องรีบมาจนลืมเอาถุงมือที่พระอาจารย์ลงคาถามาด้วยหรอกเฮ้ออออ...”
เรียวปากที่ขยับบ่นงึมงำกับตัวเองหลังจากที่สองขากำลังสาวเท้าวิ่งทำความเร็วเพื่อมาตอกบัตรทำงานให้ทันเวลาด้วยเพราะว่าถ้าหากช้าไปกว่านี้อีกห้านาทีเงินพิเศษที่จะได้ในตอนสิ้นเดือนสำหรับพนักงานที่ไม่ขาดลามาสายเลยในเดือนนี้ก็อาจจะชวดไป
เพียงแต่ว่า...วันที่สุขสดใสอาจจะมีได้หลายวันแต่สำหรับฉันวันนี้มันคงไม่ใช่วันของฉันจริง ๆ ...
หมับ...!!
“อ่ะ...ขอโทษครับ”
สิ้นเสียงเอ่ยคำขอโทษของบุคคลที่ยื่นมือมาจับราวประตูเดียวกันกับฉัน...วินาทีนั้นฉันก็รับรู้ได้ทันทีว่า...
(ฉะ...ฉิบหายแล้ว...)
วูบ…!
ภาพนิมิตสีสดคมชัดระดับ 4K พลันปรากฏกระแทกเข้าตาของฉันทันทีมันเป็ภาพน่ากลัว น่าสยดสยอง น่าสะอิดสะเอียนแบบชนิดที่ฉันเองไม่พึงปรารถนาที่จะเห็นเลยสักนิดภาพที่ไม่ใช่ภาพผีห่าซาตานหรือิญญาที่ไหนแต่มันคือภาพของผู้ชายคนตรงหน้านี้...คนที่เป็เ้าของนิ้วมือที่เผอิญััโดนเข้ากับนิ้วมือของฉันในขณะที่เราสองคนต่างเอื้อมมือไปจับราวประตูกระจกพร้อมกันโดนไม่ได้ตั้งใจ
ตั่บ...ตั่บ...ตั่บ...
“อื้ออออ...อ่าาาา ซี๊ดดดดด ~~”
(มะ...มันมาแล้ว ~~)
เสียงก่นร้องในใจหลังควันคลุ้งโขมงจางไปภาพที่ชัดระดับ4K พร้อมกับเสียงที่ชัดเจนเสียยิ่งกว่าระบบเซอร์ราวก็ดังขึ้นมาทันที
ร่างบางถึงกับแข็งทื่อประหนึ่งว่าสองขาได้ถูกตรึงเอาไว้อย่าง้าให้เ้าของร่างพินิจพิจารณาภาพที่เกิดขึ้นให้ละเอียดแม้ว่าจะไม่้าก็ตามแต่ก็ไม่อยากต้านทานได้
และถ้าหากใครจะคิดว่าภาพตรงหน้าจะเป็ภาพแห่งการหยั่งรู้เห็นอนาคตของคนที่ััด้วยแล้วล่ะก็ฉันอยากจะบอกว่าสิ่งที่ฉันเห็นนั้นมันไม่เกี่ยวกับอนาคตของคนที่ฉันััด้วยเลยสักนิดฉันที่ไม่ได้เป็ผู้หยั่งรู้เห็นอายุขัยหรือเคราะห์ร้ายใด ๆของคนคนนั้นเลยแม้แต่น้อยนั่นก็เพราะว่าสิ่งที่ฉันเห็นก็คือ...ภาพของผู้ชายตรงหน้าที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่ากำลังร่วมรักกับหญิงสาวในท่าหมาอย่างเมามันอยู่บนเตียงนอนลายคิตตี้สีชมพูหวานแหววขนาดห้าฟุตเห็นจะได้
แต่ทว่า...เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ฉันเห็นลึกลงไปกว่านั้นและยังเป็สิ่งที่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมฉันต้องเห็นอะไรแบบนี้ด้วยบัดนี้มันกำลังลอยเด่นโชว์หรามาที่ตรงหน้าของฉันแล้ว...
(โอ้โห้...!! นะ...นี่มัน...เล็กกว่าไส้กรอกคอกเทลในเซเว่นอีกนะเนี่ย)
ภาพอวัยวะที่มักจะอยู่ภายใต้ร่มผ้ายามปกติแต่บัดนี้กลับปรากฏเด่นเป็สง่าท้าสายตาเสมือนกับว่าเ้าของของมันได้มายืนจังก้าให้ฉันสำรวจอย่างเต็มตายิ่งกว่าโมเดล3D เสียอีก
(จะควักลูกตาทิ้งก็ไม่ได้เพราะสิ่งที่เห็นมันอยู่ในหัว...โอ๊ยยยย...เวรกรรมอะไรของเราว่ะเนี่ย...ซวยจริงๆ ซวยแต่เช้าเลยวุ้ย...!!)
ร่างบางที่ยืนตาลอยให้กับภาพเคลื่อนไหวที่ค่อยๆ จางออกไปจากหัวสมองมาพร้อมกับเสียงในหัวที่กำลังก่นด่าให้กับชะตาชีวิตที่ไม่เป็ธรรมของตัวเอง
และในขณะที่ภาพภายนอกของฉันดูจะเหมือนคนที่ตกอยู่ในสภาวะช็อกแบบพร้อมที่จะจากได้ทุกเมื่อนั่นจึงทำให้ผู้เป็ต้นเหตุที่ทำให้ฉันมีอาการเช่นนี้รีบเอ่ยเรียกเสียงดังขึ้นอย่าง้าดึงสติฉันให้หลุดออกมาจากแดนนรกอเวจี...
“เอ่อ...คุณครับเป็อะไรหรือเปล่าครับคุณ?”
เสียงเรียกด้วยความระมัดระวังพร้อมกับสีหน้าที่แสดงออกมาว่าเป็ห่วงอย่างชัดเจนถูกส่งมายังหญิงสาว
“หืมมมม...อะไรนะคะ”
“ผมถามว่าคุณเป็อะไรหรือเปล่าครับเห็นคุณยืนนิ่งไปแถมหน้าก็ยังดูซีด ๆเหมือนจะเป็ลมอีกด้วย” ชายหนุ่มขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัยระคนเป็ห่วง
“อะ...อ๋อ...ปะ...เปล่าค่ะฉันสบายดีแค่รู้สึกว่า...บางอย่างในชีวิตมันก็ ‘สั้น’ กว่าที่คิดหนะค่ะ...อุ๊บ!”
ก่อนที่คำพูดจะถูกส่งออกไปอย่างเผลอไผลจนฉันต้องหลุบตาต่ำลงเพราะกลัวคนตรงหน้าจะจับพิรุธได้หลังจากที่ภาพของไส้กรอกคอกเทลพลันเด่นชัดขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ห๊ะ...เอ่อ...”
“คือฉันไม่เป็อะไรหรอกค่ะ เชิญคุณเข้าไปก่อนได้เลยนะคะ...เชิญเลยค่ะเชิญเลย”
ฉันผายมือเชิงบอกให้ผู้ชายตรงหน้าเดินเข้าประตูไปก่อนนั่นก็เพราะว่าในเวลานี้นอกจากภาพดุ้นไส้กรอกคอกเทลของคนตรงหน้าที่ยังปรากฏตัวก่อกวนระบบประสาทของฉันไม่หยุดแล้วภาพเงินพิเศษสำหรับพนักงานที่ไม่ขาดลามาสายของฉันบัดนี้ก็ได้อันตรธานบินปลิวไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วเช่นกันจนฉันไม่มีอารมณ์แม้จะก้าวขาเดินเข้าไปในสถานที่ที่ฉันมักจะชอบอยู่เสมอ
“อะ...เอ่อ...คะ...ครับ”
ก่อนที่เสียงของชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูงงๆ จะตอบรับกลับมาแล้วเดินจากไปและหลังจากที่เขาจากไปแล้วฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างคนปลงตกเพราะถ้าหากว่าวันนี้ตัวเองไม่ตื่นสายจนรีบจนถึงกับลืมถุงมือที่ฉันมักจะใส่เอาไว้เพื่อกันไม่ให้เหตุการณ์แบบในวันนี้เกิดขึ้นแล้วล่ะก็ฉันก็คงไม่ต้องซวยมาเห็นอะไรแบบนี้ั้แ่เช้าแถมยังมาซวยสองเด้งชวดเงินพิเศษที่อุตส่าห์ตั้งใจมาั้แ่ต้นเดือนไปอีกด้วย
...และถ้าไม่เป็เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนั้นชีวิตฉันก็คงไม่ต้องมาพบเจอเื่บ้าบอเหมือนในวันนี้...
(ฮืออออ...เทวดาเ้าขาาาา สิ่งศักดิ์สิทธิ์เ้าขาาาา เทพเ้าเ้าขาาาา...ทำไมจะให้พลังวิเศษทั้งทีถึงไม่ให้หนูมองเห็นอนาคตหนูจะได้เอาไปซื้อหวยให้มันถูกรางวัลที่หนึ่งจะได้ไม่ต้องลำบากลำบนปากกัดตีนถีบอยู่แบบนี้แต่ดั๊นนนน...มาให้เห็น ‘ของลับ’ ของชาวบ้านเขาแบบนี้ละเ้าค่ะ...ฮืออออ...หนูทำผิดอะไร...ชาติที่แล้วหนูขึ้นไปขี้บนหอระฆังหรือไงกันค่ะ...ฮืออออ)
สายตาที่มองถอดขึ้นไปบนฟ้าเสมือนว่า้าร้องขอความเมตตาจากคนที่อยู่เบื้องบนพร้อมกับปากที่ขมุบขมิบพร่ำบ่นให้กับโชคชะตาของตัวเองอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องมามีพลังวิเศษเพี้ยนๆ อะไรแบบนี้ด้วย
“เฮ้ออออ...หวังว่าวันนี้คงไม่ซวยซ้ำสองหรอกนะ”
ฉันพูดพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินคอตกเข้าไปในห้องสมุดขนาดใหญ่อันเป็สถานที่ทำงานของฉันเอง...และถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้มันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเจอแต่ทว่า...ทุกครั้งที่มันเกิดขึ้นฉันเองก็ไม่อาจทำใจยอมรับหรือชินชากับมันได้แม้สักครั้งเดียว...