เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก

    เล่มที่ 5 บทที่ 139 งานนี้ไม่เหมาะกับผมเลย

            ทว่าไม่ทันไรหลี่ต้าเฉวียนก็อดรนทนไม่ได้ เริ่มต้นพล่ามไม่หยุด “พี่อาหมิงครับที่พี่แอบทำเรื่องแบบนี้เนี่ย พี่สะใภ้รู้ไหมครับ?”

            “เธอให้พี่ทำเหรอครับ?”

            “พี่อาหมิงครับ พี่นี่เก่งจริงๆ เลยนะครับ หาของมาได้มากมายขนาดนี้”

            “พี่อาหมิงครับ พาผมไปด้วยนะครับ ผมก็อยากหาเงิน…”

            เซียวหยวนหมิงถูกเขาก่อกวนตลอดทางจนอยากจะเอาถุงเท้าเหม็นๆ มายัดปากเขาเสียจริงๆ

            เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลยว่าเจ้าหนุ่มนี่พูดมากขนาดนี้?

            “นายไม่เหมาะกับงานนี้หรอก”

            หลี่ต้าเฉวียนไม่พอใจทันทีเสียงดังขึ้น “ผมไม่เหมาะตรงไหนครับ? ผมทั้งแข็งแรง วิ่งเร็ว เหมาะกว่าใครๆ ซะอีก”

            เซียวหยวนหมิงหยุดเดินสายตาที่มองเขาดูหนักอึ้ง “นิสัยปากมากอย่างนายเนี่ยคิดว่าเหมาะเหรอ?”

            หลี่ต้าเฉวียน"…"

            “อย่าลืมนะว่ายุวชนโจวกับยุวชนหลินเคยมีจุดจบยังไง” เซียวหยวนหมิงเตือน

            หลี่ต้าเฉวียนขมุบขมิบปากพลางนึกขึ้นได้ว่าโจวเม่ยนั้นเดิมทีทำงานเป็นเสมียนจดแต้มคะแนนงาน แต่ภายหลังงานเสมียนก็ถูกยกเลิกเธอจึงถูกย้ายไปที่ไร่เกษตรกรรม ไม่รู้ว่าเธอใช้วิธีไหนจึงย้ายออกมาได้ตอนนี้เธอทำงานหนักถึงสิบแต้มคะแนนงานต่อวัน ร่างกายซูบผอมลงไปมาก แถมยังดำกร้านไปทั้งตัวจนหลี่เอ้อร์โก่วเห็นเป็นสมบัติล้ำค่าถึงได้แต่งงานกับเธอ

            ถัดมาคือหลินเฟิงเพราะเขาลักลอบซื้อขายทำกำไรเกินควร จึงถูกลงโทษให้เข้าทัณฑสถานแรงงานภายหลังทนความลำบากไม่ไหวจึงหลบหนีไปผลคือทำให้ทุกคนที่ตามหาเขาต้องเผชิญกับดินถล่ม มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายบาดเจ็บหลายราย กองผลิตได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้กระทั่งเลขาธิการเจียงและหลี่เกินเซิงก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่เคยเห็นหลินเฟิงอีกเลย

            ว่ากันว่าหลังจากหลินเฟิงหายจากอาการบาดเจ็บเขาก็ถูกพาตัวไป ส่วนจะได้รับการลงโทษอย่างไรต่อไปนั้น เขาก็ไม่รู้แต่เดาได้ไม่ยากว่าคงไม่มีชีวิตที่ดีแน่นอน อาจจะยิ่งอนาถกว่าเดิมด้วยซ้ำ

            เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลี่ต้าเฉวียนก็หัวเราะแห้งๆ “พี่อาหมิงพูดถูกแล้วครับงานนี้ไม่เหมาะกับผมจริงๆ ด้วย”

            เซียวหยวนหมิงวางถุงลงเสียงดัง“แบกไปสิ”

            “ได้เลยครับ” หลี่ต้าเฉวียนยิ้มแล้วแบกถุงขึ้นบ่าเดินตามหลังเซียวหยวนหมิงไปอย่างร่าเริง

            เมื่อเดินผ่านสหกรณ์เห็นป้ายเขียนว่ามีน้ำถั่วเขียวแช่เย็นเซียวหยวนหมิงก็เช็ดเหงื่อบนหน้าพลางควักเงินออกมาและหยิบกระบอกน้ำของตัวเองออกมาดื่มน้ำที่เหลือจนหมดแล้วจึงกรอกน้ำถั่วเขียวใส่กระบอกน้ำจนเต็ม

            หลี่ต้าเฉวียนมองเขาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย“พี่อาหมิงครับ ผมก็หิวเหมือนกันครับขอน้ำถั่วเขียวให้ผมดื่มหน่อยได้ไหมครับ”

            เซียวหยวนหมิงเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา“นายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่”

            หลี่ต้าเฉวียน"…"

            พี่อาหมิงเป็นคนใจไม้ไส้ระกำขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน!

            เอาเถอะฉันดื่มน้ำของตัวเองก็ได้!

            หลี่ต้าเฉวียนหยิบกระบอกน้ำที่สะพายอยู่บนหลังออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง

            ไม่นานนักทั้งสองคนก็มาถึงหน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการ

            จากที่ไกลๆเซียวหยวนหมิงก็เห็นร่างที่บอบบางและงดงามร่างหนึ่ง ยืนเงยหน้ามองอย่างรอคอย

            “เจียวเจียว”

            สีหน้ามืดครึ้มของเซียวหยวนหมิงเมื่อเห็นซูเจียวเจียวก็พลันหายไปสิ้นแทนที่ด้วยความอ่อนโยน เขารีบเดินไปยังข้างหน้าซูเจียวเจียวพลางเปิดฝาแล้วยื่นกระบอกน้ำให้

            “ทำไมคราวนี้กลับมาช้ากว่าเมื่อก่อนล่ะ?” ซูเจียวเจียวรับกระบอกน้ำมาดื่มไปอึกหนึ่งดวงตาก็พลันเปล่งประกาย มันคือน้ำถั่วเขียว!

            ที่สำคัญคือแช่เย็นมาแล้วให้ความรู้สึกเย็นชื่นใจ รสหวานละมุน ดื่มง่าย ที่สำคัญคือไม่เย็นจนชาลิ้น

            หลี่ต้าเฉวียนเห็นว่าเมื่อครู่เซียวหยวนหมิงยังเป็นชายที่ดูดุดันและมืดครึ้มแต่ในวินาทีต่อมากลับกลายเป็นคนอ่อนโยนและซาบซึ้ง เขาอดไม่ได้ที่จะขยับมุมปากเอาเถอะ... ความอ่อนโยนของพี่อาหมิงนั้นเป็นของพี่สะใภ้เพียงคนเดียวจริงๆ

            “พี่อาหมิง...”

            ทันใดนั้นก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างๆเซียวหยวนหมิงเงยหน้าขึ้นมอง เหมือนเพิ่งสังเกตเห็นหลี่จิ้งเซียนที่อยู่ข้างๆเขาพยักหน้าให้หลี่จิ้งเซียน “เธอก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ”

            หลี่จิ้งเซียนหัวเราะ“ฉันยืนอยู่ตรงนี้นานแล้วค่ะ แต่พี่อาหมิงก็มองไม่เห็นฉันเลยในสายตาของพี่อาหมิงมีแต่พี่สะใภ้เท่านั้นแหละ”

            หลี่ต้าเฉวียนเดินเข้าไป‘ผัวะ’ ตบหัวหลี่จิ้งเซียนไปทีหนึ่ง “นี่เธอพูดอะไรออกมาเนี่ย? ในสายตาของพี่อาหมิงมีแต่พี่สะใภ้มันก็แน่นอนอยู่แล้วเมื่อกี้นี้ขนาดน้ำถั่วเขียวยังไม่ให้ฉันจิบเลยด้วยซ้ำ”

            หลี่จิ้งเซียนเอามือกุมหัวที่ถูกตบแล้วบ่นเจ็บ “พี่ตบฉันทำไมเนี่ย!”

            เซียวหยวนหมิงเหลือบมองเขา“ถ้าอยากดื่มก็ไปซื้อเองสิ”

            เจ้าหนุ่มนี่ช่างดื้อรั้นเหลือเกินหากเขาไม่พบเจอแต่เนิ่นๆ ละก็ไม่แน่ว่าหลี่ต้าเฉวียนอาจถูกชักจูงไปเป็นนักเก็งกำไรได้

            “ผมไม่หิวครับ ผมก็มีกระติกน้ำของตัวเองเหมือนกัน” หลี่ต้าเฉวียนไม่อยากทำให้ตัวเองเสียหน้าอีกต่อไป

            ตั้งแต่ถูกพี่อาหมิงจับได้ตอนนี้พี่อาหมิงมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเอาเสียเลยสีหน้าและแววตาของพี่อาหมิงเหมือนอยากจะอัดเขาให้หนักสักที

            เขาจึงไม่ยอมให้พี่อาหมิงมีเหตุผลที่จะทำร้ายเขาได้

            หลี่ต้าเฉวียนพลันนึกอะไรขึ้นได้ดวงตาเบิกกว้าง แล้วมองไปยังหลี่จิ้งเซียน “แล้วนี่...เธอไม่ได้เรียนตัดเสื้อกับช่างเหยียนอยู่เหรอ? ทำไมถึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”

            เขาพูดพลางมองของที่อยู่ในมือหลี่จิ้งเซียนดวงตาหรี่ลง “เธอลาออกแล้ว?”

            พูดจบก็ยกมือขึ้นทำท่าเหมือนจะตีคน

            หลี่จิ้งเซียนรีบหลบไปอยู่ข้างหลังซูเจียวเจียวแล้วร้องขอความช่วยเหลือ “พี่เจียวเจียวคะช่วยฉันด้วย!”

            เซียวหยวนหมิงจ้องหลี่ต้าเฉวียนตาเขม็ง“เรื่องของตัวเองยังแทบจะเอาตัวไม่รอดยังจะมาวุ่นวายเรื่องของน้องสาวอีก”

            ซูเจียวเจียวถาม“ต้าเฉวียนเขาทำอะไรเหรอ?”

            เซียวหยวนหมิงเหลือบมองหลี่จิ้งเซียนที่อยู่ข้างๆแล้วมองไปยังถุงกระสอบที่หลี่ต้าเฉวียนวางลงบนพื้นซูเจียวเจียวก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

            เซียวหยวนหมิงมองซูเจียวเจียวด้วยรอยยิ้มในดวงตาภรรยาของเขานี่ฉลาดจริงๆ ไม่ต้องพูดอะไรมากก็เข้าใจความหมายของเขาได้ทันที

            เรียกว่าใจตรงกันได้หรือเปล่านะ?

            หลี่จิ้งเซียนกลับแสดงสีหน้าสงสัย“พี่อาหมิงคะ พี่ชายหนูเขาทำอะไรเหรอ? เขาไปทำเรื่องไม่ดีมาเหรอคะ?”

            หลี่ต้าเฉวียนกลัวว่าเซียวหยวนหมิงจะเปิดเผยเรื่องของเขาจึงรีบพูดออกมา “เด็กน้อยอย่างเธอไม่ต้องมารับรู้ธุระกงการของฉันหรอกน่า!พูดมาเลยว่าทำไมถึงลาออก!”

            หลี่จิ้งเซียนบ่นอย่างไม่พอใจ“พี่ก็แค่เกิดก่อนหนูนาทีเดียวเอง ยังมาว่าฉันเป็นเด็กน้อยอีกทำเหมือนตัวเองโตแล้วอย่างนั้นแหละ”

            “เกิดก่อนนาทีเดียวฉันก็เป็นพี่เธอแล้ว!” หลี่ต้าเฉวียนทำหน้าบึ้งแล้วดุอีกฝ่ายว่า “แม่จ่ายเงินห้าสิบหยวนเพื่อส่งเธอไปเรียนตัดเสื้อกับช่างเหยียนแต่เพิ่งทำได้ไม่นานก็ลาออกมาแล้ว!เธอรู้ไหมว่านี่เป็นการสิ้นเปลืองเงินที่พวกเราหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานนะ!”

            หลี่จิ้งเซียนตาแดงก่ำน้ำตาไหลพราก

            หลี่ต้าเฉวียนเห็นเธอร้องไห้ก็ใจเสียเขาแค่พูดไปตามน้ำเท่านั้นเอง เมื่อก่อนก็ทะเลาะกับเธอบ่อยๆไม่เห็นเธอร้องไห้เลยนี่นา

            “มีอะไรก็พูดมาสิ เอาแต่ร้องไห้แบบนี้ แล้วฉันจะรู้ได้ไงเล่า?”

            หลี่จิ้งเซียนร้องไห้“พี่ชาย พี่พูดถูกแล้วค่ะ ฉันไม่ควรทำตามใจตัวเองแล้วหนีออกมาแบบนี้ฉันจะกลับไปค่ะ ฉันจะทำให้เงินห้าสิบหยวนที่ทุกคนหามาสูญเปล่าไม่ได้!ฉันจะเรียนให้จบค่ะ ถ้าเรียนไม่จบก็จะไม่กลับบ้าน!”

            พูดจบหลี่จิ้งเซียนก็หยิบของขึ้นมา แล้วเตรียมจะเดินกลับไป

            ซูเจียวเจียวดึงเธอไว้

            “พี่เจียวเจียวมีอะไรหรือเปล่าคะ?” หลี่จิ้งเซียนสูดน้ำมูกแล้วถาม

            ซูเจียวเจียวอายุเท่ากับหลี่จิ้งเซียนเพียงแต่เธออายุมากกว่าหลี่จิ้งเซียนและหลี่ต้าเฉวียนสองสามเดือนเท่านั้น

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก ที่คุณอ่าน