“เป็ยังไงบ้างลูกอยู่ที่โน่นอากาศหนาวไหม อย่าลืมใส่เสื้อหนาๆ นะปะป๊ากับมาม๊าเป็ห่วงรู้ไหม”
นิลกาฬวิดีโอคอลคุยกับพนัชกรที่ตอนนี้ย้ายหน่อยกิตมาเรียนไกลถึงประเทศอังกฤษ ก่อนมานึกว่าจะยุ่งยากในการโอนย้ายหน่วยกิต แต่ก็ได้รับการอำนวยความสะดวกจากทั้งทางเมืองไทยและมหาวิทยาลัยที่นี่การโอนย้ายเพื่อมาเรียนต่อที่นี่จึงสำเร็จได้โดยง่าย สองปู่หลานก็เลยมาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษได้ห้าเดือนแล้ว พนัชกรต้องมาเรียนปรับพื้นฐานก่อนถึงจะต่อแพทย์ได้ต่อ ส่วนตอนนี้เื่ตั้งครรภ์ท้องก็โตมากเข้าสู่เดือนที่แปดแล้วทำให้ไม่สะดวกในการเดินทางไปเรียนจึงได้ทำเื่เรียนและสอบออนไลน์ไว้ใน่สองเดือนนี้เสร็จแล้วก็จะต่อด้วยปิดเทอมตอนคลอดเสร็จพอดี
“ก็ไม่ได้เย็นมากครับปะป๊า คุณปู่เปิดฮีตเตอร์ให้ตลอดน้องไม่ได้ออกไปไหนเลยหิมะตกหนักมาก ตอนนี้คุณปู่ก็เลยขยันทำกับข้าวให้พู่กันทานจนจะอ้วนเป็แม่หมูแล้วครับ”
พนัชกรบอกกับปะป๊าและมาม๊าของตัวเองผ่านวิดีโอคอลที่ช่วยให้แม้ว่าจะอยู่ไกลกันคนละซีกโลกแต่ก็เหมือนอยู่ใกล้กันเห็นหน้ากันทุกวัน
“แล้วเื่เรียนเข้าใจไหมลูกไม่ได้ไปเข้าเรียนกับเพื่อนแบบนี้”
นิลกาฬยังเป็ห่วงเื่เรียนของลูกชายอยู่ตอนแรกบอกให้ดรอปเรียนเอาไว้ก่อนแต่เ้าตัวไม่ยอม ไม่อยากเสียเวลาเลยไปเรียนทั้งที่ยังท้องจนท้องโตพอเดินไม่ไหวถึงได้หยุดอยู่บ้านเพื่อเรียนออนไลน์แทน
“เข้าใจครับปะป๊าไม่ต้องห่วง ถ้าไม่เข้าใจก็มีคุณปู่ช่วยสอนอยู่ครับ”
“หลานของมาม๊าดื้อไหมลูก ดิ้นดีไหม”
พีรฉัตรถามลูกรักบ้างตอนนี้พนัชกรถือว่ารับบทหนักหลายด้านไหนจะเรียนหนัก ไหนจะท้องใกล้คลอด ทุกคนในบ้านเลยค่อนข้างเป็ห่วงต่างคอยโทรมาสอบถามและให้กำลังใจกันทุกวัน
“ไม่ดื้อเลยครับมาม๊าเวลาพู่กันเรียนเหมือนอยากตั้งใจเรียนกับพู่กันไปด้วย สงสัยอยากเป็หมอเหมือนคุณทวดกับคุณตา พอเรียนเสร็จถึงเริ่มจะออกฤทธิ์ดื้อดิ้นใหญ่เลยครับ แล้วปะป๊ากับมาม๊าจะมาเมื่อไหร่ครับ เดี๋ยวใกล้ๆ วันที่พู่กันจะคลอดค่อยมาก็ได้นะครับ จะได้ไม่หยุดงานนานเกินไป”
“ว่าจะไปสักอาทิตย์ก่อนคลอดน่ะลูกรอน้องพะแพงสอบให้เสร็จก่อน จะได้ไปยาวๆ เดี๋ยวคุณตา ป้าพิมพ์ลุงอิทธิพลและพี่พริ้มก็ไปด้วยนะลูก จะไปดูหลานกันและถือโอกาสเที่ยวด้วย”
“ดีเลยครับมากันเยอะๆ มาช่วยพู่กันเลี้ยงลูกเลย ถึงตอนนั้นพู่กันยังไม่มั่นใจเลยว่าจะเลี้ยงเป็ไหม”
“เดี๋ยวมาม๊าจะอยู่จนหนูเลี้ยงลูกคล่องดีไหมลูก” พีรฉัตรบอกลูกชายเพื่อให้อีกคนไม่กังวล
“แบบน้ันคนไข้ของปะป๊าร้องไห้เลยครับคุณหมอไม่กลับเสียที”
“ตอนนี้สบายลูกปะป๊ารับคุณหมอคนใหม่มาเพิ่มแล้วไม่ต้องห่วงอยู่กับพู่กันได้นานๆ เลย”
“ปะป๊าต้องวางแล้วนะลูก ปะป๋าจะขับรถวันนี้ไม่ได้ให้คนขับรถให้ ถ้าหนูอยากได้อะไรที่เมืองไทยก็บอกนะลูกเดี๋ยวปะป๊ากับมาม๊าไปหาซื้อให้”
“ได้ครับ รักปะป๊ากับมาม๊านะครับ”
“ปะป๊ากับมาม๊าก็รักหนูนะลูก อย่าลืมพักผ่อนเยอะๆ นะครับลูก บ๊ายยย”
พนัชกรคุยกับปะป๊ากับมาม๊านานพอสมควรทั้งสองเลยไล่ให้ลูกชายไปพักผ่อนเพราะกลัวคนท้องแก่จะเมื่อยเสียก่อน
อีกฝั่งของซีกโลก วรานนท์ที่ตอนนี้เรียนหนักเพื่อ้าที่จะไม่มีเวลาว่างคิดเื่ของพนัชกร ตอนนี้เขารู้แล้วว่าที่เขาติดร่างบางหลอกลวงให้ร่างบางมาหาทุกคืนเพราะเขารักร่างบางเข้าให้แล้ว ถ้าหากว่าสามารถย้อนเวลากลับไปได้เขารู้ใจตัวเองได้ก่อนหน้านี้ เขาจะไม่ทำให้อีกคนต้องเจ็บเลย ต้องจากกันทั้งที่น้องน้อยของเขาต้องเจ็บทั้งใจเจ็บทั้งกาย แทนที่ตอนก่อนที่จะมาเรียนเขาจะได้รักกันดีๆ มี่เวลาดีๆ ด้วยกัน จากกันดีๆ กลับกลายเป็ว่าแม้แต่คำขอโทษเขาก็ยังไม่มีสิทธิ์เอ่ยให้ร่างบางได้ยิน เขาพยายามที่จะโทรหาและติดต่อกับพนัชกรแล้วแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เหมือนอีกคนตั้งใจที่จะตัดขาดการติดต่อจากเขา จะให้เขาโทรหาลุงหมอหรืออาพรีนเขาก็ละอายใจเกินกว่าจะทำ
ตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ เขายังไม่คิดถึงร่างบางขนาดนี้ แต่ยิ่งอยู่นานไปยิ่งคิดถึงจนตอนนี้ความรู้สึกมันชัดแจ้งแล้วว่ารักอีกคนมากมายแค่ไหน พอติดต่ออีกคนไม่ได้วรานนท์ถึงขั้นโทรไปหาน้องสาวให้ไปหาร่างบางแล้วเขาวางแผนจะโทรเข้าไปคุยตอนที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน เพราะว่าเปิดเทอมแล้วพนัชกรจะกลับไปเรียนเพราะลุงหมอบอกจะอยู่เที่ยวจนเปิดเทอม แต่พอได้รับคำตอบจากวราภรณ์ทำเอาคนตัวสูงหน่วงในอก เพราะน้องสาวบอกว่าร่างบางย้ายไปเรียนต่างประเทศและน่าจะเปลี่ยนเบอร์โทรด้วยเพราะตัวเองก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน ช่องทางการติดต่ออื่นๆ ทางโซเชียลก็เหมือนระงับบัญชีไว้หมดเลยไม่รู้จะติดต่อให้ยังไง ทำเอาตอนนี้ร่างสูงมืดแปดด้านคงสมใจเขาแล้วล่ะที่ไม่อยากติดต่อกับน้องน้อยเลยไม่ได้ติดต่อจริงๆ ตอนนี้เลยได้แต่คิดถึงและมองรูปเก่าๆ ที่พนัชกรชอบส่งมาที่เครื่องของเขา บางรูปก็ดูได้บางรูปก็ดูไม่ได้เพราะเขาไม่ได้เปิดดูั้แ่แรกเลยหมดระยะเวลาที่จะเปิด จึงมีอยู่แค่ไม่กี่รูปที่ดูได้และดูวนๆ ไป
“กลับมาแล้วครับ คิดถึงมี๊ไหมครับ น้องพัตเตอร์เป็ไงบ้างอยู่กับคุณทวดดื้อกับคุณทวดหรือเปล่าลูก”
พนัชกรที่กลับมาจากเรียนหนังสือถามลูกชายวัยสี่ขวบที่ตอนนี้กำลังจ้ำม่ำน่ารักและพูดเก่งมาก พิชยนนท์หรือน้องพัตเตอร์เป็เด็กที่เก่งมากฉลาดและเรียนรู้ไวนอกจากจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยมเพราะเกิดและโตที่นี่แล้วยังสามารถพูดภาษาไทยได้คล่องด้วยเพราะพนัชกรและคุณปู่อาทิตย์อยากให้น้องพัตเตอร์พูดไทยได้ ถ้าถึงตอนที่พนัชกรเรียนจบแพทย์เมื่อถึงเวลาที่จะกลับไปอยู่ที่เมืองไทยก็จะได้สื่อสารกับคนอื่นได้เข้าใจ ตอนนี้น้องพัตเตอร์เรียนระดับอนุบาล kindergarten ของโรงเรียนชื่อดังของประเทศอังกฤษ ส่วนพนัชกรเรียนแพทย์ปีสุดท้ายก็จะจบแล้วและเขาวางแผนว่าจะต่อเฉพาะทางอีกสามปี ค่อยกลับเมืองไทยทีเดียว
อยู่ที่อังกฤษก็นานหลายปี พนัชกรถือว่าเนื้อหอมมากในมหาวิทยาลัยมีแต่คนมาขายขนมจีบซึ่งส่วนมากก็จะเป็ผู้ชายแต่ร่างบางเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจใครเลย เพราะไม่อยากจะรักใครแล้วและก็ไม่อยากจะเจ็บกับเื่ความรักอีกแล้ว ตอนนี้เขาทุ่มเทเวลาให้กับแค่เื่เรียนกับน้องพัตเตอร์ลูกชายตัวน้อยของเขาเท่านั้น คุณทวดเคยบอกว่ายิ่งลูกชายโตขึ้นน้องพัตเตอร์ก็ยิ่งหน้าตาคล้ายกับวรานนท์ผู้เป็พ่อ ยิ่งมองหน้าลูกน้อยร่างบางก็ยิ่งนึกถึงคนที่ตัวเองเคยรัก คนที่ทำตัวเองเจ็บ ไม่รู้ป่านนี้เป็ยังไงบ้างแล้วถึงแม้จะคิดถึงอยากรู้ข่าวคราวบ้างแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะหาข่าว เพราะถ้าได้ข่าวคราวอาจจะทำให้เขาเจ็บมากกว่านี้ ตอนนี้วรานนท์อาจจะมีลูกไปหลายคนแล้วก็ได้ ยังไงอย่างน้อยก็ต้องของคุณที่วรานนท์ทำให้เขาได้มีตัวแทนของคนที่เคยรักไว้ให้ น้องพัตเตอร์ลูกชายที่พ่อไม่้า แต่เขานั้นรักลูกสุดหัวใจเท่าที่คนเป็แม่คนหนึ่งจะรักได้
“พัตเตอร์เป็เด็กดี พัตเตอร์ไม่ดื้อครับคุณมี๊” น้องพัตเตอร์ตอบคุณมี๊คนสวย
“เป็ยังไงบ้างครับคุณปู่ เบื่อบ้างไหมครับ” ร่างบางหันไปถามคุณปู่ที่อยู่กับเขามานานหลายปีไม่ยอมกลับเมืองไทย นานๆ ทีคุณตาจุมพลถึงจะบินมาเยี่ยมและอยู่เป็เพื่อนพอได้หายเหงา
“ไม่เหงาเลยลูก ปู่มีอะไรให้ทำตลอดอ่านหนังสือทำสวนปลูกต้นไม้ ยิ่งตอนเด็กแสบกลับจากโรงเรียนนี่ยิ่งไม่มีเวลาให้เหงาเลย ใช่ไหมครับพัตเตอร์์” คุณทวดอาทิตย์หันไปถามเหลนน้อย
“ใช่ครับพัตเตอร์ไม่เหงาเลย คุณทวดพาไปปลูกต้นไม้เยอะๆ เลยฮะคุณมี๊”
“เหรอครับคนเก่งของมี๊”
“คุณปู่ครับวันนี้อยากทานอะไรครับเดี๋ยวพู่กันเข้าครัวเอง เราทำอาหารไทยทานกันไหมครับมาม๊าเอาเครื่องปรุงมาเยอะมากยังไม่หมดเลย”
“เอาอะไรก็ได้ลูก เอาที่หนูสะดวกหรือให้ปู่ทำก็ได้นะหนูเรียนมาเหนื่อยๆ จะได้พัก”
“พู่กันไม่เหนื่อยเลยครับคุณปู่ งั้นเราทำแกงเขียวหวานกับฉู่ฉี่ปลาแล้วก็ปลาทอดสมุนไพรดีไหมครับ”
“ได้ๆ ลูกงั้นเดี๋ยวเราช่วยกันดีกว่านะจะได้เสร็จไวๆ หิวหรือยังครับพัตเตอร์”
คุณทวดหัวมาถามเหลนน้อย ที่ตอนนี้กินเก่งเหลือเกิน
“ไม่หิวครับ คุณทวดหิวข้าวเหรอครับ”
“เปล่าลูกคุณทวดจะชวนพัตเตอร์ไปเป็เชฟทำกับข้าวทานกันเอาไหม วันนี้เราจะทำอาหารไทยกัน”
“เอาครับ พัตเตอร์ชอบกินอาหารไทย อร่อย พัตเตอร์อยากกินข้าวผัด”
“งั้นก็รออะไรล่ะลูก ไปทำข้าวผัดกันเลยดีกว่าป่ะ”
สามหนุ่มต่างวัยพากันเดินเข้าไปในโซนของห้องครัว เพื่อช่วยกันทำอาหารอย่างสนุกสนานมันเป็กระกระทำเล็กๆ น้อยๆ แต่สร้างความสุขอันยิ่งใหญ่ให้แก่ใครหลายๆ คน