ตอนที่ 14 จุดประสงค์ในการมาเยือนโลกเบื้องล่าง มีอคติต่อคุณชายกู้ใช่หรือไม่
“คุณชาย แม้แผนการยุยงในวันนี้จะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่กระนั้นข้าก็ยังมีเื่หนึ่งที่ยังมิอาจทำความเข้าใจได้”
หลังจากออกจากคุกใต้ดิน ร่างของผู้าุโิก็ปรากฏขึ้นจากห้วงมิติ พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
กู้ฉางเกอที่นับวันยิ่งทวีความน่าเกรงขามและยากจะหยั่งถึงเช่นนี้
ถือเป็เื่ดียิ่ง
เพราะยิ่งคุณชายแข็งแกร่งขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งสามารถอำนาจในตระกูลได้อย่างแท้จริง และท้ายที่สุดก็สามารถนำพาตระกูลไปสู่ความรุ่งโรจน์ได้
แต่เขาก็ยังมิเข้าใจว่า เหตุใดคุณชายที่หมายจะสังหารเย่เฉิน แต่กลับยังมิลงมือเสียที
ด้วยพลังระดับเ้าครองแคว้นในปัจจุบันของคุณชาย ถึงแม้จะเป็ดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลอย่างแดน์ ก็มีเพียงผู้สืบทอดสายตรงจากสำนักะนิรันดร์เท่านั้นที่พอจะสามารถเทียบเคียงได้
บนผืนแผ่นดินตงฮวงแห่งนี้ การสังหารเย่เฉินก็มิต่างอะไรกับการบดขยี้มดตัวหนึ่ง
เหตุใดจึงต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมอันแยบยลเพื่อ่ชิงทุกสิ่งไปจากเย่เฉินด้วย
“ท่านสงสัยอันใดงั้นหรือ”
กู้ฉางเกอเอ่ยถามอย่างสบายอารมณ์ วันนี้อารมณ์ของเขาดีมิน้อย
มิเพียงแต่สามารถสร้างความร้าวฉานระหว่างเย่เฉินกับอาจารย์ แต่ยังสามารถกอบโกยค่าชะตา์มาได้อย่างเต็มที่อีกด้วย
การเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในครั้งนี้ช่างน่าพึงพอใจยิ่ง
อีกไม่นานวันแห่งการบดขยี้เย่เฉินให้พ่ายแพ้ราบคาบก็ใกล้มาถึงแล้ว
“ข้าน้อยมิเข้าใจว่าเหตุใดคุณชายจึงมิสังหารเย่เฉินไปเสียให้สิ้นเื่ เช่นนั้นจะมิเป็การประหยัดแรงกว่าหรอกหรือ”
ผู้าุโิเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าบนโลกนี้ยังมีเื่พลังแห่งโชคชะตาซ่อนอยู่
และยิ่งมิมีทางรู้ว่าเย่เฉินนั้นเป็ผู้ถูกลิขิตให้เป็ผู้ครองชะตาฟ้าลิขิต
เขาสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า ตราบใดที่ค่าวาสนาของเย่เฉินยังไม่ลดลงจนถึงขีดต่ำสุด
แม้จะถูกกู้ฉางเกอกดขี่ข่มเหงอย่างไร เขาก็ยังจะสามารถฟื้นคืนกลับมาได้
นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของผู้ที่มีพลังชะตา์อันยิ่งใหญ่ที่ฟ้าดินลิขิตไว้ั้แ่า
สำหรับเื่พวกนี้ กู้ฉางเกอย่อมไม่มีวันอธิบายให้ผู้าุโิฟัง
เพราะต่อให้เขาอธิบายออกไป อีกฝ่ายก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี
“เย่เฉินจะต้องตาย แต่มิใช่ตอนนี้ ข้ายังรอให้เขานำพาวาสนาอันล้ำค่ามาให้ข้าอีก”
ดังนั้นกู้ฉางเกอจึงเลือกเปลี่ยนวิธีพูด พร้อมเผยรอยยิ้มที่แฝงความนัยอันยากจะคาดเดาออกมา
เขามิจำเป็ต้องปิดบังเื่ราวอันใดกับบ่าวผู้ภักดีอย่างเช่นผู้าุโิ
จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เขาลงมายังโลกเบื้องล่างก็เพื่อจะรอให้อาวุธอันร้ายกาจล้ำค่าในตำนานปรากฏตัวขึ้น
อาวุธนั้นคือทวนมารทลาย์
เป็ที่กล่าวขานกันว่าอาวุธนี้เคยเป็ของเทพมารทั้งแปดทิศแห่งยุคา เปี่ยมด้วยจิตสังหารอันแรงกล้าและอานุภาพอันไร้ขอบเขต อาวุธนี้เคยเกือบจะกวาดล้างทุกสรรพสิ่งในโลกหล้า
แต่ภายหลังมิทราบด้วยสาเหตุใด จึงตกหล่นสูญหายไปในสายธารแห่งกาลเวลา
ร่างเดิมของกู้ฉางเกอนั้นมีจิตมาร อีกทั้งเขายังได้รับการสืบทอดวิชามาจากจอมอหังการผู้โเี้แห่งแดน์
ข้อมูลของทวนมารทลาย์ก็ปรากฏอยู่ในมรดกวิชาที่สืบทอดมานี้
ซึ่งในบันทึกกล่าวเอาไว้ว่า มีความเป็ไปได้สูงที่อาวุธนี้จะตกหล่นสูญหายมายังโลกนี้
นั่นจึงเป็ที่มาของการที่ร่างเดิมลงมายังโลกเบื้องล่างเพื่อฝึกฝนวิชา
ภายนอกนั้นดูเหมือนจะเป็การลงมาเพื่อฝึกฝน แต่แท้จริงแล้วกลับเป็การตามหาที่อยู่ของอาวุธนี้
และแน่นอนว่าด้วยฐานะตัวร้ายผู้ถูกลิขิตให้พ่ายแพ้ ก็ย่อมต้องคว้าน้ำเหลวเป็ธรรมดา
หากกู้ฉางเกอเดาไม่ผิดละก็
เื่ราวต่อจากนี้ก็คงจะเป็ เย่เฉินบังเอิญได้รับโอกาสทอง ทะลวงเข้าไปในนครโบราณ ใน่วินาทีวิกฤติก็ได้รับการยอมรับจากอาวุธอันร้ายกาจ และสุดท้ายเขาก็มีพลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ
หลังจากนั้นก็จะใช้ทวนนี้ต่อกรกับสำนักไท่เสวียน และพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างสำเร็จ
ส่วนตัวเขาเอง หากพลาดท่าเสียทีในโลกเบื้องล่างขึ้นมา ก็อาจจะถึงขั้นสูญเสียชีวิต
หรือบางทีอาจต้องหลบหนีกลับแดน์ไปอย่างอัปยศ และกลายเป็ศัตรูคู่อาฆาตกับเย่เฉินไปตลอดกาล
...
เื่ราวเช่นนี้ กู้ฉางเกอคุ้นเคยเป็อย่างดี
ดังนั้นตอนนี้เขาก็เหมือนกับมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ราวกับมองจากมุมมองของพระเ้า
เพียงแค่ทำการวิเคราะห์เื่ราว ทุกอย่างก็แทบจะตรงกับความเป็จริงอย่างมิมีผิดเพี้ยน
สุดท้ายแล้ว การอ่านนิยายออนไลน์ให้มากก็มิเสียเปล่าอย่างจริงแท้
ผู้แต่งนิยายจอมแสบมิได้หลอกข้า
“ที่แท้คุณชายก็ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว”
หลังจากได้ฟังคำอธิบาย ผู้าุโิก็เข้าใจ และยิ่งรู้สึกเลื่อมใสในตัวกู้ฉางเกอยิ่งขึ้นไปอีก
ไม่เสียทีที่คุณชายเป็ผู้ที่เป็ความหวังสำคัญของตระกูลมาั้แ่เยาว์วัย อีกทั้งยังถูกขนานนามว่าเป็ผู้มีพร์เทพประทาน
“จับตาดูทางฝั่งเย่เฉินไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้คลาดสายตา ในไม่ช้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนอาจจะเกิดเหตุการณ์มิคาดฝันขึ้น”
จากนั้นกู้ฉางเกอก็สั่งการผู้าุโิด้วยแววตาที่ส่องประกายแปลกประหลาด
การกุมขังบุคคลผู้เปี่ยมด้วยโชควาสนาไว้ถึงสามวันเต็ม ตามหลักการว่าด้วยพลังลึกลับแห่งโชคชะตา
ย่อมหมายถึงจะต้องเกิดเหตุร้ายขึ้นกับสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนเป็แน่
แต่จะเป็เื่อันใดกันเล่า
แม้แต่กู้ฉางเกอก็ยังอดรู้สึกสงสัยมิได้
ในขณะเดียวกัน ณ อีกด้านหนึ่งของคุกใต้ดิน
“โอสถผสานิญญา”
เยี่ยนจีเอ่ยพึมพำ
ขณะมองโอสถที่ล้อมรอบด้วยม่านหมอกสีม่วงจางๆ ั์ตาแดงก่ำฉายแววตะลึงลานอย่างปิดไม่มิด
นางย่อมจำได้ดีว่านี่คือโอสถใด
ดังนั้นจึงมิอาจปกปิดความตื่นตะลึงในใจได้
ต้องยอมรับว่ากู้ฉางเกอนั้นใจกว้างยิ่ง
เมื่อตอนที่นางยังอยู่ใน่รุ่งโรจน์ ย่อมมิขาดแคลนโอสถนี้
แต่ในตอนนี้ โอสถนี้กลับมีค่ายิ่งสำหรับนาง มิต่างจากสายฝนที่โปรยปรายในยามแล้ง หรือถ่านไฟที่อุ่นกายในยามหนาวเหน็บ
โอสถผสานิญญานั้นล้ำค่าหาใดเปรียบ กระบวนการปรุงโอสถก็ยุ่งยากซับซ้อน อีกทั้งการรวบรวมวัตถุดิบก็ทำได้ยากยิ่ง
แม้แต่ในแดน์ โอสถผสานิญญาก็นับว่าเป็หนึ่งในโอสถวิเศษที่ราคาสูงลิ่วในงานประมูล ที่ถึงแม้มีเงินทองมหาศาลก็ยากจะได้
ยิ่งมิต้องพูดถึงดินแดนเบื้องล่างที่ทรัพยากรขาดแคลนเช่นนี้ การปรุงโอสถผสานิญญาออกมาก็ยิ่งไม่มีทางเป็ไปได้
เพียงแค่สรรพคุณในการฟื้นฟูิญญาและเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่พลังิญญานั้น ก็ล้ำเลิศถึงขั้นทำให้เหล่าผู้แข็งแกร่งต้องน้ำลายสอ
และยิ่งในบางสถานการณ์แล้ว โอสถผสานิญญาหนึ่งเม็ดก็อาจเทียบได้กับการได้ชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งชีวิต!
แม้แต่เทพยดาผู้สูงส่งบางองค์ก็ยังมิอาจมีโอสถนี้ไว้ในแม้แต่เพียงเม็ดเดียว
“อาจารย์ โอสถนี้แท้จริงคือสิ่งใดกันแน่...”
เมื่อเห็นเยี่ยนจียังคงนิ่งเงียบ เย่เฉินก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนสีด้วยลางสังหรณ์ร้ายที่ยิ่งทวีคูณขึ้น
โอสถเม็ดนี้ล้ำค่าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
กู้ฉางเกอนี่ช่างเ้าเล่ห์ยิ่งนัก!
มิเพียงแต่ใช้วาจาหว่านล้อมลวงล่อ แต่ยังคิดจะใช้โอสถนี้มาหลอกล่ออาจารย์ของเขาอีก
จิตใจต่ำช้ายิ่ง!
เยี่ยนจีเผยสีหน้าสลับซับซ้อน
จากนั้นนางจึงบอกเล่าถึงความล้ำค่าและสรรพคุณอันทรงพลังของโอสถผสานิญญาให้แก่เย่เฉิน
หลังจากฟังจบเย่เฉินก็เงียบไป เขากัดฟันกรอด กำหมัดจนแน่นเกร็ง
สรรพคุณของโอสถผสานิญญานั้น ยิ่งกว่าคำว่าทรงพลังเสียอีก
โอสถนี้ช่วยให้เยี่ยนจีสามารถรักษาสถานะให้มั่นคง และซ่อมแซมจิติญญาที่แตกสลายได้
“อาจารย์ ท่านจะใช้โอสถนี้จริงๆ หรือ”
เย่เฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำ
เขามิอาจทนรับความอัปยศอดสูเช่นนี้ได้ เพราะรู้สึกราวกับเป็สิ่งที่กู้ฉางเกอโยนมาให้ด้วยความสมเพช
ทว่าโอสถนี้กลับสามารถช่วยเหลืออาจารย์ของเขาให้บรรเทาลงจากการทนทุกข์ทรมานจากความเ็ปของิญญาที่แตกสลายได้
สถานการณ์เช่นนี้ ทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างยิ่ง
อาจกล่าวได้ว่าถึงคราวที่ตัดสินใจได้อย่างยากลำบากที่สุด
กู้ฉางเกอ เ้าช่างแผนสูงนัก!
ข้าจะต้องสังหารเ้าให้ได้!
สังหารให้สูญสิ้น!
เขากู่ร้องคำรามด้วยความเ็ปในใจ
“อย่างไรเสียก็เป็น้ำใจจากคุณชายกู้...”
เยี่ยนจีกล่าวถึงตรงนี้แล้วก็สังเกตเห็นว่าเย่เฉินมีสีหน้าแปลกไป
นางจึงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วถามขึ้นว่า
“เสี่ยวเฉิน เ้าจงบอกอาจารย์มาตามตรงเถิด เ้ามีอคติต่อคุณชายกู้ใช่หรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่เฉินก็ถึงกับอึ้งตะลึง ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ในวินาทีนั้น เขารู้สึกราวกับทุกสิ่งดับมืดลง ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้าต่อตา