่เวลาแห่งการพักผ่อน ไป๋ฉีนั่งอย่างเหม่อลอยไปพักใหญ่ที่บริเวณบาร์ด้านล่าง การแข่งขันในครั้งนี้ไม่ได้ถูกจัดในเดอะคอสมิคแต่เป็เดอะเวิล์ดทำให้คนทั่วไปสามารถรับชมได้ แถมยังมีการถ่ายทอดสดอีกต่างหาก เรียกได้ว่าทั้งสามประเทศไม่มีใครยอมใคร เนื่องจากพวกเขาต่างอยากประกาศชัยชนะ
ไป๋ฉีที่ได้ยินตอนแรกก็รู้สึกใมาก เพราะเขาไม่คิดว่าทั้งสามประเทศจะเล่นใหญ่ในการแข่งขันของเขาขนาดนี้ นี่ถึงขนาดว่าจะมีเหล่าาาและสมาชิกราชวงศ์ทั้งสิบลงมาดูด้วยตนเอง ทำราวกับมันเป็เื่ใหญ่ของประเทศอย่างไรอย่างนั้น
ในตอนนี้ทั่วทั้งหน่วยัขาวเองก็รับรู้ข่าวสารนี้เช่นเดียวกัน พวกเขาพากันมาให้กำลังใจไป๋ฉีอย่างบ้าคลั่งแถมบอกว่าจะไปเชียร์ด้วยตัวเองอีกต่างหาก สิ่งเหล่านี้ทำให้ชายหนุ่มแทบอยากจะบ้าตาย ถ้าหากทุกคนจะรู้ขนาดนี้แล้วไอ้โค๊ดเนม เสี่ยวฉี ที่อาจารย์ตั้งไว้จะไปมีประโยชน์อะไรกัน
ไม่ใช่เพียงหน่วยัขาวเท่านั้นที่รู้เื่ ป่านนี้ด้วยการป่าวประกาศของผู้บัญชาการอู่ชิง คงได้รู้กันไปทั้งหมดทั่วทั้งดราก้อนเอ็มไพร์แล้ว
"ชีวิตช่างมีเื่วุ่นวายไม่จบไม่สิ้น"ไป๋ฉีกระดกเครื่องดื่มที่จิงจิงทำให้แล้วกล่าวออกมาอย่างปลงๆ
"อะไรกัน บ่นเป็คนแก่ไปได้ ก็แค่การประลองไม่ใช่หรือ ทำตัวห่อเหี้ยวแบบนี้ไม่สมกับเป็เสี่ยวฉีอันดับหนึ่งแห่งเดอะคอสมิคเลยนะ"จิงจิงกล่าวพูดขึ้นน้ำเสียงเต็มไปด้วยการหยอกล้อเพื่อให้ไป๋ฉีสบายใจขึ้น
"เห้อ พี่สาวจิงจิง บางทีโชคชะตาก็เล่นตลกนะครับ คนที่ไม่อาจเจอก็ดันต้องมาเจอกัน"
"หืม พูดเื่อะไรกันน่ะ พี่สาวงงไปหมดแล้วเนี้ย"จิงจิงเกาหัวไม่เขาใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดขึ้นมา
ไป๋ฉีส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้"ไม่มีอะไรครับ......ใกล้ได้เวลาแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ"
กล่าวจบไป๋ฉีก็เดินกลับขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดในทันที ตอนนี้นอกจากเขาแล้วยังมีสมาชิกคนอื่นล็อกอินไปใน เดอะ เวิล์ด ด้วยจึงทำให้ผู้คนดูหนาตายิ่งขึ้น
ไป๋ฉีเดินไปและนอนลงยังแคปซูลที่อยู่ข้างๆกับอู่จินหยาง สองอาจารย์ศิษย์พยักหน้าให้กันก่อนที่จะล็อกอินเข้าไปใน เดอะ เวิล์ด ในทันทีโดยไม่รอช้า
"อาจารย์ลงทะเบียนเอาไว้ให้แล้ว คนแรกที่เธอต้องเจอคืออัลเบิร์ต การแข่งขันจะเริ่มในอีกสิบนาที ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมเข้าไว้ อาจารย์จะคอยดูอยู่บริเวณที่นั่งของราชวงศ์อู่"เมื่อมาถึงอู่จินหยางก็กล่าวขึ้นมาและหายตัวไป ส่วนไป๋ฉีทั้งตอนนี้เขาเพียงรอเท่านั้น รอจนกว่าระบบจะพาเขาไปยังห้องเวพ่อนเท่านั้น
ในเวลาเดียวกัน ้าห้องรับรองขนาดใหญ่ของอารีน่าเหล่าาาของทั้งสิบประเทศได้มาถึงและรอดูการแข่งขันแล้ว แน่นอนอู่จินหยางก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
"ไม่ได้เจอกันนานนะอู่หลง สบายดีหรือเปล่า"าามาคัส แห่งอีเดนการ์เด้นเป็คนแรกที่กล่าวทักทายอย่างเป็กันเอง
"ฮ่าๆๆก็ตามประสาคนแก่นั่นแหละ แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันนะว่าเราจะเจอกันในสถานการณ์อย่างนี้"อู่หลงกล่าว
"ก็คนของนายเล่นปราบคนของตระกูลราชวงศ์ซะราบคาบขนาดนั้น พวกเราเองก็แค่อยากรู้ว่าถ้าเขาได้ประลองกับคนที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเราบ้างจะออกมาในรูปแบบไหน"ซาร่า ผู้เป็ราชินีปกครองเดอะฟินิกซ์กล่าวออกมาอย่างสนุกสนาน
ต้องบอกก่อนว่าผู้นำของทั้งสิบประเทศแท้จริงคือเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ด้วยพวกเขา้าให้ประชากรนักสู้ของประเทศตนเองพัฒนา จึงได้สร้างแรงกดดันด้วยการแข่งขันอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้นักสู้กระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น
"เอาล่ะใกล้ได้เวลาแล้วนั่งดูกันเถอะ ใกล้ได้เวลาแล้ว"มาคัสกล่าว ทำให้ทั้งสองจึงนั่งที่ของตนเองในทันทีโดยที่มีเชื้อพระวงศ์ของตนเองนั่งอยู่ด้านหลัง
"เอส โรสอยู่ไหนไม่คิดจะมาดูคู่ต่อสู้ของตัวเองเลยหรือ"ซาร่า หันไปถามลูกชายที่ทำท่าเบื่อหน่ายอยู่ด้านหลัง
"เดี๋ยวน้องก็มาครับ แม่ไม่ต้องเป็ห่วงไป"
"การประลองแข่งขัน 1VS 1 เริ่มทำการนับถอยหลัง"
"5"
"4"
"3"
"2"
"1"
"วาบ!"
ในสนามเมื่อAI ได้ประกาศเริ่มการแข่งขัน ร่างของชายหน้าตาหล่อเหลาผมสีทองสวมชุดเกราะสีทองเช่นเดียวกันปรากฏขึ้นมา มือของเขาข้างหนึ่งคือดาบ ข้างหนึ่งถือโล่ ราวกับเทพพิทักษ์แห่งแสงลงมาจุติ
ส่วนอีกด้านเองก็มีชายหนุ่มสวมบอดี้สูทสีดำและสวมหน้ากากสีขาว ในมือถือดาบยาวหนึ่งเล่มกับมีดบินที่ซ่อนอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย
"เสี่ยวฉี VS อัลเบิร์ต เริ่มการประลองได้!"สิ้นเสียงของAI ทั่วทั้งสนามพลันเงียบกริบตั้งใจดูการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนในสนามไป๋ฉีเองก็ต้องท่าเตรียมพร้อมรับมืออีกฝ่ายตลอดเวลาแต่ยังคงไม่ลงมือและดูท่าทีอยู่เช่นนั้น
'คิดจะดูเชิงฉันงั้นหรือ'เขายกยิ้มภายใต้หน้ากาก แสร้งก้าวพลาดเปิดช่องว่างให้อีกฝ่ายเข้ามา แล้วมันก็เป็เช่นนั้นจริงๆ เพียงพริบตาอัลเบิร์ตก็พลันใช้คอสมิคฟรอสธาตุแสงเคลื่อนไหวมาอยู่ตรงตำแหน่งที่ไป๋ฉีเปิดช่องว่างเอาไว้ให้ ดาบในมือฟาดใส่อย่างรุนแรงหมายจะปิดฉากในครั้งเดียว
'ทักษะดาบประกายแสง'
"เปรี้ยง!"
ไป๋ฉีชักดาบต้านรับการโจมตี แต่ด้วยเขาใช้ฟรอสอย่างเดียวเมื่อปะทะเข้ากับอีกฝ่ายที่ทั้งเร็วและรุนแรงก็ถึงกับทำให้ตัวเขากระเด็นออกไป ในขณะที่ตัวลอยอยู่กลางอากาศไป๋ฉีใช้โอกาสปามีดบินออกไปอย่างชำนาญ
อัลเบิร์ตยกยิ้มเขายกโล่ปัดป้องมีดเ่าั้อย่างง่ายดาย เมื่อไป๋ฉีถึงพื้นเขาก็มาโผล่ที่หน้าของชายหนุ่มในทันทีและฟัดเข้าไปยังบริเวณหัวอีกครั้ง
การเคลื่อนไหวของอัลเบิร์ตนั้นเรียบง่ายเป็อย่างมาก เขาใช้เพียงการเคลื่อนไหวไม่กี่จังหวะก็เข้าถึงตัวไป๋ฉีแล้ว แถมทุกการโจมตียังรวดเร็วและรุนแรงจนไป๋ฉีแทบรับไม่ไหว
"ใครจะยอม"ชายหนุ่มเอ่ยปาก มีดบินที่ถูกปัดป้องจนกระเด็นออกไปพุ่งกลับเข้ามาทำให้ดาบของอัลเบิร์ตต้องชะงักและหันไปปัดป้องมีดสั้นพวกนั้นในทันใด ไป๋ฉีได้จังหวะก็ถอยหล่นออกมาในมือหนึ่งถือดาบเอาไว้ แต่อีกมือใช้ในการควมคุมมีดบินเพื่อโจมตี
'สมกับได้ฉายาว่าบุตรแห่งแสง ทั้งความเร็ว พลัง การป้องกันทุกอย่างล้วนสุดยอด'ไป๋ฉีกล่าวขึ้นในใจ ทว่าก็ไม่ใช่ไป๋ฉีจะไม่มีทางชนะได้ เมื่อครู่เป็เพียงการลองเชิงเท่านั้น ในเวลานี้เขากำลังเอาจริงแล้ว
ในขณะที่อัลเบิร์ตกำลังยุ่งอยู่กับมีดบินที่โจมตีไปมา ไป๋ฉีรวมเร็วสมาธิแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของเขาเอาไว้ในกระบวนดาบและทำการเคลื่อนไหวในทันที
"ทักษะดาบประกายแสงเก้ากระบวน"ไป๋ฉีกล่าว เมื่อเขาเคลื่อนไหวก็กลายเป็เส้นแสงไปโจมตีอีกฝ่ายด้วยความรุนแรงที่ไม่ต่างอะไรจากการโจมตีของอัลเบิร์ตก่อนหน้านี้ทำให้อีกฝ่ายต้องมาให้ความสำคัญกับเขาแทน
"อย่าได้หวัง"อัลเบิร์ตตั้งโล่ป้องกัน เมื่อไป๋ฉีฟันกระบวณแรกเสร็จสิ้นเขาก็ควบคุมมีดสั้นพุ่งตรงไปตัดแขนที่ถือดาบของอีกฝ่ายจนขาด จากนั้นก็เริ่มฟันกระบวนที่สองต่อไป
"อึก! เร็วมาก สายตาของฉันจับการเคลื่อนไหวเขาไม่ได้"อัลเบิร์ตอุทาน ในใจรู้สึกตะลึงไม่น้อยที่โดนโจมตีได้
ไป๋ฉีไม่ยินยอมให้เขาได้ตอบโต้แต่อย่างใด มือฟันไปถึงห้ากระบวนทั้งความเร็วและความรุนแรงก็เพิ่มขึ้นเป็ร้อยเท่าพันทวีจนโล่ของอีกฝ่ายเริ่มแตกร้าว
"ปราการเทพพิทักษ์"อัลเบิร์ตใช้วิธีสุดท้ายในการป้องกัน ลำแสงเปล่งออกจากตัวกลายเป็โล่สีทองล้อมรอบกายหมายจะป้องกันการโจมตีรอบทิศทาง
ไป๋ฉียกยิ้ม เขาควบคุมมีดสั้นสี่เล่มรอบตัวอีกฝ่ายเอาไว้เช่นเดียวกัน จากนั้นทักษะดาบประกายแสงอีกสี่กระบวณที่เหลือก็สำแดงพลังของมันออกมา
ทุกๆการฟัน ไป๋ฉีจะใช้มีดสั้นเ่าั้ในการดีดตัวมาฟันต่อจนเกินเป็แสงสีเงินประกายวาบไหว เมื่อสิ้นสุดทักษะดาบประกายแสงเก้ากระบวณโล่แสงหนึ่งชิ้นก็แตกร้าวในทันใด ไป๋ฉีใช้จังหวะนี้ควบคุมมีดสั้นทั้งสี่ที่ลอยอยู่รอบกายของอัลเบิร์ตเข้าโจมตีในทันทีจนมันแตกกระจาย จากนั้นใช้การเคลื่อนไหวไปในช่องว่างนั้นตวัดเท้าเตะเสยอีกฝ่ายจนลอยขึ้นไปกลางอากาศและเริ่มใช้ทักษะดาบประกายแสงเก้ากระบวนอีกครั้งฟาดฟันเป้าหมายกลางอากาศ การต่อสู้ก็เป็อันสิ้นสุดลง
ร่างอวตาลของอัลเบิร์ตที่เต็มไปด้วยรอยดาบที่ฟาดฟันของไป๋ฉีถูกส่งกลับเข้าห้องเวพ่อนไป ส่วนตัวไป๋ฉียังคงยืนอยู่กลางสนามพร้อมกับมีดสั้นสี่เล่มที่ลอยอยู่ด้านหลังก่อนที่ตัวของเขาจะหายไปพร้อมกับการประกาศชัยชนะ
"ผู้ชนะ เสี่ยวฉี!"