“พี่อิงอิงหยุดก่อน ! ”
เฉินฟงร้องขึ้นเมื่อมือบางของซูอิงอิงกำลังจะเอื้อมไปเก็บหญ้าครามสีรุ้ง ทำให้ดวงหน้าน่ารักหันสายตามามองเฉิงฟงด้วยความสงสัย
“เอ๋ ?”
“อิงอิง ระวัง !! ” คราวนี้เป็เสียงของหวังฮวาเอ๋อที่ดังขึ้นเมื่อพบเงาดำเรียวยาวปรากฎบริเวณพื้นพร้อมเสียงขู่ดังระงมไปทั่วป่า
ฟ่อออ !!!
ร่างบางของซูอิงอิงรีบะโถอยกลับไปยืนใกล้ ๆ เฉินฟงทันทีเมื่อรับรู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้น นึกเจ็บใจตัวเองที่ประมาทมากเกินไป
ตอนนี้พื้นดินโดยรอบเริ่มปรากฏร่างของสัตว์เลื้อยคลานสีดำดวงตาสีฟ้ายาวเกือบ 1 จั้ง ลำตัวสีดำมีหางสีฟ้าอมเขียวเข้ม
“อสรพิษดินสัตว์อสูรแดนดินระดับ 1 อย่างนั้นหรือ เฉินฟงเ้าอยู่ข้างหลังข้าไว้นะ” เสียงของซูอิงอิงดังขึ้น ด้วยระดับของสัตว์อสูรเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาของพวกเขาที่จะจัดการ แต่จำนวนนี่สิ แค่เดาด้วยสายตาพวกมันน่าจะมีเกือบร้อยตัว !!
รังงูชัด ๆ !!
เฉินฟงไม่ได้เขยิบไปด้านหลังซูอิงอิงอย่างที่นางบอก สายตาคมสีน้ำตาลหรี่เล็กมากขึ้นเข้าใจทันทีว่าทำไมแถวนี้จึงไม่มีสัตว์อื่นเพราะว่ามีเ้าพวกนี้อยู่นี่เอง ดูจากขนาดแล้วเ้าพวกนี้น่าจะยังไม่โตเต็มที่คาดว่าน่าจะเป็ตัวลูก ๆ เท่านี้ แบบนี้ก็แปลว่าตัวแม่คงอยู่ไม่ไกลจากแถวนี้เท่าไหร่ และอสรพิษดินที่โตเต็มวัยแล้วอย่างน้อยก็อยู่แดนดินระดับ 1 ขั้นปลายที่สามารถพัฒนาสู่ระดับ 2 ได้ ! แม้จะมีระดับเดียวกับพวกตัวลูกแต่สัญชาตญาณการต่อสู้ของสัตว์อสูรที่โตเต็มวัยย่อมน่ากลัวมากกว่าทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลกมากนัก หากพวกเขาถูกพวกมันโจมตีพร้อมกันอย่าว่าแต่เก็บเกี่ยวหญ้าครามสีรุ้งเลย แค่ออกจากที่นี่โดยไม่าเ็ก็ไม่ใช่เื่ง่ายแล้ว ทางเดียวที่พวกเขาจะปลอดภัยออกไปได้พร้อมหญ้าครามสีรุ้งคือต้องรีบจัดการเ้าพวกนี้ให้เร็วที่สุด
“เ้าคนไร้ประโยชน์เ้าไปหลบด้านนู้นไป ถ้าเ้าาเ็อิงอิงจะมาโทษข้าได้เ้าอยู่ตรงนี้ก็ช่วยอะไรพวกเราไม่ได้อยู่ดี” หวังหลินเอ่ยขึ้นเสียงเครียดเมื่อทุกคนน่าจะคิดได้เเบบเดียวกับเฉินฟงว่าอาจจะมีตัวแม่อยู่แถวนี้ เฉินฟงไม่ได้มีอารมณ์โกรธกับคำพูดของหวังหลิน เขาไม่มีพลังสิ่งที่หวังหลินพูดออกมาเเม้จะไม่น่าฟังแต่ก็เป็เื่จริง แต่เฉินฟงกลับไม่ขยับไปไหนสายตาคมจ้องมองไปในความมืดเผยรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างปกติ
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก หากข้าาเ็พี่อิงอิงไม่โทษเ้าแน่นอน” ซูอิงอิงหันมาหาเฉินฟงนางทำท่าเหมือนจะเอ่ยค้านแต่เมื่อเห็นสายตาของเฉินฟงหญิงสาวเลือกที่จะเงียบพร้อมเอ่ยขึ้นมาแทน
“อยู่ใกล้ ๆ ข้าไว้นะ พี่สาวคนนี้ไม่ยอมให้เ้าาเ็แน่” เฉินฟงเพียงส่งยิ้มมุมปากพร้อมพยักหน้าให้ซูอิงอิง เมื่อทุกคนเห็นการตัดสินใจนี้เเล้วก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรอีก มีเพียงหวังหลินที่ส่งเสียงไม่พอใจออกมา
“อย่ามาตายที่นี่ให้พวกข้าลำบากแล้วกัน” หวังหลินเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ หลังจากนั้นทั้งสามคนก็เรียกอาวุธของตนเองมาถือไว้ ในมือซูอิงอิงปรากฏแส้ยาวกว่า 1 จั้ง สีดำ ส่วนหวังหลินและหวังฮวาเอ๋อเป็กระบี่ยาวสีเงินสวยงามแม้อาวุธทั้งสามจะเป็อาวุธธรรมดาแต่เมื่ออยู่ในมือของผู้มีพลังิชี่ก็กำจายกลิ่นอายทรงพลังขึ้นมาจาง ๆ เพียงไม่นานร่างสามร่างก็พุ่งทะยานไปด้านหน้าจัดการกับอสรพิษดิน ทุกครั้งที่แส้และกระบี่ตวัดใส่ร่างของพวกมันก็สร้างรอยแผลให้กับร่างสีดำเ่าั้ เมื่อมองแบบนี้ดูเหมือนจะจัดการกับพวกมันง่ายดายแต่ปัญหาคือเื่ของจำนวน เมื่อฆ่าตัวหนึ่งได้ตัวต่อไปและต่อ ๆ ไปก็เลื้อยมาเเทนที่ทันที การเก็บเกี่ยวหญ้าครามสีรุ้งจึงไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น เฉินฟงมองการต่อสู้เบื้องหน้าแล้วก็คลี่ยิ้มมุมปาก เป็อย่างที่เขาคิดจริงด้วย เ้าพวกนี้คงเพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่กี่วันแม้จะมีความดุร้ายโดยกำเนิดแต่ก็ต้องเข้าใจว่าพวกมันยังคงเป็เพียงทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลก
“ถึงตาข้าบ้างแล้ว” เฉินฟงพึมพำกับตัวเองมือหนาล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบมีดสั้นสีดำสนิทไร้คมตัวมีดและด้ามมีสนิมเกาะแทบทั้งอัน มองไม่เห็นลวดลายเดิมที่เคยมี หากผู้คนพบเห็นคงคิดว่าเป็ของเก่าเก็บเกินกว่าจะใช้และดูไร้ประโยชน์ไร้ราคา
ร่างสูงพุ่งตัวไปยังบริเวณใกล้ ๆ กับริมบึงมากที่สุดเพราะบริเวณนั้นมีจำนวนอสรพิษดินที่บางตามากกว่าบริเวณอื่น อสรพิษดินบริเวณนั้นรับรู้การมาของผู้บุกรุกพวกมันหันมายังทิศทางของเฉินฟงพร้อมส่งเสียงขู่ฟ่อดังระงมไปทั่วบริเวณ บางตัวเตรียมพุ่งจู่โจม เมื่อมันพุ่งตัวเข้ามาจู่โจมเฉินฟงไม่หลบหนี เขากระชับมีดสั้นในมือให้ถนัดมากขึ้นเมื่อสัตว์อสูรเข้ามาใกล้ มีดที่เต็มไปด้วยสนิมก็ตัดผ่านหัวของอสรพิษดินขาดเป็สองท่องในครั้งเดียว !!
อสรพิษดินตัวอื่น ๆ เมื่อเห็นว่าพวกพ้องจบชีวิตลงอย่างง่ายดายด้วยน้ำมือของเฉินฟง หลายตัวส่งเสียงขู่ดุร้ายมากขึ้นแล้วรีบพุ่งเข้ามาหาเฉินฟงพร้อมกัน บางตัวจู่โจมด้วยร่างกาย บางตัวพยายามพ่นพิษจากคมเคี้ยวใส่เฉินฟง
ชายหนุ่มหมุนมีดสั้นตวัดไปด้านหลังทันทีเมื่อรับรู้ว่ามีบางตัวพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็ว เมื่อพลิกกลับมาก็พบอสรพิษดินสองตัวกำลังพุ่งตรงมา เป้าหมายของมันคือการฉกดวงตาของเฉินฟง ร่างสูงรีบตีลังกาหลบไปทางด้านซ้าย มือขวาที่กำมีดตวัดฟันเข้าใส่หัวของมันด้วยความแม่นยำ สายตาคมตวัดไปยังหญ้าครามสีรุ้งที่ส่องเเสงเรือนรองท่ามกลางความมืด ตอนนี้เขาเข้าใกล้หญ้าครามสีรุ้งแล้วเหลืออีกไม่กี่ฉื่อก็จะสามารถเด็ดหญ้าต้นนั้นมาเป็ของตนได้
เฉินฟงตัดสินใจกระโดนเข้าไปกลางวงอสรพิษดินที่อยู่ใกล้หญ้าครามสีรุ้งมากที่สุดการกระทำที่บ้าบิ่นราวกับรนหาที่ตาย หากซูอิงอิงเห็นเขาทำเช่นนี้ได้โดนนางบ่นจนหูชาแน่ มีดในมือตวัดพุ่งใส่หัวสัตว์อสูรตัวแล้วตัวเล่า แต่จำนวนที่มีราวกับไม่มีที่สิ้นสุดทำให้เฉินฟงต้องคิดหนัก หากเป็อย่างนี้จะเป็เขาเองที่เสียเปรียบไม่สามารถเข้าใกล้หญ้าครามสีรุ้งได้ซักที เหล่าอสรพิษดินดูเหมือนจะรับรู้ถึงความกังวลเล็ก ๆ ของเฉินฟง พวกมันพร้อมใจกันแผ่เเม่เบี้ย เตรียมพ่นพิษเข้าใส่ร่างของเฉินฟงพร้อมกันมากกว่าสิบตัว ต้องเข้าใจว่าพิษของอสรพิษดินถ้าคนธรรมดาที่ไม่มีพลังิชี่เช่นเขาโดนเข้าไปเพียงนิดเดียวจะเกิดอาการชาไปทั่วร่างและเมื่อไม่สามารถขยับได้ถึงตอนนั้นเขาก็เป็เพียงก้อนเนื้อเหยื่ออันโอชะของสัตว์อสูรเหล่านี้ ในวินาทีที่เสี่ยงตายมือขวารีบหยิบขวดไม้และสาดผงสีขาวใส่อสรพิษดินรอบตัวในรัศมี 3 ชุ่น !!
ทันทีที่ผงสีขาวััร่างสีดำของสัตว์อสูรพวกมันก็แน่นิ่งค้างทันที เฉินฟงเห็นดังนั้นสายตาคมหันไปมองหญ้าครามสีรุ้งซึ่งไร้การขัดขวางของสัตว์อสูรที่แน่นิ่งอยู่ แล้วรีบพุ่งทะยานไปคว้าหญ้าครามสีรุ้งหยิบใส่ในอกเสื้อทันที !!
ร่างสูงรีบะโเด้งตัวออกจากบริเวณให้เร็วที่สุด !!
…3…
…2…
…1…
ฟ่ออออ !!
เสียงโกรธเเค้นของอสรพิษดินดังขึ้นพร้อมกันเมื่อพิษไม่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมันได้อีก แต่เฉินฟงยังหลบไม่พ้นวงล้อมของพวกมัน ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยแม้จะอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตายแต่ใบหน้าของเฉินฟงยังไม่ปรากฏริ้วรอยของความเคร่งเครียด มีเพียงสีหน้าจริงจังมากขึ้นเท่านั้น ร่างสูงหันไปตวัดมีดใส่พวกมันที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ในที่สุดเขาก็พลาดเมื่ออสรพิษดินอีกตัวใช้จังหวะนี้พุ่งขึ้นมางับแขนข้างขวาที่จับมีดของเขา
ฉึก !!
เสียงคมเขี้ยวฝังไปที่เเขนทำให้เฉินฟงสับเปลี่ยนการถือมีดจากขวาเป็ซ้ายในเสี้ยวลมหายใจ แล้วใช้มือซ้ายตวัดมีดสั้นตัดหัวของอสรพิษดินตัวนั้น ร่างสูงไม่สนใจความเ็ปที่เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วเเขนรีบพุ่งตัวออกมาจากวงล้อมของเหล่าสัตว์อสูร เมื่อสามารถหนีพ้นวงล้อมออกมาได้ก็มองดูสถานการณ์ของพวกซูอิงอิง แต่ละคนสามารถจัดการกับอสรพิษดินได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ยังเห็นริ้วอารมณ์ความหงุดหงิดในสีหน้าของแต่ละคน เห็นชัดว่าเเม้พวกเขาจะจัดการพวกมันได้ แต่การเก็บเกี่ยวหญ้าครามสีรุ้งไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คาดหวัง
คลื่น ~ คลื่น ~
มีการสั้นะเืของพื้นดินเล็กน้อย ทุกคนััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้สีหน้าแต่ละคนเริ่มเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดมากขึ้น ซูอิงอิงและพี่น้องตระกูลหวังรีบถอยออกจากวงล้อมอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานก็มายืนอยู่ข้าง ๆ เฉินฟงแล้ว
“แย่แล้ว ตัวแม่ของเ้าพวกนี้น่าจะรับรู้ว่ามีคนฆ่าลูกของมัน” เฉินฟงพูดขึ้นมาแต่ละคนพยักหน้าเห็นด้วย เป็หวังฮวาเอ๋อที่บอกให้ทุกคนถอยก่อน ถ้าอสรพิษดินตัวแม่เข้ามายุ่งกับการต่อสู้ครั้งนี้สถานการณ์จะเปลี่ยนเป็พวกเขาเสียเปรียบทันที กำลังและพลังที่มีของพวกเขาไม่อาจเอาชนะสัตว์อสูรแดนดินระดับ 1 ที่โตเต็มที่ได้พร้อมกับลูกอสรพิษอีกนับร้อย ทั้งสี่ร่างรีบพุ่งทะยานตัวกลับออกไปอย่างรวดเร็ว ซูอิงอิงจับมือของเฉินฟงลากชายหนุ่มทะยานตัวไปข้างหน้าด้วยกัน เพราะด้วยความเร็วคนธรรมดาอย่างเฉินฟงไม่มีทางที่จะตามพวกเขาทันแน่
ฟ่ออออออออ !!
เสียงขู่คำรามทรงพลังมากกว่าของลูกอสรพิษดินทั้งหลายดังขึ้นหลังจากพวกเฉินฟงออกจากเขตบึงหญ้าครามสีรุ้งซักพัก เห็นชัดว่าพวกเขาตัดสินใจถูกที่หยุดการเก็บเกี่ยวไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นคงเป็เื่ยุ่งยากแน่หากต้องปะทะกับสัตว์อสูรแดนดินระดับ 1 ที่โตเต็มวัย ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยามร่างของทั้งสี่ก็ปรากฏขึ้นบริเวณชายป่าของทุ่มฤดูใบไม้ผลิ เมื่อถึงเขตปลอดภัยแล้วทั้งสี่คนเลือกที่จะหยุดพัก การเดินทางด้วยความเร็วเช่นนี้ไม่ว่าอย่างไรก็กินพลังและแรงของพวกเขาอยู่มาก เฉินฟงเป็คนที่มีสภาพย่ำแย่กว่าคนอื่นที่สุดเพราะเขาเป็คนธรรมดาแม้ร่างกายจะแข็งแรงจากการฝึกฝนที่มากกว่าคนทั่วไปแต่ก็ไร้ลมปราณคอยสนับสนุน แม้จะมีซูอิงอิงช่วยในเื่ความเร็วแต่แรงกายของเขาก็ยังไม่อาจเทียบผู้ฝึกฝนระดับลี่จิงขั้น 3 ได้อยู่ดี
ใบหน้าและร่างกายที่ชื้นเหงื่อมองลึกเข้าไปในป่ามืดมิด ออกมาได้แบบนี้แม้อสรพิษดินตัวแม่อยากตามมาฆ่าพวกเขาที่สังหารลูก ๆ ของมันไปหลายสิบก็คงทำไม่ได้ เพราะเมื่อมีสัตว์อสูรภายในทุ่งฤดูใบไม้ผลิล้ำเส้นออกมานอกเขตป่าเมื่อไหร่ทหารที่อยู่โดยรอบก็ต้องจัดการพวกมันให้ล่าถอยกลับเข้าป่าไปอยู่ดี แม้นี่จะเป็ข้อดีแต่ข้อเสียก็คือทหารที่คอยเฝ้าพื้นที่ป่าก็จะรับรู้ว่ามีผู้บุกรุก !
“ฟู่ นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว ถ้าต้องสู้กับตัวแม่มีหวังไม่ได้สภาพดีแบบนี้ออกมาแน่นอน” หวังหลินเอ่ยขึ้น ซูอิงอิงและหวังฮวาเอ๋อพยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้เองที่ซูอิงอิงหันมาทางเฉินฟงแล้วเห็นที่แขนขวาของชายหนุ่มมีรอยคมเขี้ยวสองรอย
“นี่เ้าาเ็หรอ”
เฉินฟงลูบแขนตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ แม้ความเ็ปจากการกัดของอสรพิษดินจะรุนแรงจนแขนของเขาด้านชาไปหมดก็ตาม
“อ๋อ อุบัติเหตุนิดหน่อยนะ แต่ไม่ได้โดนพิษหรอกตัวที่กัดข้ายังเล็กเกินไปจนต่อมพิษยังไม่ถูกสร้าง”
“นี่เ้าต่อสู้กับอสรพิษดินอย่างนั้นหรอ” เป็เสียงของหวังฮวาเอ๋อที่เอ่ยขึ้น ใบหน้าสงบนิ่งของนางมองมาทางเฉินฟงด้วยความแปลกใจ ต้องเข้าใจความแตกต่างของสัตว์อสูรแม้จะระดับ 1 ที่เพิ่งเกิดกับคนธรรมดา โดยปกติแล้วหากจะฆ่าหรือทำให้พวกมันาเ็ซักตัวจะต้องใช้คนธรรมดาอย่างน้อยสามถึงสี่คน ยิ่งถ้าเป็พวกโตเต็มวัยแม้จะระดับ 1 บางทีอาจจะต้องใช้คนมากกว่าสิบคนด้วยซ้ำ แต่เฉินฟงจัดการกับพวกมันด้วยตัวคนเดียวและได้รับาเ็กลับมาแค่นี้นะหรอ น่าแปลกเกินไปแล้ว !!
“อ่า ข้าแค่อาศัยจังหวะนิดหน่อยและเลือกตรงที่มีพวกมันไม่เยอะนะ”
“แล้วเ้าเก็บเกี่ยวหญ้าครามสีรุ้งได้ไหม” เป็ซูอิงอิงถามเฉินฟงบ้าง นางเองก็แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน
“อ๋อ ได้มาต้นเดียวข้าก็ลากเืแล้วพี่อิงอิง”
“ได้มาตั้งหนึ่งต้นอย่างนั้นหรือ นี่เ้าใช้อาวุธวิเศษอะไรกันแน่ถึงจัดการฟันอสรพิษดินได้” หวังฮวาเอ๋อเอ่ยด้วยความแปลกใจ
“ก็แค่มีดเก่า ๆ อันนึงเท่านั้น ข้าจนขนาดนี้ท่านคิดว่าจะมีอาวุธวิเศษอะไรกัน ความจริงที่ได้หญ้าดอกนี้มาก็เพราะใช้ผงหยกขาวที่เก็บเงินซื้อมาช่วยไว้เท่านั้นเอง” เฉินฟงเข้าใจความแปลกใจของทุกคน หนังของสัตว์อสูรแดนดินแข็งและเหนียวมากกว่าสัตว์ธรรมดาทั่วไปมากนัก อาวุธธรรมดาไม่มีทางฟันพวกมันให้ร่างขาดได้ ชายหนุ่มหยิบมีดสั้นสีดำที่เต็มไปด้วยสนิมของตนออกมาให้ทุกคนดู พี่น้องตระกูลหวังมีสีหน้าแปลกใจ แต่เมื่อเฉินฟงบอกว่าใช้พิษผงหยกขาวทุกคนก็พยักหน้าพอเข้าใจได้ถึงความเป็ไปได้ที่เกิดขึ้น พิษผงหยกขาวมีราคาพอสมควรแต่ก็ยังห่างไกลจากราคาของหญ้าครามสีรุ้ง พิษชนิดนี้ทำให้สิ่งมีชีวิตเป็อัมพาตไปชั่วขณะ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องยอมรับว่าเฉินฟงโชคดีนัก
“เอาเถอะเ้าได้มาหนึ่งต้นก็ดีแล้ว ถือว่าโชคดีมากเลยข้าเองได้มาสามต้น” ซูอิงอิงพูดอย่างไม่นึกใส่ใจแล้ว ได้มาสามต้นนางก็ค่อนข้างพอใจแม้จะรู้สึกเสียดายอยู่บ้างก็ตาม
“ข้าได้มาสามเหมือนกัน”
“ข้าได้มาสี่ต้น”
พี่น้องตระกูลหวังเอ่ยขึ้นพร้อมกัน เป็หวังหลินที่ได้หญ้าครามสีรุ้งมามากที่สุด เฉินฟงเห็นผลจากการเก็บเกี่ยวของทั้งสามแล้วได้แต่เสียดาย ถ้าเขาสามารถใช้พลังิชี่ได้ผลการเก็บเกี่ยวจะต้องไม่น่าเศร้าเช่นนี้แน่
“ในเมื่อเราได้หญ้าครามสีรุ้งกันมาแล้วก็ควรแยกย้ายกันซักที อีกไม่นานทหารคงออกตามหาผู้บุกรุกแน่ ข้ากับเฉินฟงออกมาไม่ได้บอกที่บ้านหากโดนจับได้จะเป็เื่ยังไงก็ต้องขอบใจพวกเ้าสองคนนะ ถ้าไม่ได้พวกเ้าไปด้วยการเก็บเกี่ยววันนี้คงอันตรายมากยิ่งขึ้น” ซูอิงอิงเอ่ยกับพี่น้องตระกูลหวัง ตอนนี้ผ่านไปค่อนคืนแล้วอีกไม่กี่ชั่วยามก็จะเช้าถ้าไม่รีบกลับไปจะโดนสงสัยเอาได้ หวังหลินและหวังฮวาเอ๋อพยักหน้าเห็นด้วย
“อย่างนั้นพวกข้าไปก่อนนะอิงอิง เฉินฟง” หวังฮวาเอ๋อเอ่ยคำลาเเล้วร่างพี่น้องตระกูลหวังก็พุ่งทะยานหายไปในความมืด
“พวกเราก็รีบกลับกันเถอะ ข้าจะทำแผลให้เ้าด้วย” ซูอิงอิงหันมาพูดกับเฉินฟงก่อนที่นางจะจับมือเขาและพาพุ่งทะยานหายไปในความมืดเช่นเดียวกัน
ใช้เวลาไม่นานทั้งคู่ก็กลับเข้ามาในเขตบ้านตระกูลซู เฉิงฟงปฎิเสธความช่วยเหลือที่ซูอิงอิงจะช่วยทำแผลให้ ชายหนุ่มผลัดเปลี่ยนชุดเป็ชุดนอนด้วยความรวดเร็ว แล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งบนเตียงเมื่อยกมือข้างขวาขึ้นก็พบว่ามันสั่นเล็กน้อยจากการปวดร้าวไปถึงกระดูก สัตว์อสูรอย่างไรก็คือสัตว์อสูรแม้ไม่มีพิษแต่คมเขี้ยวก็สร้างความปวดร้าวให้คนธรรมดามากมาย รอยเคี้ยวสองรอยบนแขนขวาไร้เืออกแล้วแต่ิัโดยรอบกลับเกิดรอยม่วงคล้ำแผ่เป็วงกว้าง
เฉินฟงหยิบขวดยาสีขาวในสาบเสื้อออกมาโรยบนปากแผล ยาขวดนี้เป็ซูอิงอิงมอบให้เขาแล้วจึงใช้ผ้าพันรอบรอยแผลเอาไว้ เมื่อผงยาออกฤทธิ์รักษาอาการปวดบริเวณเเขนก็ค่อย ๆ บางเบาลง ร่างสูงโน้มตัวลงนอนบนเตียงมือล้วงหยิบหญ้าครามสีรุ้งขึ้นมาพลิกมองไปมา กว่าจะได้เ้าสิ่งนี้ไม่ใช่เื่ง่าย ๆ ครั้งนี้ต้องถือว่าโชคช่วยเขาด้วยส่วนหนึ่งและโชคดีที่เขามีมีดสั้นเล่มนั้นไม่อย่างนั้นการตัดผ่านผิวของสัตว์อสูรก็เป็เื่ยากเกินกว่าที่เขาในตอนนี้จะทำได้
“หวังว่าความพยายามในการเปิดเส้นิชี่ของข้าจะไม่เสียเปล่า”
เฉินฟงพึมพำกับตัวเอง ความจริงเขาอยากจะเริ่มชำระหญ้าครามสีรุ้งั้แ่ตอนนี้ด้วยซ้ำ แต่ด้วยร่างกายธรรมดาไม่สามารถทนรับความเหนื่อยล้าได้มากกว่านี้ หากยังดื้อดึงพยายามชำระผลออกมามีโอกาสที่เขาจะล้มเหลวเกินกว่าครึ่ง ถึงอย่างไรร่างกายก็ต้องพร้อมมากกว่านี้ก่อนถึงจะช่วยส่งเสริมโอกาสสำเร็จได้ แม้เพียงเล็กน้อยเฉินฟงก็ไม่อยากเสี่ยงให้ผิดพลาดเพราะความใจร้อนของตน
เมื่อตัดใจได้แล้วไม่นานภายในห้องก็มีเสียงหายใจสม่ำเสมอเบา ๆ ดังท่ามกลางค่ำคืนมืดมิด เ้าของห้องแห่งนี้เข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว