หยางเหวินเลิกคิ้วด้วยความงุนงงแล้วเอ่ยสวนกลับทันควัน
“เหตุใดต้องยุ่งยากด้วยขอรับ หากท่านอยากแกล้งนางแต่ไม่อยากให้ตาย ไม่สู้จับนางมาโบย หรือไม่ก็โยนนางเข้าห้องขังไปให้รู้แล้วรู้รอด?”
คำพูดนั้นทำให้เซียวหลิงเจาคิ้วกระตุกอีกรอบ เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ราวกับสับสนกับตัวเอง
เพราะเมื่อคิดดูจริง ๆ แล้ว เขาเองก็ไม่รู้…ว่าทำไมถึงรู้สึกต่อต้านความคิดที่จะทำร้ายหญิงน่ารังเกียจผู้นั้นรุนแรงถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น ดุเสียงต่ำเพื่อปิดบังความลังเลของตนเอง
“ข้ามีวิธีของข้า! เ้าไม่ต้องถาม”
“แล้ว…เื่ที่ชาวบ้านกล่าวหาท่านแม่ทัพเล่าขอรับ จะให้ข้าน้อยออกไปจัดการพวกมันเลยดีหรือไม่? คนพวกนั้นชักจะลามปามเกินไปแล้ว”
เซียวหลิงเจายืนนิ่ง มือกำดาบที่พาดอยู่ข้างเอวแน่นจนขึ้นข้อขาว เขาหลับตาสูดลมหายใจ
“หากเป็เมื่อก่อน ข้าคงออกไปไล่ฟันปากคนพวกนั้นให้ขาดทีละราย”
น้ำเสียงเขานิ่งเสียจนหยางเหวินรู้สึกขนลุก เพราะเขารู้ดี นายของเขาทำจริงได้ทุกประโยคที่พูด
“แต่ตอนนี้ ข้ากลับรู้สึกไม่อยากทำสิ่งใดทั้งสิ้น” เขาเอ่ยต่ออย่างไม่ปิดบัง
“ถ้าข้าลงมือเพราะโทสะเพียงนิดเดียว ก็มีแต่จะเปิดช่องให้ฝ่าากล่าวหาและลงโทษสกุลเซียวได้ง่ายขึ้น ตอนนี้สกุลเซียวเหลือเพียงข้ากับมารดาเท่านั้น ข้าไม่อาจทำตามอารมณ์อย่างเมื่อก่อนได้อีกแล้ว เราต้องระวังตัว”
หยางเหวินค้อมตัวเล็กน้อย เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด
“ท่านแม่ทัพคิดถูกแล้วขอรับ ตอนนี้พวกเขารวมหัวกันทำเหมือนท่านไม่มีความสำคัญใดต่อราชสำนัก บางทีข้าน้อยก็คิดว่า..เราไม่ควรชนะศึกในครั้งนี้เลย..”
……….
เช้าวันต่อมา
รอบเรือนกูหยวนที่อยู่ท้ายจวน เสียงสับและเสียงโค่นต้นไม้ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าลงมากลางป่า
เมิ่งหรูสาวใช้เพียงคนเดียวของกวานซูเหยียนชะโงกหน้าออกมานอกหน้าต่าง ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางแดงก่ำไปด้วยโทสะ
กวานซูเหยียนชะเง้อมองอยู่ข้าง ๆ เห็นกลุ่มทหารและบ่าวชายจำนวนมากกำลังเหวี่ยงขวาน ถือมีดถางป่าบริเวณท้ายจวนจนราบเป็หน้ากลอง
"เซียวหลิงเจาผู้นี้ช่างอำมหิตเกินคนนัก!” เมิ่งหรูก่นด่าด้วยเสียงอันแ่เบา แต่ความขุ่นเคืองรุนแรงยิ่งนัก
“ดูสิเ้าคะ พวกมันขุดรากถอนโคนไปหมด! ไม่เหลือแม้แต่หญ้าสักต้น! ต้นผักป่าที่บ่าวเคยเก็บมาต้มกินก็หายไปหมดสิ้นแล้ว! แม้แต่เห็ดสักดอกก็ไม่เหลือ!”
นางชี้ไปยังพื้นที่ที่เคยเขียวชอุ่ม บัดนี้กลับกลายเป็พื้นดินโล่งเตียนที่ถูกถอนและพลิกหน้าดินอย่างจงใจ
“นี่! พวกเ้าน่ะ! ไม่ขุดเอาบ่อน้ำของเราไปด้วยเสียเลยเล่า!” เมิ่งหรูะโเสียงดังออกไปด้วยความคับแค้นใจจนน้ำตาแทบไหล
กวานซูเหยียนสะดุ้งเฮือก ใจนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากสาวใช้ของนางทันที
“อย่ากล่าววาจาอัปมงคลเช่นนั้นนะ! หากเขาทำตามที่เ้าว่าจริง ๆ แล้วเราจะเอาน้ำที่ไหนใช้กันเล่า!”
เมิ่งหรูลดมือของนายหญิงลง แล้วหันมาด่าทอเซียวหลิงเจาต่อด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
“ต้องเป็ความคิดของแม่ทัพชั่วผู้นั้นแน่นอนเ้าค่ะ! นอกจากจะกักขังท่านแล้ว เขายังอยากให้ท่านอดอยากจนสิ้นใจในเรือนกูหยวนแห่งนี้อีก! กลั่นแกล้งกันชัดๆ!”
กวานซูเหยียนยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
“ไม่เป็ไรหรอก เมิ่งหรู” นางยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน “ท่านแม่แอบส่งคนนำอาหารดี ๆ มาให้เราบ่อย ๆ เราเองก็มีเหรียญทองคำ ถึงจะไม่มีต้นไม้เราก็ไม่อดตายหรอก”
อันที่จริง นางกำลังคิดอยู่ในใจว่าเื่นี้เป็เื่ดีหรือไม่ เพราะคนป่าเถื่อนนั่นไร้เดียงสาเกินคาด!
นางจำได้ดีถึงเนื้อเื่ในนิยายต้นฉบับที่นางเคยอ่าน เซียวหลิงเจาไม่ได้โค่นต้นไม้เพื่อกลั่นแกล้งให้หาอาหารไม่ได้ แต่เขามักจะสั่งโบยตีภรรยาของตนเองจนแทบปางตาย หรือไม่ก็สั่งให้นางแบกหินหรือขุดดินในสวน เพื่อลงโทษอย่างแสนสาหัส
นั่นต่างหากที่เป็เื่เดือดร้อนถึงชีวิตจริงๆ
“แต่ก็นะ…ข้าไม่ได้อาละวาดเป็หมาบ้าเหมือนในนิยายสักหน่อย!” นางยิ้มให้กับตัวเองอย่างพอใจ ทางเลือกในการโอนอ่อนผ่อนตามของนางได้ผลดีเกินคาด
ไม่นานหลังจากนั้น ข่าวการบุกรุกถางป่าบริเวณท้ายจวนได้แพร่สะพัดไปถึงหูของถังลี่จูอย่างรวดเร็ว
สตรีสูงวัยที่กำลังนั่งพิจารณารายงานการเงินอยู่ต้องวางพู่กันลงทันทีด้วยสีหน้าถมึงทึง “เ้าว่าอย่างไรนะ? เจาเอ้อร์สั่งให้บ่าวไปถางป่าท้ายจวนทั้งหมดอย่างนั้นหรือ!”
แม่นมหวังย่อตัวลงอย่างระมัดระวัง “เ้าค่ะ คุณชายสั่งให้โค่นต้นไม้ใหญ่จนสิ้น แม้แต่ต้นไม้เล็กๆ ที่เพิ่งจะแตกยอดก็มิได้ละเว้น”
ถังฮูหยินลุกขึ้นยืนทันที ั์ตาฉายแววโกรธเคืองจนยากจะควบคุม
“เจาเอ้อร์เหลวไหลไปใหญ่แล้ว! ที่ตรงนั้นมีสวนกล้วยไม้ที่ข้าอุตส่าห์เลี้ยงดูตามธรรมชาติมาตั้งหลายปี! นี่เขาคิดจะทำลายมันทิ้งเพียงเพราะอยากระบายโทสะต่อฮูหยินที่ไม่เป็ที่โปรดปรานของเขาเช่นนั้นหรือ!”
“แม่นมหวัง ไปกันเถอะ! ข้าจะไปดูด้วยตาตนเอง” ถังลี่จูสั่งอย่างเร่งรีบ
ก่อนจะก้าวออกจากห้อง นางก็พลันนึกถึงเื่ที่เพิ่งตัดสินใจไปได้
“เดี๋ยวก่อน…เรียกอวี้เซียงมาที่นี่ด้วย”
ไม่นานอวี้เซียงก็ถูกนำตัวเข้ามา นางแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีกว่าบ่าวรับใช้ทั่วไป ใบหน้ายังคงแสดงความนอบน้อมอย่างถึงที่สุด
ถังฮูหยินมองอวี้เซียงด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย “อวี้เซียง ข้าจะพาเ้าไปพบฮูหยินน้อย จากนี้ไปก็อยู่รับใช้นางที่เรือนกูหยวนเถิด”
“บ่าวจะรับใช้ฮูหยินน้อยอย่างสุดความสามารถ จะไม่มีวันทำให้ฮูหยินใหญ่กับคุณชายต้องผิดหวังเป็อันขาดเ้าค่ะ” อวี้เซียงรีบก้มศีรษะรับคำอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่งามทอประกายแห่งความชั่วร้าย
นางแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะได้มีโอกาสเหยียบย่ำสตรีผู้ฉวยเอาบุรุษรูปงามอย่างเซียวหลิงเจาไปเป็คนแรก!!
…
ถังลี่จูเร่งฝีเท้าไปถึงบริเวณที่เคยเป็สวนกล้วยไม้ธรรมชาติของนาง มองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยความโกรธที่พุ่งสูง กล้วยไม้ป่าหายากมากมายถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียด!
“หยุด! พวกเ้าหยุดมือเดี๋ยวนี้! หากผู้ใดกล้าโค่นต่อ ข้าจะให้คนตัดหัวพวกเ้าทิ้งเสีย!”
บ่าวรับใช้เ่าั้ต่างรีบโยนขวานทิ้งและค้อมศีรษะลงด้วยความตื่นตระหนก ทหารบางคนรีบก้าวถอยหลังกลับไปเพื่อรายงานให้เซียวหลิงเจาทราบ
ถังลี่จูสูดลมหายใจหนัก ๆ พยายามระงับอารมณ์
ขณะเดียวกันกวานซูเหยียนกับเมิ่งหรูก็ได้ยินเสียงของผู้มาใหม่ พวกนางรีบเดินออกมาจากเรือน เมื่อเห็นว่าเป็ถังฮูหยินก็พากันใ
‘นางมาได้อย่างไร? ไฉนจึงเร็วนัก!’ ตามเนื้อเื่เดิมกว่าจะได้พบหน้าแม่สามีผู้เมตตานี้ ก็ต้องรอจนถึงตอนที่นางป่วยหนักจนทหารยามต้องบุกเข้ามาดู และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการตรวจพบว่านางตั้งครรภ์
ครั้งนี้ต้องขอบคุณเซียวหลิงเจาจริงๆ ที่สั่งคนมาถางป่าจนทำให้นางได้พบกับแม่สามีเร็วขึ้น! เพราะถังฮูหยินจะช่วยให้นางมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน!
“ท่านแม่ใจเย็นๆ ก่อนเ้าค่ะ! อย่าได้โกรธจนทำร้ายร่างกายตนเองเช่นนี้เลย” หญิงสาวรีบก้าวเข้าไปประคองแขนของถังฮูหยินที่กำลังยกมือกุมอกหายใจหอบถี่
“สุขภาพของท่านสำคัญยิ่งกว่าเื่ใด ๆ เข้ามานั่งพักในเรือนก่อนเถิดเ้าค่ะ”
ถังฮูหยินเพิ่งเคยเห็นสะใภ้ต่างแคว้นผู้นี้เป็ครั้งแรก นางมองสำรวจอย่างละเอียดั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า ความพึงพอใจเริ่มเข้ามาแทนที่ความโกรธที่พวยพุ่งอยู่เมื่อครู่
ใบหน้าของกวานซูเหยียนสะอาดหมดจด ดวงตากลมโตแฝงความสงบเยือกเย็น กิริยาท่าทางนุ่มนวลสง่างาม แม้จะสวมอาภรณ์ที่ดูเรียบง่าย แต่ก็ยังคงเผยความสูงศักดิ์ออกมา ไม่ได้เป็คนป่าเถื่อนหยาบคายอย่างที่คนในเมืองหลวงร่ำลือกัน
เมื่อเข้าไปในเรือนที่มีสมบัติเพียงไม่กี่ชิ้น ก็ได้เห็นว่าเรือนเก่าหลังนี้สะอาดสะอ้านและเป็ระเบียบเรียบร้อย นางพลันรู้สึกถูกชะตากับกวานซูเหยียนมากยิ่งขึ้น