สามวันถัดมา ก็มีราชโองการสั่งพักงาน แม่ทัพหยางจื่อถง คนเป็ที่พูดถึงไปทั้วเมืองหลวง และยังมีคำสั่งแต่งตั้งรองแม่ ขึ้นมารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ให้ ดูแลหัวเมืองทางตอนใต้ แทนแม่ทัพใหญ่ที่ถูกพักงานชั่วคราว แม่ทัพใหญ่หยางจื่อถง ที่กำลังรอฟังรายงานข่าวจาก รองแม่ทัพที่ยังพ่วงตำแหน่ง สหายของเขาทั้งสองคน แต่แทนที่จะได้ฟังความเคลื่อนไหวของสำนักปรุงยานั้น เขากลับต้องมานั่งอารมณ์เสีย
เพราะจดหมายที่ถูกส่งมาจากเ้าสหายทั้งสองคน กลับมีแต่เื่โง่เง่า หาว่าเขาไปไข่ทิ้งไว้ที่ใดหรือไม่ ซ้ำยังบอกว่ามีเด็กแฝดหน้าเหมือนเขาอีก นี้มันเื่โง่เง่าเหลือเกิน หน้าตาเหมือนเขาเช่นนั้นหรือ หึเขาผู้นี้ที่งดงามจะหาใครเปรียบเทียบไม่ได้นี่นะ ช่างพูดจา ตลกเกินไปแล้วจริงๆ เ้าพวกนั้นต้องมีปัญหาด้านสายตาแน่นอน
เพราะความงดงามของเขา ขนาดนางคณิกาทั้งเมืองหลวง ก็ไม่อาจมาเทียบความงดงามได้ ใบหน้าที่ได้รับถ่ายทอดจากมารดาผู้ล่วงลับ ที่ขึ้นชื่อว่างามดังเทพนางเซียน ที่ไม่รู้ว่า มาตกหลุมบ่วงมารยาจอมเ้าเล่ห์ของท่านพ่อเขาได้อย่างไร เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางจื่อถง จึงแต่ได้ยกจอกเหล้าจนหมดจอกเพื่อดับอารมณ์ที่กำลังระอุร้อนอยู่ในอก
"ตึ่ง" เสียงจอกเหล้าที่กระทบลงจนพื้นโต๊ะ แรงจนเกิดความสั่นะเืไปรอบๆ
เฉินเต๋อิ ผู้ที่เป็กุนซือ จึงรีบบอกสหายที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ของเขาในขณะนี้
“เ้าก็อย่าไปถือสาเ้าสองตัวนั่นเลยน่า มาๆๆ ดื่มๆๆ” เฉินเต๋อิ กล่าวพร้อมยืนจอกเหล้า ให้ท่านแม่ทัพใหญ่ที่กำลังอารมณ์ไม่ดีอีกจอก
ขณะนั้น ที่สองสหายผู้สูงศักดิ์ กำลังนั่งร่ำสุราอยู่ อยู่ๆ ก็มีร่างบางของหญิงสาวนางหนึ่ง ที่ไม่รู้ว่าอยู่ก็เกิดอะไร จึงบังเอิญได้อย่างป่วยเฉียบพลัน จนต้องมาเซล้มลงมาที่ นั่งของ หยางจื่อถง จนกลายเป็ว่านางน้อยผู้นั้น ได้นั่งทับบนตักของท่านแม่ทัพใหญ่ เข้าอย่างพอดิบพอดีเหลือเกิน เฉินเต๋อิที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็ได้แต่นั่งอมยิ้ม และรอนับเวลาถอยหลังในใจ เพื่อดูว่าสหายของตนหรือท่านแม่ทัพให้ จะปล่อยพลังใส่สตรีนางนั่นอย่างไร อย่างใจจดใจจ่อ
"โครม" คือเสียงของร่างบางที่กระเด็นตกไปกองบนพื้นร้าน
“น่าขยะแขยงยิ่งนั้น เชี่ยวเอ้อ ข้าขอน้ำร้อนมาทำความสะอาดเนื้อตัว และขอห้องสำหรับเปลี่ยนชุดใหม่ได้หรือไม่” พูดจบเสียงซุบซิบ ก็เริ่มดังนี้พร้อมกับสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนทั้งร้าน
หญิงสาวที่อยู่บนพื้นนั้นทั้งโกรธ และอับอายเมื่อสายตาของผู้คน ในโรงเหล้านั้นล้วนหันมองนางเป็ตาเดียวกัน ด้วยสายตาสมเพชเวทนา นางไม่น่าพลาดคิดลองดีเลย แต่เพียงคิดว่าถ้าแผนนี้ได้ผล นางเองจะได้เป็ถึงพระชายาของท่านอ๋อง ที่มีตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ควบด้วย คิดเท่านั้นจึงหน้ามืด วางแผนเซล้มนั้นขึ้นมา เมื่อไม่อาจทนอยู่กับสายของคนในร้านได้ เมื่อนางลุกขึ้นได้ก็จึงรีบวิ่งตรงไปยังรถม้าของจวนที่จอดรออยู่
“ท่านนี่ไม่รู้จักถนอม บุปผาเลยนะท่านแม่ทัพ” กุนซือหนุ่มเอยเย้าสหายตน
“บุปผา บุปผาบ้าอะไร งามไม่ได้ครึ่งท่านแม่ข้า จะเรียกตัวเองว่าบุุปผาไม่ได้” แม่ทัพหนุ่มพูดขึ้น พร้อมลุกขึ้นยืน เดินตามเซี่ยวเอ้อ ไปยังห้องที่เตรียมไว้ พร้อมผู้ติดตาม ที่รีบนำชุดใหม่มาไว้เพื่อเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว กุนซือหนุ่มได้แต่ส่ายหัวระอา กับพฤติกรรมการแปลกประหลาด ของหายผู้นี้ ไหนจะผู้ติดตามที่ยังค่อยเตรียมชุดไว้ให้อีก
ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกเสียเมื่อไหร่ ตอนอยู่ หัวเมืองทางใต้ เหตุการณ์เหล่านี้ เรียกว่าเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน จนเขาก็ไม่อาจเข้าใจ สตรีพวกนั้นเลยจริงๆ และเื่นี้เขาคงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่หรอก หากว่ามันจะไม่มีข่าวลือตามมา ว่าท่านแม่ทัพใหญ่ เป็พวกชายตัดแขนเสื้อ (พวกชายรักชาย) แล้วพวกเขาทั้งสามคน ก็ได้ติดร่างแห่กลายเป็คู่รัก ของท่านแม่ทัพไปเสียทุกคน
เมื่อมันมากเขาๆ จนข่าวลือนั้นกลับกลายข่าวที่คนเชื่อจริงๆ ความซวยที่แท้จริงก็จะตกแก่พวกสหายอย่างเขา จนเวลาที่เขาถูกใจสาวๆ จวนใด ก็มันจะไม่อาจสมปรารถนาได้เลยทุกครั้งไป เพราะข่าวลือบ้าๆ นี้แท้ๆ กุนซือหนุ่ม ได้นั่งถอนหายใจอย่างปลงตก
เมื่อ หยางจื่อถง กลับมาถึงจวนอ๋อง ก็พบกับท่านอ๋องหยางจิ่งถง ที่มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“เื่รัชทายาทเ้าไม่ต้องห่วง เดียวทางนี้พ่อเองก็จะไปค่อยจับตาเฝ้าดูอยู่ ยังก็ยังมีเทียบยาที่ท่านนักพรตเคยทิ้งไว้ให้อยู่” ท่านอ๋องบอกกลับลูกชาย ที่กำลังจะเดินทางไปสืบข่าวที่เมือง หูหนาน
“พอพูดถึงเื่นี้ท่านเสด็จพ่อสงสัยใครบ้างไหมขอรับ”
“หึ ถ้าองค์ราชทายาทเป็อะไรขึ้น เ้าว่าใครล่ะจะได้ประโยชน์สูงสุด”
“พระสนมจ้าวรุ่นฟาง แต่ว่านางไปเอาพิษนั้นมาจากที่ใดกัน”
“เื่นี้คงต้องสืบหากันต่อ เพราะขนาดว่าเรา ที่เสาะหาผู้ที่เชี่ยวชาญด้านพิษทั่วทั้งแคว้น ก็ยังไม่มีใครที่มีพิษชนิดนี้ไว้เลย”
“เอ้ออีกเื่นะ หยางจื่อถง เื่ที่เ้าก่อไว้ที่โรงเหล้าวันนี้นะ มันกระจายไปทั่วเมืองหลวงแล้ว ทำไม่เ้ายิ่งตอกย้ำ ข่าวลือบ้าๆ นั้นอยู่อีกเล่า หรือว่าแท้จริงคือความชอบส่วนตัวเ้ารึเปล่า”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็พ่อ หน้าของแม่ทัพใหญ่ก็บึ้งตึง เข้าอย่างจัง มีอย่างที่ไหน ว่าเขาจะชอบเพศเดียวกัน บ้าบอ
“เสด็จพ่อจะไปสนใจคำพูดคนอื่นทำไม ข้ารู้ดีว่าข้าเป็อะไร ถ้าไม่มีอะไรข้าขอตัว พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า”
อ๋องหยางจิ่งถง ได้แต่ทอดถอนหายใจ ชาตินี้เขาคงไม่มีวาสนา ได้มีหลานตัวน้อยๆ มาออดอ้อนเอาใจแล้วสินะ แล้วเขาจะกล้าเอาหน้าไปพบบรรพบุรุษได้อย่างไร มันคงเป็ความผิดเขาสินะ ที่มีพระชายาที่งดงามจนเดินไป จนเข้าลูกชายตั้งไว้เป็บรรทัดฐานจนไม่มีสตรีใด ก้าวข้ามเข้ามาในจวนแห่งนี้ได้เลย