บทที่ 42 : กลไกในสนามประลอง?
เมื่อสิ้นสุดการฝึกฝนจากคาเอเกะ คนที่อาคุมุนั้นคุ้นเคยและเพิ่งพูดถึงไปไม่นานก็เดินลงมาจากชั้นบนอย่างช้า ๆ
ตึก… ตึก… ตึก…
“เป็การฝึกฝนที่เห็นผลได้ชัดเลยล่ะ” อากิระพูดขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่เผยให้เห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ
“ลุงอากิระ!” อาคุมุวิ่งเข้าไปหาในทันที คาเอเกะที่เห็นอย่างนั้นก็เดินตามหลังอาคุมุมาด้วยความเร็วที่น้อยกว่า
“ดูท่า นายจะแข็งแกร่งขึ้นแบบก้าวะโเลยนะ แต่ถึงฉันจะมาทันในตอนที่ฝึกเสร็จพอดี เขา…” อากิระพูดยังไม่ทันจบ อาคุมุก็ตอบกลับไปในทันที
“เขาเป็คุณลุงของผมน่ะครับ ชื่อว่าลุงคาเอเกะ”
“เข้าใจแล้วล่ะ คิดว่าคุณคาเอเกะคงจะรู้จักตัวผมแล้ว ฉันขอเข้าเื่เลยแล้วกันนะอาคุมุ” อากิระพูดขณะที่มือขวาของเขาจับไปที่กระเป๋าของเสื้อคลุม
ในเวลาเดียวกันอากิระก็นั่งลงที่พื้น อาคุมุและคาเอเกะก็นั่งลงตามเช่นกัน
“ว่าแต่ อาการาเ็เป็ยังไงบ้างเหรอครับลุงอากิระ?” อาคุมุถามกับอากิระ
“ก็นะ ใกล้จะเป็ปกติดีแล้วล่ะ เรียกได้ว่าเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์” อากิระตอบกลับมาพร้อมกับแผ่นกระดาษที่อยู่ในมือ
“แล้วนี่คือ…”
“นี่น่ะเป็แผนผังของสนามประลอง มันไม่ใช่สนามธรรมดา ๆ หรอกนะ” อากิระพูดขณะเดียวกันกับกระดาษในมือเขาที่ถูกคลี่ออก
“สี่เหลี่ยมเหรอครับ?” รูปที่อาคุมุเห็นนั้นเป็สนามทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งภายในนั้นมีกลไลที่ซับซ้อนอยู่มากมาย
“ใช่แล้วล่ะ รูปทรงของสนามจะเป็สี่เหลี่ยม รอบด้านจะเป็ที่นั่งของคนดู ข้างบนจะเป็ที่นั่งของพวกระดับสูงและตรงกลางคือองค์จักรพรรดิ โดยก่อนเริ่มการประลององค์จักรพรรดิจะใส่พลังเข้าไปในแท่นข้าง ๆ ที่นั่งของเขา โดมที่มีพลังป้องกันสูงจะขึ้นมาจากบริเวณพื้นของสนามประลอง”
“มันก็จะขึ้นมาครอบแล้วเป็สี่เหลี่ยมอีกทีสินะครับ?”
“ถูกต้อง การต่อสู้ในนั้นจึงสามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่ แต่ที่อันตรายก็คือกลไกของสนามประลองนี้” อากิระพูดพร้อมกับชี้ไปยังบริเวณที่มีรูปร่างคล้ายกับรอยแยกกลางสนามประลอง
“ตรงกลางนี้ มันจะเปิดออกได้”
“เปิดออก?! ตรงกลางเนี่ยนะครับ?” อาคุมุที่ได้ยินอย่างนั้นก็ใในทันที
“จะเรียกว่าสนามมันหักไปเลยก็ได้นะ เพราะตอนที่กลไกนี้เกิดขึ้นก็เหมือนกับเป็สนามประลองหักครึ่งในทันทีเลยล่ะ มันจะถูกเปิดใช้ตอนไหนก็ขึ้นอยู่องค์จักรพรรดิที่ควบคุมแท่นใส่พลังน่ะ” อากิระพูดต่อและชี้ไปยังรูปทรงสี่เหลี่ยมทั้งสี่มุมของสนามประลอง
“ทั้ง 4 จุดนี้จะมีป้อมปืนพลังเวทขึ้นมาโจมตีใส่ แต่ถ้าเข้าไปใกล้มันจะมีดาบออกมาจากข้างในกระบอกปืนนั้นอีกน่ะนะ”
“โอ้โห แต่การประลองครั้งนี้มีแค่เด็กไม่ใช่เหรอครับ? ของแบบนี้จะได้ใช้ด้วยหรือไงกันนะ” อาคุมุถามกลับไป
“ใช่แล้วล่ะ เป็การประลองที่มีแค่เด็ก แต่นายลองคิดดูสิว่าตอนนี้นายเป็ที่้าตัวของจักรวรรดินะ แล้วไปปรากฏตัวถึงที่ นั่นหมายความว่าการจะจับตัวนายไปก็ไม่ใช่เื่ยากขนาดนั้น”
“หรือให้พูดง่าย ๆ ก็คือเขาอาจจะใช้อาวุธพวกนี้แค่กับผมเหรอครับ?” นั่นคือสิ่งที่อาคุมุคิดจากการที่ได้ฟังอากิระพูด
“ใช่แล้วล่ะ ถึงจะฟังดูแปลกไปบ้าง แต่ระวังตัวไว้หน่อยก็คงดีที่สุด” อากิระตอบกลับมาพร้อมกับชี้ไปที่ตรงกลางสนามประลองอีกครั้ง ซึ่งมองเข้าไปดี ๆ จะเห็นเป็รูปร่างวงกลมภายในรอยแยก
“ยังมีในนี้อีกเหรอครับ?”
“ตรงนี้จะเป็ปืนใหญ่ที่ยิงขึ้นมาจากด้านล่างน่ะ แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยเห็นเปิดใช้งานเลยสักครั้ง เขาอาจจะเปิดใช้ในครั้งนี้ก็ได้” อากิระพูดและชี้ไปยังโดมพลังป้องกัน้าที่จะครอบคลุมสนามประลองเอาไว้
“ตรงนี้ก็ยังมีด้วยเหรอเนี่ย?”
“อย่างที่ฉันได้บอกไปตอนแรกว่าโดมนี้จะถูกสร้างขึ้นมาก็ต่อเมื่อจักรพรรดิใส่พลังเข้าไปในแท่น ซึ่งนี่แหละคือความน่ากลัวของสนามประลอง เพราะทุกอย่างที่ฉันได้บอกไปจะถูกควบคุมโดยตัวขององค์จักรพรรดิเอง รวมถึงโดมพลังป้องกันนี้ด้วยเช่นกัน เขาสามารถโจมตีนายผ่านโดมนี้ได้ด้วยล่ะ”
“อะไรนะครับ?!” อาคุมุใเป็อย่างมากเมื่อได้ยินจนจบ เพราะการประลองในครั้งนี้ไม่ต่างจากการที่เขาไปหาศัตรูถึงที่หมาย มากไปกว่านั้นคือเขาเสียเปรียบทุกทางแบบไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น
‘มันดูป่าเถื่อนเกินไป จะเป็การประลองของเด็กแน่เหรอ? จักรวรรดินี้เนี่ยนะ? มันมีแต่เด็กที่ถูกสอนให้ทำความดีไม่ใช่หรือไง? บ้าชะมัด’
การประลองครั้งแรกของอาคุมุนั้นจะเป็อย่างไรก็ไม่สามารถเดาทิศทางได้ จะพบเจอกับอะไรบ้างก็ไม่สามารถทราบได้ ถึงแม้จะเป็การประลองในระดับของเด็กหรือคนอายุน้อย แต่ขึ้นชื่อว่าจักรพรรดิของจักรวรรดิไดจิ อะไรก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน
“ส่วนการประลองก็จะเริ่มในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า เมื่อถึงเวลานายสามารถให้คุณคาเอเกะพาไปที่สนามประลองได้เลยนะ เพราะทุกอย่างที่ต้องทำในการลงสมัครของนาย องค์ชายชูยะฝากให้ฉันจัดการแทนหมดแล้ว ตำแหน่งของสนามประลองก็คือใจกลางเมืองนี้ มันจะอลังการหน่อยน่ะนะ” อากิระพูดขึ้นมาขณะที่พับกระดาษแผนผังภายในสนามประลองและเก็บเข้าในกระเป๋าเสื้อดังเดิม
“ขอบคุณนะครับ”
“อย่างที่ฉันเคยบอกไป คนที่นายควรขอบคุณไม่ใช่ฉัน อ๋อ! แล้วก็เื่การจับคู่ต่าง ๆ นา ๆ น่ะ จะเริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม โดยจะสู้กันไปเรื่อย ๆ จนเหลือคนสุดท้ายของแต่ละกลุ่ม ซึ่งเท่ากับว่าเหลือ 8 คน แล้วรอบถัดไปก็จะเป็รอบ 8 คนสุดท้าย สู้กันไปจนเหลือคนสุดท้ายของการประลองล่ะ…”
“...ส่วนรางวัลที่จะได้รับ นายก็คงได้เห็นั้แ่ตอนนั้นแล้ว การเคลื่อนย้ายของมีค่าในตอนนั้นก็คืองานหนึ่งงานที่องค์ชายชูยะได้รับมอบหมายมานี่แหละ อำนาจขององค์ชายในจักรวรรดินี้ดูท่าจะน้อยกว่าพวกนักเวทที่เลียแข้งเลียขาองค์จักพรรดิเสียอีก” อากิระยืนขึ้น อาคุมุและคาเอเกะจึงลุกขึ้นยืนตาม
“สำหรับเื่ที่ฉันต้องบอกนายก็มีเพียงเท่านี้ ไว้เจอกันล่ะอาคุมุ เต็มที่กับการแข่งขัน!” พูดจบ อากิระก็หันหลังให้และตรงไปที่บันได
“ขอบคุณนะครับลุงคาเอเกะ! ส่วนองค์ชายเดี๋ยวผมจะไปขอบคุณด้วยตัวเองครับ”
‘แล้วก็… มันจะเป็การประลองของเด็ก ๆ แน่เหรอ?’
อาคุมุก็ได้แต่คิดและสงสัย เพราะสนามประลองนั้นมีกลไกที่ซับซ้อนและอันตราย ทั้งยังถูกควบคุมด้วยตัวขององค์จักรพรรดิเอง ซึ่งตัวแปรสำคัญก็อาจจะเป็อาคุมุที่ลงสมัครเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ก็ได้