“ทำไมเ้าถึงยังยืนอยู่ได้! ไม่ใช่ว่ารับกระบวนท่าของข้าไปเต็มๆแล้วไม่ใช่หรือ…”
“พูดอะไรของท่านกัน? ข้ายืนอยู่ตรงนี้ก่อนที่ท่านจะออกกระบวนท่าเสียอีก”
ซินหยานตอบกลับชายศีรษะด้วยล้านโดยรอยยิ้มดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายของตนเองบ้าง ถึงจะเป็จะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายาแท้ิญญายุทธ์แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาแล้วมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเด็กน้อยเท่าไหร่นัก
“เดี๋ยวก่อน เ้ากดจุดประสาทของข้า?”
แต่สุดท้ายแล้วชายศีรษะล้านก็สามารถจะรับรู้ได้ถึงสิ่งที่ผิดแปลกไปภายในศีรษะ เขาพยายามขับเคลื่อนคลื่นพลังยุทธ์เพื่อตรวจสอบว่ามันคืออะไรกันแน่ ปรากฎว่ามันมีเข็มขนาดเล็กนับ 20 เล่มที่ทำมาจากคลื่นพลังยุทธ์บางๆแทงอยู่บริเวณเส้นประสาทััทางสายตาทำให้การทำงานของมันผิดปกติไป จากเดิมที่เขาควรจะเห็นซินหยานตัวจริง กลับกลายเป็ว่าซินหยานที่โดนกระบวนท่าของเขาเป็เพียงตัวเขาที่เห็นภาพหลอนเท่านั้น
“ถูกต้อง…มันเป็ฝีมือของข้าเองก่อนหน้านี้ข้าพยายามที่จะใช้ฝ่ามือโจมตีไปบริเวณกะโหลกศีรษะของท่านตลอดก็เพื่อการนี้ น่าเสียดายที่พลังยุทธ์ของข้าไม่เพียงพอมิเช่นนั้นข้าคงจะควบคุมความนึกคิดของท่านได้แล้ว…”
แม้ว่าสีหน้าของซินหยานจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ชายศีรษะล้านกับมองว่ามันเป็รอยยิ้มที่โหดร้ายเป็อย่างยิ่ง เมื่อเขารู้ความจริงแล้วว่าจุดประสงค์ที่ซินหยานนั้นโจมตีมาที่ศีรษะของเขาทำไม มันก็อดไม่ได้ที่เขาจะต้องกลืนน้ำลายลงคอ สำหรับเขาแล้วจอมยุทธ์ผู้ทรงอำนาจไม่ได้น่าหวั่นเกรงเท่ากับคนธรรมดาที่แลดูไร้พิษสงค์ ซึ่งซินหยานก็ได้พิสูจน์แล้วว่ามันเป็ความจริง
“ท่านไม่ต้องกังวลในการออกกระบวนท่าครั้งสุดท้ายข้าได้นำพวกมันออกให้แล้ว”
ถึงสิ่งที่ออกมาจะได้ผลเกินกว่าที่คาดเอาไว้แต่มันก็แลกมากับคลื่นพลังยุทธ์ที่เหลือเพียงเล็กน้อยเช่นกัน ด้วยระดับของเขาในตอนนี้ยังไม่มีความสามารถพอจะผลิตคลื่นพลังยุทธ์ด้วยตัวเองได้ รวมถึงลมปราณบริสุทธิ์เองก็ไม่สามารถดูดซับพวกมันได้อันเนื่องมาจากเส้นชีพจรยุทธ์พิการ ซินหยานได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้การทดสอบที่เหลือเป็อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การใช้คลื่นพลังยุทธ์
“ตามสัญญาข้าจะมอบป้ายทองให้แก่เ้า โปรดเก็บมันเอาไว้ให้ดีหลังจากจบการทดสอบทั้งหมดมันจะเป็ตัวบ่งชี้อนาคตของเ้า…”
ชายศีรษะล้านยื่นป้ายสีเหลี่ยมสีทองที่มีขนาดเท่ากับฝ่ามือให้ซินหยานทันทีหลังจากกล่าวจบ เมื่อซินหยานรับแผ่นป้ายมาก็สังเกตเห็นว่าบนแผ่นป้ายมันมีตัวอักษรของคำว่า์สีแดงสลักเอาไว้อยู่ การออกแบบแผ่นป้ายเองก็ยังดูประณีตเป็อย่างมากแถมมันยังหลงเหลือร่องรอยของผู้ที่สลักมันเอาไว้อยู่
“ซินหยานขอบคุณท่านเป็อย่างมาก…ถ้าไม่เป็การเสียมารยาทข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่?”
“อู๋ป้า…มันคือนามของข้า”
ต่อให้ชายศีรษะล้านผู้นี้จะเป็ที่คนที่มีอารมณ์แปรปรวนแต่เนื้อแท้แล้วก็เป็คนที่มีความยุติธรรมค่อนข้างสูง การที่ผูกมิตรกับคนเช่นนี้เอาไว้มันจะเป็ประโยชน์สำหรับตัวซินหยานเองในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน และเมื่อกล่าวนามของตัวเองออกมาเสร็จอู๋ป้าก็เตรียมที่จะเดินจากไปทันที
“หน้าที่ของข้าจบลงแล้วข้าจะเดินไปปิดทางเข้าเส้นทางแห่งนี้ ส่วนเ้าหวังว่าหลังจากจบหน้าที่ตรงนี้แล้วเราคงจะได้พบกันอีกที่สถาบันอี๋นั่วสาวน้อย…”
“ซินหยานจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
ขณะที่อู๋ป้ากำลังจากไปซินหยานก็ทำเพียงแค่ประสานมือให้อีกฝ่ายเท่านั้น ก่อนที่ตัวเขาเองก็เริ่มมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อไปเช่นกัน ยังเหลือการทดสอบอีกถึง 4 อย่างมิหนำซ้ำเขาเองก็ยังไม่รู้อีกด้วยว่ามันเป็การทดสอบแบบไหน ถ้าเป็ในสิ่งที่ซินหยานทำได้ในตอนนี้ก็คงจะเป็เื่ที่ดีมากเช่นกัน
[ผ่านการทดสอบศิลปะการต่อสู้ระยะชิด✓ ความคืบหน้าหน้าการสอบเข้าสถาบันอี๋นั่ว 1/5 โปรดทำภารกิจให้ลุล่วงเพื่อรับของรางวัลอันยิ่งใหญ่!]
การแจ้งเตือนของฟงเหวินดังขึ้นในโสตประสาทของซินหยานอีกครั้ง เขาไม่คิดเลยว่าการที่จะสอบเข้าสถาบันอี๋นั่วจะถือว่ามันเป็สิ่งที่เรียกว่าภารกิจด้วย แต่เขาหาได้สนใจสิ่งที่เขาสนใจก็คือประโยคสุดท้ายที่บอกว่ามีรางวัลหลังจากทำภารกิจจบต่างหาก ซินหยานก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคลังข้อมูลแห่งพหุจักรวาลจะมอบอะไรให้กับเขา
“กลิ่นสมุนไพร?…”
ทว่าขณะที่ซินหยานกำลังจมอยู่ภายในความคิดของตัวเอง จมูกของเขาก็สามารถััได้ถึงกลิ่นสมุนไพรที่อยู่แถวนี้และมันยังไม่ได้มีเพียงแค่ชนิดเดียวเท่านั้น มันมีกลิ่นของสมุนไพรหลากหลายชนิดที่ปะป่นกันอยู่ในอากาศจนยากที่แยกออกว่ามันเป็กลิ่นของสมุนไพรประเภทไหน
ยิ่งซินหยานเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่กลิ่นสมุนไพรก็ยิ่งจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตลอดสองข้างทางที่มีเพียงแค่ต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ตน บัดนี้มันกลับแปรเปลี่ยนเป็ทุ่งสมุนไพรยาวสุดลูกหูลูกตา
“น่าแปลกใจเสียจริงที่ตาเฒ่านั้นยอมปล่อยให้มีรุ่นเยาว์ผ่านมาเช่นนี้…หรือว่ารสนิยมของเ้านั้นจะเป็สาวน้อย!”
ซินหยานพยายามมองหาเ้าของเสียงที่กล่าวขึ้นมาเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าตอนนี้บริเวณด้านหน้าของเขามีสตรีที่อยู่ในฮั่นฝูสีม่วงเข้มกำลังจ้องมองมายังซินหยานด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา
“คารวะผู้าุโ…ซินหยานมาขอรับการทดสอบจากท่าน…”
“เชิญตามสบาย…ถ้าเช่นนั้นข้าขอดูหลักฐานว่าเ้าผ่านทดสอบด่านแรกมาแล้วได้หรือไม่?…”
สตรีปริศนาผู้นี้ก็ใเช่นกันที่ซินหยานรับรู้ว่านางเป็อาจารย์ที่รับหน้าที่คุมการทดสอบในจุดนี้ อีกทั้งยังกล้าขอรับบททดสอบจากนางยังไม่เกรงกลัวดูเหมือนการมาถึงตรงนี้ก็คงจะพอมีความสามารถอยู่บ้าง
“นี้คือสิ่งที่ข้าได้รับจากผู้าุโอู๋ป้า…”
“ที่แท้ก็เป็ป้ายทองนี้เองนานแค่ไหนแล้วนะที่ตาเฒ่านั้นไม่ได้มอบป้ายทองให้ใครเช่นนี้”
ใบหน้าของสตรีปริศนาผู้นี้แสดงออกถึงความแปลกใจเล็กน้อย มันเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อเป็อย่างมากที่ซินหยานจะคว้าเอาป้ายทองจากอาจารย์ผู้คุมการทดสอบมาได้ แม้แต่ตัวนางเองตลอด 50 ปีที่ผ่านมายังเคยมอบป้ายทองไปเพียงแค่ 5 ครั้งเท่านั้น ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดในบรรดาอาจารย์ที่อยู่ภายในเส้นทางที่ 9 เลยก็ว่าได้
“ตัวข้ามีนามว่า หลินเสวี่ยเอ๋อ เป็อาจารย์ของสถาบันอี๋นั่ว นับว่าเ้ามีความสามารถที่ผ่านตาเฒ่านั้นมาได้…แต่ว่าการทดสอบของข้าเองก็ไม่ง่ายเช่นกัน”
หลินเสวี่ยเอ๋อพยายามข่มขู่เล็กน้อยเพื่อให้ซินหยานนั้นรู้สึกร้อนรน น่าเสียดายที่การกระทำของนางนั้นไร้ผลเพราะว่าสีหน้าของซินหยานยังคงนิ่งและไม่ได้แสดงอามรมณ์ใดๆออกมา ราวกับว่ากับคำพูดของหลินเสวี่ยเอ๋อมิอาจทำให้เขาสั่นคลอนได้
“ชิ! เ้านี้ช่างไม่มีอารมณ์ขันเลยนะสาวน้อย ช่างเถอะมาเริ่มการทดสอบของเรากันดีกว่า…เห็นจากสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้วก็คงจะรู้แล้วใช่ไหมว่าข้าจะให้เ้าทำอะไร?”
“การปรุงยา…”
ถึงแม้ซินหยานจะตอบกลับไปด้วยเสียงเสียงเรียบ แต่ว่าภายในจิตใจของเขากับรู้สึกร้อนรุ่มเหมือนกับจะะเิออกมา สำหรับเขาในตอนนี้แล้วถ้าเป็การทดสอบอื่นจะรู้สึกลำบากสักเล็กน้อย ทว่าเมื่อรู้ว่ามันเป็การทดสอบเกี่ยวการปรุงยาเขากับรู้สึกว่าตนเองได้กลับสู่สถานที่ของตนเอง มันง่ายกว่าการที่เขาจะต้องเลือกเสื้อผ้าเพื่อใส่มาทดสอบเข้าสถาบันอี๋นั่วเสียอีก