บทที่ 50
เลือกอาวุธประจำตัว
เอวาให้ความสนใจกับอาวุธสังหารอาวุธ ปีกแห่งสวรรค์และดาบคู่รัตติกาล ทั้งสามชิ้นตามคำแนะนำของจิตวิญญาณแห่งสมบัติ
สำหรับตัวเธอที่ฝึกฝนทักษะดราก้อนสแลช ที่มีอานุภาพความรุนแรงเป็นหนึ่งไม่มีสองการทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เซเบอร์จึงถูกตัดทิ้งเป็นอันดับแรกเอวาได้เกิดความลังเลระหว่างดูอัลเบลดกับเรเปียร์ เพราะดูอัลเบลด นั้นคืออาวุธที่เหมาะกับการต่อสู้ที่ไม่ต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงส่วนเรเปียร์เองก็มีความสามารถที่ช่วยให้ผู้ครอบครองโบยบินในอากาศได้หากมนุษย์บินได้แล้วละก็ มันจะไปต่างอะไรกับเครื่องบินรบขับไล่กันละ?? หลังจากคิดอยู่นานสองนานจนในที่สุดเอวาก็เลือกคว้าจับไปยังเรเปียร์เธอตัดสินใจครั้งสุดท้ายพร้อมกับดึงมันออกจากหีบเงิน
ประหนึ่งว่าหีบเงินคือปลอกดาบที่ข่มสะกดจิตวิญาณของอาร์ติแฟกต์ไม่ให้หลุดออกมาเรเปียร์เปล่งแสงสว่างแสบตา
ฟึ่บบ!!! ก่อนจะเผยร่างของเด็กสาวผมสีแดงยาวสยายดวงตาสีเพลิงส่องประกายเย็นชาย นอกจากทั้งสองสิ่งนี้แล้วทุกอย่างบนใบหน้าล้วนเหมือนกับเอวาราวกับส่องกระจก เธอจ้องมองไปที่เอวาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงด้วยกลิ่นอายสังหารที่สูงล้น
“ต้องการครอบครองข้าเจ้ามีคุณสมบัตินั้นเหรอ?” ประกายสังหารแฝงออกมาจากคำพูดเพียงพอที่จะทำให้อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวและฉีกขาด
หลังจากที่พูดจบเธอได้แทงเรเปียร์ในมือเข้าใส่เอวาทันทีเสียงมิติถูกฉีกกระชากดังกระหึ่มประหนึ่งเกลียวคลื่นที่ถาโถมเข้าหา
ดวงตาของเอวาหดแคบเธอรู้ดีว่าพลังของอีกฝ่ายเกิดจากตัวตนของเธอเป็นพลังที่ยังไม่ได้รับการผสานไดรฟ์แต่ก็แสดงอำนาจในระดับทองขั้นต้นออกมาได้
เอวากระโดดขึ้นสูงพร้อมกับเขี้ยวแห่งเงาที่ถูกนำออกมาความสามารถในการแบ่งตัวเป็นสองเกิดขึ้น ทำให้เวลานี้ ทั้งมือซ้ายและมือขวาของเอวาคว้าจับกาตาร์ไว้แน่นเธอฟาดฟันกาตาร์เป็นรูปกากบาทตั้งรับการโจมตีนั้น
ตูมมม---
เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมๆกับกระแสลมที่พุ่งชนเข้ากับร่างกายของเอวา เธอกระอักเลือดออกมาเขี้ยวแห่งเงาเกิดการสั่นไหวก่อนจะคืนสภาพเหลือเพียงหนึ่งเดียว เอวาลุกขึ้นยืนพร้อมกับใช้หลังมือเช็ดเลือดที่ปากสายตาของเอวาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวสัญชาตญาณของเธอบอกว่าหากไม่ใช้ทั้งหมดที่มีออกมาไม่มีทางเลยที่จะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้
“ขอโทษทีนะอาจารย์ ฉันคงต้องขัดคำสั่งแล้ว” สิ้นเสียง เอวากำมือแน่นปลดปล่อยมานาในร่าง กระตุ้นจิตแห่งการต่อสู้ของอาวุธที่อยู่ในมือเขี้ยวแห่งเงาตอบสนองความปรารถนาของหญิงสาวอีกครั้งจากนั้นเธอฟันออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้เอวาได้ใช้ทักษะคลื่นราชันมังกร กระบวนท่าที่หนึ่ง‘อวตารร่างราชัน’
ออร่าก่อตัวเป็นรูปร่างใบหน้าของมังกรและเวทมนตร์ธาตุลมและธาตุไฟก่อรูปเป็นเขี้ยวยาวของมังกรโดยเขี้ยวข้างหนึ่งเกิดจากการวมตัวของสายลม ส่วนอีกข้างสร้างขึ้นจากเพลิงสีน้ำเงินทั้งหมดนี้พุ่งตรงไปยังร่างของหญิงสาวผมแดง
หนึ่งในสามทักษะโจมตีของซิกฟรีดอวตารร่างราชัน ถูกใช้ออกมา กระแสพลังอันบ้าคลั่งกลืนกินทุกตารางเมตรรอบตัวของเอวา
แม้ว่าซิกฟรีดจะย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามใช้ก่อนที่จะผสานไดรฟ์เด็ดขาด ทว่าตอนนี้เอวาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
หญิงสาวผมแดงไม่ได้สั่นไหวต่อการโจมตีของเอวาเธอเพียงแค่แทงเรเปียร์สวนกลับไป โดยใช้ปลายแหลมของอาวุธหยุดการโจมตีพลังทั้งสองปะทะกันในอากาศ สายตาของหญิงสาวผมแดงหดแคบ เธอพบว่าเรเปียร์ในมือไม่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของร่างมังกรได้ขณะนั้นเปลวไฟปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเธอมันสยายออกกลายเป็นปีกและปีกทั้งสองข้างถูกเหวี่ยงมาไว้ด้านหน้าโอบอุ้มหญิงสาวผมแดงประหนึ่งเป็นรังไหม
ออร่าและพลังเวทย์ของเอวาค่อยๆแตกกระจายราวกับไม่สามารถเจาะทำลายรังไหมสีแดงเพลิงของอีกฝ่ายไปได้ก่อนที่จะกลายเป็นแรงระเบิดอย่างรุนแรง
ตูมมมม-------
เอวากระเด็นไปด้านหลังจากแรงระเบิดร่างของเธอหมุนคว้างราวกับว่าวที่ถูกตัดสายป่าน กระแทกลงกับผนังที่สร้างขึ้นจากม่านมิติดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะเสียหายอย่างหนัก การฝืนใช้ทักษะระดับสูง โดยไม่มีไดรฟ์รองรับพลังความเสียหายทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่ร่างกายเอวารู้สึกแผดร้อนไปทั่วทั้งตัวราวกับกายเนื้อจะละลาย หญิงสาวได้แต่ต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
“เป็นการโจมตีที่ดีนะเหมาะกับข้ามาก ที่สำคัญเจ้ามีความกล้าที่พร้อมแลกทุกอย่างเพื่อชัยชนะข้าชอบนิสัยนั้นเหมือนกัน” สิ้นเสียงที่ดังออกมาจากภายในรังไหมสีแดงเกิดการปริแตกเป็นละอองสีแดงพลังแห่งการฟื้นคืนของจิตวิญญาณฟินิกซ์ระงับอาการบาดเจ็บของเอวาและทำการรักษาบาดแผลฉกรรจ์ทั้งภายในและภายนอก
หลังจากที่กระบวนการรักษาเสร็จสิ้นเด็กหญิงผมแดงคนนั้นได้เปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นเรเปียร์สีแดงเพลิง ปักลงอยู่บนพื้นตรงหน้าของเอวา
เอวาลุกขึ้นยืนเธอเดินเข้าไปคว้าจับอาวุธตรงหน้า พร้อมกันนั้นเสียงประกาศดังขึ้น
[ยินดีด้วยคุณผ่านบททดสอบที่4ตอนนี้คุณได้เป็นเจ้าของปีกแห่งสวรรค์แล้ว ขอฝากคุณดูแลเธอแทนฉันด้วย] สิ้นเสียงประกาศร่างของเอวาถูกเคลื่อนย้ายไปอีกครั้ง...