ซุนอิงถามฉินลู่“ฉันอยากรู้ว่า อักษรภาพพู่กันจีนนี้เขียนโดยอาจารย์ท่านไหน”
“ฉันเขียนเอง” ฉินลู่พูดสั้นๆ ได้ใจความ
“นายเขียนเองเหรอ” ดวงตาของซุนอิงเต็มไปด้วยความตะลึงและชื่นชม“นายเขียนได้สวยมากเลยนะ นึกไม่ถึงเลยจริงๆนายไม่เพียงมีความรู้ด้านอักษรภาพโบราณเท่านั้น แถมยังมีฝีมือด้านการเขียนอีกด้วยสุดยอดไปเลย”
“ไม่ขนาดนั้นหรอก” ฉินลู่พูดอย่างถ่อมตัว
“ขอบใจนะ ฉันจะเอากลอนนี้ไปให้คุณย่า ท่านจะต้องชอบมากแน่ๆ”ซุนอิงโค้งคำนับเพื่อแสดงความขอบคุณต่อฉินลู่หนึ่งที
ฉินลู่รีบเข้าไปห้ามซุนอิงแล้วพูดว่า “เกรงใจเกินไปแล้วฉันไม่ได้ลงแรงอะไรมากมายเลย อันที่จริง น่าจะเป็ฉันมากกว่าที่ต้องขอบคุณเธอแหวนหินหยกที่เธอให้ฉันเมื่อวาน เป็หยกชั้นดีเลยล่ะหาซื้อจากในตลาดทั่วไปไม่ได้แน่นอน”
ซุนอิงรีบส่ายหัวและพูดว่า “ใช่ว่าฉันจะไม่รู้อะไรเลยฉันเชื่อว่าอักษรภาพนี้จะต้องมีค่ามากกว่าแหวนหยกที่ฉันให้นายเป็ไหนๆ อ้ออีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของคุณย่าแล้ว นายพอมีเวลาไหมฉันอยากเชิญนายไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดคุณย่าด้วย”
ฉินลู่ยังไม่ทันได้พูดอะไร หม่าเสี่ยวเวยที่อยู่ข้างๆ ก็ะโออกมาราวกับว่าเพิ่งถูกเหยียบหางอย่างนั้นแหละ“ซุนอิง เธอล้อเล่นใช่ไหม เธอพูดจริงเหรอเนี่ย เธอจะเชิญหมอกระจอกๆต๊อกต๋อยแบบนี้ไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดคุณย่าด้วยเหรอ งานเลี้ยงวันเกิดคุณย่าใช่ว่าจะเป็งานเลี้ยงที่ใครๆ ก็เข้าร่วมได้นะแขกที่เข้าร่วมล้วนเป็ผู้ใหญ่ตำแหน่งสูงในเมืองจิงเฉิงทั้งนั้น”
ซุนอิงทำหน้าเหวี่ยงจ้องหม่าเสี่ยวเวย“ขนาดคนอย่างนายยังไปได้ แล้วคนที่สามารถเขียนอักษรจีนได้อย่างสวยงามปานนี้ทำไมจะไปเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของคุณย่าบ้างไม่ได้ล่ะ”
พูดจบ ซุนอิงก็หันกลับมามองที่ฉินลู่ เธอพูดอย่างจริงใจว่า “ฉินลู่นายต้องไปร่วมงานให้ได้นะ ฉันคิดว่าอักษรภาพนี้ของนายไม่ธรรมดาแน่นอนคุณย่าเห็นแล้วจะต้องอยากรู้แน่ว่าใครเป็คนเขียน ถ้านายอยู่ในงานด้วยคุณย่าก็จะได้รู้คำตอบ ท่านจะต้องมีความสุขมากแน่”
“ฉัน...” ฉินลู่ลังเล เพราะว่าเขายุ่งมากและไม่อยากไปร่วมงานเลี้ยงที่ทำให้เสียเวลาแบบนั้นเลย
“ใช่แล้ว!”ซุนอิงเห็นว่าฉินลู่ไม่ค่อยเต็มใจอยากจะไปนัก จึงนึกหาวิธีพูดโน้มน้าวฉินลู่เธอพูดกับฉินลู่อย่างคาดหวังว่า “นายชอบหินหยกกับพวกเครื่องหยกมากใช่ไหมที่บ้านคุณย่ามีหยกมากมายเลยนะ ล้วนเป็หยกชั้นดีทั้งนั้น ถ้านายไปที่บ้านล่ะก็เลือกเอาหินหยกที่นายชอบได้เลย!”
“อะไรนะ เลือกได้เลยเหรอ หินหยกอ่ะนะ” ฉินลู่ทำตาเป็ประกายทันที
“ใช่แล้ว! เลือกตามชอบเลย!” ซุนอิงคิดในใจว่ามีหวังแล้ว จึงพูดต่ออีกว่า“หินหยกพวกนี้ไม่มีขายด้วยนะ เป็ของสะสมน่ะ”
ข้อเสนอนี้ทำให้ฉินลู่รู้สึกเกินต้าน เขาจึงพยักหน้าอย่างไม่ลังเล“ตกลง ฉันจะไป”
“แปะ!” ซุนอิงตบมือหนึ่งทีและพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ดีเลย นายต้องมาให้ได้นะ! เอ้อ! ฉันว่าฉันมารับนายดีกว่า ไม่อย่างนั้นนายอาจหาบ้านไม่เจอ แต่ถึงหาเจอพวกเขาก็คงไม่ยอมให้นายเข้าไปหรอก”
“ตกลง”
ฉินลู่พยักหน้า กำลังจะพูดอะไรต่อ แต่จู่ๆ ก็มีสายโทร.เข้ามาที่มือถือ
“ขอโทษด้วย ฉันขอไปรับสายสักครู่”
ฉินลู่พูดบอกซุนอิง ก่อนล้วงมือถือจากกระเป๋าออกมาพร้อมกับเดินไปคุยสายที่หน้าต่าง
“สวัสดีครับ ฉินลู่พูดครับ”
“ฮัลโหล! ฉินลู่ใช่ไหมฉันคือกงผิงจากโรงพยาบาลอันดับสองของเมือง”
“กงผิง” ฉินลู่นิ่งอึ้ง เพราะเขาจำชื่อนี้ได้ ก่อนหน้านี้ ณที่เกิดเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่รุนแรง มีคนได้รับาเ็สาหัสคนหนึ่งซึ่งไม่สามารถย้ายตัวคนเจ็บคนนี้ได้ด้วยเหตุผลบางประการจึงต้องทำการรักษาตรงที่เกิดเหตุ แต่ทีมแพทย์ที่มาถึง กลับไม่มีใครช่วยเขาได้เลยฉินลู่เดินผ่านไปแถวนั้นพอดี สัญชาตญาณของความเป็หมอทำให้ฉินลู่รีบหยิบเข็มขึ้นมา เขาทำการฝังเข็มและห้ามเืไว้ได้คนที่เป็หัวหน้าทีมแพทย์ในตอนนั้น บอกว่าตัวเองชื่อกงผิงและขอเบอร์ติดต่อของฉินลู่เอาไว้
ไม่คิดเลยว่าเขาจะโทร.มาตอนนี้
“ผมจำคุณได้ คุณมีเื่อะไรหรือเปล่า”
“คือแบบนี้นะ เมื่อวานที่โรงพยาบาลมีคนไข้คนหนึ่งเข้ามาด้วยอาการาเ็จากการโดนทุบด้วยวัตถุหนักที่บริเวณหน้าผากด้านซ้ายมีเืไหลไม่หยุด ด้วยความที่แผลมีลักษณะพิเศษทำให้เราคิดหาวิธีห้ามเืมากมายก็แล้ว แต่ยังหยุดเืไม่ได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่เย็บปิดแผลเลยตอนนี้ทำได้แค่ให้เืเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายคราวก่อนเห็นว่านายใช้เพียงไม่กี่เข็มก็ห้ามเืที่ไหลเยอะๆ ได้แล้วจึงอยากมาขอคำแนะนำนาย ว่าพอจะมีวิธีห้ามเืจากแผลที่หน้าผากบ้างไหม”
“หน้าผาก แผลโดนทุบจากวัตถุหนัก” ฉินลู่เข้าใจทันที
คนไข้คนนี้ คงจะเป็เด็กผู้ชายคนเมื่อวานที่เืไหลไม่หยุดแน่
ดูเหมือนว่าจะทำให้แผลเปิดตอนย้ายตัวไปที่โรงพยาบาลทำให้เืไหลอีกครั้ง
“เฮ้อ” ฉินลู่ถอนหายใจออกมาถ้าไม่ใช่เพราะคุณแม่คนนั้นยืนยันจะพาตัวลูกชายไปที่โรงพยาบาลให้ได้ล่ะก็ป่านนี้ฉินลู่ก็คงฝังเข็มห้ามเื ทำความสะอาดและเย็บปิดแผลให้เรียบร้อยแล้ว
“ฮัลโหล หมอฉินลู่ ฟังอยู่หรือเปล่า”
“ฟังอยู่ครับ ผมรู้จักคนไข้คนนี้ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
แม้ว่าฉินลู่จะไม่ค่อยชอบนิสัยของคุณแม่คนนั้น แต่ว่าเขาคือหมอคนหนึ่งซึ่งเป็หมอที่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากอาจารย์มาอย่างดีั้แ่เด็กและฉินลู่จำคำสอนที่บอกว่าให้รักษาคนไข้เหมือนรักษาญาติตัวเองได้ดี ดังนั้นเขาไม่มีทางปล่อยมือคนไข้เพียงเพราะความรู้สึกส่วนตัวเด็ดขาด
“งั้นก็ดีเลย!ขอบใจนายมากนะหมอฉินลู่ ฉันจะไปรอนายที่หน้าโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยนายจะมาถึงเมื่อไรล่ะ”
“ผมจะออกไปเดี๋ยวนี้เลย น่าจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที”
“ดีเลย รีบมาหน่อยนะ”
“ครับ” ฉินลู่พยักหน้าแล้วกดวางสาย
ซุนอิงที่อยู่ข้างๆ ได้ยินที่ฉินลู่คุยสายตลอดพอเห็นว่าฉินลู่คุยสายเสร็จ เธอก็ถามว่า “ฉินลู่ นายมีธุระที่ต้องไปจัดการใช่ไหม”
“ใช่” ฉินลู่พยักหน้า พร้อมกับสวมเสื้อคลุม “ฉันต้องออกไปเดี๋ยวนี้เลยต้องไปช่วยคนไข้คนหนึ่ง ค่อนข้างรีบน่ะ”
“ถ้างั้นฉันก็ไม่รบกวนนายแล้ว ช่วยคนสำคัญที่สุดจะทำนายเสียเวลาไม่ได้” ซุนอิงหยิบกลอนอวยพรวันเกิดด้วยบทกวีมู่หลานฮวาม่านขึ้นมาถือเอาไว้อย่างทะนุถนอม จากนั้นก็โค้งคำนับฉินลู่แล้วพูดว่า “งั้นฉันกลับก่อนนะอย่าลืมละ ว่าวันอาทิตย์หน้าฉันจะมารับนายเพื่อไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดคุณย่าของฉัน”
“โอเค ไม่ลืมแน่นอน”
ซุนอิงโบกมือให้ฉินลู่ แล้วหันหลังเดินจากไป
ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยที่เดินตามหลังซุนอิงชี้มือมาที่ฉินลู่ทำสายตาเ็า พร้อมกับทำท่ากรีดคอขู่ฉินลู่ แล้วเดินออกไป
ฉินลู่ไม่แม้แต่จะมองหม่าเสี่ยวเวยเลยด้วยซ้ำ
พวกผู้ร้ายกระจอกแบบนี้ ไม่เคยอยู่ในสายตาเขาอยู่แล้ว
ซุนอิงกับหม่าเสี่ยวเวยออกไปได้ไม่นาน เฉียนเชี่ยนก็เดินเข้ามา เธอถามด้วยความสงสัยว่า“ฉันมาถึงตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้เข้ามา สองคนนั้นเป็ใครเหรอใส่ของแบรนด์เนมทั้งตัว อีกอย่าง ฉันรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นมีออร่ามากเธอเป็ญาติของนายหรือเปล่า หรือว่าเป็แฟนของนาย”
ฉินลู่รีบส่ายหัว “ฉันโสดตัวเท่าบ้าน จะไปมีแฟนที่ไหนเล่า อีกอย่างฉันจนขนาดนี้ จะไปมีญาติที่รวยขนาดนั้นได้ยังไง”
“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” เฉียนเชี่ยนพูดพลางกะพริบตาปริบๆ แบบกวนๆ“ถ้านายมีญาติที่รวยขนาดนั้น ไปขอให้เธอช่วยสักหน่อยนายก็คงไม่ต้องมาทนเป็หมอห้องพยาบาลในมหาวิทยาลัยแบบนี้แล้ว”