ตอนที่ 9 ลูกชายฝาแฝดที่ติดเตียง
มีอีกสองคนที่นอนอยู่บนเตียงงั้นหรือ? ไป๋เพ่ยเพ่ยใไม่น้อย เหตุใดนางถึงไม่รู้ว่ายังมีอีกสองคนนอนอยู่บนเตียง?
นี่ก็ครึ่งวันแล้วแต่กลับไม่มีการเคลื่อนไหวเลย คงไม่ใช่ว่า...
ในใจพลันรู้สึกท่าไม่ดี จึงรีบเอ่ยถามว่าทั้งสองคนอยู่ห้องไหนแล้วรีบเข้าไป
เซี่ยเสี่ยวหย่าเมื่อเห็นว่าไป๋เพ่ยเพ่ยเป็เช่นนี้ ก็เอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“มาตอนนี้ท่านคิดถึงพี่รอง พี่สามขึ้นมาแล้วสิ? เพื่อคนนอกคนหนึ่ง ท่านถึงกับไม่สนใจลูกชายของตัวเองเสียด้วยซ้ำ ท่านกำลังรอให้พวกเขานอนตายอยู่บนเตียงใช่หรือไม่...”
โดยไม่รอให้เซี่ยเสี่ยวหย่าพูดจบประโยค พลันได้ยินเสียงตะคอกดังลั่นมาจากในห้อง “เงียบปากเสีย!”
จากนั้นไป๋เพ่ยเพ่ยก็ะโว่า “เซี่ยเหมียวเหมียว ช่วยเอาเข็มที่แม่เพิ่งเก็บไว้ในห้องเมื่อครู่มาให้ที”
“เ้าค่ะ!” เซี่ยเหมียวเหมียวตอบรับแล้วรีบกลับเข้าไปเอาเข็มในห้อง
ในตอนนี้เองที่นางพลันนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีลูกพี่ลูกน้องฝาแฝดที่นอนอยู่บนเตียง พวกนางเอะอะโวยวายกันเช่นนี้ แต่ลูกพี่ลูกน้องสองคนนั้นกลับเงียบกริบไม่ขยับเขยื้อน คงไม่ใช่ว่า...
ในใจพลันหวาดกลัว!
หากเพราะการไปช่วยพี่สาวของนาง ทำให้ลูกพี่ลูกน้องฝาแฝดไม่มีใครคอยดูแลจึงดับสูญจากโลกนี้ไปแล้ว จะทำอย่างไร?
เมื่อถึงเวลานั้น ท่านแม่อาจเกลียดพวกนางเจียนตายเลยก็ได้
เซี่ยเหมียวเหมียวกำลังหวาดลัว มือและเท้าของนางเกือบจะสั่นเทิ้มเมื่อเข้าไปในห้องนั้น
ในห้องทรุดโทรมอย่างมาก เด็กสองคนนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน มีเพียงผ้าห่มบางคลุมตัว สีหน้าของพวกเขานั้นเขียวครึ้มอยู่เล็กน้อย ลมหายใจแ่เบา เห็นได้ชัดว่าดูเหมือนจะหลับไปโดยไม่รู้สึกตัวแบบนี้มานานพอตัวแล้ว
ไป๋เพ่ยเพ่ยยกตัวเด็กชายคนที่มีอาการรุนแรงกว่าขึ้นมา แล้วกดจุดฝังเข็มบนร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วไร้ซึ่งความลังเล จากนั้นสักพัก เขาก็ไอเบา ๆ สองครั้ง ก่อนจะกระอักเืสีดำออกมา
นี่... ถูกพิษหรือ?
ไป๋เพ่ยเพ่ยตื่นใ แท้จริงแล้วตัวตนของเ้าของร่างเดิมนี้เป็ใครกันแน่ เหตุใดลูกชายคนนี้ของนางถึงต้องพิษได้?!
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาวิเคราะห์ว่าคือพิษอะไร หลังจากที่เด็กหนุ่มคืนสู่ภาพเดิม ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงฝังเข็มเข้าไปในจุดฝังเข็มช่วยชีวิต และให้เซี่ยเหมียวเหมียวช่วยจับเด็กคนนี้เอาไว้ ในขณะที่นางไปช่วยเด็กอีกคน
ด้วยเพราะหญิงสาวเร่งรีบในการช่วยชีวิตคน มือของไป๋เพ่ยเพ่ยจึงขยับไปมาอย่างรวดเร็วอย่างยิ่ง เซี่ยเหมียวเหมียวมองเห็นไม่ชัดเจนนักว่านางทำอย่างไรบ้าง เห็นเพียงว่าไป๋เพ่ยเพ่ยตบไปยังร่างของพี่สาม เซี่ยิรุ่ย ก่อนที่เขาจะกระอักเืสีดำออกมาเช่นเดียวกับพี่รอง เซี่ยิเสียง
จากนั้นไป๋เพ่ยเพ่ยก็ฝังเข็มลงไปที่ตำแหน่งเดิม
เซี่ยเหมียวเหมียวใช้มือสองข้างช่วยพวกเขาไว้ข้างละคนจนเกือบจะช่วยไว้ไม่อยู่
แม้จะผ่านมานานพอควรแล้ว แต่เซี่ยเสี่ยวหย่าก็ไม่แม้แต่จะเข้ามาดู ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันมีโทสะขึ้นมาเล็กน้อย
“เสี่ยวหย่าอยู่ไหน เหตุใจนางจึงไม่เข้ามาช่วย?”
“อาจเพราะ... กำลังยุ่งอยู่กระมัง”
เซี่ยเหมียวเหมียวไหนเลยจะกล้าบอกความจริง ลูกพี่ลูกน้องชายสองคนป่วยห้องไม่มีอากาศถ่ายเทจึงมีกลิ่นแปลก ๆ น้องสาว ผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องของนางจะไม่เข้ามาก็ย่อมไม่แปลก
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าชื่อของเซี่ยเสี่ยวหย่าจะถูกหรือไม่ หญิงสาวเพียงะโออกไปข้างนอกทันที “เซี่ยเสี่ยวหย่า เข้ามาหาแม่หน่อย!”
ขณะที่เอ่ยเรียก ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของนาง เหตุชื่อนี้จึงคุ้นหูนัก เหมือนที่นางเคยเห็นที่ไหนมาก่อน?
หรือบางทีมันอาจจะเป็ชื่อที่โหล เสี่ยวหย่า... เสี่ยวหย่า... จากนั้นก็เพิ่มแซ่เข้าไป ก็กลายมาเป็ชื่อคนคนหนึ่งได้แล้ว
ทว่านี่ก็ถือเป็โชคดีของไป๋เพ่ยเพ่ย ชื่อที่นางะโเรียกออกไปนั้นถูกต้อง เซี่ยเสี่ยวหย่าเอ่ยรับจากข้างนอก แล้วเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูอย่างบูดบึ้ง “ท่านแม่ เรียกข้าหรือ?”
เด็กสาวบีบจมูก ด้วยไม่อยากจะเข้ามา
“เ้ายืนอยู่ตรงนั้นทำไม ยังไม่เข้ามาช่วยกันอีก พี่ชายของเ้ากำลังจะตายอยู่แล้ว!”
“หนักหนาขนาดนั้นเลยหรือ?!” เซี่ยเสี่ยวหย่าใ เด็กสาวรีบสาวเท้าเดินเข้ามาในห้อง
“ให้... ให้ข้าทำอะไร?”
“ช่วยประคองเขาไว้เหมือนที่เหมียวเหมียวทำ”
“โอ้ อ้อ...” เซี่ยเสี่ยวหย่าค่อย ๆ ช่วยเด็กหนุ่มอย่างช้า ๆ
แต่ทว่ากลิ่นในห้องนี้นั้นเหม็นมาก นอกจากกลิ่นเหม็นเน่าแล้วยังมีกลิ่นคาวผสมโรงอีก มันทำให้คนคลื่นไส้อยากอาเจียน
เซี่ยเสี่ยวหย่าปล่อยมือข้างหนึ่งของนาง เพื่อนำมาปิดจมูกเอาไว้
เซี่ยเหมียวเหมียวเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปช่วยดู ด้วยกลัวว่าการที่เด็กสาวปล่อยมือ จะทำให้ลูกพี่ลูกน้องของนางต้องทรมาน
เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มทั้งสองเริ่งฟื้นคืนสู่สภาพเดิม ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงมีเวลาพิจารณาว่าสองพี่น้องถูกยาพิษชนิดใด แท้จริงแล้วเกิดจากการที่พวกเขาไม่ระวังแล้วเผลอกินบางอย่างเข้าไป หรือว่า...
หลังจากตรวจชีพจรและตรวจดูเืที่กระอักออกมาแล้ว อารมณ์ของไป๋เพ่ยเพ่ยก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
นางค่อนข้างแน่ใจว่าพิษนี้ไม่ได้เป็เกิดขึ้นในหนึ่งหรือสองวัน แต่พบเห็นได้จากการกินอาหารมาเป็เวลานาน จากพิษที่เจริญอยู่ภายใน กลับกลายมาเป็พิษร้ายแรง
พิษนี้เป็พิษที่พบได้น้อยมากจนแพทย์ทั่วไปไม่อาจมองออก
หลังจากยืนยันแล้วว่าพิษในร่างกายของสองพี่น้องสามารถล้างพิษได้ด้วยตัวเอง ไป๋เพ่ยเพ่ยก็โล่งใจเช่นกัน ขอเพียงแต่มีทางให้ช่วยเหลือก็พอแล้ว!
หากมีทางรักษา ย่อมไม่มีอะไรสายเกินไป
ลมหายใจของสองพี่น้องเริ่มสมดุลมากขึ้นเรื่อย ๆ และใบหน้าที่เดิมสีเขียวครึ่มของพวกเขาก็ค่อย ๆ จางลง ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงกดทั้งสองคนไว้ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปเตรียมตัวสมุนไพรอีกครั้ง
เมื่อครู่นี้ที่เตรียมยาให้เซี่ยต้ายา นางเตรียมดอกสายน้ำผึ้งและเหลียนเฉียวไว้พอดี ดอกสายน้ำผึ้งมีกลิ่นหอม มีรสหวาน และมีฤทธิ์เย็น ช่วยล้างและขับพิษได้ ส่วนเหลียนเฉียวมีฤทธิ์สลายลิ่มเืได้ดี นี่ถือเป็ยาครอบจักรวาลสำหรับผู้ป่วยที่มีแผลเรื้อรังเป็เวลานาน การจับคู่ทั้งเสริมฤทธิ์กันและกันได้
ก่อนที่จะพบสมุนไพรที่เหมาะสมกว่านี้ เหลียนเฉียวทำได้เพียงใช้สองสมุนไพรนี้เท่านั้น
ไป๋เพ่ยเพ่ยนำสมุนไพรใส่หม้อ แล้วให้เซี่ยเหมียวเหมียวนำไปต้ม เมื่อเซี่ยเสี่ยวหย่าได้ยินนางก็รีบเอ่ยขึ้น “ท่านแม่ ข้าไปเอง”
ไม่ใช่ว่านางขยัน เพียงแต่นางไม่สามารถทนอยู่ในห้องนี้ได้อีกต่อไป และนาง้าออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้
ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้สึกไม่วางใจนัก จึงจ้องเซี่ยเสี่ยวหย่าเขม็ง พร้อมเอ่ยกำชับอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาใดตามมาอีก ก่อนที่จะปล่อยให้นางออกไป
เซี่ยเสี่ยวหย่าออกจากห้องไปราวกับกำลังหลบหนี
ไป๋เพ่ยเพ่ย “...”
นี่ก็พี่ชายของนาง นางต้องทำขนาดนั้นเชียว?
คงไม่ใช่ว่าเด็กสาวคนนี้เหมือนกันพวกเซี่ยเหมียวเหมียว แล้วไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของนางหรอกนะ?
“ท่านแม่ น้องรองและน้องสามจะไม่เป็ไรใช่ไหม?” เซี่ยเหมียวเหมียวมีสีหน้าเป็กังวล
เท่าที่นางจำได้ ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองมีสุขภาพย่ำแย่มาั้แ่เกิด
คนอื่นนั้นต่างสุขภาพแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทั้งสองคนนี้ตรงกันข้าม ยิ่งนานวันก็ยิ่งแย่ลง
ท่านหมอกล่าวว่าขอเพียงดูแลให้ดีก็เพียงพอแล้ว ทว่าครอบครัวเซี่ยนั้นยากจน จึงเป็ไปไม่ได้ที่จะตระเตรียมสิ่งดี ๆ ให้เด็กทั้งสองคนนี้มากมายนัก ยิ่งเลี้ยงก็ยิ่งแย่ลง ยิ่งบำรุงร่างกลับกลายยิ่งอ่อนแอลง จนกระทั่งตอนนี้ทั้งสองไม่สามารถลุกจากเตียงได้อีก
“ไม่หรอก มีแม่อยู่ที่นี่ แม่จะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาแน่” น้ำเสียงของไป๋เพ่ยเพ่ยหนักแน่น
ไป๋เพ่ยเพ่ยฉวยโอกาสนี้หยั่งเชิงเซี่ยเหมียวเหมียว ด้วย้าทราบว่าครอบครัวเซี่ยมีทั้งหมดกี่คน
เพื่อหลีกเลี่ยงการไม่รู้สถานการณ์รอบตัว เมื่อมีคนปรากฏตัวมากขึ้น นางจะได้ไม่เผยพิรุธออกไป
จากการเอ่ยถามหยั่งเชิงในครานี้ ไป๋เพ่ยเพ่ยได้ความว่านอกเหนือจากลูกสาวสามคนและลูกชายสองคนที่ปรากฏให้เห็นในตอนนี้แล้ว นางยังมีลูกชายคนโตซึ่งแต่งงานแล้วอีกหนึ่งคน
เหตุผลที่นางไม่เห็นลูกชายคนโตก็เพราะเขากลับไปบ้านเดิมของภรรยาพร้อมกับภรรยาของเขา จะกลับมาที่นี่อีกทีก็ตอนค่ำ
ส่วนเซี่ยเหล่าเอ้อร์ สามีของเ้าของร่างเดิมนั้นเข้าไปในูเา
ไป๋เพ่ยเพ่ยจัดอันดับลำดับในใจของนางอย่างเงียบ ๆ เริ่มจากเซี่ยเหล่าเอ้อร์ สามีของเ้าของร่างเดิม
ลูกชายคนโต สะใภ้ใหญ่ ตามมาด้วยลูกชายฝาแฝด ซึ่งทั้งสองคนนอนป่วยอยู่บนเตียง
คนสุดท้องคือเซี่ยเสี่ยวหย่า ลูกสาวของนางที่เพิ่งปรากฏตัว
จากนั้นนางก็มีหลานสาวสองคนคือเซี่ยต้ายและเซี่ยเหมียวเหมียว ซึ่งนางเลี้ยงดูมาั้แ่เล็กจนเติบใหญ่ พวกนางจึงเรียกขานนางว่า ‘ท่านแม่’ มานานแล้ว
นี่คือสมาชิกทั้งหมดของครอบครัวเซี่ย
สำหรับชื่อของลูกชายคนโตนั้น ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้ถามโดยตรงเพราะกลัวว่าจะเผยพิรุธ แล้วจะถูกคนคิดเป็อื่นว่านางเป็ิญญาชั่ว
เท่าที่นางรู้ สมัยโบราณนั้นมีความเชื่องมงายล้าสมัยมากที่สุด หากนายเผยพิรุธออกมา ไม่แน่ว่าอาจจะถูกเผาเพราะคิดว่าเป็ปีศาจก็ได้
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่กล้าเสี่ยง
ถือโอกาสใช้เวลาที่เซี่ยเสี่ยวหย่ากำลังต้มยา ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงพาเซี่ยเหมียวเหมียวไปทำความสะอาดบ้าน เช็ดล้างกองอาเจียนออก เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท และในขณะเดียวกันก็กำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็ออกไปด้วย...
และด้วยการทำความสะอาดนี้ ไป๋เพ่ยเพ่ยก็ตระหนักได้ว่าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกชายฝาแฝดของเ้าของร่างเดิมจึงป่วยหนักกันถึงเพียงนี้ ชามและตะเกียบของพวกเขานั้นใช้แยกกัน ทว่าล้วนเต็มไปด้วยยาพิษ
หมอนของทั้งสองนั้นเป็หมอนที่อัดแน่นด้วยแกลบ ซึ่งก็ถูกอาบไปด้วยยาโดยฝีมือของใครบางคน
และเตียงของพวกเขา...
เพื่อที่จะวางยาพิษทั้งคู่ ทุกอย่างที่จึงเรียกได้ว่าใช้ทุกอย่างอย่างสุดขีด
ไป๋เพ่ยเพ่ยใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อทำความสะอาดสิ่งเหล่านี้ แล้วนำไปเปลี่ยนกับของในห้องของนาง
“กลิ่นแรงเกินไป ให้เอาไปเป่าข้างนอก จากนั้นสักพักให้เอาสมุนไพรไปแช่น้ำ แล้วเอามาฆ่าเชื้อโรคเสีย”
“ฆ่าเชื้อ... ฆ่าเชื้อโรคหรือ?” เซี่ยเหมียวเหมียว ผู้เป็หลานสาวงุนงง ไม่เข้าใจความหมายของคำทั้งสองนี้มากนัก
เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเอ่ยเช่นนั้นออกไป ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงอธิบายเสริมว่า “นี่คือคำพูดที่ข้าสร้างขึ้นเอง เ้าลองคิดดูสิ อะไรก็ตามที่ใช้มาเป็เวลานาน แล้วไม่ทำความสะอาด ก็จะเกิดสิ่งสกปรกขึ้นมามากมายได้อย่างง่ายดายไม่ใช่หรือ? การฆ่าเชื้อ การฆ่าเชื้อโรคก็หมายถึงการกำจัดสิ่งสกปรกเหล่านี้ออกไป”
“โอ้... เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ข้าจะช่วยท่านแม่เอง!”
“ดี! เหมียวเหมียวของเราขยันจริง ๆ เป็เด็กดีและเอาใจใส่นัก!”
“ท่านแม่” เซี่ยเหมียวเหมียว หลานสาวตัวน้อยพลันรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อยกับคำชมนั้น