คุณพ่อจอมป่วน

    #1 Mok+Fai กลับบ้านเกิด

    #1 Mok+Fai กลับบ้านเกิด

    ฉันหลับตานิ่ง ๆ เมื่อพนักงานของสายการบินประกาศว่าเครื่องกำลังจะลงจอดบนพื้นแผ่นดินประเทศไทยในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

    ‘เห้อออออ’ ฉันถอนหายใจยาว ๆ อีกครั้งหลังจากที่ถอนหายใจมาแล้วหลายครั้งจนนับไม่ถ้วนเกือบหกปีแล้วซินะที่ฉันจากที่นี่ไปและไม่คิดว่าจะกลับมาที่นี่อีก  แต่ที่ต้องกลับมาก็เพราะฉันมาตามหาสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตของฉันซึ่งพ่อกับแม่ของฉันท่านกำลังยึดไว้ไม่ยอมส่งคืนให้ฉันตามที่ท่านเคยสัญญาไว้

    “คุณหนูคุณท่านให้ผมมารับครับ”

    “ขอบใจนะ” ฉันยื่นกระเป๋าเดินทางส่งให้คนขับรถที่คุณพ่อส่งมาให้รับฉัน

    “เชิญครับ”

    ฉันนั่งมองไปตามถนนซ้ายขวาที่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากก็เห็นว่าที่จริงประเทศไทยก็เป็๲ประเทศที่น่าอยู่ไม่น้อยที่จริงถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นฉันเองก็ไม่เคยมีความคิดจะไปอยู่ที่อื่นนอกจากประเทศบ้านเกิดของตัวเองหรอก

    “ถึงแล้วครับ” นี่ฉันนั่งใจลอยนานขนาดที่ว่ารถขับมาจอดถึงบ้านยังไม่รู้ตัวอีก

    “จ๊ะ ฝากยกกระเป๋าเข้าบ้านด้วยนะ”ฉันบอกคนขับรถที่เดินมาเปิดประตูให้ฉัน

    “ครับคุณหนู”

     

    ทันทีที่ฉันลงจากรถก็รีบเดินเข้าบ้านด้วยความคิดถึงใครบางคนที่ไม่ได้เห็นหน้านานเกือบปี

    “มามี้มาแย้ววววว”  เสียงเล็ก ๆดังออกมาจากข้างในทั้งที่ยังไม่เห็นตัวด้วยซ้ำ ไม่รู้ป่านนี้จะโตแค่ไหนแล้วนะ

    “อย่าวิ่ง...ก้อนเมฆ”แล้วเสียงที่ตามออกมาก็เป็๞เสียงของคุณแม่ฉันเอง คงวิ่งตามเ๯้าตัวเล็กแน่ ๆ

    “ฟอดดดด.....คิดถึงที่สุดคนดีของม่ามี้”ฉันรีบเข้าไปกอดฟัดร่างตุ้ยนุ้ยของลูกชายสุดที่รักของฉัน....ก้อนเมฆลูกแม่

     “คิดถึงม่ามี้” เสียงเล็ก ๆนั่นพูดทำเอาฉันยิ้มแก้มปริ

    “ปากหวานนะเรา....จุ๊บ”ฉันอดที่จะจุ๊บปากเล็กนั่นไม่ได้

    “เข้าบ้านก่อนเถอะ ข้างนอกร้อน”คุณแม่ที่ยืนมองอยู่ก็เอ่ยพูดออกมา

    “สวัสดีค่ะคุณแม่”ฉันรีบยกมือไหว้ท่านก่อนจะจูงมือก้อนเมฆเข้าบ้าน

    “คุณพ่อละคะ”ฉันถามหาเมื่อไม่เห็นท่าน

    “ออกไปข้างนอกเดี๋ยวก็กลับจ๊ะ”

    “ค่ะ”

    “เดินทางหลายชั่วโมงเหนื่อยมั๊ยลูก” คุณแม่ถามมาพร้อมกับยิ้มที่เห็นฉันกับเ๽้าตัวเล็กกำลังหยอกล้อกันด้วยความคิดถึง

    “ไม่ค่ะ คิดถึงเ๯้าตัวเล็กมากกว่า”ฉันเงยหน้ามองคุณแม่ก่อนจะก้มลงไปเล่นกับเ๯้าของร่างตุ้ยนุ้ยที่นั่งยุกยิกอยู่บนตักฉันอีกครั้ง  ก้อนเมฆโตขึ้นมากแถมยังพูดเก่งมากด้วย

    “กลับมาอยู่บ้านเรานะ” คุณแม่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความหวัง

    “.....”ฉันเงียบและไม่ได้ตอบคำถามของคุณแม่เพราะฉันคิดว่าคุณแม่น่าจะรู้คำตอบของฉันดีอยู่แล้ว

    “เ๱ื่๵๹มันผ่านมานานมากแล้ว แม่ไม่อยากให้ลูกคิดอะไรอีก  แม่อยากให้ลูกเริ่มชีวิตใหม่ซะที” คุณแม่เอื้อมมือมาลูบผมของฉันเบาๆ อย่างเอ็นดูแบบที่ท่านเคยทำมาตลอด

    “แต่หนู.....” ฉันพูดไม่ออก

    “ถ้าแกจะกลับไปก็กลับไปแต่ตัวส่วนก้อนเมฆจะต้องอยู่ที่นี่!”ฉันหันไปมองคุณพ่อที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสายตาที่นิ่ง ๆ จนฉันไม่กล้าจะสบตาท่าน

    “ฉันให้โอกาสแกแค่ครั้งเดียวถ้าแกจะกลับไปอยู่ที่โน่นแกก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก!”นี่เป็๞ครั้งแรกที่คุณพ่อคุยกับฉันนับ๻ั้๫แ๻่ที่เกิดเ๹ื่๪๫คุณพ่อก็ส่งฉันไปอยู่ต่างประเทศจากนั้นท่านก็ไม่เคยคุยกับฉันอีกเลย

    “.....” ฉันเงียบไม่กล้าแม้กระทั่งจะมองหน้าท่านด้วยซ้ำเพราะฉันรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นฉันทำให้ท่านโกรธมากแค่ไหน

    “คุณคะ ค่อย ๆ คุยกับลูกก็ได้ลูกเพิ่งจะดีขึ้นเอง”คุณแม่รีบเดินไปห้ามคุณพ่อด้วยสีหน้าที่ลำบากใจไม่น้อยเพราะท่านเป็๞คนกลางคอยประสานรอยร้าวของฉันกับคุณพ่อมาตลอด

    “ก้อนเมฆ...ไปกับตาดีกว่าตาซื้อหุ่นยนต์ตัวใหม่มาให้ ใหญ่กว่าตัวเมื่อวานอีกนะ”  คุณพ่อยกถุงกระดาษใบใหญ่ขึ้นมาพร้อมกับส่งยิ้มให้กับเ๽้าตัวเล็กอย่างเอ็นดูฉันได้แต่แอบยิ้มอยู่ในใจอย่างน้อยท่านก็ไม่ได้เกลียดก้อนเมฆเหมือนที่ท่านเกลียดฉัน

    “เย้ๆๆๆ คุณตาใจดี”ก้อนเมฆได้ยินก็รีบลงจากตักของฉันรีบวิ่งเข้าไปหาคุณพ่อฉันทันทีจากนั้นทั้งสองก็หายออกไปจากห้องทิ้งไว้แค่ฉันกับคุณแม่ที่มองตามหลังไปเท่านั้น

    “อย่างไปโกรธคุณพ่อเลยลูกท่านแค่อยากให้หนูกลับมาอยู่บ้าน” คุณแม่เดินเข้ามาจับมือฉันไว้ก่อนจะบีบมันเบา ๆอย่างให้กำลังใจ

    “หนูไม่เป็๞ไรค่ะ หนูเข้าใจ”ฉันยิ้มให้ท่านบาง ๆ

    “กลับมาอยู่บ้านเรานะลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันเป็๲บทเรียน” ท่านพูดพร้อมกับลูบผมฉันเบา ๆ อีกครั้งตลอดเวลาที่ฉันเจอปัญหาหนักมีเพียงคุณแม่คนเดียวเท่านั้นที่คอยเป็๲ห่วงเป็๲ใย  ท่านต้องคอยดูแลฉัน๻ั้๹แ๻่ท้องจนกระทั่งคลอด  ไหนจะคอยดูแลฉันที่ป่วยเป็๲โรคซึมเศร้าเพราะหลายๆ เ๱ื่๵๹ที่เข้ามาจนระยะหลังคุณแม่ต้องเอาก้อนเมฆมาเลี้ยงเองเพื่อให้ฉันได้รักษาตัวเองอย่างเต็มที่

    “ถ้าคุณพ่อพูดมาขนาดนี้หนูก็คงปฏิเสธอะไรไม่ได้ใช่ไหมคะ”ฉันพูดกับท่านอย่างยอมรับความจริง

    “ขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะเดินทางมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวเย็น ๆ แม่ให้เด็กขึ้นไปตามมาทานข้าว” คุณแม่ได้แต่ยิ้มออกมาบางๆ

    “ขอบคุณนะคะคุณแม่”

     

     

    ฉันเดินเข้าห้องนอนของตัวเองหลังจากที่จากมันไปนานถึงห้าปีกว่า ทุกอย่างถูกตั้งไว้ที่เดิมมันถูกดูแลเป็๲อย่างดีเหมือนตอนที่ฉันยังอยู่  ฉันค่อย ๆ หันมองไปรอบ ๆอย่างพิจารณาผ้าปูที่นอนพร้อมกับผ้าห่มเข้าชุดสีชมพูซึ่งมันเป็๲สีโปรดของฉันตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ฉันชอบกอดมันนอนอยู่ทุกคืน  โต๊ะเครื่องแป้งที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ฉันใช้อยู่ประจำทุกอย่างถูกจัดหามาให้ใหม่ทั้งหมด มีบางอย่างยังไม่แกะกล่องด้วยซ้ำ  ฉันเดินไปรอบ ๆ ห้องช้า ๆก่อนจะไปสะดุดตรงโต๊ะสี่เหลี่ยมที่วางอยู่ตรงข้างหัวเตียง กรอบรูปเล็ก ๆที่มีรูปฉันใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลาย มันเป็๲รูปที่ถูกแอบถ่ายจากใครคนหนึ่งฉันหยิบมันขึ้นมาก่อนจะแกะกรอบมันออกเพื่อดูบางอย่างที่อยู่ด้านใน

     

    “รักคนที่อยู่ในรูปนะครับ....หมอก”

     

    ฉันยกมือลูบลงบนข้อความนั่นอย่างเบา ๆเหมือนกลัวว่าข้อความนั่นมันจะเลือนหายไป ฉันมองมันอยู่อย่างนั้นประมาณสิบนาทีจากนั้นก็เก็บมันใส่ไว้ในกรอบแล้วเอาวางไว้ที่บนโต๊ะเหมือนเดิม  ฉันได้แต่หลับตาลงอย่างเ๽็๤ป๥๪ทุกอย่างมันช่างชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวาน  ทั้ง ๆ ที่เ๱ื่๵๹มันผ่านมาเกือบหกปีแล้ว

     

    ย้อนไปเมื่อตอนที่ฉันยังเรียนอยู่ม.5โรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังระดับประเทศ ฉันได้มีโอกาสเป็๲ตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งทักษะด้านภาษาอังกฤษภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ของนักเรียนที่มาจากหลาย ๆจังหวัดทั่วประเทศ และนั่นเป็๲ครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักกับเพื่อนที่เป็๲ผู้ชาย ‘หมอก’  ผู้ชายที่เปลี่ยนชีวิตของฉันจากเด็กนักเรียนผู้หญิงคนหนึ่งให้ต้องกลายเป็๲แม่ของลูกทั้งๆ ที่ตัวเองยังเรียนไม่จบมัธยมด้วยซ้ำ  ฉันกับหมอกเราเริ่มคบกันจากเพื่อนต่างโรงเรียนจนกระทั่งวันหนึ่งที่ฉันรู้ว่าตัวเองรู้สึกกับเขามากกว่าคำว่าเพื่อนฉันก็สารภาพกับหมอกไปตรง ๆ ว่าฉันชอบเขา และเขาเองก็รู้สึกกับฉันไม่ต่างกัน  จากนั้นความสัมพันธ์ของเราก็คืบหน้าไปเรื่อย ๆจนเราสองคนตกลงคบหาเป็๲แฟนกัน ตลอดเวลาที่เราคบกันหมอกเป็๲ผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับฉันเขารักและห่วงใยฉันอยู่เสมอ จนฉันคิดว่าถ้าชีวิตนี้ฉันไม่มีหมอกฉันจะอยู่ยังไงบ่อยครั้งที่หมอกมักพาฉันมานั่งเล่นที่คอนโดของเขาหมอกเป็๲คนเล่นกีตาร์และร้องเพลงเก่ง ฉันชอบขอให้เขาร้องเพลงให้ฟังอยู่บ่อย ๆ  ด้วยความที่เราชอบอยู่ด้วยกันลำพังบ่อยครั้งทำให้ฉันกับหมอกเรามีอะไรเกินเลยกันมากไปกว่าคำว่าแฟนฉันไม่ได้เสียใจที่ได้มอบความบริสุทธิ์ให้เขา ฉันยอมเขาทุกครั้งที่เขาขอร้อง  เราสองคนคบกันไปสักระยะฉันก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเองและฉันเองก็ไม่ได้โง่ขนาดที่จะรู้ว่าตัวเองเป็๲อะไรถึงแม้ว่าฉันจะยังเด็กมากก็เถอะฉันไปร้านขายยาและซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจจนแน่นใจว่าตัวเองท้องฉันก็ตัดสินใจที่จะบอกให้หมอกรู้และคิดว่าหมอกเองก็จะช่วยฉันแก้ปัญหาครั้งนี้ได้ วันนั้นฉันจึงไปหาหมอกที่คอนโดโดยที่ไม่ได้บอกเขาก่อนล่วงหน้า

    ก๊อกๆๆ   ประตูห้องก็เปิดออกมาหลังจากที่ฉันเคาะประตูได้ไม่นาน

    “หมอก”ฉันยิ้มออกมาทันทีที่เห็นหมอกเปิดประตูแต่แล้วอีกไม่กี่วินาทีตามมาฉันก็ต้องหุบยิ้มนั้นลง

    “ใครมาหรอคะหมอก”

    “!!!”

    “ใคร?....”