“ท่านประธานครับได้โปรดให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะครับ”
วศินพุ่งเข้ามาคุกเข่า กอดขาภูวเดชเอาไว้แน่น
เ้าของร่างสูงหยุดนิ่งปรายตามองดูมือหยาบกร้านของอดีตเลขาที่ทำให้เกิดรอยยับย่นที่ขากางเกงเขา
“คุณโฉมสอางค์ผมจำได้ว่า ผมสั่งให้คุณไล่เขาออกั้แ่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอ”
เขากดเสียงต่ำราวกับว่ากำลังสะกดอารมณ์ของตนที่กำลังเดือดพล่านเอาไว้
เมื่อวานนั้นภูวเดชมอบหมายงานให้ ‘วศิน’ ดำเนินการจัดการเื่นัดเจรจาธุรกิจกับประธานบริษัทเอ็มเอ็นกรุป
การนัดหมายสำคัญเช่นนั้นแต่วศินกลับจำเวลาผิดพลาด ทำให้เขาตั้งไปนั่งรอก่อนเวลานัดหมายเป็ชั่วโมงหนำซ้ำยังลืมหยิบเสื้อสูทมาให้เขา จนเป็เหตุให้เขาต้องถูกคนที่นั่นเข้าใจผิดว่าเป็พนักงานบริษัทสุดท้ายถูกกาแฟหกราดตัวเต็ม ๆ
จึงทำให้การเจรจาธุรกิจในวันนั้นล้มอย่างไม่เป็ท่าเลขาฯ ที่ทำงานง่าย ๆ ยังพลาดได้เช่นนี้ เขาจะจ้างไว้ทำไม
“อะ...เอ่อ...”
หัวหน้าฝ่ายบุคคลติดอ่างขึ้นมากะทันหันเธอจะบอกกับบอสใหญ่ได้อย่างไรว่า วศินตามตื๊ออ้อนวอนขอให้เธอช่วยพูดกับท่านประธานเพื่อขอทำงานต่อแต่เธอไม่กล้าเอ่ยปากเอง จึงให้เขาขึ้นมาขอร้องประธานบริษัทด้วยตนเอง
“ท่านประธานครับอย่าไล่ผมออกเลยนะครับ ตอนนี้เศรษฐกิจแย่มาก หางานก็ยาก ขืนผมถูกไล่ออกตอนนี้ลูกผม เมียผม ต้องอดตายแน่ ๆ ครับ”
วศินน้ำตาคลอกอดขาประธานบริษัทเอาไว้แน่น ครั้งก่อนเขาตกงานเพราะบริษัทที่ทำอยู่ต้องปิดตัวลงเพราะการระบาดของโรคโควิด19และเพิ่งจะได้เข้าทำงานในตำแหน่งเลขาฯ เมื่อต้นเดือน
ความหวังทั้งหมดของเขาจึงอยู่ที่งานนี้แต่คาดไม่ถึงว่ายังทำงานได้ไม่ถึงเดือน เขาก็จะถูกไล่ออกเสียแล้ว
ภูวเดชหลับตาลงแล้วเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าของเขานิ่งขรึมมากขึ้นไปอีกเท่าตัว
“ผมจะไม่พูดซ้ำเป็ครั้งที่สองคุณโฉมสอางค์เรียก รปภ. ขึ้นมาลากตัวนายวศินออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้”
“ตะ...แต่...”
“หรือคุณอยากจะถูกไล่ออกด้วยอีกคน”
เสียงทุ้มต่ำของท่านประธานแผ่ซ่านเข้ามาในทุกรูขุมขนทำเอาสตรีวัยห้าสิบปีถึงกับเสียวสันหลังวาบ
“ไม่ค่ะโฉมยังไม่อยากตกงานตอนแก่”
เธอรีบตอบบอสใหญ่แล้วโทรศัพท์เรียก รปภ. ขึ้นมาทันที แม้จะสงสารนายวศินอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เธอก็ต้องเอาตนเองให้รอดจากเ้านายจอมโหดและเผด็จการคนนี้เสียก่อน
“ท่านครับผมทำผิดครั้งแรก ท่านโปรดให้โอกาสผมอีกสักครั้งนะครับ”
วศินไม่ยอมแพ้ละล่ำละลักออกมาทั้งน้ำตา เสียงอ้อนวอนของเขาราวกับสายลมที่พัดผ่านก้อนหินไม่ว่าเขาจะพูด จะบีบน้ำตาเท่าใด อีกฝ่ายก็เอาแต่ยืนนิ่ง ๆ
“ไม่...ผมไม่ออก คุณโฉมช่วยผมด้วย”
วศินร้องออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อ รปภ. สองนายเข้ามาดึงเขาออกจากขาท่านประธาน
โฉมสอางค์ได้แค่ยืนมองเขาถูกรปภ. ลากออกไปจากห้องท่านประธานอย่างน่าสงสาร
“จัดการหาเลขาฯคนใหม่ด้วย”
ภูวเดชเอ่ยเสียงเรียบสั่น ๆ พลางโน้มตัวลงปัดรอยยับย่นที่ขากางเกง แล้วจัดให้เข้ารูปใหม่
“ค่ะๆ ดิฉันจะรีบไปจัดการตอนนี้เลยค่ะ”
โฉมสอางค์รีบออกมาจากห้องท่านประธานทันทีเธอรู้สึกว่ารู้ใกล้ประธานนานเกินไปไม่ได้ มันรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เกรงว่าชีวิตลูกจ้างที่อุตส่าห์ไต่เต้ามาจนถึงเป็ระดับหัวหน้าจะดับสูญไม่วินาทีใดก็วินาทีหนึ่ง
นิวที่อยู่ในชุดทำงานสีอ่อนสวมป้ายห้อยคอที่ระบุตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายการตลาด ถือแฟ้มเอกสารขึ้นมาเสนอท่านประธานบริษัทแล้วบังเอิญเจอนายวศินถูก รปภ. ลากออกมาจากห้องพอดี
เขาหยุดมองฉากนั้นตาค้างไม่ต่างจากพนักงานคนอื่นๆ และเมื่อเห็นพี่โฉมสอางค์เพ่นแนบตามออกมาติด ๆเขาจึงดึงหล่อนเอาไว้พร้อมกับกระซิบถามว่า
“เกิดอะไรขึ้นพี่โฉม”
“นายวศินถูกบอสใหญ่ไล่ออกนะสิ”
“ห๋า...ไล่เลขาออกอีกแล้วเหรอพี่”
นิวตาโตเท่าไข่ห่าน
“ใช่...อีกแล้ว ั้แ่บอสใหญ่ขึ้นเป็ประธานบริษัท 5 ปี เปลี่ยนเลขาไปแล้ว 40 คน นายวศินเป็คนที่ 41 แล้วฉันก็ต้องลำบากเปิดรับสมัครเลขาคนใหม่ให้ท่านประธานอีก!”
โฉมสอางค์ตอบพลางก้าวเท้าให้ห่างจากหน้าห้องท่านประธานเสียหน่อยเพื่อป้องกันไม่ให้คนในห้องได้ยินคำสนทนา
“จะยากอะไรพี่ก็เปลี่ยนตำแหน่งมาเป็เลขาฯ ของบอสใหญ่สิ”
นิวพูดหยอกเย้าสตรีตรงหน้าอย่างเป็กันเอง
“นี่น้องนิว...แม้ว่าพี่จะอยู่ที่นี่มานานจนหนังเหนียวแล้วแต่พี่ก็ไม่อยากเอาตัวเองไปอยู่ในที่อันตรายแบบนั้นหรอกนะ ก้าวพลาดก้าวเดียวเป็ได้กระเด็นออกนอกบริษัท !”
โฉมสอางค์เอ่ยพร้อมกับเอามือลูบไปตามแขนเพียงแค่คิดว่าต้องไปทำงานใกล้ชิดกับเ้านายเ้าระเบียบ เผด็จการ อีกทั้งยังเอาใจยากแบบนั้นเธอก็รู้สึกสยองขวัญอย่างบอกไม่ถูก
“อิอิ พี่โฉม... แต่บอสใหญ่หล่อ... สูง... ยาวเข่าดีมากเลยนะ”
นิวยังแกล้งล้อไม่เลิกฝ่ายนั้นจึงแหวขึ้นว่า
“หล่อแต่โหดไร้ใจแบบนี้พี่ไม่เอาด้วยหรอกค่ะ ที่สำคัญพี่มีลูกมีผัวแล้ว หากน้องนิวสน...จะสมัครเป็เลขาไหมล่ะคะ”
เมื่อได้ยินดังนั้นนิวถึงกลับหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา เขายังจำได้ดีตอนที่ท่านประธานเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ เพียงแค่ก้าวเข้ามาในบริษัทความหล่อเหลาตามแบบฉบับลูกครึ่งไทยจีน ทำเอาสาว ๆ ในสำนักงานต่างมองกันตาค้างและแล่นอยากจะเป็เลขาฯ รับใช้ใกล้ชิดคุณภูวเดชกันทั้งนั้น
แต่เมื่อถึงเวลาทำงานกันจริงๆ ทุกคนต่างเข็ดขยาดกับการทำงานอย่างจริงจังของเขา พูดหยอกล้อบอสใหญ่เพียงนิดเดียวก็ถูกตวาดหรือ แค่ส่งเอกสารผิดพลาดก็ถูกตะคอก บางคนรับไม่ไหวถึงกับร้องห่มร้องไห้ขอลาออกด้วยตนเองและปัจจุบัน สาว ๆ ในบริษัทก็ไม่กล้าแม้แต่จะส่งสายตาหยาดเยิ้มให้บอสใหญ่อีกเลย
- หลบได้ควรหลบ เลี่ยงได้ควรเลี่ยง ! -
“ไม่ดีกว่าค่ะ...นิวยังมีผัวที่ต้องหาเลี้ยงอีกหลายคน นิวยังไม่อยากตกงานค่ะ”
นิวเอ่ยเสียงอ่อย ลงท้ายด้วยคำว่าค่ะอย่างเต็มคำด้วยความเคยชิน แม้ว่าร่างกายของเขาจะเป็ชาย แต่ใจเป็หญิงเต็มเปี่ยมและไม่คิดที่จะปิดบังเพศสภาพของตน
“จ๊ะงั้นพี่ไปล่ะ หากขืนพี่หาเลขาคนใหม่ไม่ได้ เป็พี่นี่แหล่ะ ที่จะถูกเด้งออกจากบริษัทเป็คนต่อไป”
........................................จบตอน...................................