“รีบลากมันไปที่กระท่อมท้ายหมู่บ้านเร็ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า พวกเราจะซวยกันหมด” เสี่ยวซือรีบสั่งลูกน้อง
หลินเจิ้งฉีไปทำงานในไร่คนเดียวเหมือนทุกวัน เพราะไม่ใช่วันหยุดน้องชายและน้องสาวจึงต้องไปเรียนหนังสือ วันนี้เขากำลังปรับหน้าดินที่ไร่เพื่อลงผักแปลงใหม่ทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าทุกวัน กว่าจะเสร็จงาน ฟ้าก็เกือบจะมืดแล้ว เสี่ยวซือกับพวกจึงได้โอกาสเหมาะที่จะลงมือกับชายหนุ่มในตอนที่เขาไม่ทันได้ระวังตัว
“พี่ซือ เราจะเอายังไงต่อ ” อาเว่ยถาม
“แกรีบเอายานี้ให้มันกินเร็วเข้า ก่อนที่ผู้หญิงคนนี้จะรู้สึกตัวตื่น”
เสี่ยวซือและพวกจัดการป้อนยาให้หลินเจิ้งฉี หลังจากนั้นพวกเขาก็นำร่างของชายหนุ่มไปนอนอยู่ข้างๆ กับหย่งลี่อัน ก่อนที่พวกเขาจะทยอยเดินออกจากกระท่อมไป
เพราะอาเว่ยลงมือฟาดไปที่หัวของหลินเจิ้งฉีแรงไปหน่อย ทำให้ชายหนุ่มหมดสติและเสียชีวิตไป ไม่นาน ‘คุณชายใหญ่หลินเจิ้งฉี’ ก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มหลินเจิ้งฉีผู้รันทดแทน ขณะที่ชายหนุ่มกำลังถูกป้อนยาบางอย่างเข้าปาก เพราะหลินเจิ้งฉียังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เขาจึงไม่ได้ขัดขืน แต่กลับกลืนยานั้นลงคอไปอย่างให้ความร่วมมือ ไม่นานร่างกายของเขาก็ร้อนขึ้นอย่างผิดปกติ ริมฝีปากเริ่มแห้งผาก ความ้าของเขามีมากขึ้นอย่างไม่สามารถควบคุมได้ เขาพยายามดิ้นเพื่อให้อาการเ่าั้คลายไป สักพักร่างกายของเขาก็ขยับไปโดนร่างอุ่นนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆ เพราะ้าปลดปล่อยเขาจึงไม่อาจควบคุมตัวเองเอาไว้ได้อีก เขาได้ล่วงเกินหญิงสาวไปด้วยความไม่ตั้งใจ คราวนี้สติสัมปชัญญะกลับมาคบ แต่การกระทำอันร้อนแรงก็ยากเกินกว่าจะหยุดลงกลางคัน หลินเจิ้งฉีได้แต่ปล่อยกระทำเ่าั้ให้เป็ไปตามธรรมชาติ และหญิงสาวก็นอนร้องไห้อยู่ต่อหน้าเขาอย่างน่าสงสาร
‘คุณปู่! ทำไมต้องทำกับผมถึงขนาดนี้ครับ’
หลินเจิ้งฉีได้แต่เก็บความไม่พอใจคุณปู่และคุณย่าหลินเอาไว้ในใจ เมื่อพายุในกระท่อมสงบลง ด้านนอกกระท่อมกลับมีเสียงผู้คนร้องะโเสียงดังอยู่มากมาย หลินเจิ้งฉีรีบลุกขึ้นเอาเสื้อผ้ามาใส่อย่างเร่งรีบ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะเอาเสื้อผ้ามาสวมให้หญิงสาวด้วย
ในความทรงจำของร่างเดิม หลินเจิ้งฉีรู้ว่าหญิงสาวคนนี้คือหย่งลี่อันที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ ก่อนหน้านี้เขามีโอกาสได้พบเธออยู่สองสามครั้ง ตอนที่เขาถูกคนในหมู่บ้านว่าจ้างให้เอาธัญพืชไปส่งให้ญาติที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันกับหย่งลี่อัน เขาจำได้ว่าตอนแรกที่เขาเห็นเธอนั้น เธอเอาแต่ก้มหน้าซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำ พอเธอได้ยินเสียงรถสามล้อถีบของเขาผ่านไป เธอก็เงยหน้าขึ้นมามอง แต่สายตาที่สดใสของหญิงสาวกลับเต็มไปด้วยน้ำตา หลินเจิ้งฉีคนเก่าตกหลุมรักหย่งลี่อันทันที แต่เพราะฐานะที่ยากจนทำให้เขาทำได้แค่แอบมองเธอเมื่อมีโอกาสเท่านั้น
“คุณหยุดร้องไห้ก่อนนะ ผมขอโทษสำหรับสิ่งที่ผมได้ทำลงไป ถึงผมจะไม่รู้ว่ามันเกิดเื่นี้ขึ้นได้ยังไง แต่ผมก็จะรับผิดชอบคุณทุกอย่าง ขอให้คุณเชื่อใจผม ได้ไหม?” หลินเจิ้งฉีอยากจะปฏิเสธความรู้สึกที่เ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ให้ แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้ ตรงกันข้ามหลินเจิ้งฉีกลับอยากจะดูแลหญิงสาวที่เพิ่งเป็ภรรยาหมาดๆ ของเขาคนนี้ขึ้นมาเองซะอีก
หย่งลี่อันสบตากับหลินเจิ้งฉีนิ่ง เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน พอได้ยินเสียงพูดของเขา ทำไมความหวาดกลัวและความใเ่าั้มันถึงหายไป หย่งลี่อันพยักหน้ารับ “ค่ะ ฉันจะเชื่อคุณ”
ประตูกระท่อมถูกผลักเข้ามาพร้อมกับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ปรี่เข้ามาตบหน้าหย่งลี่อันเสียงดังหลายครั้ง เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่หลินเจิ้งฉีจะป้องกันไว้ได้
“นางลูกไม่รักดี เื่งามหน้าอย่างนี้แกทำได้ยังไง แกไม่คิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่หรือแม้แต่ไม่คิดถึงอนาคตของน้องสาวของแกเลยหรือยังไง ทำไมหรือ ฉันพยายามหาสามีดีๆ ให้แก แกกลับปฏิเสธฉันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายแกก็มาอยู่กับไอ้ผู้ชายจนๆ คนนี้เนี่ยนะ” นางหย่งด่าว่าลูกสาวอย่างรุนแรงด้วยความไม่พอใจ
“ฉันน่าจะตีแกให้ตาย ฉันไม่น่าปล่อยให้แกโตมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของฉันเลย” พ่อหย่งพูดขึ้นอย่างโมโห
“พี่อันอัน ทำไมพี่ถึงทำอย่างนี้ล่ะคะ พี่รู้ไหมว่าพี่ทำอย่างนี้ พ่อกับแม่เสียใจขนาดไหน” หย่งอิงอิงน้องสาวพูดขึ้นเสียงดัง “หนูบอกพ่อกับแม่แล้วนะคะว่าอย่าเพิ่งเข้ามา แม่ดูสภาพของพี่สาวตอนนี้สิคะ พวกเขากำลัง เอ่อ...”
“กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันน่ะสิ ดี! ในเมื่อแกอยากจะอยู่กับมัน ั้แ่วันนี้แกก็อยู่ที่นี่กับมันไปเลย แกไม่ต้องกลับไปเหยียบบ้านฉันอีก” พ่อหย่งชี้หน้าหลินเจิ้งฉีและหย่งลี่อันสลับกันไปมา
“คุณคะ ให้พวกเขาอยู่ที่นี่ด้วยกันมันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ แต่เราเลี้ยงลูกสาวมา พวกเราก็ต้องได้ค่าเลี้ยงดูบ้างสิคะ” นางหย่งหันไปหาหลินเจิ้งฉีทันที “แกไปหาเงินมาให้ฉันเพื่อเป็ค่าสินสอดให้ได้ ห้ามขาดแม้แต่นิดเดียว”
“คุณ้าเงินเท่าไหร่” หลินเจิ้งฉีมองหน้าว่าที่แม่ยายเขม็ง
แม่หย่งชูนิ้วชี้ขึ้นหนึ่งนิ้ว “หนึ่งพัน”
ภายในกระท่อมเงียบกริบลงทันที หนึ่งพันอย่างนั้นหรือ แล้วหลินเจิ้งฉีจะไปหาเงินจำนวนนี้มาจากไหน ต่อให้เขาจะขายรถสามล้อถีบเพียงคันเดียวที่เขามี มันก็คงจะได้เงินมาแค่ไม่กี่ร้อยเท่านั้นเอง
“เงินจำนวนนั้นมันจะไม่มากไปหน่อยหรือ คุณก็น่าจะรู้ว่าเจิ้งฉีมีฐานะยังไง คุณเรียกร้องมากขนาดนี้แล้วเขาจะไปหาเงินมาจากไหน” เสียงหัวหน้าหมู่บ้านดังขึ้น
“ฉันไม่รู้ ฉันให้เวลาเขาแค่ห้าวัน หากเกินกว่านี้ฉันจะไปแจ้งความว่าเขาทำลายลูกสาวของฉัน ญาติพี่น้องเขาก็ยังมีไม่ใช่หรือไง ก็ให้พวกเขาหาทางช่วยกันเองสิ” นางหย่งตอบเสียงแข็ง
ด้านหลังหัวหน้าหมู่บ้านยังมีคุณปู่หลิน คุณย่าหลิน ลุงใหญ่ และอาเล็กตามมาด้วย ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด ที่ผ่านมาหลินเจิ้งฉีเป็คนชายหนุ่มที่อยู่ในกรอบและไม่เคยทำตัวเกเรมาก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ ทุกคนในบ้านหลินต่างก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้านั้นก็ยากจะปฏิเสธได้เช่นกัน