“กลับดีกว่าอย่าไปยุ่งเื่ของคนอื่นเลย”
ในขณะที่ฉันกำลังจะหันหลังกลับก็มีแสงแว็บมากระทบตา
“อ๊ะ!!...นั่นมัน”
ฉันอุทานขึ้นมาเมื่อเห็นอาวุธที่ดูเหมือนจะเป็มีด
ฉึก !!!
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำเอาฉันไม่กล้าแม้แต่กระทั่งหายใจ
เหมือนทุกอย่างหยุดลง
มันเป็ภาพที่ผู้ชาย2คนจับผู้ชายคนนึงไว้และใช้มือปิดปากเอาไว้
ส่วนผู้ชายอีกคนก็ใช้มือทั้งสองข้างประคองคอของผู้ชายคนนั้น
แล้วก็มีน้ำสีแดงทะลักออกมาจากมือไหลท่วมตัว
ตอนแรกผู้ชายคนที่ถูกจับไว้ดิ้นไม่หยุดและมีเสียง อื้ออือ ออกมาจากลำคอ
เขาทำท่าทางทรมารแต่เขาก็เริ่มเคลื่อนไหวช้าลง
พอๆกับน้ำสีแดงที่ไหลลงมาเลอะเสื้อของเขาลงมานองอยู่ที่พื้น
ซึ่งจากเสื้อสีขาวและพื้นที่เคยเลอะเทอะกลายเป็สีแดงสดภายในพริบตาเดียว
พร้อมกับกลิ่นคาวที่คละคลุ้งไปทั่วจนฉันแทบจะอาเจียน
และสุดท้ายทุกสิ่งก็เงียบลง
ผู้ชายที่เคยดิ้นอย่างทุรนทุรายกลับหยุดนิ่งทิ้งน้ำหนักตัวลงพื้นอย่างช้าๆ
ฉันทำได้แต่ยืนมองอยู่อย่างนั้น
ไม่สามารถขยับไปไหนได้ไม่สามารถส่งเสียงได้
และไม่รู้ว่าเวลาได้ล่วงเลยไปนานเท่าไหร่
“พี่!!ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้?”
“พี่!!”
“พี่ไอริน”
“พี่”
“หะ!!ใหมด อะไรเนี่ย”
ฉันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงะโเรียกจากใครสักคน
“ผมสิต้องถามว่าพี่มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้”
“อ๊ะ!! นั่นสิฉันมายืนทำอะไรตรงนี้เนี่ย”
“นี่พี่ไปไหนมายังไม่ได้ขึ้นห้องเหรอ”
“อ่อ จริงสิฉันต้องขึ้นห้องนี่ เอ๋........แต่เหมือนจะลืมอะไรที่สำคัญไปแหะ”
“ลืมซื้ออะไรอีกป่าว”
“ไม่รู้สิ
โครกกก(เสียงท้องร้อง)
แต่หิวจังเลยแหะ ฉันคงต้องไปกินข้าวแล้วละ”
ฉันพูดพลางลูบท้องไปด้วย
“แต่วันนี้ดูครึ้มๆ แปลก ๆ รึป่าวนะ
นี่ก็เพิ่งจะเที่ยงเอง”
ฉันสงสัย
“พูดอะไรของพี่นี่เย็นจนผมเลิกงานละเนี่ย
มาทงมาเที่ยงอะไรกัน?”
ฉันมองหน้าดันเต้ประมาณว่าอย่าพูดเล่นสิ
แต่ดูเหมือนสายตาน้องเขาจะตอบมาว่าผมไม่ได้พูดเล่นจริงๆ
“อะไรเนี่ยแม่โทรมาตอน 10 โมงนี่นา
แล้วฉันก็ลงมาซื้อของประมาณ11 โมง
ตอนนี้มันก็น่าจะไม่เกินเที่ยงสิ
อะไรอะ........ฉันไปไหนมาอีกรึป่าวนะทำไมถึงนึกไม่ออก
อืมมมม.........”
ฉันพยายามนึก
โครกกก(เสียงท้องร้อง)
“ช่างเถอะไปหาอะไรกินก่อนดีกว่าหิว!!ไม่ไหวแล้ว”
“งั้นขึ้นห้องพร้อมกันเอาของมาสิเดี่ยวผมช่วยถือ”
“อือ........ขอบใจนะ”
“มือพี่แดงหมดเลยอะเป็รอยถุงเลย”
“เหรอ? พี่ก็รู้สึกเหมือนมันชาๆ”
“งั้นเอามาให้หมดเลยแลกกับข้าวมื้อนึง”
“จัดไป!!5555”
อ๋อลืมบอกไปเลยฉันอยู่ชั้นเดียวกับน้องดันเต้แหละ
แต่อยู่คนละฝั่งกันฉันอยู่ฝั่งขวาสุด ดันเต้อยู่ฝั่งซ้ายสุด
แต่เราก็สนิทกันพอดูเลย
เพราะ่ที่ย้ายมาใหม่ๆก็ได้คุณแม่ของดันเต้นี่แหละที่คอยช่วยเหลือ
ฉันเดินเข้าห้อง ตามหลังมาด้วยดันเต้ที่ถือของพรุงพรัง
“เอาไปวางในห้องครัวให้หน่อยนะ”
ฉันบอกดันเต้
“รับทราบครับ”
ดันเต้เดินตรงไปที่ห้องครัว
ในขณะที่ฉันปิดประตูและถอดเสื้อโคทวางไว้ที่โซฟา
แล้วก็เดินตามดันเต้เขาไปในห้องครัว
“กินอะไรดีเอาแบบที่ง่ายๆละกันเนอะ”
ฉันพูด
“ครับ!! เดี๋ยวผมช่วย”
“ดีเลยงั้นล้างผักให้หน่อย”
ฉันตอบด้วยความดีใจเพราะตอนนี้ฉันหิวมากจนจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้ว
.............................................................
วันนี้เลยจบลงที่ฉันทำกับข้าวเลี้ยงดันเต้1มื้อ
“เฮ้อ........วันนี้รู้สึกเหนื่อยชะมัดเลย
อ๊ะ!!ฉันลืมเก็บโคทแหะ”
ฉันเดินไปหยิบเสื้อโคทที่วางพาดอยู่ที่โซฟาเพื่อเอามาแขวนไว้ในตู้เหมือนเดิม
“เอ๊!!อะไรอะ”
ฉันััได้ถึงสิ่งของบางอย่างอันเล็กๆ แข็ง ๆ
จึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโคท
“ไดรฟ์เหรอ?ทำไมมาอยู่ในนี้ได้
ของฉันเหรอ?ไม่คุ้นเลยแหะ”
ฉันเดินไปที่โน้ตบุคเพื่อเปิดไดรฟ์ดู
“ต้องใส่รหัสด้วยเหรอ?ของใครเนี่ย!!”
ฉันลองใส่รหัสอยู่สักพัก
ก็เริ่มเพลียๆและคิดได้ว่าควรไปอาบน้ำนอนซะ
ฉันเลยเก็บไดรฟ์ไว้ในลิ้นชักข้างเตียง
อาบน้ำเสร็จฉันก็ล้มตัวลงนอน
ฉันรู้สึกเหนื่อยมากๆเหมือนเพิ่งไปออกรบมาอย่างยาวนานเป็10ปี
“ทำไมเหนื่อยจัง?”
ฉันพึมพำกับตัวเอง
“แต่ทำไมถึงนอนไม่หลับนะ”
หลังจากที่ฉันพยายามข่มตาหลับมาราวๆ ครึ่งชั่วโมง
“เปิดเพลงฟังดีกว่า”
ฉันเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาเปิดเพลงที่มีแต่เสียงเปียโน
และก็ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน