
บทนำ
คนงามน้อยแห่งสกุลหลัว
เมืองเยี่ยนอู่ถือเป็เมืองหน้าด่านที่สำคัญแห่งหนึ่งของแคว้นเจียเหลียง โดยแคว้นเจียเหลียงมีชายแดนติดกับทางเหนือของต้าอู๋
พื้นที่ส่วนใหญ่ของเจียเหลียงเป็ที่ราบทุ่งหญ้าเหมาะแก่การเลี้ยงม้า วัว แพะ และแกะเป็อย่างมากหลังฮ่องเต้พระองค์ใหม่แห่งแคว้นต้าอู๋ขึ้นครองราชย์ นับแต่นั้นแคว้นเจียเหลียงและแคว้นต้าอู๋ได้กลายเป็พันธมิตรต่อกัน สองแคว้นไปมาหาสู่และแลกเปลี่ยนทางการค้าราวกับพี่น้องที่สนิทชิดเชื้อกันมาก
ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว ร้านค้าในเมืองเยี่ยนอู่หลายร้านเริ่มวางขายข้าวของเครื่องใช้ เครื่องเซ่นไหว้ในวันปีใหม่กันแล้วของหลายชิ้นเป็สินค้าที่นำมาจากแคว้นต้าอู๋ หลายสกุลใหญ่ในเมืองเยี่ยนอู่ต่างออกมาซื้อของกันอย่างพร้อมเพรียงราวกับนัดไว้ ไม่ว่าจะเป็บ้านสกุลหลี่บ้านสกุลเหวิน หรือแม้แต่บ้านสกุลหลัว
เมื่อกล่าวถึงบ้านสกุลหลัว คนในเมืองเยี่ยนอู่ไม่มีใครไม่รู้จักเพราะบ้านนี้มี‘คนงามน้อย’ชื่อเสียงโด่งอยู่นางหนึ่งนางเป็บุตรสาวคนโตของหลัวจิ่งเทียนซึ่งเกิดกับอดีตหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเยี่ยนอู่กล่าวขานกันว่าความงามของนางนั้น ทำให้บุรุษทั่วหล้าที่ได้พบเห็น ถึงกับมองจนลืมหายใจ
ในตอนที่นางยังไม่ได้ออกเรือนมีบุรุษรูปงามจากตระกูลดีทั่วแคว้นเจียเหลียง ยอมเดินทางข้ามน้ำ ข้ามูเา หอบเอาสินสอดทองหมั้นและแม่สื่อมาเพื่อทาบทามสู่ของนางไปเป็ภรรยา ทว่าสุดท้ายบุรุษที่ครองใจนางได้มีเพียงหลัวจิ่งเทียน หมอหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
ในตอนที่หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเยี่ยนอู่เข้าวิวาห์บุรุษทั่วหล้าต่างพากันร้องไห้เสียงระงมบางคนถึงกับลั่นวาจาขอหมั้นหมายบุตรสาวคนโตของนางไว้ั้แ่ไม่ทันเกิดซึ่งตระกูลที่ว่านั้นก็คือตระกูลเหวินนั่นเอง
ตระกูลเหวินนับเป็ตระกูลที่ร่ำรวยมากที่สุดในเมืองเยี่ยนอู่พวกเขาสร้างเนื้อสร้างตัวจากการค้าขายจนได้ดิบได้ดี มีหน้ามีตามาจนทุกวันนี้พวกเขามีลูกหลานหน้าตาดีไม่มาก แต่ที่น่าจับตามองที่สุดก็คือคุณชายเหวินถังซึ่งเป็บุตรชายคนโต และเป็บุตรชายคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบันและยังเป็‘คู่หมั้น’ของคนงามน้อยแห่งสกุลหลัวอีกด้วย
แต่ความเป็บุตรชายคนเดียวทำให้เหวินถังมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง และเ้าชู้มาก วันๆไม่คิดอ่านการใดไม่สนการศึกษาเล่าเรียน นอกจากผลาญเงินทองที่บรรพบุรุษหามาด้วยความยากลำบากจนหมดไปกับการหาความสำราญในบ่อนการพนัน และสุรานารีเป็จำนวนมากส่งผลให้ชื่อเสียงของเขาย่ำแย่ลงทุกวัน
หลายปีมานี้ ชาวเมืองเยี่ยนอู่ต่างจับตามองงานวิวาห์ระหว่างสกุลหลัวและสกุลเหวินมาตลอด เนื่องจากสองตระกูลล้วนเป็ตระกูลใหญ่เชื่อว่าจะต้องมีการจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ต่างออกไปหลายคนกล่าวว่า งานวิวาห์ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากคุณชายเหวินถังชมชอบคนงามแต่‘คนงามน้อย’แหล่งสกุลหลัวนั้นเรียกได้ว่าไม่มีเค้าโครงของคนงามอยู่เลย
ใช่แล้วนางคือหลัวซานซาน สตรีอัปลักษณ์ที่สุดในแผ่นดินเจียเหลียง !
สองวันก่อนคุณชายเหวินถังได้เดินทางไปบ้านสกุลหลัวเพื่อขอถอนหมั้นโดยให้เหตุผลว่าเขาทำใจแต่งงานด้วยไม่ลงจริงๆ อย่าว่าแต่ร่วมหอเลย แม้แต่มองหน้ายังใจนแทบสิ้นสติความอัปลักษณ์ของนางนั้น ผีเห็นยังหวั่น แล้วคนที่ต้องร่วมเรียงเคียงหมอนกับนางจะไม่ใตายหรืออย่างไร
ทางเหวินฮูหยินก็เห็นด้วยกับบุตรชายนางกล่าวว่านางเหลือบุตรชายเพียงคนเดียว หากบุตรชายของนางมีอันเป็ไปสกุลเหวินจะขาดผู้สืบทอด นางคงทำใจไม่ได้จึงอยากขอถอนหมั้นเพื่อรักษาชีวิตบุตรชายของนางไว้ถ้าหากสกุลหลัวรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรม ทางฝ่ายนางยินดีจะยกของหมั้น และมอบเงินทองอีกมากมายเพื่อชดเชยค่าเสียหายให้กับสกุลหลัว
หลัวจิ่งเทียนโกรธจัดมากแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ในขณะที่หลัวซานซานดีใจมาก นางไม่คิดโกรธแค้นอดีตคู่หมั้นและคนบ้านสกุลเหวินเลย เพียงแต่กล่าวด้วยวาจาสุภาพอ่อนหวานว่า‘สักวัน พวกเขาจะต้องเสียใจ ที่ดูถูกคนงามน้อยอย่างนาง !’
หลังจากนั้นหลัวซานซานได้สั่งให้พ่อบ้านพาคนไปขนสินสอดของหมั้นทุกชิ้น ที่สกุลเหวินนำมามอบให้ ออกไปวางกองที่หน้าบ้าน แล้วประกาศต่อธารกำนัลด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ข้าหลัวซานซานแม้จะถูกถอนหมั้นอย่างไม่เป็ธรรม แต่ก็ไม่้าความเมตตาสงสารจากผู้ใดและไม่ปรารถนาจะรับของที่สกุลเหวินมอบให้ ข้าจึงนำของทั้งหมดมามอบเป็‘ทาน’แก่ผู้ที่ขัดสนยากไร้ หากพวกท่านไม่รังเกียจก็จงรับมันไปเถิด”
หลังสิ้นคำของนางของหมั้นที่วางกองเต็มหน้าบ้านก็ถูกชาวเมืองหยิบไปจนหมดครั้นคนสกุลเหวินได้เห็นสิ่งที่หลัวซานซานทำ ถึงกับหน้าชาราวกับโดนตบหน้าอย่างแรงโดยเฉพาะเหวินถัง เขาอับอายขายหน้ามาก นางทำเช่นนี้เท่ากับกำลังชี้หน้าด่าเขาทางอ้อมว่า‘ของของสกุลเหวินก็ไม่ต่างจาก‘ขยะ’ที่นางไม่้า’
ในขณะที่คนสกุลเหวินถูกชาวเมืองเยี่ยนอู่วิจารณ์รุนแรงว่าหน้าตาดีแต่ใจดำคับแคบไร้ความสำนึกผิด และไม่มีความเป็สุภาพบุรุษ
ในทางกลับกันหลัวซานซานกลับได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามว่า แม้นางมีหน้าตาอัปลักษณ์ก็จริงแต่น้ำใจนางงามนัก และยังมากมากคุณธรรม สตรีเช่นนี้ไม่ว่าอยู่ที่ใด ย่อมไม่ลำบากอย่างแน่นอน
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของผู้คนจำนวนมากที่มาเป็พยานในการถอนหมั้นของสองสกุลใหญ่ หนึ่งในนั้นมีบุรุษรูปร่างสูงใหญ่สองคนคนหนึ่งสวมชุดสีทึบรัดกุม อีกคนหนึ่งสวมชุดสีฟ้าอ่อน พวกเขายืนมองสตรีอัปลักษณ์ ของแผ่นดินเจียเหลียงด้วยแววตาตกตะลึงเพราะคาดไม่ถึงว่าสตรีอย่างนาง ไม่อับอายที่ถูกถอนหมั้นแม่แต่น้อย
หลัวซานซานยิ้มแก้มปริวันนี้นางไม่เพียงกำจัดคู่หมั้นที่ไม่เอาไหนออกไปจากชีวิตนางได้แต่ยังสามารถแก้แค้นผู้ที่ดูถูกนางจนหน้าแตกยับเยินได้อีกด้วยยิงเกาทัณฑ์เพียงครั้งเดียว แต่ได้นกถึงสองตัว มีเพียง‘คนงามน้อย’ ที่ฉลาดหลักแหลมอย่างนางเท่านั้นที่ทำได้
ยามนั้นมีเด็กสาววัยห้าขวบหน้าตามอมแมมนางหนึ่งเดินขึ้นมา นางมองหลัวซานซานด้วยแววตาชื่นชม แล้วถามน้ำเสียงสดใสว่านุ่มนวลราวกับได้รับการอบรมเป็อย่างดีว่า“พี่สาวน้ำใจงาม ท่านมีนามว่าอย่างไร”
หลัวซานซานหลุบตามองเด็กน้อยริมฝีปากแดงฉ่ำภายใต้ผ้าปิดหน้าสีขาวทึบยกขึ้นสูง ดวงตาสีน้ำตาลเปล่งประกาย เพียงมองเด็กน้อยนางก็รู้แล้วว่าเด็กคนนี้มิใช่ลูกหลานชาวบ้านธรรมดา นางจึงตอบหนูน้อยไปว่า“ต่อไปให้เรียกข้าว่า‘คนงามน้อย’ แห่งสกุลหลัว”