ตอนที่ 5 ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียว (2)
หลี่ซินมองฉากนี้แล้วพยักหน้าในใจ ดูเหมือนว่าเด็กๆ พวกนี้ของบ้านสกุลหลี่ล้วนถูกอบรมมาอย่างดี ส่วนตัวนางข้างในที่ใช้ชีวิตมาสามสิบกว่าปีไหนเลยจะทำเื่กินคนเดียวได้ ครั้นแล้วจึงแบ่งไข่สามฟองให้สามแม่ลูกเยี่ยซื่อ “ท่านแม่ พี่ใหญ่ น้องเล็ก พวกเ้ากินเถอะ ข้าไม่ชอบกินไข่”
สามแม่ลูกเยี่ยซื่อได้ยินก็สบตากันคราหนึ่ง หลังจากนั้นก็ได้ยินเยี่ยซื่อพูดทั้งรอยยิ้ม “มีใครที่ไหนไม่ชอบกินไข่ไก่กัน ในเมื่อเฉินเอ๋อร์กับสือโถวแบ่งของตัวเองให้เ้าแล้ว เ้าก็กินเถอะ ร่างกายเ้าจำต้องบำรุงให้มากๆ ถึงจะดี”
“เช่นนั้นพวกเราแบ่งกินด้วยกันเถอะเ้าค่ะ” หลี่ซินมองใบหน้าเหลืองผอมอันซูบเซียวดุจไม้ซีกของคนในครอบครัวแล้วมองไปยังไข่ไก่ตรงหน้า สุดท้ายก็พูดด้วยน้ำเสียงยืนกราน
หลี่ซินไม่รอฟังคำอธิบาย ปอกเปลือกไข่ออกแล้วหาเส้นด้ายฝ้ายมาทำการตัดแบ่ง พยายามแบ่งให้เท่ากันทุกชิ้น สำหรับครอบครัวนี้ไข่ไก่ถือเป็สิ่งล้ำค่ายิ่ง
ภายใต้ความมุมานะตั้งใจของหลี่ซิน ทุกคนจึงได้รับไข่ไก่คนละสองส่วนซึ่งก็คือประมาณครึ่งลูกใหญ่ เยี่ยซื่อเห็นดังนั้นก็ทำได้แค่รับเอา ทว่าทุกคนต่างใจตรงกันกินแค่คำเดียว ทำอย่างไรก็ไม่ยอมกินชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ ต่างเหลือไว้ให้หลี่ซิน
หลี่ซินเห็นว่าปฏิเสธไม่ได้และตัวนางเองก็ต้องบำรุงกำลังให้ดีจึงรับเอาโดยไม่บ่ายเบี่ยง หากแต่ได้สัญญาในใจว่าต่อไปจะทำให้ครอบครัวนี้มีชีวิตที่สุขสบายให้จงได้
แล้วก็เป็เช่นนี้ พอรวมไข่นก น้ำผึ้งป่า และผลไม้ต่างๆ ที่หลี่เฉินหามาได้ มื้อนี้ก็ถือว่าอาหารหลากหลายนัก
หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จเยี่ยซื่อก็เอาพวกผลไม้กับน้ำผึ้งป่าที่เหลือซ่อนไว้อย่างระมัดระวัง เพราะอย่างไรเสียนี่ก็เป็ของกินเพียงอย่างเดียวในบ้าน ถ้าหากพรุ่งนี้แม่สามีไม่ให้อะไรกินอีกอย่างน้อยพวกลูกๆ ก็ยังพอได้มีกินประทังท้อง
ส่วนหลี่ซินเริ่มจัดการกับตุ่มบวมพองบนหน้าหลี่เฉิน ถูกผึ้งต่อยแล้วมีเหล็กในผึ้งฝังอยู่ในเนื้อหลายที่ ต้องรีบถอนออกแล้วค่อยทำการแก้อักเสบแก้คันถึงจะได้ ทว่าในบ้านไม่มียารักษาอาการเหล่านี้ ทำได้เพียงใช้น้ำสะอาดเช็ดล้างเท่านั้น
ท้องฟ้ามืดสงัดแล้ว หลังจากที่คนทั้งสี่อาบน้ำชำระร่างกายเสร็จก็ต่างเข้านอน กระท่อมมุงหญ้าเหมาเดิมทีเป็ห้องเก็บของของบ้านสกุลหลี่ เนื่องจากกลายเป็ที่อาศัยของเรือนรอง จึงก่อเตียงเตาดินให้ซึ่งถือเป็ของสิ่งเดียวที่ถือว่าเป็ของใหม่ในเรือนหญ้าเหมา
เตียงเตาดินถูกแบ่งตรงกลางกลายเป็เตียงสองหลัง ครึ่งหนึ่งเป็ของหลี่เฉินกับเสี่ยวสือโถว อีกครึ่งเป็ของเยี่ยซื่อกับหลี่ซิน ถึงแม้จะเบียดเสียดแต่กลับอบอุ่นยิ่งนัก
เยี่ยซื่อคงเหนื่อยล้าจากเมื่อตอนกลางวัน พอหัวถึงหมอนก็หลับอย่างรวดเร็วทั้งยังมีเสียงกรนเบาๆ พี่ชายน้องชายทั้งสองที่อยู่ด้านข้างก็ค่อยๆ คล้อยหลับตาม
หลี่ซินลุกขึ้นนั่งบนเตียงเตาแล้วจ้องเยี่ยซื่ออยู่นาน อยู่ตัวคนเดียวตั้งหลายปีนางจึงค่อนข้างไม่ชินที่จะต้องนอนร่วมเตียงกับคนอื่น ทว่านึกถึงความทุ่มเทของเยี่ยซื่อที่มีต่อพี่น้องสกุลหลี่ในหลายปีมานี้นางก็ยิ้มออกมา
ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกหนึ่งชาติ สามารถมีครอบครัวที่พึ่งพาอาศัยกันได้แบบนี้ เป็ผลบุญที่นางทำมาในชาติก่อน ไม่สิ ในชาติก่อนๆ
ดวงจันทร์ลอยถึงกลางท้องฟ้าแล้ว แสงจันทร์อันอบอุ่นลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาแล้วกระทบลงตรงหัวใจหลี่ซินพอดี ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็อย่างไร อย่างน้อยก็มีคนในครอบครัวเหล่านี้อยู่กับตน มันดีกว่ามากเมื่อเทียบกับตนในชาติก่อนที่อยู่ตัวคนเดียว
“เมี้ยว ชีวิตเ้านี่ช่างลำบากเสียจริง นี่มันที่แบบไหนกัน ป้องลมไม่ได้กันฝนไม่อยู่ สู้ถ้ำบนเขายังไม่ได้ด้วยซ้ำ”
แมวดาวอาชิวปรากฏตัวตรงหน้าหลี่ซินอย่างไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนใดๆ แล้วหันมองไปรอบด้านก่อนจะพูดแขวะ
หลี่ซินเห็นอาชิวก็สะดุ้งใ ทว่าไม่นานก็สงบเป็ปกติ แม้แต่เื่ตนเองทะลุมิติมาเกิดใหม่ก็ยังเกิดขึ้นได้ มีสัตว์วิเศษอะไรบ้างก็ไม่มีอะไรให้รับไม่ได้ หลังจากนั้นก็ขมวดคิ้วพลางพูด “เ้าออกมาได้แล้วหรือ”
“อื้อ พลังจิตของเ้าฟื้นตัวแล้วไม่น้อย ข้าจึงสามารถออกมาเดินเล่นได้ ทว่าเ้ายังเข้ามิติไม่ได้ชั่วคราว ต้องรอให้พลังของเ้าถึงขั้นแรกของเคล็ดวิชาหลอมรวมจิตเสียก่อนถึงจะได้”
อาชิวเหยียดหลังบิดี้เี มองไปยังราตรีกาลด้านนอกแล้วพูด “เมี้ยว เอาละ ข้าจะออกไปเดินเล่น อยู่ในมิตินานเกินไป อึดอัดจะตายแล้ว”
อาชิวพูดจบแล้วไม่รอให้หลี่ซินตอบกลับ ะโสองสามทีก็หายไปจากด้านนอกหน้าต่าง
หลี่ซินมองไปยังทิศทางที่อาชิวหายไปพลางอ้าปากค้าง สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ในเมื่อต้องฝึกวรยุทธ์พื้นฐานเช่นนั้นก็ฝึกจิตบำเพ็ญเพียรให้ดีก่อนแล้วกัน นางเชื่อว่าสักวันต้องทำได้แน่ หลังจากนั้นก็ไม่สนใจอะไรอีก หากแต่สงบจิตแล้วเริ่มนั่งสมาธิ
ในหมู่บ้านเชิงเขาที่ตัดขาดจากโลกภายนอกเช่นนี้ พอถึงตอนค่ำก็มืดจนยื่นมือออกไปไม่เห็นนิ้วทั้งห้า นอกจากเสียงแมลงร้องก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นใด ช่างเป็สถานที่ที่เหมาะกับการบำเพ็ญเพียรยิ่งนัก
ตลอดคืนไร้ซึ่งเสียงพูดคุย ตอนที่อาชิวกลับมาก็เริ่มมีชาวบ้านตื่นไปทำงานแล้ว
หลี่ซินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงเตา รู้สึกเพียงว่ามีมวลร้อนไหลเข้าจุดตันเถียน[1]อย่างฉับพลัน แล้วรวมเป็หนึ่งกับไอร้อนโปร่งใสที่อยู่ในจุดตันเถียนของนาง หลังจากการบำเพ็ญเพียรโดยไม่หยุดพักทั้งคืนของนาง ในที่สุดนางก็บรรลุเคล็ดวิชาหลอมรวมจิตขั้นที่หนึ่งสำเร็จแล้ว
เชิงอรรถ
^ จุดเลือดลมหรือทุ่งพลัง มีอยู่ 3 แห่งด้วยกัน คือที่ตรงกลางระหว่างคิ้ว (ตันเถียนบน) ตรงกลางหัวใจ (ตันเถียนกลาง) และตรงท้องน้อย (ตันเถียนล่าง) จุดตันเถียนที่กล่าวถึงในครั้งนี้เป็นตันเถียนล่าง อยู่บริเวณท้องน้อย บนเส้นกึ่งกลางบริเวณลำตัว ห่างจากสะดือลงมา 3 นิ้ว