ตอนที่ 24
บนดาดฟ้าโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านการค้าชื่อดังซึ่งอยู่ไม่ไกลกับสะพานบลูเลคนัก แสงสีส้มในยามเย็นส่องผ่านดาดฟ้าของอาคารไปสู่ทางเท้าด้านล่าง ไกลออกไปเล็กน้อยมีแสงไฟจากสถานที่จัดพิธีปิดงานกีฬาประจำโรงเรียนซึ่งกำลังจะเริ่มในไม่ช้าส่องสว่างอยู่บนสนามหญ้าอันกว้างใหญ่บริเวณหน้าหอประชุม
แสงยามเย็นส่องลงมาบนกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มของเด็กหนุ่มในชุดกีฬาสีน้ำเงินซึ่งเป็ชุดกีฬาประจำโรงเรียนที่กำลังนั่งพึมพำอยู่คนเดียวบนม้านั่งที่อยู่ไม่ไกลจากระเบียงนัก ซึ่งมีนักเรียนอีกหลายคนมานั่งฆ่าเวลากันเพื่อรอไปเช็คชื่อในพิธีปิดงานกีฬาโดยไม่ได้สนใจเด็กหนุ่มเพี้ยนๆ ที่กำลังพึมพำอยู่คนเดียวด้วยท่าทางประหม่านัก
“นายต้องรู้ไว้นะว่า ฉันไม่ได้ชอบใครง่ายๆ และฉันก็สนใจนาย เพราะงั้นเราจะคบกัน” แซ็กเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันหนักแน่น ดวงตาของเขามีประกายของความเผด็จการฉายชัดอยู่ราวกับว่า ้าบังคับขู่เข็ญอีกฝ่ายอย่างไรอย่างนั้น
ชั่วอึดใจต่อมาเขาก็ถอนหายใจอย่างแรง แล้วขยุ้มศีรษะของตัวเองอย่างบ้าคลั่งเพราะรู้สึกว่า คำสารภาพรักของเขามันแปลกๆ พิกล
“ไม่ดีมั้ง ดูบังคับหมอนั่นเกินไป อืม…ฉันชอบนาย เรามาลองคบกันมั้ย?” แซ็กลูบอกตัวเองด้วยความประหม่า จากนั้นก็เริ่มเค้นหาคำสารภาพรักที่อีวานน่าจะฟังแล้วชอบอีกรอบ
“ให้ตายสิ…ตื่นเต้นชะมัด!” สมองบื้อๆ ของเขาไม่ยอมผุดความคิดดีๆ ขึ้นมาเลย พาให้เด็กหนุ่มต้องก้มหน้าลงแล้วทุบอกตัวเองราวกับคนบ้า
อีกไม่นานอีวานก็จะมาแล้ว ถ้าเขายังคิดหาคำสารภาพรักดีๆ ไม่ได้ มีหวังได้ถูกปฏิเสธแหงๆ แซ็กขยี้ผมอย่างแรงโดยไม่ห่วงรูปลักษณ์อันหล่อเหลาเลยแม้แต่น้อย
จะว่าไปแล้ว แซ็กเองก็ไม่มั่นใจหรอกว่า อีวานจะมาตามนัดไหม เพราะปกติแล้วเ้าเตี้ยนั่นหัวดื้อมาก แต่ถ้ามันเป็โอกาสหนึ่งในสองเปอร์เซ็นต์ที่อีวานจะมา เขาก็ต้องสารภาพความในใจออกมาให้อีกฝ่ายประทับใจ
…เผื่อว่าจะได้มีโอกาสอันน้อยนิดที่จะได้คบกัน!
“เฮ้ เธอจะทำอะไรน่ะ?” ขณะที่แซ็กกำลังปลุกใจตัวเองอยู่นั้น เสียงะโของรุ่นน้องที่นั่งอยู่ไกลพอสมควรก็ดังขึ้นมา พาให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นด้วยความมึนงง
ภาพของเด็กสาวหญิงที่ดูแล้วน่าจะเป็รุ่นเดียวกับเขาในชุดนักเรียนที่ปีนราวระเบียงออกไปทำให้ดวงตาของแซ็กเบิกกว้างด้วยความใ
“เฮ้ อย่าโดดนะ!” อาจเป็เพราะแซ็กอยู่ใกล้เด็กสาวมากที่สุด เขาจึงถลันเข้าไปห้ามอีกฝ่ายก่อนใคร
“อย่ามายุ่งกับฉัน!” เธอหันมาตะคอกแซ็กด้วยความเดือดดาล จากนั้นจึงหันหน้ากลับไปแล้วตัดสินใจะโลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อสิ้นสุดชีวิตอันไร้ค่าที่ไม่มีใครรัก
หมับ!
ชั่วเวลานั้นแซ็กรีบพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ตามสัญชาตญาณ พาให้ร่างอันสูงใหญ่ของเขาทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงไปบนราวระเบียง
ในจังหวะที่คว้าแขนของเด็กสาวได้ แซ็กก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก
ท่ามกลางแสงรำไรที่ใกล้ค่ำไปทุกทีทำให้ทัศนวิสัยไม่ชัดเจน กลุ่มควันอันดำมืดผุดขึ้นมาจากพื้นที่พวกเขายืนอยู่ จากนั้นมันก็พุ่งต่ำไปยังฐานของราวระเบียงที่แซ็กพิงอยู่แล้วเซาะเนื้อโลหะบริเวณฐานและข้อต่อของระเบียงให้หลุดออกจากกันในชั่วพริบตา
โครม!!
เสี้ยววินาทีนั้นระเบียงก็พังลงอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็จังหวะที่แซ็กพึ่งจะคว้าเด็กสาวไว้ได้ แต่ระเบียงกลับไม่สามารถรับน้ำหนักของเขาได้อีกต่อไป ทำให้ทั้งสองพลัดตกลงไปพร้อมกัน
“เหวอ!!!” แซ็กอุทานด้วยความใ ชั่วเวลานั้นสิ่งเดียวที่เขาเห็นก็คือรอยยิ้มอันสมหวังของเด็กสาวที่อยากจบชีวิตตัวเอง
ในนาทีนี้แซ็กรู้ตัวว่าเขาไม่มีทางรอดแน่นอน แต่กระนั้นแล้วเขากลับยังดื้อรั้นที่จะช่วยเด็กสาวคนนี้เอาไว้
ชั่วนาทีที่กำลังร่วงหล่นแซ็กพลิกตัวให้เด็กสาวขึ้นมาอยู่เหนือร่างของเขา ใน่สติสุดของเขามันไม่ได้งดงามอะไรมากมาย แต่กลับมีเพียงสัญชาตญาณซึ่งเป็แก่นเดิมของิญญาที่กำลังทำหน้าที่ของมัน
…ซึ่งก็คือการทำในสิ่งที่ดีงาม
“เฮ้ย!” ภาพระเบียงที่พังลงพร้อมกับเด็กหนุ่มเพี้ยนๆ และ เด็กสาวที่กำลังปลิดชีวิตตัวเองพลัดตกอาคารไปพร้อมกันต่อหน้าต่อตาพวกเขา ทำให้คนที่อยู่บนดาดฟ้าช็อกไปตามๆ กัน
“กรี๊ด”
ชั่วอึดใจต่อมาก็มีกรี๊ดของคนที่อยู่ชั้นล่างดังขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มมีฝูงชนเข้าไปมุงดูที่เกิดเหตุโดยมีเสียงปรามของครูฝ่ายปกครองดังขึ้นมาเป็ระยะ
มีเพียงกลุ่มควันสีดำที่ลอยเอื่อยอยู่ไม่ไกลท่ามกลางความมืด เวลานี้มันกำลังเฝ้ารอว่า ร่างของเด็กหนุ่มจะถูกย้ายไป ณ ที่แห่งใด
มิติที่ซ้อนทับอยู่ในโลกคนตายอันเต็มไปด้วยความสับสนและโศกเศร้าของผู้ที่จากไปก่อนอายุขัยคือวังวนแห่งความทุกข์ทรมาน
ภายในวังวนแห่งนี้จะเต็มดวงิญญาของผู้ที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง และสิ่งที่พวกเขาจะได้รับจากการเลือกที่จะหลีกหนีชะตาด้วยการจากไปคือ การวนลูปปลิดชีวิตตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะรู้ค่าของความทุกข์ทรมานอย่างแท้จริง ซึ่งเป็ไปตามครรลองของเส้นทางิญญา
โดยปกติแล้วไม่มีใครมาเยือนวังวนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็เทพ ผู้นำทางิญญา หรือแม้แต่ผู้ชำระความพยาบาท พวกเขาต่างก็ไม่ย่างเท้าเข้ามาให้วังวนอันโกลาหลที่เต็มไปด้วยผู้คนที่วนลูปไปกับการดับลมหายใจของตัวเองแห่งนี้
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้นำทางิญญาในชุดสูทสีเทาดังก้องไปตามโถงบันไดอันเงียบสงัดภายในอาคารเรียนอันสลัวที่มีแสงสีเขียวอมฟ้าลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา พาให้พวกเขาเห็นสภาพแวดล้อมอันทรุดโทรมได้รำไร
“เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่” แซ็กเอ่ยเสียงเครียด ฝ่ามือของเขาในเวลานี้กุมข้อมือของอีวานเอาไว้แน่น ขณะที่ยังคงเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าออกไปจากตัวอาคารอย่างเร่งรีบ
อีวานกลั้นหายใจ เขาไม่คิดที่จะพูดอะไรโต้ตอบแซ็กในเวลานี้ เนื่องจากสมาธิทั้งหมดของเขาทุ่มไปกับการวิ่งไปยังตำแหน่งของประตูอาคารเรียนที่อยู่ชั้นหนึ่ง
ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็ออกมาจากอาคารเรียนได้สำเร็จ ขณะที่แซ็กกำลังก้าวเท้าไปยังลานด้านหน้าอาคาร ดวงตาสีฟ้าสว่างของอีวานพลันเหลือบเห็นเงาสีดำขนาดใหญ่ที่พุ่งลงมาจาก้าราวกับว่า มีร่างของใครบางคนกำลังร่วงจากดาดฟ้าลงมาบนตำแหน่งที่แซ็กกำลังจะก้าวไปพอ
“ระวัง!” อีวานกระชับมือของแซ็กเอาไว้แน่น จากนั้นเขาฉุดแซ็กให้เซกลับมายืนอยู่ข้างๆ กันอย่างแรงทันที
ตุ๊บ!
เสี้ยววินาทีถัดมาร่างของนักเรียนหญิงคนนั้นก็ร่วงลงมาบนลานอย่างแรง เืของเธอค่อยๆ ไหลนองออกมาจากบริเวณศีรษะและส่วนต่างๆ ของร่างกายอันเป็ภาพที่น่าสะพรึงกลัวเป็ที่สุด
“ทางนี้” อีวานขนลุกไปทั้งตัว เขาเอ่ยเสียงสั่นพลางดึงแซ็กที่ใไม่แพ้กันให้เดินหลีกไปอีกทาง
ภาพอันน่าสลดนี้อีวานกับนักเรียนอีกหลายคนต่างก็เคยเห็นกันมาแล้วเมื่อแปดปีก่อน และ การที่ได้กลับมาเห็นมันอีกครั้งก็ยังคงทำให้เขาะเืใจเหมือนกับในครั้งแรก แต่การที่ไม่มีแซ็กร่วงลงมานอนจมกองเือยู่ข้างๆ นักเรียนหญิงคนนั้น ทำให้อีวานรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
…อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเห็นสภาพอันน่าเวทนาของแซ็กอีกเป็ครั้งที่สอง
“พวกเราต้องรีบออกไป” สุ้มเสียงอันเฉียบขาดของอีวานทำให้แซ็กได้สติขึ้นมา ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงเงยหน้าขึ้นพยักหน้ารับเบาๆ แล้วกระชับข้อมือของอีวานให้แน่นขึ้น จากนั้นจึงเร่งฝีเท้าไปยังประตูรั้วเหล็กดัดของโรงเรียน
โครม!
ขณะที่ทั้งสองวิ่งออกจากรั้วโรงเรียนมาได้ไกลพอสมควร รถสปอร์ตสีแดงสุดหรูอันเงาวับของดาาายคนหนึ่งก็พุ่งไปชนกับเสาไฟฟ้าที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขาอย่างแรง
“!” แซ็กพาอีวานวิ่งหลบไปจากตำแหน่งที่อดีตดาราชื่อดังตัดสินใจจบชีวิตตัวเองได้อย่างหวุดหวิด
ตุ๊บ!
ทว่าชั่วอึดใจต่อมาร่างของชายวัยกลางคนที่ถูกเลย์ออฟจากงานในสภาพสิ้นหวังก็ร่วงหล่นลงมาจากชั้นห้าของอาคารลงมานอนจมกองเืเบื้องหน้าของพวกเขา ทำให้ทั้งสองต้องชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย
“น่าสยองชะมัด!” แซ็กสบถออกมา แล้วเร่งฝีเท้าพาอีวานวิ่งข้ามถนนไปยังทางเท้าฝั่งตรงข้ามมุ่งไปยังหัวมุมถนนอย่างเร่งรีบ
อีวานมองแผ่นหลังกว้างในชุดสูทสีเทาของแซ็กที่วิ่งอยู่ข้างหน้าเงียบๆ เขายังไม่ทันได้เห็นร่างอันน่าเวทนาของชายวัยกลางคนนั้นให้ชัดก็ถูกแซ็กดึงไปอีกทางแล้ว พาให้สมาธิทั้งหมดของเขาจดจ่อไปกับการคิดหาทางรอดจากโลกที่เต็มไปด้วยิญญาที่กำลังวนลูปฆ่าตัวตายอันน่าสยองแห่งนี้
ในห้วงความคิดที่กำลังมองหาหนทางที่จะทำให้เขาหลุดออกจากห้วงแห่งความทุกข์ทรมานนี้ อีวานพลันนึกถึงประตูมิติในสำนักงานิญญาสาขาเมืองนาฟรี่ย์ขึ้นมา
“ไปที่สำนักงาน” อีวานเอ่ยเสียงขรึมด้วยสีหน้าอันจริงจัง ขณะที่อาคารหลังหนึ่งเื้ัของพวกเขาลุกไหม้ขึ้นมาจากเหตุที่หญิงสาวคนหนึ่งตัดสินใจจบชีวิตตัวเองอย่างฮาร์ดคอร์
“สำนักงาน?” แซ็กเอ่ยทวนพลางหันมามองอีวานที่วิ่งอยู่ข้างหลังด้วยสายตามึนงง ทำให้เขาได้เห็นภาพอันน่าตื่นตาจากอาคารที่โชติ่ไปด้วยเปลวไฟเื้ัของชายหนุ่มเ้าของดวงตาสีฟ้าสว่างอันเยือกเย็นที่กำลังหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต
“บางทีประตูมิติอาจใช้งานได้” อีวานเอ่ยเสียงหอบเล็กน้อย ขณะที่สองเท้าของเขายังคงวิ่งตามแซ็กอย่างสุดกำลัง
“หวังว่ามันจะยังทำงานอยู่นะ” แซ็กเอ่ยพลางกระชับฝ่ามือของอีวานให้แน่นขึ้นกว่าเดิม จากนั้นจึงหันไปมองทางข้างหน้าต่อ
“ระวัง!” อีวานเอ่ยเสียงเครียด เขาดึงแขนของแซ็กที่วิ่งอยู่ข้างหน้าให้ชะลอฝีเท้าลง เมื่อเห็นร่างในชุดกระโปรงอันฟูฟ่องสีขาวสะอาดร่วงลงมาจากต้นไม้
ตุ๊บ!
ภาพของหญิงวัยกลางคนที่แขวนคอกับกิ่งไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ห่างไปเพียงคืบเดียว ทำให้ลมหายใจของแซ็กสะดุดไปชั่วครู่ จากนั้นเขาก็ดึงอีวานให้วิ่งเบี่ยงไปอีกทางด้วยความเยือกเย็น แม้ว่าสภาพลิ้นจุกปากของเธอคนนั้นจะยังติดตาเขาอยู่ก็ตาม
“เกือบไปเลย ให้ตายสิ!” แซ็กอยากจะยกมือขึ้นมาลูบอกอย่างโล่งใจ แต่ด้วยความที่ว่าตอนนี้พวกเขากำลังเร่งฝีเท้าไปยังอาคารสำนักงานิญญา แซ็กจึงได้แต่สบถเสียงหอบออกมา ขณะที่หัวใจก็พองฟูขึ้นมาเพียงเพราะอีวานช่วยเขาเอาไว้อีกครั้ง
ทั้งสองหาสถานที่ปลอดภัยแล้วหยุดพักหายใจกันบริเวณด้านหน้าสวนสาธารณะใกล้ๆ ท่ามกลางเสียงความวินาศสันตะโรของเหล่าิญญาที่กำลังจบชีวิตของตัวเองซ้ำๆ
อึดใจต่อมากลุ่มควันทมิฬอันมืดมิดก็เคลื่อนตัวจากทิศทางของโรงเรียนมายังตำแหน่งของพวกเขา
แซ็กมองกลุ่มควันอันดำมืดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจากด้านหลังแล้วเอื้อมมือไปคว้าฝ่ามือสีขาวสว่างของอีวานเอาไว้แน่น
“ต้องไปแล้ว นายไหวใช่ไหม?” แซ็กหันมาเอ่ยถามคนที่ยืนพิงไหล่ของเขาอยู่ด้วยสีหน้ากังวล
“ฉันยังไหว” อีวานเอ่ยเสียงเบาพลางส่งยิ้มปลอบแซ็ก ชายหนุ่มไม่วายที่จะบีบมือของอีกฝ่ายเบาๆ เป็การยืนยันไปด้วย
หลังจากนั้นทั้งสองก็จูงมือกันออกตัววิ่งไปยังตำแหน่งของอาคารสำนักงานิญญากันอีกครั้ง โดยมีกลุ่มของควันที่ขยายตัวกินพื้นที่มากเรื่อยๆ ไล่หลังมา
จังหวะที่พวกเขาวิ่งมาถึงหัวมุมถนนซึ่งอยู่ห่างจากอาคารสำนักงานเพียงสามอาคาร แสงที่กระทบกับกระจกรถคันหนึ่งซึ่งแล่นอยู่บนถนนพลันสะท้อนใส่ตาแซ็กทันที
ชั่วเวลานั้นดวงตาของแซ็กเข้มขึ้น จากนั้นเขาก็รีบฉุดอีวานเข้ามาหาตนให้พ้นจากวิถีของรถคันนั้นอย่างรวดเร็ว
โครม!
ร่างของนักธุรกิจหนุ่มที่ตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองถูกรถชนลอยมากระแทกกับกำแพงที่อยู่ห่างจากอีวานออกไปเพียงแค่นิดเดียว
“ขอบใจ” อีวานเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขอบคุณเ้าของอ้อมกอดอันแข็งแกร่งด้วยดวงตาสั่นระริก
แซ็กอยากจะเอ่ยอะไรกลับไป แต่ด้วยความที่ว่ากลุ่มควันสีดำไล่ตามหลังพวกเขามาติดๆ เขาจึงทำได้เพียงแค่ยิ้มปลอบอีวาน จากนั้นจึงจูงมือของอีกฝ่ายวิ่งไปยังตำแหน่งของสำนักงานิญญา โดยมีกลุ่มควันอันมืดมิดเคลื่อนตัวใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ
อึดใจต่อมาทั้งสองก็วิ่งตรงเข้าไปด้านในอาคารโดยมีกลุ่มควันไล่หลังมาติดๆ แซ็กรวบรวมแรงกายทั้งหมดดึงอีวานวิ่งตรงไปยังตำแหน่งของประตูมิติที่อยู่ด้านในทันที
“ต้องออกแรงกันหน่อย!” เมื่อประตูมิติไม่ยอมเปิดให้พวกเขา แซ็กจึงหันมาเอ่ยกับอีวานอย่างเร่งรีบ จากนั้นจึงก้าวเข้าไปออกแรงง้างบานประตูที่ปิดสนิทให้เปิดออกอย่างสุดกำลัง
อีวานก้าวเข้าไปช่วยแซ็กเปิดประตูอีกแรง ขณะที่กลุ่มควันอันดำมืดคืบคลานเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ แซ็กหันไปมองทิวทัศน์อัดมืดมิดเื้ัแวบหนึ่ง จากนั้นเขาก็กัดฟันใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดง้างบานประตูอันหนักอึ้งให้แยกออกจากกัน
เสี้ยวนาทีก่อนที่กลุ่มควันจะมาถึงตัวพวกเขา ประตูก็แง้มออกมาเล็กน้อยพอให้ทั้งสองแทรกตัวเข้าไปได้
วินาทีนั้นพวกเขาหันมาสบตากันแล้วเสือกกายเข้าในประตูมิติทันที
ติดตามตามอ่านได้ทุกวันศุกร์ และ วันเสาร์ เวลา 20.30 จ้า
สำหรับใครรอไม่ไหว ดำเนินเื่ถึง หน้า 264 (หน้า 269 แบบรวมปก) ในฉบับ ebook นะคะ