ระหว่างการเดินทางที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและหวาดหวั่น ณิชาซึ่งทั้งตื่นตระหนกและอ่อนล้าจนสุดทานทน ก็พลันหมดสติลงในรถม้าที่กำลังเคลื่อนไป
ในชั่วขณะที่สติสัมปชัญญะของนางดับวูบลงนั้นเอง จี้สร้อยคอรูปทรงหน้าต่างบานเล็กอันเก่าคร่ำคร่าที่นางสวมติดกายอยู่เสมอ พลันเปล่งประกายแสงสีนวลอ่อนจางๆ ออกมาอย่างเงียบงัน โดยที่นางมิอาจรับรู้ได้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อฟื้นคืนสติขึ้นอีกครั้ง ณิชารู้สึกปลอดโปร่งและกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างภายในตัวนางได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ความสงบเยือกเย็นอย่างบอกมิถูกเข้าครอบงำจิตใจ
นางก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตนเองด้วยแววตาที่แปรเปลี่ยนไป...ลึกล้ำและเข้าใจในบางสิ่งบางอย่างมากขึ้น ทันใดนั้น รถม้าที่นางโดยสารอยู่ก็พลันหยุดเคลื่อนตัวลงอย่างกะทันหัน
"โอ้โฮ! นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็เป็หัวหน้ากองกำลังหน้าใหม่ไฟแรงนามกระฉ่อน...รู้สึกจะชื่อ มาวิน ใช่หรือไม่? เหยียบถิ่นข้าแล้วยังมิรีบมาทำความเคารพรุ่นพี่อย่างข้าอีกรึ!"
บุรุษผู้เป็หัวหน้ากองกำลังอีกหน่วยที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น ตวาดสั่งด้วยท่าทีโอหังและถือตนว่าเหนือกว่า คำพูดนั้นเองที่ทำให้ณิชาล่วงรู้ถึงชื่อของหัวหน้าทหารผู้คุมตัวนางมา
"พวกเราได้รับคำสั่งด่วนจากคุณชายเจ็ด วรัต ให้เดินทางโดยเร็วที่สุด โปรดหลีกทางให้ด้วยเถิด"
หัวหน้ากองมาวินกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เมินเฉยต่อคำกล่าวโอ้อวดของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง พร้อมทั้งชูใบประกาศที่ประทับตราของคุณชายเจ็ดอย่างชัดเจนขึ้นแสดง
"ไม่เอาน่า...มาวิน คนกันเองทั้งนั้นมิใช่รึ" อีกฝ่ายกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย แววตาเต็มไปด้วยความเหนือกว่า
"รู้ใช่ไหมว่าคำสั่งนั่นมันใช้กับคนในตระกูลเดียวกันไม่ได้ผลหรอก ทำงานผิดที่ สิบปีก็ไม่เจริญ"
เป็ที่รู้กันดีในหมู่ทหารว่าการทำงานรับใช้คุณชายเจ็ดนั้นยากที่จะก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ด้วยนิสัยเอาแต่ใจและไม่เห็นหัวใครของเขา หัวหน้ากองผู้นั้นจึงพยายามเอ่ยชักชวนมาวินให้เปลี่ยนข้างมาทำงานกับตน
"มาร่วมงานกับข้าเถิด สหาย ยามใดที่คุณชายสามของข้าได้ขึ้นเป็ผู้นำตระกูลอย่างสมภาคภูมิ บางทีท่านอาจจะถูกเรียกใช้งาน ได้รับการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นไปอีกก็เป็ได้นะ ฮ่าๆๆ"
หัวหน้ากองมาวินย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าคุณชายหกได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับฝ่ายของคุณชายสามในการ่ชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนคุณชายเจ็ดผู้โง่เขลาที่มิได้เข้าพวกกับฝ่ายใดเลยนั้น ย่อมถูกกำจัดทิ้งได้อย่างง่ายดายในไม่ช้า ทว่ามาวินก็มีแผนการอันแยบยลซ่อนอยู่ในใจ
"ถึงจะรับใช้คุณชายเจ็ด แต่อย่างไรเสียข้าก็ยังคงเป็หัวหน้ากองบังคับการคนหนึ่ง ยิ่งมิต้องพูดถึงทรัพยากรและกำลังพลที่ต้องแบ่งสรรปันส่วนกับเ้าอีก หากข้ายอมอ่อนข้อให้" มาวินส่ายหน้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่แฝงความหนักแน่น
"หึ...ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่รู้เื่ วันนี้เราก็คงต้องมาวัดฝีมือกันหน่อยเสียแล้วกระมัง" หัวหน้ากองของคุณชายหกกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าขึ้นอีกหลายส่วน ราวกับรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องปฏิเสธข้อเสนอของตน
"เอาเช่นนี้เป็ไรเล่าท่านหัวหน้ากอง" มาวินเสนอขึ้นบ้าง
"เราส่งคนของเราออกมาประลองฝีมือกันตัวต่อตัว ผู้ใดชนะก็ให้ได้สิทธิ์ในตัวสตรีที่อยู่ในรถม้าคันนั้นไป ท่านเห็นว่าอย่างไร?"
ขณะที่กล่าววาจาออกมานั้น เขาก็แอบใช้ทักษะพิเศษในการส่งเสียงให้หัวหน้ากองของคุณชายหกได้ยินเพียงผู้เดียวอย่างแเี ณิชาซึ่งอยู่ในรถม้าสังเกตเห็นไอคลื่นพลังงานบางเบาแปลกประหลาดที่ปรากฏขึ้นบริเวณริมฝีปากของเขาเพียงชั่วครู่
"และไม่ว่าผลการประลองจะเป็เช่นไรก็ตาม ท่านสามารถนำรถม้าคันนี้ไปได้เลย เพียงแต่ขอเวลาให้ทางข้าได้เตรียมรถม้าอีกคันหนึ่งไว้สับเปลี่ยนสักครู่เถิด" มาวินยื่นข้อเสนอพิเศษที่ฟังดูน่าสนใจยิ่งนัก
หัวหน้ากองของคุณชายหกนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก ข้อเสนอนี้ดูเหมือนจะมีแต่ได้ไม่มีเสีย
เขารู้ดีว่ามาวินนั้นเ้าเล่ห์แสนกล คง้าหาตัวแทนมาสวมรอยหญิงสาวคนนั้นเป็แน่ คำสั่งที่เขาได้รับมาคือให้ชิงตัวหญิงสาวจากนายน้อยเจ็ดมาให้ได้เท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้วก็เป็เพียงการกลั่นแกล้งเพื่อให้นายน้อยเจ็ดต้องเสียหน้าในสายตาของคนในตระกูล
'ทั้งนายน้อยหกและนายน้อยเจ็ดก็ยังไม่เคยมีผู้ใดได้ยลโฉมหน้าตาที่แท้จริงของผู้หญิงในรถม้าคันนั้นมาก่อน หากจะเอาใครมาสวมรอยแทนก็คงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้'
หัวหน้ากองของคุณชายหกคำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็วในใจ
เพียงแค่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ยืนยันเป็เสียงเดียวกันว่าคนสวมรอยนั้นคือตัวจริง เื่ก็น่าจะจบลงด้วยดี การประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ก็เป็เพียงฉากบังหน้าเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนได้ทำตามหน้าที่อย่างสุดความสามารถแล้ว และยังช่วยลดความสูญเสียของกำลังพลทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย
"ตกลง! ข้ารับข้อเสนอของท่าน! สมกับเป็หัวหน้ากองมาวินผู้เลื่องชื่อจริงๆ ข่าวลือเื่สติปัญญาอันเฉียบแหลมหลักแหลมของท่านคงมิใช่เป็เพียงแค่คำกล่าวอ้างลอยๆ เสียแล้ว!" หัวหน้ากองของคุณชายหกเปลี่ยนท่าทีจากแข็งกร้าวเหยียดหยามเป็ยอมรับนับถือในทันที
ทว่าสำหรับมาวินแล้ว เขาหาได้มีความตั้งใจที่จะส่งตัวณิชาผู้ล้ำค่าให้ใครไปง่ายๆ ไม่ เขาจะแอบสลับตัวนางกับหญิงสาวอีกคนที่เตรียมไว้ในรถม้าคันใหม่อย่างแเี โดยไม่ให้อีกฝ่ายล่วงรู้ได้เลยแม้แต่น้อย
หัวหน้ากองผู้นี้ยังโง่เขลาเกินไปนักที่ไม่รู้ถึงความสำคัญที่แท้จริงของณิชา มิเช่นนั้นมันคงต้องพยายามสุดกำลังเพื่อแย่งชิงตัวนางไปเป็แน่แท้
มาวินมิได้โง่พอที่จะส่งเพชรเม็ดงามอย่างณิชาไปให้คุณชายเจ็ดผู้ไร้ประโยชน์และพึ่งพาไม่ได้ แต่เขาจะนำนางไปถวายให้คุณชายใหญ่ ผู้ซึ่งมีสิทธิ์อันชอบธรรมในการเป็ผู้นำตระกูลคนต่อไป เพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานของตนเองในภายภาคหน้า!
"เช่นกันขอรับท่านหัวหน้ากอง ท่านเองก็เข้าใจความหมายที่ข้าสื่อสารออกไปได้โดยง่ายมิต้องเอ่ยให้มากความ ถ้างั้น...เราจะเลือกใครให้มาเป็ตัวแทนในการประลองครั้งนี้กันดีเล่า?" มาวินถามกลับด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก
ขณะที่หัวหน้ากองทั้งสองกำลังเจรจาต่อรองแผนการอันซับซ้อน ณิชาซึ่งนั่งเงียบอยู่ในรถม้าก็ได้ยินบทสนทนาทั้งหมดอย่างชัดเจน นางตระหนักได้ในทันทีว่าหากปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามแผนของพวกเขา จุดจบของนางคงจะเลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการได้อย่างแน่นอน
"แปลกจริง...บรรยากาศมันดูผ่อนคลายเกินไป" นางพึมพำกับตนเองเบาๆ ด้วยความสงสัย ณิชาขบคิดอย่างรวดเร็ว
หากภารกิจสำคัญเช่นนี้เกิดความผิดพลาดขึ้นมา ผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมต้องถูกลงโทษสถานหนัก แต่หัวหน้ากองทั้งสองกลับดูมีความสุขกับการเตรียมการประลองนี้เสียด้วยซ้ำ
'หรือว่าพวกเขาต่างมั่นใจว่าลูกน้องของตนจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน? ก็ไม่น่าใช่...' นางครุ่นคิด
เพราะจากการสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ นางรู้ดีว่ามาวินมิได้ส่งทหารที่เก่งกาจที่สุดของตนลงสนามประลองในครั้งนี้
ชายที่ชื่อ 'สอง' ซึ่งยืนคุมรถม้าที่นางโดยสารอยู่นั้น ยังดูแข็งแกร่งและมีพลังอำนาจมากกว่าทหารคนที่กำลังจะลงไปประลองอย่างเห็นได้ชัด
จากไอพลังงานที่ผันผวนรอบตัวของพวกเขานั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สำหรับคนทั่วไปอาจมองไม่เห็นความแตกต่างอันละเอียดอ่อนนี้ แต่นางกลับมองเห็นได้อย่างชัดเจนทะลุปรุโปร่ง
'เกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่...ระหว่างที่ข้าหมดสติไป?' ณิชาครุ่นคิดด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
'เื่นี้เอาไว้ค่อยตรวจสอบอย่างละเอียดทีหลังก็แล้วกัน' ดวงตาคู่สวยของนางทอประกายสุกใสราวกับสามารถมองทะลุผ่านเปลือกนอกของทุกสรรพสิ่งได้
ณิชาสังเกตเห็นว่าไอพลังงานที่ผันผวนรอบกายของ 'สอง' นั้นมีปริมาณหนาแน่นและรุนแรงกว่ามาก คล้ายกับว่าเขากำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะสะกดกลั้นพลังงานอันมหาศาลที่อยู่ภายในเอาไว้ ในขณะที่ไอพลังงานของทหารอีกคนที่กำลังจะลงประลองนั้นกลับดูนิ่งสนิทและบางเบากว่ากันมาก
เมื่อการปะทะเริ่มขึ้น พลังงานของทหารทั้งคู่ก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้นางสามารถสรุปได้อย่างรวดเร็วว่าไอพลังงานที่ผันผวนนั้นคือการแสดงออกของพลังที่แท้จริง และ 'สอง' นั้นมีพลังมากกว่าทหารคนนั้นอย่างเทียบกันไม่ติด! ดังนั้น...หัวหน้ากองมาวินจึงมิได้้าชัยชนะในการประลองครั้งนี้อย่างแท้จริง!
"แต่ว่า...ทำไมกันล่ะ? มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย" ณิชายังคงพึมพำกับตนเองอย่างสับสน การส่งตัวนางให้เ้านายไม่สำเร็จย่อมต้องมีบทลงโทษร้ายแรงตามมาอย่างแน่นอน
แต่แล้วในชั่วพริบตานั้นเอง ณิชาก็เหลือบไปเห็นรถม้าอีกคันหนึ่งกำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากระยะไกล รถม้าคันนั้นมีลักษณะเหมือนกับรถม้าที่นางโดยสารอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว...ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย! ทำให้นางพลันคิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
"ฮ่าๆๆ! ดูเหมือนว่าลูกน้องของข้าจะทำผลงานได้ดีกว่าของท่านนะ มาวิน!" หัวหน้ากองของคุณชายหกกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ เมื่อเห็นว่าคนของตนกำลังได้เปรียบในการประลอง
"หืม...การประลองของทหารทั้งสองนั้นนับว่าสูสีกันมากทีเดียว" มาวินกล่าวตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ทั้งคู่ต่างก็เป็จอมเวทย์ฝีมือดี กระบวนท่าที่ใช้ก็อยู่ในระดับเดียวกัน ดังนั้นผลแพ้ชนะจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและประสบการณ์ของแต่ละคน ซึ่งดูเหมือนว่าคนของท่านจะทำได้ดีกว่าเล็กน้อย"
มาวินกล่าวถึงเหตุผลที่ลูกน้องของตนกำลังจะพ่ายแพ้ แต่ก็มิได้แสดงอาการเสียใจหรือเดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างใด
ผลการประลองใกล้จะรู้ผลแพ้ชนะเต็มทีแล้ว ในขณะที่ทุกคนในสนามต่างกำลังให้ความสนใจกับการต่อสู้อย่างใจจดใจจ่อ ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น!
พลันหญิงสาวร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งก็ก้าวลงจากรถม้าคันงามอย่างสง่างาม ท่ามกลางเหล่าทหารฉกรรจ์ร่างกำยำที่ยืนรายล้อมอยู่เต็มไปหมด เกิดเป็ภาพที่โดดเด่นและแปลกแยกอย่างที่สุด!
"หยุด!!!! หยุดผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวนี้!!!"
หัวหน้ากองมาวินหน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้มทันทีที่เห็นณิชาก้าวลงจากรถม้า พร้อมกับปลดผ้าปิดปากผืนนั้นออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงอันงดงามหมดจดของตนเองออกมาสู่สายตาของทุกคน!
แผนการอันสมบูรณ์แบบที่เขาวางไว้อย่างแยบยลกำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ก่อนที่มันจะได้เริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำ!
ทุกสรรพสิ่งพลันหยุดนิ่งราวกับเวลาได้หยุดหมุนลงในบัดดล! การประลองอันดุเดือดเมื่อครู่พลันยุติลงอย่างกะทันหัน ทุกสายตาในสนามรบจับจ้องไปยังทิศทางเดียวกัน
ณิชา ร่างของนางในยามนี้งดงามบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาที่จุติลงมาโปรดโลกมนุษย์ ท่ามกลางเหล่าอสูรร้ายที่กำลังเข่นฆ่ากันอย่างบ้าคลั่ง รัศมีความศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งที่แผ่ออกมาจากตัวนางนั้นทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินหรือแตะต้อง
ทหารหนุ่มนาม 'สอง' ซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุด ได้แต่เบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เขาลืมสิ้นซึ่งคำสั่งที่ได้รับมอบหมายให้คอยจับตาดูและหยุดยั้งนางไปเสียสนิท!
ทว่า...บุรุษอีกผู้หนึ่งกลับเคลื่อนไหวสวนกระแสอย่างรวดเร็ว! เขาคือ 'สิริ' ทหารชั้นต่ำผู้เคยใช้กำลังทำร้ายณิชาเมื่อครั้งอยู่ที่บ้านของนาง!
"ฮ่าๆๆ! เสร็จข้าล่ะคราวนี้!" สิริหัวเราะร่าออกมาอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง มันเห็นเป็โอกาสทองที่จะได้เข้าใกล้และล่วงเกินหญิงงามอีกครั้ง หลังจากที่ได้แต่เฝ้าจ้องมองนางด้วยความใคร่มาตลอดทาง
'สิริ' ผู้โง่เขลาทะยานร่างหมายจะเข้าถึงตัวณิชา แต่ณิชาผู้ชาญฉลาดไหวตัวทัน นางมิรอช้าแม้เพียงเสี้ยววินาที ก้าวถอยหลังกลับเข้าไปในรถม้าได้ก่อนที่มืออันหยาบกร้านของ 'สิริ' จะคว้าจับตัวนางไว้ได้
มันเห็นว่าพลาดท่าก็เดือดดาล หมายจะตามนางเข้าไปในรถม้าต่ออย่างไม่ลดละ แต่แล้ว 'สอง' ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ก้าวเข้ามาขวางหน้ามันไว้ทันควัน!
"หยุดเดี๋ยวนี้!! กลับไปประจำที่ของเ้าซะ!" 'สอง' ตวาดเสียงกร้าวด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด แม้ว่า 'สิริ' อาจจะพยายามหยุดยั้งหญิงสาวในรถม้าตามคำสั่ง แต่การกระทำอันอุกอาจและเกินกว่าเหตุของมันนั้นเป็สิ่งที่เขามิอาจยอมรับได้!
'สิริ' ััได้ถึงจิตสังหารอันเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของ 'สอง' อย่างชัดเจน มันจึงรีบก้มหน้าแล้วถอยกลับไปประจำตำแหน่งเดิมอย่างหวาดกลัว มันรู้ดีว่าโอกาสทองที่จะได้ลิ้มลองหญิงงามนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ส่วน 'สอง' นั้นรู้สึกเดือดดาลจนแทบจะระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่
ในฐานะรองหัวหน้ากองกำลัง การมีทหารใต้บังคับบัญชาที่ประพฤติตนเลวทรามและแตกแถวเช่นนี้ ถือเป็เื่ที่น่าอัปยศและยอมรับไม่ได้อย่างที่สุด! เสร็จสิ้นจากเื่วุ่นวายนี้เมื่อใด เขาจะไล่ไอ้สวะเดนคนนี้ออกไปจากกองกำลังทันที!
เขาจะไม่ยอมให้ปลาเน่าเพียงตัวเดียวมาทำให้ชื่อเสียงของทั้งกองทัพต้องเหม็นเน่าไปด้วยเป็อันขาด! แต่บัดนี้...สถานการณ์โดยรวมได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง!
"หืมม...ดูเหมือนว่าหัวหน้ากองกำลังมาวินจะกำลังถือของร้อนอยู่ในมือนะสหาย" หัวหน้ากองของคุณชายหกเอ่ยเตือนขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แต่ก็แฝงความนัยบางอย่าง
"ของชิ้นนี้...หากไม่รีบปล่อยวางไปเสีย อาจจะลวกมือจนพุพอง หรืออาจจะนำพาอันตรายร้ายแรงมาสู่ชีวิตได้นะ" มันกล่าวพลางยื่นมือทำสัญลักษณ์ลับให้ทหารของตนเตรียมพร้อมรบเต็มอัตราศึก
"เฮ้อ...ช่วยไม่ได้จริงๆ แผนการที่วางไว้อย่างดิบดีมิอาจสู้ลิขิต์ได้" มาวินถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
"แต่จะอันตรายถึงชีวิตหรือไม่นั้น...ข้าเกรงว่าคงจะไม่ใช่ข้ากระมัง" มาวินพูดจบก็เอื้อมมือไปกุมด้ามดาบยาวที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างช้าๆ แววตาของเขาพลันเปลี่ยนเป็คมกริบและดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!
"ทหารกองพยัคฆ์! เตรียมพร้อมรบ!!!"
"ทหารกองอสรพิษ! เตรียมพร้อมรบ!!!"
"ประจัญบาน!!!!"
"ฆ่า!!!!!"
เสียงโห่ร้องประกาศาดังกึกก้องไปทั่วทั้งสมรภูมิ! บรรยากาศที่เคยเงียบสงบพลันแปรเปลี่ยนเป็ความโกลาหลวุ่นวายและเต็มไปด้วยไอสังหาร! ราวกับประตูนรกได้ถูกเปิดออก! ปลดปล่อยเหล่าอสูรร้ายให้ขึ้นมาอาละวาดบนผืนปฐี!