ตอนที่12 ความแข็งแกร่งของสำนักเหมันต์
“พวกเขาไม่เชื่อว่าท่านเ้าสำนักได้แต่งตั้งข้าใช่ไหมขอรับ?” หลิวเย่ถามย้ำเพื่อความมั่นใจ
“ใช่ดังนั้นอี้ซางเจ๋อจึง้าให้เ้าประลองฝีมือกับผู้าุโหลี่จากสำนักวิหคเพลิง”
จ้าวตงบอกกับหลิวเย่ตามจริง
“ข้ายินดีขอรับ”หลิวเย่ตอบรับอย่างยินดีเพราะว่าเขา้าทดสอบความแข็งแกร่งของตนเองในระดับใหม่พอดี
“ดีเช่นนั้นเ้าไปเตรียมตัวให้พร้อม พวกเขาจะมาถึงที่นี่ในยามซื่อ(09.00-10.59 น.)”
จ้าวตงโบกมือไล่หลิวเย่ให้ไปเตรียมตัวและแจ้งเวลานัดหมายที่สำนักวิหคเพลิงจะเดินทางมาถึง
“ขอรับ”หลิวเย่รับคำแล้วหันหลังเดินออกไป
จากนั้นเขาเหินตัวบินกลับยอดเขาซือหวู่
เมื่อถึงคฤหาสน์ของตนเองแล้ว
หลิวเย่นั่งฟื้นฟูปรับสภาพร่างกายให้พลังปราณมีความเสถียรมากขึ้นและรอให้ถึงเวลานัดหมาย
..........
เมื่อถึงยามซื่อ
หลิวเย่เหินตัวบินตรงไปยังยอดเขาที่ใช้ประลองคัดเลือกรับศิษย์สายนอกซึ่งผู้คนที่นี่เรียกว่ายอดเขา “โยวอี้”
เขาเหินตัวลงจอดในมุมหนึ่งที่ไม่สะดุดตานัก
เนื่องจากในเวลานี้มีผู้คนเป็จำนวนมากทั้งจากฝั่งสำนักเหมันต์
และสำนักวิหคเพลิงที่พวกเขาแต่งกายด้วยชุดสีแดงและส้ม
หลิวเย่เดินตรงไปยังอาคารคฤหาสน์กลางที่ใช้รับรองแขกของสำนักเหมันต์
เขาเหลือบมองเห็นเ้าสำนักเหมันต์และชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึมสวมชุดสีแดงนั่งอยู่คู่กัน
มีการแบ่งฝ่ายชัดเจนของที่นั่งด้านล่าง
นั่นคือ ฝั่งทิศตะวันออกเป็ที่นั่งของเหล่าผู้าุโของสำนักเหมันต์ทั้งห้าคนซึ่งตรงกับที่นั่งของเ้าสำนักเหมันต์
ฝั่งทิศตะวันตกเป็ที่นั่งของเหล่าผู้าุโจากสำนักวิหคเพลิงทั้งห้าคนซึ่งตรงกับที่นั่งของเ้าสำนักวิหคเพลิงเช่นกัน
“ผู้าุโหลิวมาพอดี”จ้าวตงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์พร้อมกับเหล่ตามองอี้ซางเจ๋อ เ้าสำนักวิหคเพลิง
“นี่นะหรือ? ผู้าุโหลิว?” อี้ซางเจ๋อส่งเสียงดูแคลนหลิวเย่เมื่อมองเห็นว่าเขาเป็ชายหนุ่มอายุน้อย
อี้ซางเจ๋อไม่เชื่อข่าวลือทั้งหลายที่บอกว่าสำนักเหมันต์มีผู้าุโคนใหม่
เมื่อเขาเห็นหลิวเย่ที่มีอายุน้อยเช่นนี้ยิ่งทำให้เขามั่นใจความคิดของตนเองมากขึ้น
นั่นเป็เพราะว่าในสี่อาณาจักรนั้นอาณาจักรอี้ซางและอาณาจักรเซียนเทียนมีความแข็งแกร่งเท่าเทียมกัน
โดยเ้าสำนักทั้งสองอาณาจักรมีความแข็งแกร่งในขอบเขตแกนะระดับปฐมเหมือนกัน
รวมถึงผู้าุโที่มีจำนวนและความแข็งแกร่งเท่ากัน
แต่ทว่าเขากลับได้รับรู้ข่าวที่แจ้งจากทางสำนักเหมันต์อย่างเป็ทางการว่ามีการแต่งตั้งผู้าุโคนใหม่
เขาจึงคิดว่าเป็แผนการเพื่อสร้างความเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่ นี่คือผู้าุโหลิวท่านสามารถประลองฝีมือกับเขาได้” จ้าวตงบอกกับอี้ซางเจ๋ออย่างผ่อนคลาย
เขาดูแคลนอี้ซางเจ๋อในใจเมื่อเห็นท่าทีไม่เชื่อของทางสำนักวิหคเพลิง
“แน่นอน ผู้าุโหลี่ลองทดสอบความแข็งแกร่งผู้าุโคนใหม่ของสำนักเหมันต์ดูสิ”
อี้ซางเจ๋อพยักหน้าตอบรับพลางหันหน้าไปบอกกับผู้าุโฝั่งตนเองให้ทำการประลองฝีมือกับหลิวเย่โดยตรง
ผู้าุโเผิงและผู้าุโเพ่ยฮวาส่งสายตาเป็กังวลให้กับหลิวเย่
เนื่องจากทั้งสองคนไม่สามารถรับรู้ขอบเขตของหลิวเย่ในเวลานี้ได้
แต่ทั้งสองคนคิดว่าหลิวเย่ยังคงแข็งแกร่งเหมือนวันก่อนที่เพิ่งมาทำหน้าที่เป็ผู้าุโของสำนัก
แต่ผู้าุโซูและผู้าุโเชาที่รับรู้พลังปราณอันแข็งแกร่งของหลิวเย่ที่ตั้งใจปลดปล่อยออกมาบางครั้ง
ทำให้ทั้งสองคนพูดให้กำลังใจหลิวเย่อย่างสบายใจว่า
“ผู้าุโหลิวทำให้เต็มที่” ผู้าุโซูพูดให้กำลังใจเขาโดยตรง
“ผู้าุโหลิวอย่าลงมือหนักเกินไปนัก”
ผู้าุโเชาพูดหยอกล้อหลิวเย่เพราะเขาเคยเห็นทักษะต่อสู้ของหลิวเย่กับผู้าุโเผิงมาแล้ว
ทำให้เขาสามารถคาดเดาความเหนือชั้นของหลิวเย่ได้อย่างง่ายดาย
“ขอรับท่านเ้าสำนัก”หลิวเย่ตอบรับคำสั่งของเ้าสำนักเหมันต์อย่างสบายใจ
“ขอบคุณผู้าุโทั้งสอง”หลิวเย่กล่าวขอบคุณผู้าุโฝั่งตนเองด้วยรอยยิ้มยินดี
เวลานี้ลานประลองหลักเปิดใช้งานแล้ว
หลิวเย่และผู้าุโหลี่เหินตัวบินไปลงจอดบนลานประลองอย่างนุ่มนวล
โดยมีเ้าสำนักทั้งสองและเหล่าผู้าุโทั้งหลายเหินตัวบินมานั่งในพลับพลาที่มีการจัดเก้าอี้ตามตำแหน่งไว้รอแล้ว
ผู้าุโหลี่หรี่ตามองหลิวเย่ด้วยความแปลกใจเมื่อรับรู้ได้ถึงพลังปราณอันแข็งแกร่งเทียบเท่ากับตนเอง
เขาคิดในใจด้วยความสงสัยว่า“สายข่าวบอกว่าผู้าุโคนใหม่แข็งแกร่งแค่ระดับต้นไม่ใช่หรือ?”
“เชิญผู้าุโก่อน”หลิวเย่ผายมือให้เกียรติฝ่ายตรงข้ามได้แสดงอาวุธก่อน
จากนั้นหลิวเย่หยิบง้าวจักรพรรดิออกจากมิติพื้นที่
พร้อมกับที่ผู้าุโหลี่หยิบดาบใหญ่ทรงพลังที่ส่งกลิ่นอายน่าเกรงขามออกมา
แต่ทว่าน่าเสียดายที่ดาบใหญ่ของผู้าุโหลี่นั้นมีความแข็งแกร่งแค่ขอบเขตแกนเทพระดับปลายเท่านั้น
ในขณะที่ง้าวของหลิวเย่ผ่านการปรับแต่งด้วยน้ำอมฤตและแร่วาเนเดียมจนทำให้มีความแข็งแกร่งในระดับสูงสุด
“หือ! ง้าวของเขาช่างน่าเกรงขามเสียจริง”ผู้าุโหลี่ตื่นใเล็กน้อยเมื่อมองเห็นอาวุธของหลิวเย่
เขาตวัดดาบใหญ่ของตนเองพุ่งเข้าหาหลิวเย่ในทันที
“เคร้ง”พลันเกิดเสียงกระทบกันระหว่างดาบใหญ่และง้าวของหลิวเย่
ทั้งสองคนพุ่งเข้าต่อสู้กันด้วยอาวุธซึ่งต่างฝ่ายฟาดฟันใส่กันไม่ยั้ง
ผลัดกันรุกรับอยู่ครู่หนึ่งหลิวเย่ตัดสินใจใช้พลังสายฟ้าที่ตนมีโดยส่งออกมาหลอมรวมเข้ากับง้าวจักรพรรดิ
“เปรี๊ยะเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ”
สายฟ้าพุ่งตรงออกจากฝ่ามือของหลิวเย่ขึ้นไปตามตัวง้าวและพุ่งเข้าปะทะกับดาบใหญ่ที่เข้ามากระทบกันพอดี
พลังสายฟ้าของหลิวเย่นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่ผู้าุโหลี่จะทานทนได้
ทำให้ตัวของเขาถอยกรูดอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
“หืม? เ้าหนุ่มนั่นมีพลังสายฟ้าด้วยหรือ?”
อี้ซางเจ๋อตื่นตะหนกทันทีเมื่อเห็นพลังของหลิวเย่ั้แ่เริ่มต่อสู้กับผู้าุโหลี่
และเขายิ่งกังวลมากขึ้นเมื่อเห็นหลิวเย่สามารถใช้พลังสายฟ้าได้ด้วย
เนื่องจากทั้งสี่อาณาจักรนั้นไม่มีผู้ที่มีพลังสายฟ้าแม้แต่คนเดียว
โดยเฉพาะผู้ที่แข็งแกร่งและมีพลังสายฟ้าในขอบเขตแกนเทพนั้นจะไม่สามารถรอดพ้นจากเจตจำนงแห่ง์ได้
“เยี่ยม! ไม่นึกว่าผู้าุโหลิวจะมีพลังสายฟ้าด้วยดีจริงๆ”
จ้าวตงหัวเราะเบาๆในลำคอพลางเหล่ตามองอี้ซางเจ๋อด้วยความรู้สึกดูแคลน
ด้านผู้าุโหลี่ที่เหลือบมองเห็นหลิวเย่เก็บง้าวแล้วเหมือนเป็การให้เกียรติตนเองและไม่เข้ามาซ้ำเติม
ผู้าุโหลี่จึงเก็บดาบใหญ่ตนเองเข้าไว้ในแหวนมิติเช่นกัน
เขารู้สึกเ็ปอวัยวะภายในร่างกายอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อหลิวเย่ตั้งท่าต่อสู้โดยการกำหมัดทั้งสองข้างแล้ว
ผู้าุโหลี่ตั้งท่าต่อสู้เช่นกันด้วยศักดิ์ศรีของสำนักวิหคเพลิงที่ต้องกำชัยชนะไว้ให้ได้
แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อพบว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ามีทักษะต่อสู้ที่ทรงพลังเช่นกัน
“เขามาจากที่ไหนกันแน่? ทำไมถึงได้เก่งกาจเช่นนี้?” ผู้าุโหลี่ครุ่นคิดด้วยความแปลกใจ
ทันใดนั้นหมัดของหลิวเย่พุ่งเข้ามาเกือบถึงตัวเขาแล้ว
ผู้าุโหลี่พลันใช้หมัดของตนเองต้านรับไว้และต่อยขวางทันที
แต่ทว่าความแข็งแกร่งภายในของหลิวเย่นั้นมีความเหนือกว่าผู้าุโหลี่มากกว่าสองส่วน
ทำให้ผู้าุโหลี่เ็ปอวัยวะภายในมากกว่าเดิมจนไม่สามารถระงับไว้ได้
เขาถอยกรูดอีกครั้งและพลันเสียหลักล้มตัวลงนอนตะแคงกับพื้นเพราะไม่สามารถฝืนตัวไว้ได้“ตุ๊บ”
“หือ?” อี้ซางเจ๋อผุดลุกขึ้นทันทีพร้อมกับเหล่าผู้าุโของสำนักวิหคเพลิงอีกสี่คน
ส่วนจ้าวตงและเหล่าผู้าุโของสำนักเหมันต์แค่ชะเง้อคอขึ้นดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจเท่านั้น
หลิวเย่เห็นว่าผู้าุโหลี่จากสำนักวิหคเพลิงได้รับาเ็แล้ว
เขาปล่อยมือที่กำหมัดและเดินไปคำนับผู้าุโหลี่อย่างสุภาพก่อนพูดขึ้นมาว่า
“ขอบคุณผู้าุโหลี่ที่ออมมือให้ข้า”
“เ้าแข็งแกร่งมาก”ผู้าุโหลี่พยักหน้ายอมรับความพ่ายแพ้อย่างจำยอม
เขารู้สึกคาดไม่ถึงว่าหลิวเย่จะแข็งแกร่งและมีทักษะต่อสู้ที่ดีเช่นนี้
ทำให้หวาดหวั่นกับความแข็งแกร่งของสำนักเหมันต์ที่มีผู้าุโมากกว่าทุกอาณาจักร
จากนั้นผู้าุโหลี่พยุงตัวเองขึ้นจากพื้นและเหินตัวบินกลับไปนั่งที่เดิมในพลับพลา
ส่วนหลิวเย่เหินตัวบินกลับไปนั่งที่นั่งว่างใกล้กับผู้าุโเผิงโดยตรง
เวลานี้อี้ซางเจ๋อหน้าดำและเคร่งเครียดมากกว่าเดิม
นั่นเป็เพราะว่า
เขาไม่คิดว่าหลิวเย่จะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาณาจักรเซียนเทียนแข็งแกร่งกว่าทุกอาณาจักร
เขาได้แต่หวังว่าสำนักเหมันต์ที่แข็งแกร่งเหนือสำนักอื่นแล้วจะไม่รุกรานหรือทำาเพื่อแย่งชิงอาณาเขต
มิเช่นนั้นเขาอาจต้องร่วมมือกับอาณาจักรหลงที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อความอยู่รอด
“ผลการประลองออกมาแล้วคงไม่ต้องให้ข้าพูดอะไรให้มากความกระมังท่านอี้ซางเจ๋อ”
จ้าวตงพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจกับผลการประลองที่ออกมา
“ฮึ! ข้าไม่มีอะไรต้องพูดอีกแล้ว พวกเรากลับ!”
อี้ซางเจ๋อส่งเสียงบอกผู้าุโสำนักวิหคเพลิงเดินทางกลับอาณาจักรอี้ซางทันทีด้วยความอับอาย
“เฮ้อ!” จ้าวตงส่ายหน้าพลางมองตามแผ่นหลังของอี้ซางเจ๋อที่เดินดุ่มๆออกไปโดยไม่สนใจล่ำลา
“เยี่ยมมากผู้าุโหลิว”
“ข้าไม่คิดเลยว่าผู้าุโหลิวจะเลื่อนระดับได้รวดเร็วเช่นนี้”
“ต่อไปพวกเราไม่ต้องกลัวสำนักวิหคเพลิงอีกแล้ว”
“ผู้าุโหลิวเก่งกาจยิ่งนัก”
“ฮ่าๆ เช่นนั้นพวกเราต้องฉลองกันดีหรือไม่?”
ผู้าุโทั้งห้าคนของสำนักเหมันต์ต่างส่งเสียงชื่นชมหลิวเย่อย่างจริงจัง
“ผู้าุโหลิวเ้าทำได้ดีมาก สมควรได้รับรางวัลจากข้า”จ้าวตงกล่าวชื่นชมหลิวเย่โดยตรงพร้อมกับพูดถึงรางวัล
“หือ! รางวัลอะไรหรือขอรับท่านเ้าสำนัก?” หลิวเย่ถามอย่างแปลกใจกับคำพูดลึกลับของเ้าสำนัก
เพราะเขาเหลือบมองเห็นสีหน้าของผู้าุโทุกท่านที่มีท่าทางตื่นเต้นยินดีกับรางวัลของจ้าวตง
“ข้าจะอนุญาตผู้าุโหลิวเป็พิเศษให้สามารถเดินทางเข้าไปยังมรดกของสำนักได้ก่อนเวลา”
จ้าวตงพูดขึ้นอย่างสบายใจ
“มรดกหรือ?” หลิวเย่งุนงงกับคำพูดของจ้าวตงมากยิ่งขึ้น
“ทุกสำนักจะมีมรดกซึ่งเป็ทางเชื่อมระหว่างดวงดาวและจักรวาลอื่นที่นั่นจะมีสมบัติและโชคชะตารอเราอยู่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ
วาสนาแต่ละคนบางคนเข้าไปก็โชคดีได้รับโชคชะตา แต่บางคนเข้าไปก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย ปกติจะเปิดมรดกให้ศิษย์สายในที่แข็งแกร่งั้แ่ขอบเขตแกน์ขึ้นไปเข้าไปเสาะแสวงหาสมบัติและโชคชะตาทุกสิบปีแต่เวลานี้เ้าสำนักเปิดโอกาสให้ท่าน นี่มันดีเสียยิ่งกว่าออกไปทำภารกิจด้านนอกและรอโชคชะตาใดๆ”
ผู้าุโเผิงอธิบายกับหลิวเย่อย่างใจเย็น
เมื่อหลิวเย่ได้รับรู้ความหมายของมรดกแล้วทำให้เขาตาโตอย่างตื่นเต้นยินดี
นั่นเป็เพราะว่าในมรดกอาจมีโชคชะตาหรือหนทางนำพาเขาไปหาอาจารย์ได้เร็วขึ้นนั่นเอง
“จริงหรือขอรับ?” หลิวเย่ตื่นเต้นจนต้องถามจ้าวตงย้ำอีกครั้ง
“ใช่อีกสิบวันจะเปิดมรดกได้ เ้าเตรียมตัวไว้ให้ดีเล่า” จ้าวตงพูดอย่างผ่อนคลาย
เขาเดิมพันกับตนเองว่าหลิวเย่จะสามารถสร้างปาฎิหาริย์หรือทำให้เขาประหลาดใจได้อีกหรือไม่?
“ขอบคุณขอรับท่านเ้าสำนัก”หลิวเย่นึกขึ้นได้รีบกล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาท
“ไม่เป็ไร พวกเราทานอาหารเช้าได้แล้ว”จ้าวตงพยักหน้ารับคำขอบคุณจากหลิวเย่
พร้อมกับส่งเสียงบอกทุกคนให้ทานอาหารร่วมกันเมื่อเขาได้กลิ่นอาหารโชยมาแต่ไกล
ั้แ่ที่มีผงปรุงรส์ของหลิวเย่มาช่วยปรุงแต่งรสชาติอาหาร
ทำให้เ้าสำนัก ผู้าุโและศิษย์สายในทุกคนทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุขมากขึ้น
..........
หลังทานอาหารเช้าร่วมกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
หลิวเย่เหินตัวบินไปยังหอตำราอย่างสบายใจ
เขาตั้งใจที่จะมาค้นหาข้อมูลหรือการบันทึกใดๆเกี่ยวกับอาจารย์ของตนเองให้มากที่สุด
เมื่อหลิวเย่เหินตัวลงจอดหน้าหอตำราแล้ว
เขาเหลือบมองเห็นชายชราเกาหงผู่ปราดเข้ามาหาตนเองด้วยท่าทางยินดีพร้อมกับยื่นกระบอกไม้ไผ่ให้กับตนเอง
“ผู้าุโหลิวมาแล้วข้าพบกระบอกไม้ไผ่นี้อยู่บนชั้นเก้า ปกติมันกองรวมอยู่กับกระบอกไม้ไผ่อื่นๆ แต่วันนี้ข้าทำความ
สะอาดทีละอันถึงได้เห็นมันมันแปลกตรงที่ไม่มีตัวหนังสืออะไร ก็เลยนำมาให้ท่านดูขอรับ”
“หืม! ไม่มีตัวหนังสืองั้นหรือ?” หลิวเย่อุทานด้วยความแปลกใจ
คำพูดของชายชราทำให้หลิวเย่นึกถึงหนังสือลึกลับที่เขาเคยพบในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยบนโลกปัจจุบัน
“ขอบคุณท่านมาก”หลิวเย่กล่าวขอบคุณชายชราเกาหงผู่พร้อมกับหยิบเอากระบอกไม้ไผ่นั้น
เขาเดินเข้าไปนั่งในห้องอ่านหนังสือในหอตำราพลางจ้องมองกระบอกไม้ไผ่ในมืออย่างมีความหวัง
“ขอให้เป็อย่างที่ข้าคิดไว้ให้มีข้อมูลใดๆเกี่ยวกับอาจารย์ด้วยนะ” หลิวเย่คิดอย่างมีความหวัง
จากนั้นเขาใช้ัั์ตรวจสอบกระบอกไม้ไผ่อย่างละเอียดและพบสิ่งที่น่าสนใจอยู่หนึ่งอย่าง
“เอ๊ะ!” สิ่งที่เขามองเห็นเป็เหมือนกลไกลับที่มีปุ่มเชื่อมเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่ซึ่งซ่อนอยู่อย่างแเี
ไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ด้วยตาเปล่าหรือพลังปราณทั่วไป
แต่โชคดีที่เขามีัั์ที่ทำให้มองเห็นสิ่งนั้นได้
หลิวเย่กดปุ่มเล็กๆปุ่มหนึ่งที่อยู่ด้านนอกบนลวดลายที่ไม่สะดุดตาอะไร
“คลิ๊ก”พลันเขาได้ยินเสียงกลไกที่ถูกคลายออก
หลิวเย่หยิบกระดาษแผ่นบางที่ถูกม้วนเก็บไว้เป็อย่างดีออกจากกระบอกไม้ไผ่อย่างเบามือ
เขาคลี่กระดาษแผ่นบางนั้นออกและพบว่ามีตัวอักษรจางๆบันทึกไว้ซึ่งทำให้เขาหัวเราะอย่างมีความสุข
“ในที่สุดฉันก็มีความหวังแล้ว”