เช้าวันจันทร์ของสัปดาห์สุดท้ายที่ธามิณีจะมาฝึกงานสัปดาห์หน้าก็เปิดเทอมแรกของการเรียนมหา’ลัยปี4 แล้ว หญิงสาวลงจากรถเมล์แล้วยืนรอตรงทางม้าลาย ถนนเส้นนี้ค่อนข้างมีรถพลุกพล่านอีกทั้งไม่มีสะพานลอย ทำให้การข้ามถนนค่อนข้างต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะจากรถมอเตอร์ไซค์ที่ขี่กันมาเร็วมากเธอมองตรงไปข้างหน้า แต่ถนนยังมีรถวิ่งกันขวักไขว่ ที่เกาะกลางถนนคุณป้าภาวนายืนรอข้ามพร้อมกับคนอื่นๆธามิณีจำคุณป้าภาวนาได้ทันที ถ้าข้ามถนนไปได้แล้วเธอจะไปทักทายสักหน่อยภารดีเข้ามารับการรักษาอีกครั้งเพราะมีอาการบวมที่เข่าซึ่งผ่าตัดไปเมื่อเดือนก่อนหลังจากรักษาอยู่หลายวัน พรุ่งนี้ภารดีก็จะได้ไปพักฟื้นที่บ้านต่อแล้วคุณป้าภาวนาจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางมาโรงพยาบาลทุกวัน
รถเริ่มซาพอจะเดินไปที่เกาะกลางถนนได้แล้วธามิณีก้าวขาตามคนอื่นๆ ไป แต่กลับถูกใครบางคนคว้าข้อมือไว้เธอหันไปมองแล้วกลับประหลาดใจ
“คุณ...”
โครม?!?
ธามิณีหันไปจะมองก็ถูกศนิคว้าใบหน้าไว้ก่อนจะดันให้แนบกับอกหนาไม่ใช่แบบนี้สิ เขาจะทำแบบนี้ทำไม ถ้าไม่ใช่เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นข้างหลังเธอหญิงสาวยกมือขึ้นมาแล้วผลักร่างสูงเต็มแรงไม่น่าเชื่อว่าเธอทำให้เขาเซไปนิดหนึ่งได้เสี้ยววินาทีนั้นเธอรีบหันไปมองด้วยความกลัวว่าจะเป็นใครสักคนที่เธอรู้จัก
เกิดอุบัติเหตุจริงๆด้วย!
มีใครบางคนนอนฟุบอยู่กลางถนนห่างจากทางม้าลายไปหลายเมตรมีคนกรูกันเข้าไป อีกด้านมีรถมอเตอร์ไซค์หลายคันกำลังขี่ตามรถคันที่ก่อเหตุชนแล้วหนีหญิงสาวเพ่งมองร่างที่นอนกองจนกระทั่งเห็นใบหน้าที่ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิทหัวใจของเธอกระตุกวาบไม่คิดฝันว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ทั้งที่นาทีก่อนเธอยังมองแผ่นหลังของคุณป้าภาวนาอยู่เลย
“ปล่อยค่ะธามจะไป”
ธามิณีดึงข้อมือตัวเองออกมาพร้อมจะวิ่งไปหาคุณป้าภาวนาที่นอนกองอยู่กับพื้นไทยมุงกำลังส่งเสียงเรียกให้คนมาช่วย บ้างก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกบางคนถ่ายคลิปที่อาจเป็นหลักฐานว่าใครชนในภายหลัง
ศนิจับข้อมือของธามิณีแน่นกว่าเดิมแล้วเป็นคนพาเธอเดินข้ามถนนไปจนถึงเกาะกลางด้วยตัวเองธามิณีเห็นว่ามีคนกั้นทางไว้ชั่วคราวก็สะบัดมือของศนิออกแล้ววิ่งไปหาคุณป้าภาวนาที่กำลังเลือดไหลนองพื้นที่ศีรษะเป็นแผลเปิดอ้า เธอหยิบกระดาษทิชชูทั้งปึกออกมาแล้วกดปิดบาดแผลที่เลือดกำลังไหลไว้พร้อมกับสำรวจร่างกายในส่วนอื่นๆที่แขนข้างขวาของป้าภาวนาน่าจะหักเช่นเดียวกับขาข้างขวา ตามร่างกายมีรอยถลอกแดงเลือดซึม
คุณป้าภาวนานอนแน่นิ่งไม่ได้สติไปแล้วธามิณีคลำหาชีพจรซึ่งยังพอมีความหวังเพราะยังพบอยู่ พอเธอหันไปมองเสียงขอทางที่มาพร้อมกับรถเข็นก็ขยับเพื่อไม่ให้ขวางทางเจ้าหน้าที่มีเสียงคุยไม่เบานักว่ามอเตอร์ไซค์ที่ชนหนีไปแล้ว มีเสียงกร่นด่ามากมายและเสียงเรียกคนบาดเจ็บที่ฟุบไปทันทีหลังจากถูกชน
“คุณป้าทำใจดีๆนะคะ บุรุษพยาบาลกำลังมาช่วยพาไปห้องฉุกเฉินแล้ว”
ช่างเป็นความโชคดีในความโชคร้ายคุณป้าภาวนาถูกรถชนบริเวณหน้าโรงพยาบาล ทำให้หมอ พยาบาลและบุรุษพยาบาลออกมาพาผู้บาดเจ็บไปรักษาในเวลาที่รวดเร็วผู้บาดเจ็บที่ค่อนข้างสาหัสถูกพาขึ้นรถเข็นในสภาพล็อคคอและลำตัวไว้หลังจากนั้นบุรุษพยาบาลก็รีบเดินแกมวิ่งเพื่อพาไปยังห้องฉุกเฉิน
ธามิณีช่วยเก็บกระเป๋าของป้าภาวนาปิ่นโตและของกินในถุงหูหิ้ววิ่งตามไป แต่แล้วเธอก็เหลียวมองข้างหลังศนิไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เขาไปแล้วกระมังเธอทิ้งสิ่งที่กังวลใจไว้ข้างหลังแล้ววิ่งตามเข้าไปในตึกตอนนี้คนที่เธอเป็นห่วงคือภารดี ถ้ารู้ว่าแม่ตัวเองบาดเจ็บสาหัสคงทุกข์ใจมาก
ธามิณียืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินพลางโทรบอกพี่เลี้ยงที่ดูแลการฝึกงานของเธอว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อ10 นาทีก่อน ทั้งหมอและพยาบาลกำลังพาภาวนาเข้าห้องผ่าตัดเพราะมีอาการเลือดคั่งในสมองและมีเลือดออกในช่องท้องเธอเดินไปเดินมาอยากช่วยอะไรได้มากกว่านี้ แต่เธอทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรอหมอที่กำลังผ่าตัดมีใครไปแจ้งข่าวกับภารดีหรือยัง ธามิณีไม่แน่ใจนัก แต่การที่ป้าภาวนาได้รับการผ่าตัดย่อมแสดงว่าได้รับการยินยอมจากญาติของผู้ป่วยแล้วถ้าอย่างนั้นตอนนี้ภารดีอยู่ที่ไหน
“น้องธาม...แม่ของพี่ออกมาจากห้องผ่าตัดหรือยังคะ”
ภารดีนั่งรถเข็นที่มีพยาบาลเข็นมาให้ธามิณีจับมือของภารดีไว้แล้วช่วยเข็นรถมาใกล้ๆกับที่นั่งซึ่งห่างจากประตูห้องผ่าตัดนิดเดียวพยาบาลที่เข็นรถมาเห็นว่าภารดีมีธามิณีดูแลแล้วจึงขอตัวไปทำงานของตัวเองต่อ
“คุณป้ายังไม่ออกมาค่ะคุณหมอก็ยังไม่ออกมาเหมือนกันเพิ่งเข้าห้องผ่าตัดไปครึ่งชั่วโมงเอง พี่รดีอย่าเพิ่งเครียดมากเกินไปนะคะหมอที่นี่เก่ง อีกประเดี๋ยวคงผ่าตัดเสร็จแล้วค่ะ”
“ธามเห็นแม่พี่ตอนที่ถูกรถมอเตอร์ไซค์ชนใช่ไหม”
ธามิณีส่ายหน้าถ้าตอนนั้นศนิไม่ดึงเธอให้หันมาหาเขา ตอนนี้เธออาจจะไม่มีสติไปแล้วก็ได้เขารู้ถึงได้ทำแบบนั้นใช่ไหมนะ
“ไม่เห็นค่ะตอนที่ธามวิ่งมาก็เห็นคุณป้าสลบไปแล้ว แต่หมอกับพยาบาลรีบมาช่วยคุณป้าเร็วมากค่ะ”
ภารดีทำได้เพียงพยักหน้าพลางชะเง้อมองประตูห้องผ่าตัดที่ยังปิดสนิทเธอกลัวว่าจะพบกับข่าวร้าย แต่ในใจคิดเพียงว่าหมอจะพูดแต่ข่าวดีอีกไม่กี่วันแม่ของเธอฟื้นหลังจากผ่าตัด เราสองคนได้กลับบ้านด้วยกันความที่มีกันแค่สองคน ทำให้เวลาแบบนี้เธอนึกไม่ออกเลยว่าจะโทรไปร้องไห้กับใครธามิณีจับมือของภารดีไว้เพราะเข้าใจความรู้สึก การกลัวที่จะสูญเสียเป็นความทรมานเธอคงได้แต่ภาวนาให้คุณป้าภาวนาปลอดภัย หลังจากนี้ได้มีชีวิตยืนยาวเพื่อเห็นความสุขของลูกสาว
ประตูห้องผ่าตัดเปิดออกหลังจากผ่านไปเกือบสองชั่วโมงสีหน้าของคุณหมอไม่ค่อยสู้ดีนักตอนที่เดินมาหาภารดีแล้วบอกข่าว
“ญาติของคุณภาวนาใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะแม่เป็นยังไงบ้างคะ” เสียงของภารดีสั่นจนธามิณีเข้ามาจับมือไว้
สีหน้าของหมอลำบากใจที่จะพูดแต่มันเป็นสิ่งที่เขาจำเป็นต้องบอกกับญาติที่รอฟังข่าว “ผมเสียใจด้วยนะครับผลจากการกระแทกที่รุนแรงทำให้มีเลือกคั่งในสมอง ช่องท้องบาดเจ็บสาหัสทั้งสองส่วนนี้ทำให้เกิดการเสียเลือดอย่างมาก ระบบภายในร่างกายล้มเหลวครับ”
ราวกับเกิดวินาทีที่ภารดีนิ่งงันไปธามิณีไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นลมหรือเปล่า หมอเข้ามาช่วยวัดชีพจรทันทีแต่ภารดีไม่ได้จะเป็นลม แต่ยังยอมรับสิ่งที่ได้ฟังว่ามันเป็นความจริงไม่ได้
“ไม่จริงแม่ยังไม่... ใช่ไหมคะหมอ”
“เสียใจด้วยจริงๆครับ” หมอมองไปทางพยาบาลซึ่งขยับเข้ามานั่งแทนที่
ภารดีส่ายหน้าร้องไห้พูดว่า...ไม่จริงอยู่หลายครั้ง ธามิณีร้องไห้เพราะการสูญเสียคนที่รักเป็นความสะเทือนใจที่เจ็บช้ำและนำความเศร้าที่ยาวนานมาสู่ชีวิตพยาบาลอังแอมโมเนียให้ภารดีที่ร่างอ่อนปวกเปียกเอนซบธามิณี แต่ยังมีสติ
“ขอฉันไปหาแม่ได้ไหมคะ”ภารดีถามเสียงเบาหวิวไม่มีแรงจะเอื้อนเอ่ยอะไรอีกแล้ว
“ได้ค่ะแต่ว่ารบกวนรอตรงนี้สักครู่ก่อนนะคะ”พยาบาลตอบพลางบอกให้พยาบาลอีกคนช่วยมาดูแลตรงนี้แทนก่อน
ธามิณีทำได้แค่กอดภารดีไว้แม้จะไม่ได้เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพียงคนไข้กับนักศึกษาฝึกงานแต่เธอรู้สึกอยากปลอบใจ อยากช่วยอะไรก็ได้เพื่อให้ภารดีผ่านเวลาแห่งความเศร้านี้ไปการโดดเดี่ยวไม่มีใครทำให้เธอสงสารภารดีจับใจจนเกิดคำถามว่าถ้าตอนนั้นเธอวิ่งไปหาป้าภาวนาหรือเรียกไว้การตายในเช้าวันนี้จะไม่เกิดขึ้นไหมนะ ศนิมาขวางเธอไว้เพราะรู้ว่าเธออาจจะไปเปลี่ยนการตายในครั้งนี้ใช่ไหมการมีอายุที่ยาวนานทำให้เขาเลือดเย็นจนเห็นการตายกลายเป็นเรื่องธรรมดาๆไปแล้วหรือไร
โบว์จะลงนิยายให้อ่านประมาณ 65% ของเรื่องราวทั้งหมด หรือประมาณบทที่16 แล้วสิ้นสุดการลงนิยายนะคะ ขอเพียงรักนี้นิรันดรจำหน่ายในรูปแบบ E-Book แล้วนะคะที่เว็บ MEB ในวันนี้ หมวด นิยายรัก
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี