หลังจากที่เย่ซวนลุกขึ้นเขาก็ใช้วิชาตัวเบาสำรวจรอบๆอีกครั้งเพราะตอนนี้สะดวกสบายกว่าการเดินเป็ไหนๆ ไม่นานเขาก็มาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ในตอนแรกที่เขาเจอผลไม้ประหลาดสีทอง
'จากความคิดของเราข้างบนนั้นต้องมีอะไรอยู่แน่ๆ' เย่ซวนมองขึ้นไป
เย่ซวนพยายามใช้วิชาตัวเบาไต่ขั้นไป แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะว่ารอบๆต้นไม้เหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถใช้พลังลมปราณได้
'ถ้าเป็แบบนี้คงต้องใช้แรงของตัวเองปีนขึ้นไป'
ั้แ่จุดตันเถียนของเย่ซวนถูกสร้างขึ้นพละกำลังของเขาก็มีเยอะกว่าแต่ก่อนมากซึ่งเขาเอาก็รู้สึกได้ เย่ซวนเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้และใช้แขนโอบไปที่ลำต้น โชคดีที่ต้นไม้ต้นนี้ผิวของมันไม่ได้เรียบเนียนไม่งั้นคงไม่สามารถยึดเกาะเอาไว้ได้ เย่ซวนปืนไปได้เกือบที่จะถึงครึ่งของครึ่งทาง แรงของเขาก็เริ่มหมด ทำให้เขาต้องตัดสินใจะโลงมากก่อน
"ตู้มมมม" เสียงของเย่ซวนกระแทกกับพื้นดิน จนเกิดเป็รอยเท้าสองรอยขึ้น
'นึกว่าขาจะหักซะแล้ว' เย่ซวนคิดในใจ เขาไม่คิดว่ามันจะสูงขนาดนี้พอมองจาก้า แต่หลังจากที่เขากระโดนลงมาทำให้คิดผิดเพราะมันสูงประมาณ 20 จั้งได้
'กว่าจะปืนขึ้นไป้าได้คงต้องใช้เวลา' ไฟแห่งการฝึกฝนของเย่ซวนยิ่งเพิ่มขึ้น
'ไปสำรวจรอบๆต่อดีกว่า' เย่ซวนคิดก่อนจะหันหลังไปในทิศทางที่เขาไม่เคยไป
ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วยามเขาก็มาเจอหน้าผาแห่งหนึ่งมันมีน้ำตกไหลลงมาจาก้า
'สวยจริงๆ'
'งั้นอาบน้ำที่นี้ก่อนดีกว่า' เย่ซวนคิดก่อนที่จะถอดชุดออกแล้วะโลงไปว่ายน้ำเล่น
เย่ซวนเล่นน้ำได้สักพักก็ขึ้นมาใส่ชุดแล้วมุ่งหน้าต่อไป เขาไม่รู้ทิศทางเลยเดินไปตามทางที่พระอาทิตย์ขึ้น ในความคิดของเขา เขาจะไปสำรวจทางที่พระอาทิตย์ขึ้นและขากลับ ค่อยกลับทางที่พระอาทิตย์ตก
ระหว่างทางเย่ซวนใช้วิชาตัวเบาสลับกับการเดินธรรมดา ทำให้เขาเข้าใจเกี่ยวกับเหยียบจันทราไปอีกขั้น เสียดายที่ตอนนี้จุดตันเถียนของเขาไม่สามารถกังเก็บพลังลมปราณได้เยอะ
ในที่สุดเย่ซวนก็เห็นความเปลี่ยนแปลงจากป่าที่มีสีเสียวสดใส แต่ด้านหน้าของเขาตอนนี้มันกลับเป็ผืนป่าที่แห้งแล้งแค่เดินเข้าไปใกล้ก็ทำให้รู้สึกร้อนและอันตรายแล้ว
'เอาไว้เรามันใจกว่านี้ค่อยเข้าไปสำรวจแล้วกัน' เย่ซวนคิดในใจ
ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไปทางเดิม เย่ซวนมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปอีกไม่นานพระอาทิตย์ก็ใกล้จะตก แต่เขาก็ยังไม่เจอน้ำตกที่เมื่อเช้าเขาแวะชำระร่างกายเลย คิ้วของเย่ซวนเริ่มขมวดเข้าหากัน
'เอายังไงต่อดีเนี้ยยย' เย่ซวนยกมือขึ้นเกาหัว
'เหมือนจะลงทางซะแล้วสิ'
'คงต้องหาที่พักชั่วคราวไปก่อน'
เย่ซวนเดินไปเรื่อยๆจนเจอที่เหมาะสมแก่การพักผ่อน เขาเดินไปนั่งลงแล้วเริ่มเดินลมปราณทันทีจนเวลาล่วงเลยไปถึงตอนค่ำเย่ซวนลืมตาอีกทีพระจันทร์ขึ้นซะแล้ว
'เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยหาทางกลับไป'
'คืนนี้จะฝันอีกมั้ยนะ'
'ฉันอยากจะฝึกฝนวิชาต่อสู้ซะแล้วสิ'
ยิ่งคิดถึงตำราจันทรา สยบฟ้า เย่ซวนก็ยิ่งตื่นเต้นเขาพยายามที่จะข่มตานอน จนผ่านไปสักพักเขาก็หลับไป จนเวลาล่วงเลยไปถึงตอนเช้า แสงแดดสาดส่องไปยังตัวของเย่ซวนจนเขาตื่นขึ้นมา เย่ซวนลืมตาขึ้นก่อนจะมองไปรอบๆ พอรู้ว่านี้คือโลกแห่งความเป็จริง ทำให้เย่ซวนอดผิดหวังไม่ได้
'แปลกแหะทำไมไม่ฝันแบบเมื่อคืน'
'หรือว่าเราต้องนอนในถ้ำนั้น ?'
'หรือต้องนอนบนเตียงหิน ?'
'หรือว่าต้องลงไปแช่ในบ่อน้ำหวังฝูจิ่ง ?'
ตอนนี้มีคำถามมากมายเกิดขึ้นภายในหัวของเด็กหนุ่ม เพราะเมื่อคืนหลังจากที่เขาหลับไปเขาไม่ได้ฝันถึงอะไรเลย มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนโดนแสงแดดส่อง
'คงต้องทดลองดู'
'แต่ก่อนอื่นเราต้องหาทางกลับไปที่ถ้ำนั้นให้ได้ก่อน'
เย่ซวนลุกขึ้นก่อนจะมุ่งตรงไปทางทิศตะวันตก ใช้เวลาไป 3 ชั่วยาม กว่าจะหาน้ำตกที่เขาเคยชำระร่างกายเจอ
"เย้ในที่สุดก็เจอแล้ว"
เย่ซวนะโออกมาด้วยความดีใจก่อนที่เขาจะรีบมุ่งตรงไปข้างหน้า ผ่านไปไม่นานเย่ซวนก็มองเห็นต้นไม้ใหญ่ซึ้งมันคือจุดที่เด่นที่สุดทำให้เขากำหนดทิศทางได้งายขึ้น เย่ซวนรีบมุ่งหน้าไปทางนั้นทันทีด้วยความตื่นเต้น จนเขาไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้วิชาตัวเบาของเขายกระดับไปอีกขั้นแล้ว
หลังจากมาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่เขาก็มุ่งหน้าไปที่ถ้ำนั้นทันที พอมาถึงเขาก็เข้าไปในถ้ำทันที
'ก่อนอื่นคงต้องทดลองนอนที่พื้นดูก่อน'
เย่ซวนเริ่มนั่งรวบรวมลมปราณจนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วยาม เขาก็ยังไม่รู้สึกง่วงหรือรู้สึกถึงอะไรแปลกๆเลย
'หรือมันต้องนอนหลับก่อน'
'น่าจะเป็แบบนั้นไม่งั้นมันคงไม่เรียกว่าฝัน'
คิดได้ยังนั้นเย่ซวนก็พยายามข่มตาหลับไม่รู้ว่าใช้เวลาไปเท่าไหร่เขาถึงหลับจริงๆ ตื่นมาอีกทีก็เช้าของอีกวันแล้ว
'ไม่ถูกต้อง'
'เมื่อคืนก็ไม่ได้ฝันอะไรเลยแหะเรานอนหลับเป็ตายเลย'
คงต้องลองใหม่อีกทีขึ้นนี้ เย่ซวนลุกขึ้นและเดินไปที่บ่อน้ำหวังฝูจิ่ง ก่อนที่จะถอดเสื้อผ้าและลงไปแช่น้ำ
'นี้เราก็ไม่ได้กินอะไรมา2วันแล้วรู้สึกหิวอยู่เหมือนกันแหะ'
'ไอ้ผลไม้ที่เราเจอตอนนั้นมันต้องหล่นลงมาจากรังนกนั้นแน่ๆ'
'เดี๋ยวแช่น้ำเสร็จค่อยไปดูอีกที เผื่อจะโชคดี'
เย่ซวนหลับตาลงและเริ่มเดินลมปราณ ตอนนี้การเดินลมปราณเป็นิสัยติดตัวของเขาไปแล้ว หรือ พูดอีกอย่างมันคือนิสัยทั่วไปของคนที่ฝึกกำลังภายใน เวลาที่ไม่ได้ทำอะไรหรือเวลาว่างก็จะนั่งเดินลมปราณแทนที่จะนั่งอยู่เฉยๆ
..
ตอนนี้ยาวหน่อยนะครับเพราะผมเริ่มที่จะเร่งเนื้อเื่แล้ว
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ