ริมถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นตลบ เจียงมั่วก้มลงมองกางเกงยีนส์ซีด ๆ ที่ขาดเป็รูสองรูของตัวเอง และรองเท้าผ้าใบที่สีลอกจนดูไม่ออกว่าเดิมทีเป็สีอะไร เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ทั้งที่แค่เข้านอนตามปกติแท้ ๆ แต่ทำไมพอตื่นขึ้นมากลับมาอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดแบบนี้ได้?
เธอคือหญิงสาวอนาคตไกลแห่งศตวรรษที่ 21 ดีกรีดอกเตอร์ด้านจิตวิทยาอายุ 28 ปี หน้าตาก็จัดว่าสะสวยแถมกำลังจะแต่งงาน พ่อแม่ก็รักกันดี ครอบครัวอบอุ่นมีความสุข แล้วทำไมแค่พริบตาเดียว... ถึงได้กลายมาเป็เด็กนักเรียนมัธยมปลายที่รูปร่างผอมแห้งแรงน้อยไปได้ล่ะ?!
[กำลังตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบ...]
[สภาพแวดล้อมปกติ กำลังตรวจสอบสภาพร่างกายของโฮสต์ ร่างกายปกติดี กำลังดำเนินการผูกระบบ...]
เจียงมั่วสะดุ้งใกับเสียงนั้น เธอหันมองไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่พบต้นตอของเสียง จึงยืนนิ่งรอดูท่าทีจนกระทั่งเสียงนั้นดังขึ้นมาอีกครั้งใบหน้าของเธอจึงเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม
[ผูกระบบสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับระบบผู้เป็ที่รัก! โฮสต์คะ ฉันอยู่ที่ข้อมือของคุณค่ะ]
เจียงมั่วก้มหน้าลง และต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าบนข้อมือซ้ายของเธอมีสัญลักษณ์เพิ่มขึ้นมาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันเป็รอยสักสีเขียวอ่อนรูปหญ้าหางหมา เจียงมั่วลองยื่นมือไปแตะดู ในตอนนั้นเองที่ข้อมูลจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธอ
เธอทะลุมิติเข้ามาในนิยายเสียแล้ว...
โลกที่เธออยู่ในตอนนี้คือนิยายที่ชื่อว่า 'ลูกสาวที่แท้จริงกลับมาแล้วจะทำไม' โดยมีนางเอกชื่อกู้หลิงเยว่ เนื่องจากความผิดพลาดของโรงพยาบาล ทำให้กู้หลิงเยว่เติบโตมาในบ้านตระกูลกู้ในฐานะลูกสาวตัวปลอม เธอได้รับความรักความเอ็นดูจากพวกพี่ชายเป็อย่างมาก ทั้งยังเป็คนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี ที่โรงเรียนมีผู้ชายรุมชอบมากมาย เรียกได้ว่าเป็นางเอกแนวแมรี่ซูแบบสุด ๆ
ส่วนเจียงมั่วนั้นค่อนข้างน่าเวทนา เธอคือนางร้ายที่เป็ลูกสาวที่แท้จริง ซึ่งกลับมาที่บ้านของตระกูลกู้ด้วยความทะเยอทะยาน หวังจะสั่งสอนและแย่งชิงทุกอย่างมาจากนางเอก แต่สุดท้ายกลับโดนนางเอกตลบหลังสั่งสอนจนหน้าหงายกลับมาแทน และสุดท้ายก็ต้องซมซานกลับไปอยู่กับครอบครัวบุญธรรมยากจนตามเดิม
[โฮสต์ที่รัก ตอนนี้โฮสต์มีสองทางเลือกให้ได้เลือกค่ะ ข้อแรก คือทำให้ค่าความประทับใจของพี่ชายทุกคนที่มีต่อคุณเพิ่มขึ้นหนึ่งร้อยแต้ม จากนั้นก็เขี่ยกู้หลิงเยว่ตกกระป๋อง แล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในโลกใบนี้]
[ข้อที่สอง คือทำให้ค่าความประทับใจของพี่ชายทุกคนของโฮสต์ลดลงไปจนถึงติดลบหนึ่งร้อยแต้ม แล้วเราจะส่งโฮสต์กลับไปยังโลกเดิม]
เจียงมั่วเลิกคิ้วขึ้นทันทีที่ได้ยินระบบพูด ถ้าเธอสามารถกลับโลกเดิมได้ แล้วยังจะต้องเสียเวลาคิดอะไรอีก? ก็ต้องเลือกข้อสองอยู่แล้ว!
'ฉันเลือกข้อสอง!' เจียงมั่วตอบกลับในใจทันที
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ระบบได้บันทึกเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ขอประกาศค่าความประทับใจเริ่มต้น]
[กู้เหลียน : 0]
[กู้โย่ว : -50]
[กู้อวี๋ : -50]
เห็นค่าสถานะแบบนั้นก็ทำเอาเจียงมั่วรู้สึกยินดีแบบสุด ๆ มีค่าเริ่มต้นติดลบตั้งสองคน แสดงว่าทางเลือกของเธอถูกต้องที่สุดแล้ว!
ในตอนนั้นเอง ที่ชายวัยกลางคนผมเริ่มหงอกสวมสูทผูกหูกระต่ายเดินตรงเข้ามาหาเธอ เขาประเมินเธอด้วยสายตาพลางเอ่ยถามอย่างสุภาพ "ขอโทษนะครับ คุณคือคุณหนูเจียงมั่วใช่ไหมครับ?"
เจียงมั่วพยักหน้าตอบกลับทันที "ใช่ค่ะ"
"ผมเป็พ่อบ้านของบ้านตระกูลกู้ และได้รับคำสั่งจากคุณชายใหญ่ให้มารับคุณหนูรองกลับบ้านครับ" พอพูดจบ ชายคนนั้นก็หันหลังเดินกลับไปทันที โดยไม่สนใจแม้แต่กระเป๋าเดินทางในมือของเจียงมั่วเลยสักนิด
เจียงมั่วขมวดคิ้ว "คุณหนูรอง?"
"ครับ คุณหนูกับคุณหนูใหญ่ถูกโรงพยาบาลสลับตัวกัน แต่อิงตามลำดับที่เข้ามาอยู่ก่อนหลัง คุณหนูจึงเป็คุณหนูรองครับ"
เจียงมั่วหลับตาลงเล็กน้อย ถึงแม้จะเสียเปรียบเื่ลำดับพี่น้อง แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เพราะยังไงเสีย เป้าหมายของเธอในตอนนี้คือทำยังไงก็ได้ในการเก็บแต้มความเกลียดชัง การที่จะเป็คนโตหรือคนรองก็ไม่ต่างอะไรอยู่แล้ว
รถยนต์แล่นเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลกู้ได้อย่างราบรื่น และเจียงมั่วก็ยังคงต้องขนกระเป๋าเดินทางด้วยตัวเอง หลังจากทุลักทุเลอยู่นาน ใบหน้าขาวเนียนละเอียดเหมือนไข่ปอกก็เต็มไปด้วยเหงื่อไคล เธอชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงยกมือขึ้นไปขยี้หน้าตัวเองซ้ำ ๆ แล้วเอาไปเช็ดกับเสื้อยืดและกางเกงยีนส์จนตอนนี้เนื้อตัวของเธอยิ่งดูมอมแมมเข้าไปใหญ่
ภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลมีกู้หลิงเยว่กำลังนั่งดูซีรีส์อยู่กับกู้เหลียน พอเห็นเจียงมั่วเดินเข้ามา แววตาของเธอก็ฉายประกายบางอย่างพาดผ่านอย่างรวดเร็ว เธอลุกขึ้นยืน แสร้งทำเป็กระตือรือร้นก่อนจะรีบเข้ามาคุยกับเจียงมั่ว "นี่คือ น้องเจียงมั่วใช่ไหมคะ? ยินดีต้อนรับสู่บ้านตระกูลกู้นะ" พูดจบเธอก็อ้าแขนทำท่าจะเข้าไปกอดเจียงมั่ว
เจียงมั่วตาเป็ประกาย แวบหนึ่งคิดจะหลบการกอดนั่น แต่กู้หลิงเยว่กลับรุกเข้าหาอย่างรวดเร็ว เธอตรงเข้ามาดึงมือของเจียงมั่วให้เข้ามากอดทันที ส่งผลให้รอยมือที่เปื้อนคราบสกปรกสองรอยประทับลงบนหน้าอกเสื้อของกู้หลิงเยว่เข้าอย่างจัง ทำเอาเจียงมั่วทำสีหน้าลำบากใจ...
"ว๊าย! เจียงมั่ว ทำไมเธอทำแบบนี้ล่ะ?" กู้หลิงเยว่หวีดร้องถามเสียงหลง
เสียงนั้นทำให้กู้เหลียนหันมามองทันที คิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากันแน่น "เกิดอะไรขึ้น?"
กู้หลิงเยว่ชี้ไปที่หน้าอกเสื้อของตัวเอง แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความอึดอัดใจ "พี่ใหญ่คะ ฉันแค่หวังดีอยากจะเข้าไปกอดต้อนรับน้องเจียงมั่ว แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมน้องเจียงมั่วถึงต้องทำกับฉันแบบนี้..."
เจียงมั่วแอบเบะปากในใจที่แท้ก็เป็พวกดอกบัวขาวนี่เอง... แต่เื่การแสดงเด็ก ๆ แบบนี้น่ะ ใครจะไปยอมง่าย ๆ กันล่ะ? คิดได้แบบนั้นเธอจึงแสร้งห่อปากข่มความรู้สึก แล้วช้อนตาขึ้นมาพลางน้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะพูดเสียงสั่น "พะ... พี่ใหญ่คะ ฉัน... ฉันแค่ใกลัวค่ะ ฉันไม่ชินกับการกอดคนแปลกหน้า จริง ๆ แล้วฉันแค่ตั้งใจจะดันเธอออกไป..." พอพูดจบเธอก็ทำท่าทางหวาดกลัวพลางแอบชำเลืองมองกู้เหลียน
กู้หลิงเยว่ปาดน้ำตาสองสามที ก่อนจะจับแขนเสื้อของกู้เหลียนแล้วเขย่าไปมา "พี่ใหญ่ ฉันไม่รู้ว่าทำไมเจียงมั่วถึงพูดแบบนั้น เมื่อกี้เธอกำลัง... กำลังจะกระชากเสื้อของฉันชัด ๆ แต่บางทีฉันอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้ค่ะ จริงสิ ฉันเตรียมของขวัญต้อนรับไว้ให้น้องเจียงมั่วด้วย ทุกคนรอฉันแป๊บนึงนะคะ" จากนั้นเธอก็รีบวิ่งขึ้นชั้นบนไป ทิ้งให้ภายในห้องนั่งเล่นเหลือเพียงกู้เหลียนและเจียงมั่วอยู่กันสองคน
กู้เหลียนกวาดสายตามองเจียงมั่วอยู่ครู่หนึ่ง คิ้วทรงสวยขมวดม้วนเข้าหากันก่อนจะถามสิ่งที่คิดออกไป "ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองมอมแมมขนาดนี้ พ่อแม่บุญธรรมของเธอไม่เคยสั่งสอนเื่รักษาความสะอาดเลยหรือไง?"
"ไม่ใช่ค่ะ คือ..." เจียงมั่วเกือบจะหลุดปากอธิบายออกมาแล้ว แต่เธอก็นึกขึ้นได้ว่า ตัวเองมาเพื่อปั๊มแต้มความเกลียดชัง ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนคำพูดที่จะพูดออกไปจากครั้งแรกแทน "ฉันไม่ได้เติบโตมาในบ้านคนรวยที่มีกฎระเบียบจัดแบบพวกคุณนี่คะ ไม่มีนิสัยรักสะอาดแบบนั้นหรอก" พูดจบเธอก็แกล้งปาดหน้าตัวเองอีกที ทำให้ใบหน้าเล็ก ๆ ยิ่งเลอะเทอะไปใหญ่
กู้หลิงเยว่ที่เดินมาถึงหัวบันไดพอดี เมื่อได้ยินคำพูดนี้มุมปากก็ลอบยกยิ้มขึ้นมา ยัยคนบ้านนอกคนนี้พูดจาไม่มีมารยาทเอาเสียเลย อยากรนหาที่ตายให้เร็วขึ้นงั้นสิ?
เป็ไปตามคาด ใบหน้าของกู้เหลียนมืดมนลงทันตา จากนั้นเขาจึงถามเจียงมั่วกลับเสียงเรียบ "เธอกำลังตัดพ้อว่าพวกเราไม่รีบไปรับเธอกลับมาให้เร็วกว่านี้งั้นเหรอ?"
เจียงมั่วเบือนหน้าหนีเล็กน้อยไม่ยอมตอบคำถาม ซึ่งนั่นเท่ากับเป็การยอมรับกลาย ๆ
กู้หลิงเยว่วิ่งลงบันไดมาไม่กี่ก้าวก็รีบเข้ามาทำเป็ 'หวังดี' ช่วยพูดไกล่เกลี่ยให้ทันที "พี่ใหญ่ อย่าไปโทษเจียงมั่วเลยค่ะ อาจเป็เพราะเจียงมั่วเติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน ต้องลำบากมามาก ก็เลยอาจจะมีใจขุ่นเคืองพวกเราบ้าง ซึ่งมันก็เป็เื่ธรรมดาของมนุษย์ จะไปโทษเธอไม่ได้หรอกค่ะ"
ได้ยินแบบนั้น กู้เหลียนจึงแตะหน้าผากกู้หลิงเยว่เบา ๆ ด้วยความเอ็นดู "มีแต่เย่ว์เอ๋อร์ที่รู้ความที่สุด"
หลังจากนั้นเขาก็หันกลับไปมองที่มือทั้งสองข้างของเจียงมั่ว ผิวบนมือนอกจากจะหยาบกร้านแล้ว ยังมีรอยแตกแห้งจนเห็นได้ชัด แม้กระทั่งท่อนแขนที่โผล่พ้นเสื้อออกมาก็เต็มไปด้วยรอยแผลเป็จุด ๆ สีน้ำตาลดำ
นี่เธอ... ต้องทำงานหนักและทนทุกข์ทรมานมาขนาดไหนกันนะ? มิน่าล่ะ เย่ว์เอ๋อร์ถึงบอกว่าเธอมีความขุ่นเคืองอยู่ในใจ มันก็สมควรที่จะโกรธแค้นอยู่หรอก เห็นแล้วก็ชวนให้รู้สึกสงสารและปวดใจอยู่เหมือนกัน
เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของกู้เหลียน เจียงมั่วก็รีบชักมือไปซ่อนไว้ข้างหลังทันที สายตาแบบนั้นมันทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูกสุด ๆ ! แต่จะว่าไป มือคู่นี้ก็คงต้องบำรุงขนานใหญ่จริง ๆ นั่นแหละ ทั้งรอยแตกและรอยแผลเป็จากยุงกัดพวกนี้ดูไม่ได้เลยจริง ๆ
[ติ๊ง~ อัปเดตความคืบหน้าค่าความประทับใจในปัจจุบัน]
[กู้เหลียน : 0.5]
[กู้โย่ว : -50]
[กู้อวี๋ : -50]
[โฮสต์คงต้องพยายามอีกหน่อยนะคะ!]
เจียงมั่วถึงกับพูดไม่ออก ค่าความประทับใจดันเพิ่มขึ้นเฉยเลย! บ้าเอ๊ย! เธอว่าแล้วเชียว ไอ้ความรู้สึกแปลก ๆ เมื่อกี้มันคืออะไร...