สำหรับทุกคนในพระราชวังราโกเน่ วันปีใหม่คือวันทำความสะอาดครั้งใหญ่ที่สุดแม้ว่าพวกเขาจะดูแลอย่างดีทุกวันอยู่แล้วก็ตาม ผู้คนถูกแบ่งออกเป็กลุ่มเพื่อรับผิดชอบหน้าที่และขอบเขตการทำงาน
สาวใช้เช็ดถูทุกสิ่งอย่างให้สะอาดเหมือนใหม่โดยมีเสียงะเืแก้วหูของเครื่องดูดฝุ่นขนาดอุตสาหกรรมเป็ดนตรีประกอบ แรงงานชายส่วนใหญ่มีหน้าที่ในการทำความสะอาดบนที่สูงและงานซ่อมบำรุงข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้น
อาหารสำหรับคนงานราวกับกำลังฉลองในงานเลี้ยงหรูเพราะผู้รับผิดชอบฝั่งห้องครัวจะนำทุกอย่างในห้องเสบียงออกแล้วใส่ของที่สดใหม่ที่สุดเข้าไปแทน ค่าตอบแทนความเหนื่อยยากของคนหลายร้อยชีวิตจึงเป็คุณภาพอาหารเดียวกันกับที่ราชวงศ์ได้กิน
หากคิดว่าภายในอาคารวุ่นวายมากแล้วให้เดินออกมาชมสวนอาณาเขตหนึ่งกิโลเมตรซึ่งกำลังอื้ออึงด้วยเสียงเครื่องตัดหญ้า เสียงขุดดินและภาพความโกลาหลของเหล่าแรงงานชายผู้ซึ่งกำลังเคลื่อนย้ายพันธุ์ไม้หลายสิบชนิดมาจัดเรียงใหม่เพื่อให้เข้ากับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาในอีกไม่ช้า
“ ตามกำหนดการของวันนี้ต้องทำความสะอาดห้องครั้งใหญ่ก่อนเ้าหญิงกลับมาจากโบสถ์ ” ชายในชุดพ่อบ้านผู้มีสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์เต็มดวงบนหน้าผากทบทวนงานประจำวันกับผู้เป็แฝดขณะเดินกลับจากการประชุมพ่อบ้านประจำวัน
“ ่บ่ายเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาของคุณหนูชาร์ล็อต ช่อดอกไม้จัดไว้แล้ว เหลือแค่เตรียมชุดให้เ้าหญิงเปลี่ยนกับของขวัญปีใหม่ให้พร้อมก่อนเที่ยง ”
พวกเขาพยักหน้าให้กันเป็เชิงเข้าใจ ก่อนจะเดินผ่านห้องประชุมชั้นหนึ่งเพื่อขึ้นบันไดไปห้องเ้าหญิงแคนดี้ที่อยู่ชั้นสาม
ทั้งสองหยุดชะงักกะทันหันขณะกำลังจะก้าวเท้าเหยียบบันไดขั้นแรกเนื่องจากได้ยินชื่อเ้านายของตนอยู่ในบทสนทนาที่สาวใช้สองคนแอบซุบซิบคุยระหว่างทำความสะอาด
“ นี่ๆ เธอว่าเ้าหญิงแคนดี้ดูแปลกๆไปไหม ? ”
เทพหมาป่าในร่างมนุษย์หันสบตากันอัตโนมัติ เข้าใจกันเองว่าควรเดินไปฟังให้ใกล้กว่านี้อีกหน่อยจึงสาวเท้าแ่เบาแอบฟังจากผนังห้องข้างๆ
“ อืม ั้แ่วันนั้นที่กลับมาคนเดียวกลางดึกท่าทีก็เปลี่ยนไปเลย นิ่งๆเงียบๆยังไงไม่รู้ ยังไม่เห็นยิ้มเลยสักครั้ง ”
“ อยากรู้จังว่าเกิดอะไรขึ้น ”
เสียงลอบถอนหายใจดังขึ้นเผยความกังวลของคู่หูทั้งสอง ไม่ใช่แค่ผู้เป็แม่ที่ห่วง คัมภีร์เทพทั้งสามหรือแม้แต่คนรอบข้างคนอื่นๆเองก็ไม่สบายใจที่เห็นเ้านายของตนเศร้าหมองเช่นนี้
โรจิโซจิเดินกลับไปขึ้นบันไดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด รู้ดีแก่ใจว่าพยายามเท่าไรเธอคงไม่อาจสดใสขึ้นมาได้นอกจากให้เวลาทำหน้าที่ของมัน
“ คุณโรจิครับ ” เสียงชายคนหนึ่งเรียกเขาจากระยะไกล อีกฝ่ายรายงานธุระของตนด้วยเสียงเรียบนิ่ง
“ เมื่อสักครู่มีคนจากวองโกเล่ฝากคืนกระเป๋าของเ้าหญิงแคนดี้ครับ ” เขายืนรอชายคนนั้นเดินมาส่งมอบกระเป๋าสะพายให้ก่อนจะตรวจสอบความเรียบร้อยโดยภาพรวมเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมแอบซ่อนอยู่
“ ขอบคุณครับ ” พ่อบ้านเทพหมาป่าเดินขึ้นชั้นสาม เริ่มกำหนดการตามตารางงาน เปิดประตูห้องนอนเ้านายเจอกลุ่มคนจำนวนหนึ่งทำความสะอาดอยู่ก่อนแล้ว
โรจิหยิบของในกระเป๋าทั้งหมดออกมาซึ่งมีแค่ตลับแป้ง ลิปสติก หวีกับกระจกขนาดพกพา กระเป๋าสตางค์สีดำใบสั้นและเศษกระดาษยับยู่ยี่ฝังตัวอยู่ในมุม เขาตั้งใจจะหยิบทิ้งเพราะนึกว่าเป็ขยะแต่เมื่อเห็นข้อความแฝงด้วยความห่วงใยจึงเลือกเก็บไว้ก่อน
“ เดี๋ยวต้องกำหนดวันทำความสะอาดกระเป๋า รองเท้าและเครื่องประดับใหม่อีกทีก่อนให้ท่านมาคัดออกเพื่อเตรียมคอลเลกชันใหม่ในอีกสองเดือน ” เขากล่าวกับคู่หูขณะวางกระเป๋าหนังราคาแพงบนชั้นวาง
“ โอเค รับทราบ ” โซจิจดกำหนดการลงในสมุดโน้ตแล้วหันกลับมาสนใจชายสองคนซึ่งกำลังยกฟูกที่นอนใหม่ขึ้นเปลี่ยน
“ คุณโซจิคะ ผ้าปูที่นอนที่สั่งให้ไปอบเรียบร้อยแล้วค่ะ ” เ้าของชื่อหันตามเสียงเรียกก่อนเดินเข้าไปหยิบผ้าปูที่นอนสีชมพูอ่อนขึ้นดม
“ ขอบคุณครับ ปูได้เลยครับ ผมเปลี่ยนฟูกเรียบร้อยแล้ว ” เขาแจกงานทันทีเมื่อทุกอย่างหอมสะอาดได้มาตรฐานอย่างที่ควรจะเป็ เพียงแค่จินตนาการว่าเ้าหญิงตัวน้อยของเขาจะได้นอนหลับอย่างผ่อนคลายขึ้นสักนิดด้วยอุณหภูมิและกลิ่นที่ชอบ เท่านี้เขาก็สุขใจจนหุบยิ้มไม่อยู่
ระหว่างรอโซจิเดินไปสมทบกับโรจิเพื่อเตรียมชุดสำหรับงานเลี้ยง พวกเขาเปิดตู้เสื้อผ้าสี่ตู้พร้อมกัน ยืนมองอย่างพิจารณาแล้วค่อยไล่ดูรายละเอียดทีละตัว
ชุดกระโปรงหลากสีจำนวนห้าชุดแขวนรอเ้าหญิงแคนดี้มาเลือก อีกทั้งยังเตรียมรองเท้ากับเครื่องประดับที่เข้ากันไว้รอเรียบร้อยแล้วเพื่อความรวดเร็ว
“ กลับมาแล้ว ” เ้าของห้องเปิดประตูกล่าวทักทายเสียงเหนื่อยอ่อน ดวงตาเบิกกว้างใกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
“ ยินดีต้อนรับกลับครับ ”
“ ที่โบสถ์เป็ยังไงบ้างครับ ? ”
พ่อบ้านฝาแฝดรีบเข้ามาต้อนรับด้วยเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มหวานแต่อีกฝ่ายตอบกลับเสียงเบาไร้ซึ่งความสุขบนใบหน้าสวย
“ ก็ไม่มีอะไร ” ความร่าเริงส่งไปไม่ถึง ดวงตาสีทองยังคงเศร้าซึม เหม่อลอย เหนื่อยล้าพลอยทำให้เทพแห่งดวงอาทิตย์ทั้งสองคิ้วขมวดด้วยความเป็ห่วง
“ เตรียมตัวไปงานเลี้ยงกันดีกว่าครับ ” โรจิทำลายบรรยากาศตึงเตรียดด้วยการจูงมือน้อยไปห้องแต่งตัว
“ ถึงจะบอกว่าเป็งานเลี้ยงน้ำชาแต่ชาร์ล็อตจัดใหญ่ทุกปี ครั้งนี้ก็บอกว่าจะเชิญคนมาเยอะเป็พิเศษ แต่งเต็มหน่อยก็ได้มั้ง ” ไม่พูดเปล่า เ้าหญิงแคนดี้เปิดตู้ลับซึ่งภายในมีตู้เซฟซ่อนไว้ก่อนจะสแกนลายนิ้วมือและหยิบมงกุฎเพชรขนาดเล็กถึงกลางออกมาสามชิ้น
“ ชิ้นนี้แล้วกัน ส่วนเครื่องเพชรก็… ” เธอเลือกมงกุฎล้อมด้วยเพชรทรงกลมหลายสิบเม็ดเป็ฐานให้กับเพชรทรงมาคีส์หนักหกสิบกะรัตไว้อย่างสวยงามก่อนจะมองเครื่องเพชรบนโต๊ะที่พ่อบ้านเตรียมไว้ให้แล้วพิจารณาความเข้ากัน
“ ชิ้นนี้ เข้ากับชุดที่นายเลือกไว้เลย เอาตามนี้แหละ ” เธอชี้ไปที่สร้อยเพชรเส้นสวยกับค็อกเทลเดรสสีแชมเปญปักลูกไม้อย่างดีผสมกับไข่มุกและคริสตัลเพิ่มความระยิบระยับงดงาม
“ ระหว่างแต่งหน้าทำผมอยากทานอะไรรองท้องก่อนไหมครับ ” โซจิสอบถามด้วยความเป็ห่วง กลัวเ้านายล้มป่วยเพราะไม่เห็นรับอะไรลงท้องั้แ่เช้า
“ ขอเป็ของว่างง่ายๆกับผลไม้แล้วกัน ”
“ รับทราบครับ ” ร่างสูงกว่าโค้งให้เป็เชิงรับคำสั่งแต่ขาแข็งแรงชะงักเมื่อล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วเจอเศษกระดาษในกระเป๋าของเธอ
“ อ้ะ! จริงสิ…เ้าหญิงครับ ผมเจอสิ่งนี้ในกระเป๋าจะให้ทิ้งเลยไหมครับ ? ” เทพหมาป่าหยิบกระดาษโน้ตของจียื่นให้
เพียงแค่เธอเหลือบเห็น ตาสวยวูบไหวสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ มือน้อยกำแน่นสั่นเบา แม้ใจเธอจะอยากเก็บความทรงจำแสนมีค่านี้ไว้แต่มันคงไม่สำคัญอีกแล้ว
“ ทิ้งไปเลยก็ได้ ” เสียงหวานตอบเบา แอบก้มหน้าปัดหยดน้ำที่หางตาก่อนเธอจะเดินหนีไปเปลี่ยนชุด
.
.
.
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่แห่งหนึ่งในเขตชานเมือง เหล่าชายหญิงในชุดสวยงามต่างมารวมตัวพบปะพูดคุยภายในห้องจัดเลี้ยงกว้างขวางซึ่งจัดแต่งแจกันดอกไม้ไว้อย่างงดงาม เสียงดนตรีจากวงแชมเบอร์เพิ่มความครื้นเครง โต๊ะกลมขนาดกลางนั่งได้สี่ถึงห้าที่นั่งวางกระจัดกระจายเพื่อให้แขกผู้มางานสามารถนั่งจิบชากินขนมพลางคุยกับกลุ่มเพื่อนของตนได้อย่างเพลิดเพลิน
รถตู้ประทับตราราชวงศ์เคลื่อนที่มาจอดหน้าซุ้มประตูทางเข้าโดยมีเ้าของงานคอยยืนต้อนรับ โรจิลงมาพร้อมช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ในขณะที่ฝาแฝดอีกคนถือกล่องของขวัญและเลื่อนประตูรถให้ผู้เป็เ้านาย
หญิงสาวผมสีน้ำตาลอมส้มในชุดกระโปรงยาวสีฟ้ารีบเดินมาต้อนรับแขกคนสำคัญ ทั้งสองอายุเท่ากัน รู้จักกันมาั้แ่เด็ก เธอเป็อีกหนึ่งคนที่แคนดี้เรียกว่าเพื่อนสนิทได้เต็มปาก
“ เป็เกียรติของดิฉันที่ท่านมาร่วมงาน ” ชาร์ล็อตรวบกระโปรงเพื่อความสวยงามในการย่อตัวทำความเคารพ
“ ฉันเคยปฏิเสธคำเชิญของคุณหนูชาร์ล็อตเหรอคะ? ” เ้าหญิงแคนดี้รับช่อดอกไม้กับกล่องของขวัญจากพ่อบ้านด้านหลังยื่นให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มสวยพร้อมแกล้งยอกอีกฝ่ายเล่นตามประสาเพื่อน
“ ขอบคุณสำหรับปีที่ผ่านมานะคะ ปีนี้ฉันคงต้องขอรบกวนอีกปี ”
“ เช่นกันค่ะ เชิญด้านในก่อนค่ะ ดิฉันเตรียมที่นั่งพิเศษไว้ให้แล้ว ” เ้าบ้านส่งต่อของขวัญให้สาวใช้ พร้อมเข้ามาจับมือถือแขนคนตัวเล็กด้วยความสนิท ดึงแขนเธอพาเข้าไปในงาน
เสียงพูดคุยผสานกับเสียงหัวเราะดังอื้ออึงแข่งกับเสียงเครื่องสาย คนเยอะเหมือนที่เธอคาดไว้ แทบไม่มีโต๊ะว่างให้เห็น
สองสาวหยุดเท้าหน้าโต๊ะกลมขนาดใหญ่สุดในงานบ่งบอกว่าเป็โต๊ะของเ้าภาพ มีหญิงสาววัยเดียวกันอีกสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว แคนดี้ยิ้มกล่าวทักทายผู้เป็เพื่อนแล้วค่อยนั่งลงจิบน้ำผลไม้ฟังสาวๆคุยกัน
“ ดิฉันได้ยินมาว่าเ้าหญิงเรียนไวโอลินอยู่จึงได้สั่งทำไวโอลินคุณภาพดีไว้ให้ โปรดรับไว้ด้วยนะคะ ” ชาร์ล็อตยื่นกระเป๋าไวโอลินให้แทนกล่องของขวัญ เธอรับมาก่อนถือวิสาสะเปิดดูด้านใน ไม้Flame Maple ลวดลายเป็เอกลักษณ์เคลือบจนขึ้นเงาในกล่องบุกำมะหยี่สีแดง เพียงแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ของคุณภาพดีเยี่ยม
“ ขอบคุณมากเลยนะคะ ฉันชอบมากเลย จะหยิบมาเล่นทุกวันแน่นอนค่ะ ” เสียงหวานพูดด้วยความตื่นเต้นขณะหยิบไวโอลินไม้สีเข้มขึ้นมาชื่นชม สวยงามจนเธออดใจรอจะได้ลองเล่นแทบทนไม่ไหว
“ถ้ามีโอกาสขอฟังสักครั้งนะคะ ”
“ ยินดีค่ะ ”
ในงานที่คึกคักขนาดนี้ เ้าหญิงแคนดี้กลับต้องเค้นแรงใจและกายแสร้งร่าเริงแจ่มใสทั้งที่ความจริงข้างในบอกช้ำจนแค่ยิ้มยังทำไม่ได้ เสียงพูดคุยสนุกสนานไม่ได้ช่วยเยียวยา ไม่แน่ว่าหากเลือกอยู่กับตัวเองเงียบๆคนเดียวเธออาจรู้สึกดีกว่านี้
ร่างเล็กลุกขึ้นจากโต๊ะโดยบอกเพื่อนคนอื่นว่าจะไปคุยธุระด้านนอกสักครู่ ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับสายตาคู่หนึ่งซึ่งกำลังมองเธออย่างบังเอิญ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงแย้มรอยยิ้มหวานให้ ตาสีเดียวกับผมประกายแพรวพราว เขาทำท่าเตรียมจะลุกขึ้นเดินมาทางเธอแต่ผู้สูงศักดิ์กว่ากระซิบคำสั่งกับพ่อบ้านฝาแฝดเพื่อป้องกันไม่ให้ใครก็ตามเข้ามายุ่ง
“ มีผู้ชายคนหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ กันไว้นะ ฉันยังไม่อยากคุยกับใคร ” สิ้นคำสั่งเธอเลือกที่จะเดินหนีไปอีกทาง ทิ้งพ่อบ้านทั้งสองคอยกันคนแปลกหน้าอยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะปลีกตัวออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ระเบียงพร้อมกับแก้วน้ำส้มคั้นในมือ
“ เข้าถึงตัวยากสมคำร่ำลือเลยนะครับ ”
ร่างเล็กสะดุ้งตัวโยนเมื่อได้ยินเสียงทักทายไม่คุ้นหูดังใกล้ แก้วน้ำแสนเปราะบางเกือบหล่นแตกหากเธอไม่สามารถดึงสติกลับมาทัน เธอหันมองตามเสียงช้าๆ เป็ชายคนเดียวกับที่สบตากับเธอเมื่อสักครู่ที่ปรากฏตัวได้เงียบเชียบจนเธอไม่ทันสังเกต
แม้ในใจเ้าหญิงแคนดี้จะไม่พอใจแต่เธอก็ไม่ได้แสดงออกให้อีกฝ่ายรับรู้ แววตาขุ่นเคืองหันมองหาเทพแห่งดวงอาทิตย์ทั้งสอง หากเจอตัวเธอจะต่อว่าพวกเขาทันทีโทษฐานที่ปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้าถึงตัวเธอใกล้ขนาดนี้
“ ฉันไม่คิดว่านั่นเป็ประโยคทักทายที่ดีหรอกนะคะ ” ขาเรียวสวยก้าวหนีแต่กลับโดนคนตัวสูงกว่าดักทางไว้ รอยยิ้มหวานที่เธอได้รับจากใบหน้าคมเข้มกลับดูน่ากลัวเหมือนหมาป่าจ้องจะล่าเหยื่อและเธอคือเหยื่อตัวนั้น
“ ผมไม่คู่ควรพอจะได้รับโอกาสพูดคุยกับเ้าหญิงผู้งดงามหรือครับ? ” อีกฝ่ายคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างว่าง่ายผิดกับท่าทีเย่อหยิ่งที่แสดงออกในตอนแรก มือใหญ่ตั้งใจจะดึงมือเล็กของอีกฝ่ายขึ้นเชยชมแต่เธอเก็บมือไม่ยอมยื่นส่งให้ตามมารยาท
“ ขอโทษนะคะ ฉันขอตัวก่อน ” เธอหันหลังกลับปลีกตัวหนีได้สำเร็จก่อนจะรีบตรงดิ่งกลับไปที่โต๊ะ กระซิบเรียกพ่อบ้านทั้งสองซึ่งกำลังขัดขวางผู้ชายอีกสองคนที่ดูจะอยากคุยกับเธอด้วยเช่นกัน
“ โรจิโซจิ กลับกันเถอะ ” หญิงสาวเข้าไปกอดลาเ้าภาพงานโดยให้เหตุผลว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายก่อนเดินนำผู้ติดตามที่เหลือไปขึ้นรถโดยไม่รีรอ ขอแค่ได้ออกจากตรงนี้ให้ไวที่สุดเธอไม่สนใจอะไรแล้ว
เมื่อเท้าเหยียบพระราชวังราโกเน่ เ้าหญิงแคนดี้รีบสาวเท้าขึ้นห้องตัวเองโดยไม่แม้แต่จะแวะทักทายผู้เป็แม่ในห้องทำงาน
เครื่องประดับราคาแพงบนร่างคนตัวเล็กถูกโยนทิ้งบนเตียงนุ่มอย่างไร้ค่า เช่นเดียวกับเ้าตัวที่ทิ้งร่างนอนฟุบบนโซฟาสีชมพูอ่อน ทิ้งสายตาเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย
โรจิเดินถือกล่องกำมะหยี่เพื่อเก็บเครื่องเพชรบนเตียงให้เรียบร้อย ขณะฝาแฝดของเขาคุกเข่าถอดส้นสูงให้เ้านายด้วยความเป็ห่วง
“ เ้าหญิงจะลงไปทานมื้อค่ำไหมครับ ? ” คิ้วสีน้ำตาลเข้มขมวดเป็ปม น้ำเสียงสดใสปนความกังวลเมื่อต้องทนเห็นเ้าหญิงแคนดี้ทุกข์ใจโดยที่ตัวเองช่วยอะไรไม่ได้
“ ฉันไม่หิว ” เสียงหวานดังแ่แทบไม่ได้ยิน ร่างเล็กนอนนิ่ง หมดอาลัยตายอยากราวกับร่างไร้ิญญา พ่อบ้านประจำกายได้แต่มองหน้ากัน จนปัญญาจะสรรหาวิธีเยียวยาอีกฝ่ายให้ดีขึ้น
“ แค่ผลไม้หรือนมร้อนสักแก้วก็ยังดีครับ ”
“ วันนี้เ้าหญิงทานไปนิดเดียวเองนะครับ ”
เทพดวงอาทิตย์สลับกันออกความเห็น ความห่วงใยอันมากมายไม่สามารถชโลมหัวใจเธอให้รู้สึกดีขึ้นได้
“ ฉันเหนื่อย เดี๋ยวจะอาบน้ำแล้วนอนเลย ” ไม่พูดเปล่า เธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าพ่อบ้านทั้งสอง
หลังร่างบางลับสายตาพร้อมกับเสียงปิดประตู สองเทพก็พร้อมกันถอนหายใจยาวระบายความไม่สบายใจที่อัดแน่นอยู่เต็มอก
“ เราจะทำยังไงกันดี เป็แบบนี้เ้าหญิงต้องล้มป่วยเข้าสักวันแน่ๆ ” โรจิถามความเห็นคู่หู แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงใบหน้าเคร่งเครียดที่เหมือนกับส่องกระจก
แสงสีส้มสว่างจ้ากะทันหัน เผยร่างสูงโปร่งของเ้าของเส้นผมสีครีมไข่มุกนั่งไขว้ห้างบนโซฟาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ จิตใจอันบอบช้ำของมนุษย์ไม่อาจรักษาด้วยเวลาเพียงวันสองวันหรอกนะ ” โทนเสียงไร้ระดับสูงต่ำเอ่ยขณะจ้องมองประตูที่คนตัวเล็กเพิ่งจะเดินผ่านไป เทพหมาป่าฟังความเห็นจากเขาแล้วได้แต่ถอนหายใจและยอมรับตามข้อเท็จจริงอย่างที่เทพแห่งท้องฟ้ากล่าว
“ อืม…ยังไงก็ต้องร่วมโต๊ะกับองค์ราชินีอยู่ดี คงไม่ถึงขั้นป่วยหรอก แต่ก็ไม่อยากเห็นเ้าหญิงเป็แบบนี้เลย ” โซจิออกความเห็นบ้างหลังจากเป็ผู้ฟังอยู่พักใหญ่
“ อีกไม่กี่วันโรงเรียนก็เปิดเทอมแล้ว ได้เจอคุณเอมมาลีอาจจะกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมก็ได้ ” แฝดเ้าของดวงอาทิตย์เต็มดวงบนหน้าผากเริ่มคิดในแง่ดีตามนิสัย แต่ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าไม่กังวลถ้ายังไม่ได้เห็นรอยยิ้มหวานที่พวกเขารัก
“ ขอให้เป็อย่างนั้นเถอะ… ” ประโยคสุดท้ายของเทพนกอินทรีก่อนเ้าตัวจะแปลงกลับร่างเทพหนีไปเกาะรั้วระเบียงรับลม พวกเขาทำหน้าที่เต็มกำลังเท่าที่จุดยืนของตนจะทำได้แล้ว เหลือก็เพียงให้ใจดวงน้อยยอมเปิดรับพลังงานบวกเหล่านี้เข้าไปก็เท่านั้น