กระแสความโกรธเกรี้ยวระคนเคลือบแคลงสงสัยแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานประธานบริหารอันกว้างขวาง‘ภูดิศ’ ใช้อำนาจเด็ดขาดสั่งการให้เลขานุการต่อสายตรงเรียกตัว ‘ธราธร’เ้าของชื่อในสัญญาเช่าร้าน ‘มนัสขนมไทย’ ให้เข้าพบเป็การด่วน
++++++++++
ภายในห้องรับแขกเล็กๆของบ้านสวนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นใบเตยและควันเทียนอบร่ำ มือบางของมนัสวีบีบก้านใบตองแน่นจนฉีกขาดน้ำสีเขียวไหลซึมเปรอะเปื้อน ใบหน้าหวานล้ำซีดเผือดแววตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด เมื่อ ธราธร พี่ชายต่างสายเืเอ่ยปากชวนให้เธอเดินทางไปพบประธานบริหารคนใหม่ด้วยกัน
"ไม่ค่ะ... มนไม่ไป พี่ทิวไปคนเดียวเถอะนะ"น้ำเสียงของเธอซ่อนความสั่นเครือรุนแรงเอาไว้ขณะที่พยายามหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงเพื่อเอาตัวรอด
"มน พี่ว่ามนไปด้วยกันดีกว่าไหมมนเป็เ้าของร้านตัวจริงนะ ข้อมูลการตกแต่งมนก็น่าจะรู้ดีที่สุด พี่ไม่รู้เื่เกี่ยวกับร้านเลย"
มนัสวีหน้าถอดสีทันทีหัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว เธอรู้ดีว่านี่คือแผนการของภูดิศหญิงสาวรีบบ่ายเบี่ยงปฏิเสธทันควัน
"ไม่ดีกว่าค่ะพี่ทิวแม้มนจะเป็คนทำและเป็เ้าของร้านตัวจริง แต่ในสัญญามันเป็ชื่อของพี่ทิว พี่ทิวก็คือเ้าของร้านอีกคนหนึ่ง มนว่ามนไม่ไปดีกว่าค่ะ พี่ทิวไปคนเดียวเถอะนะคะไปแทนมนที อีกอย่างมนมีธุระต้องไปคุยเื่วัสดุอุปกรณ์ทำขนม ต้องไปหลายที่ค่ะ" เป็คำยืนยันคำตอบที่ธราธรยอมจำนน
ความกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบจอมบงการคู่นั้นทำให้เธอเลือกที่จะหลบซ่อนอยู่ใต้เงาไม้ของบ้านสวนต่อไป
ทว่าเมื่อแผ่นหลังของพี่ชายลับตาไปมนัสวีก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ปล่อยให้น้ำตาที่กักเก็บไว้ไหลร่วงอาบแก้มเนียนก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบรัดจนเจ็บแปลบ ความคิดและเสียงสะท้อนในใจพรั่งพรูออกมาด้วยความหวาดกลัว...เธอกลัวเหลือเกิน กลัวผู้ชายที่ชื่อ ‘ภูดิศ’ จนจับใจ
‘มนไม่กล้าไปเจอพี่... มนสู้หน้าพี่ไม่ได้จริง ๆ’ มนัสวีคิดพลางสะอื้นไห้จนตัวโยน
ภาพแววตาคมกริบดุดันและท่าทางทรงอำนาจของภูดิศในอดีตยังคงสลักแน่นอยู่ในห้วงความทรงจำห้าปีที่แล้วเธอรอดพ้นจากเงื้อมมือของคุณหญิงดาริกามาได้เพราะยอมรับเงินก้อนนั้นมาต่อชีวิตพ่อและรักษาลูกในท้องยอมถูกตราหน้าว่าเป็ผู้หญิงเห็นแก่เงินเพื่อให้เขาสลัดเธอทิ้ง
ความอัดอั้นตันใจที่บีบคั้นอยู่ในอกทำให้นมัสวีได้แต่นั่งมองผ้าม่านหน้าต่างห้องรับแขกด้วยสายตาที่เหนื่อยล้าหลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าในเมื่อเธอเกลียดและขยาดตระกูลเลิศวรจักรจนอยากจะหนีไปให้ไกลสุดขอบฟ้าแต่ทำไมเธอถึงยังตัดสินใจเดินก้าวขาพาตัวเองเข้ามาติดบ่วงด้วยการเช่าพื้นที่เปิดร้าน‘มนัสขนมไทย’ อยู่ในโรงพยาบาลสาขาใหม่แห่งนี้ทั้งที่รู้เต็มอกว่ามันคือธุรกิจของครอบครัวเขา
ความจริงแล้ว...ทุกอย่างมันมีเหตุผลและความจำเป็อันโหดร้ายซ่อนอยู่เื้ั
หลังจากหอบกระเป๋าหนีออกจากรุงเทพฯ พร้อมลูกน้อยในท้องและร่างอันไร้ิญญาของพ่อ มนัสวีก็เลือกที่จะมาขออาศัยอยู่บ้านหลังเล็กท้ายสวนมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกของ‘ธราธร’ ชายหนุ่มผู้เป็ลูกติดของแม่เลี้ยงซึ่งที่ดินแห่งนี้เป็มรดกตกทอดของคุณแม่ของทิว
มนัสวีใช้ความรู้ทางด้านคหกรรมศาสตร์ที่เรียนจบมาโดยตรงมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำขนมไทยโบราณรสชาติล้ำเลิศส่งขายประทังชีวิตโดยเงินทุนทั้งหมดที่ใช้ลงทุนเปิดร้าน เธอได้แบ่งสรรปันส่วนมาจาก ‘เงินก้อนโตที่คุณหญิงดาริกา เคยฟาดหัวจ้างให้เธอเดินออกไปจากชีวิตลูกชาย
นึกแล้วช่างน่าสมเพชตัวเองนักที่ต้องเอาเงินที่แลกมาด้วยหยาดน้ำตาและความเ็ปมาต่อลมหายใจให้ลูกชายของเขา
ในตอนแรกที่ตัดสินใจเซ็นสัญญาเช่า มนัสวีคิดคำนวณอย่างรอบคอบแล้วว่าจังหวัดที่ห่างไกลความเจริญขนาดนี้ เธอคงไม่มีวันที่จะเดินทางมาพบเจอ‘ภูดิศ’ อย่างแน่นอนแม้เธอจะรู้ดีแก่ใจว่าโรงพยาบาลแห่งนี้เป็ของเครือตระกูลของเขา ทว่าภูดิศคือทายาทระดับประธานบริหารสูงสุดที่คุมบังเหียนโรงพยาบาลสาขาใหญ่และคฤหาสน์หรูในเมืองหลวงใครจะไปคาดคิดว่าโชคชะตาจะกลั่นแกล้งส่งลูกชายมหาเศรษฐีจอมบงการอย่างเขาลงมาบริหารสาขาภูมิภาคนี้ด้วยตัวเอง!
อีกทั้งในแง่ของการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงดู ‘น้องเติมเต็ม’ มนัสวีไม่มีทางเลือกมากนักหากเธอจะไปหาเช่าตึกหรือเปิดหน้าร้านที่อื่นภายนอกนอกจากจะอยู่ไกลจากสวนมะพร้าวทำให้เดินทางลำบากแล้วค่าเช่าที่ยังแพงลิ่วจนแทบไม่เหลือผลกำไรและยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะขายไม่ดีจนเงินทุนจมหายต่างจากทำเลทองภายในโรงพยาบาลที่มีผู้คนคลาคล่ำ พนักงาน คนไข้และญาติมิตรหมุนเวียนเข้ามาใช้บริการตลอดทั้งวันซึ่งเป็ทำเลที่ดีที่สุดเท่าที่แม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งจะไขว่คว้าได้และฟางเส้นสุดท้ายที่ตอกย้ำให้เธอต้องก้มหน้ารับชะตากรรมหนีไปไหนไม่ได้คือ ‘พันธะสัญญาเช่าพื้นที่’ ที่ธราธรช่วยเดินเื่ทำไว้สัญญาระบุระยะเวลาผูกมัดยาวนานถึง 5 ปีเต็มและมีเงื่อนไขอันโเี้ระบุไว้ชัดเจนว่า
‘หากทางผู้เช่าเป็ฝ่ายบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดหรือทำผิดเงื่อนไขสัญญา จะต้องชดใช้ค่าปรับเป็เงินก้อนโตมหาศาล’
เงินก้อนนั้นล่ะ... คือสิ่งที่มนัสวีไม่มีวันหามาจ่ายได้ในชาติตู้นี้ความจำเป็บีบคั้นให้เธอต้องกลืนก้อนความกลัวลงคอ ยอมเปิดร้านขายขนมอยู่ใต้จมูกของภูดิศต่อไป แสร้งทำเป็เข้มแข็งเพื่อปกป้องความลับเื่ ‘น้องเติมเต็ม’ ไม่ให้หลุดรอดไปถึงหูของเขา
กระนั้นเธอกลับไม่รู้เลยว่ายิ่งเธอพยายามดิ้นรนและหาเหตุผลมาปิดกั้นสายเืมากเท่าไหร่วงล้อแห่งความเข้าใจผิดและความอยากเอาชนะของภูดิศกลับยิ่งไล่ต้อนให้เธอและลูกชายก้าวเดินเข้าสู่บ่วงพันธนาการอันไม่มีทางหลบหนี
แต่มาในวันนี้ เขาก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานใหญ่ควบคุมโรงพยาบาลที่เธอเช่าที่อยู่ เขามาที่นี่ อยู่ที่นี่ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวเป็ที่สุดไม่ใช่หวาดกลัวความผิดพลาดในอดีต... แต่คือ ‘น้องเติมเต็ม’ ลูกชายสุดที่รักวัยสี่ขวบเศษ
‘ถ้าพี่ดิศเห็นหน้าแก... พี่ดิศต้องรู้แน่ๆ ว่าเติมเต็มคือลูกของพี่’
สายเืมันเข้มข้นเกินกว่าจะบิดเบือนใบหน้ากลมป้อม คิ้วหนา และแววตาคมกริบระยับพราวดุจดวงดาวของน้องเติมเต็มมันคือพิมพ์เดียวกับภูดิศราวกับแกะออกมามนัสวีรู้ดีว่าคนเด็ดขาดและหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างภูดิศ ไม่มีวันยอมปล่อยให้ทายาทของตระกูลเลิศวรจักร ต้องมาเติบโตอยู่ในบ้านสวนซอมซ่อแบบนี้ และถ้าเขาเกิดสงสัยแล้วสืบหาความจริงขึ้นมาชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลล้นฟ้าคนนั้นจะต้องใช้สิทธิ์ความเป็พ่อและอำนาจเงินตราทั้งหมดที่มีแย่งชิงน้องเติมเต็มไปจากอ้อมอกของเธออย่างแน่นอน
‘เติมเต็มคือชีวิตของมน... มนยอมสูญเสียทุกอย่างในโลกนี้ได้แต่ดวงใจของมนดวงนี้ มนยอมให้ใครแย่งไปไม่ได้เด็ดขาด แม้กระทั่งคนเป็พ่ออย่างพี่!’
ความกลัวที่จะสูญเสียลูกชายผู้เป็ดั่งแก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวบีบเค้นให้มนัสวีเลือกที่จะทำตัวเป็คนขลาดเขลา ขังตัวเองไว้ในเงามืดเพื่อหลบซ่อนจากสายตาคู่นั้นเธอหลอกลูกชายว่าพ่อเสียชีวิตและอยู่บนฟ้า เพื่อตัดขาดสายใยไม่ให้เกี่ยวพันกันอีก ยิ่งเธอพยายามบ่ายเบี่ยงและหนีห่างมากเท่าไหร่บ่วงกรรมและแรงดึงดูดของโชคชะตากลับยิ่งหมุนวนไล่ต้อนให้เธอเดินเข้าใกล้ความจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย