"ห้ามออกไปไหนเป็เวลาสามเดือน หรือจนกว่าพ่อจะอนุญาต !!"
แน่นอนว่าทุกครั้งที่เพียงดาวกลับบ้านผิดเวลา หรือไปไหนโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า คนเป็พ่อก็มักจะมีกิริยาเช่นนี้เมื่อเธอกลับถึงบ้านทุกครั้ง ซึ่งหากเป็ครั้งก่อน ๆ เพียงดาวก็คงจะน้อยใจและร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้มเหมือนทุกที แต่ครั้งนี้สิ่งที่เธอได้พบเจอมาก่อนทำให้เธอมีความสุขจนไม่ได้สนใจคำดุด่าของคนเป็พ่อเลยสักนิด
"รับทราบค่ะ"
เพียงดาวเอ่ยสั้น ๆ ตอบกลับไป และเตรียมจะเดินผละออกไปจากตรงนั้น
"ลูกไปไหนมา"
คนเป็พ่อเอ่ยตามหลังเมื่อเห็นว่าเพียงดาวดูไม่แยแสกับคำสั่งของตนนัก
"ไปวัดไงคะ เพียงบอกพ่อแล้วนะคะก่อนไป"
"พ่อรู้ แต่ไปไหนต่อละ ถึงกลับบ้านซะบ่าย"
"เพียงก็แค่อยากใช้เวลาในวัดให้นานสักหน่อย ผิดมากเลยหรือคะ เพราะอยู่ที่นั่นสบายใจกว่าอยู่บ้านซะอีก"
"เพียง !!"
คนเป็พ่อเผลอตวาดกร้าว จนเพียงดาวสะดุ้งโหยง แต่เพียงครู่เดียวใบหน้าของเธอก็เรียบเฉยเป็ปกติ ในขณะเดียวกันน้าอิ่มก็เดินเข้ามาพอดี
"เพียงไม่ได้ไปเกเรที่ไหนสักหน่อยนะคะ อีกอย่างเขาก็โตแล้ว ปล่อยเขาบ้างเถอะค่ะ"
น้าอิ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาพูดพร้อมกับเข้าไปโอบกอดเพียงดาว
"หึ ให้ท้ายกันเข้าไป"
คนเป็พ่อดูจะไม่สบอารมณ์เป็อย่างยิ่ง เลยเดินออกไปจากตรงนั้นเสียดื้อ ๆ แต่ก็เหมือนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เลยชะงักฝีเท้าชั่วครู่แล้วหันกลับมาพูดกับเพียงดาวว่า
"เย็นวันนี้จะมีครูสอนวาดรูปมาที่บ้าน พ่อเพิ่งโทรคุยกับเค้าก่อนลูกจะกลับมาบ้านไม่นาน"
"ใจคอพ่อจะไม่ให้เพียงออกไปไหนเลยเหรอคะ"
"ถ้าไปแล้วออกไปเกเรที่อื่นก็อยู่บ้านนี่แหละ"
คนเป็พ่อไม่ได้สนใจคำพูดของลูกสาวตัวเองนัก พูดจบก็เดินจากไป เพียงดาวกับน้าอิ่มจึงเดินออกมานั่งเล่นที่สวนหน้าบ้าน
บรรยากาศยามบ่ายวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส แดดไม่ร้อนจัด มีลมเย็นพัดเอื่อย ๆ เพียงดาวจึงดูใจเย็นลงบ้าง หลังจากที่เพิ่งปะทะคารมกับผู้เป็พ่อมา น้าอิ่มที่เดินตามออกมาจากบ้าน นั่งลงบนม้าหินอ่อนสีขาวฝั่งตรงข้ามเพียงดาว แล้ววางถ้วยเซรามิกใบกลางที่มีสละลอยแก้วอยู่ในนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าเพียงดาว
"สละลอยแก้ว !!"
สีหน้าที่แววตาเป็ประกายอธิบายถึงความรู้สึกคนตรงหน้าได้ดี น้าอิ่มเพียงแต่ยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าสิ่งนี้คือของโปรดของเพียงดาว
"หวังว่าสละลอยแก้วถ้วยนี้จะช่วยให้หลานสาวของน้าอารมณ์เย็นขึ้นบ้างนะคะ"
"แน่นอนที่สุดค่ะน้าอิ่ม ขอบคุณนะคะ"
เพียงดาวเอ่ยพร้อมกับเลื่อนถ้วยสละลอยแก้วตรงหน้าเข้ามาใกล้ และลงมือตักเนื้อสละหวานฉ่ำพร้อมกับเกล็ดน้ำแข็งเข้าปากทันที
"หืมมม ฝีมือน้าอิ่มไม่ตกเลยนะคะ"
เพียงดาวเอ่ยชมน้าอิ่มพร้อมกับตักของหวานในถ้วยตรงหน้าเข้าปากต่อ
ไม่นานนักถ้วยเซรามิกตรงหน้าเพียงดาวก็เหลือแต่ความว่างเปล่า เพราะเ้าตัวทานของที่อยู่ในถ้วยจนหมด อารมณ์ที่ไม่ดีนักก่อนหน้านี้หายไปหมด เหลือเพียงใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเช่นเดิม
"ไขอบคุณน้าอิ่มนะคะที่คอยทำของอร่อย ๆ ให้เพียงทานตลอดเลย ถ้าชีวิตเพียงไม่มีน้าอิ่มก็คงเคว้งเหมือนกัน"
ประโยคหลังเหมือนน้ำเสียงจะเบาบางลงไป น้าอิ่มจึงลุกขึ้นจากม้าหินฝั่งตรงข้าม ย้ายมานั่งข้าง ๆ เพียงดาว
"น้าจะอยู่กับเพียงเสมอนะลูก อยู่ข้าง ๆ เพียง ไม่ว่าหนูจะสุขหรือทุกข์ หนูบอกน้าได้ทุกเื่เลยนะ"
"ขอบคุณนะคะน้าอิ่ม ถ้าขอพรได้สักข้อ เพียงของให้น้าอายุยืนยาว อยู่กับเพียงไปนาน ๆ เลยนะคะ"
"นานขนาดไหนดีน๊า นานจนเพียงแต่งงานมีครอบครัวเลยได้รึเปล่า"
"โถ่ น้าอิ่ม เพียงไม่คิดเื่แต่งงานเลยค่ะ เพียงเคยบอกน้าอิ่มแล้วนี่นา"
เพียงดาวหน้างอลงในทันที เมื่อได้ยินคนเป็น้าพูดเื่แต่งงาน เพราะตลอดชีวิตของเธอที่ผ่านมานั้น การแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวของเธอเลย ความรู้สึกที่จะชอบพอผู้ชายคนไหนสักคนก็ไร้วี่แวว แต่คนที่ทำให้เธอใจเต้นได้ขึ้นมาเสียดื้อ ๆ กลับเป็คนที่เธอเพิ่งเจอเมื่อเช้านี้เอง ความรู้สึกอบอุ่น และผูกพันเกิดขึ้นในทันที เธอเองก็ดูจะงง ๆ กับอาการแปลก ๆ ของตัวเองเหมือนกัน
"น้าอิ่มเคยรู้สึกถูกชะตากับใคร ราวกับสนิทกัน เคยเจอกันมาก่อนมั้ยคะ"
จู่ ๆ เพียงดาวก็ถามคำถามที่ทำให้คนเป็น้ารู้สึกแปลกใจจนคิ้วขมวดปม
"น้าไม่เคยรู้สึกแบบนั้นกับใครนะลูก แต่เคยได้ยินเค้าว่ากันว่า ถ้าเรารู้สึกถูกชะตากับใคร หรือรู้สึกเหมือนสนิทกันทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แปลว่าเราอาจจะเคยผูกพันกัน หรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันเมื่อครั้งอดีตนะลูก"
"ผูกพันกันเมื่อครั้งอดีตอย่างนั้นเหรอคะ"
เพียงดาวถามย้ำอีกครั้งอย่างช้า ๆ
"ใช่จ้ะ ว่าแต่เพียงถามทำไมเหรอ หรือแอบไปรู้สึกผูกพันกับใครที่ไหนรึเปล่า พามาแนะนำให้น้ารู้จักบ้างน๊า"
คนเป็น้าแอบแหย่ถามพลางแซวเล่นไปด้วย เพราะเธอรู้ดีว่าเพียงดาวไม่เคยมีความลับกับเธอ หากไปพบเจอใครมาก็คงมาเล่าให้ฟังอย่างแน่นอน
"เพียงอาจจะแค่คิดไปเองหนะค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะน้าอิ่ม"
"มีอะไรในใจรึเปล่าลูก บอกน้าได้นะ"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เพียงรู้สึกเพลีย ๆ จังค่ะ คงเพราะวันนี้ตื่นเช้า เรากลับเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะน้าอิ่ม"
เพียงดาวแสร้งเปลี่ยนเื่และเก็บชามเซรามิกที่เธอกินสละลอยแก้วหมดถ้วยแล้วลุกขึ้นเดินเข้าบ้าน โดยมีน้าอิ่มเดินตามมาติด ๆ หลังจากช่วยน้าอิ่มล้างจานชามและทำความสะอาดครัวเรียบร้อยแล้ว เธอจึงเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อพักผ่อนสักหน่อย ก่อนที่จะเจอกับครูสอนวาดรูปในเย็นวันนี้
เพียงดาวเผลอหลับไปนานแค่ไหนไม่ทราบได้ จนเธอรู้สึกตัวอีกทีเมื่อน้าอิ่มเขย่าตัวเธอแรงขึ้น
"เพียง ครูสอนวาดรูปมาแล้วลูก ตื่น ๆ"
เพียงดาวขยี้ตาเล็กน้อยเพื่อปรับการมองเห็นให้ชัดขึ้น แล้วจึงลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง
"น้าอิ่มบอกเค้ารอสักครู่นะคะ เดี๋ยวเพีียงตามลงไป"
"เพียง น้าจะบอกว่าครูสอนวาดรูปคนนี้ เหมือนเราเพิ่งเจอเค้าที่วัดเมื่อเช้าเลยนะลูก"
"ห๊ะ คนที่เราเพิ่งเจอเมื่อเช้าเหรอคะ !"
น้ำเสียงและท่าทางของเพียงดาวทั้งใและดีใจในเวลาเดียวกัน จนน้าอิ่มรู้สึกแปลกใจ
"ไน้าก็ไม่แน่ใจนักนะลูก เพียงลองลงไปดูเองดีกว่า รีบลงมานะ"
"ค่ะ ๆ น้าอิ่ม เดี๋ยวเพียงรีบลงไปค่ะ"
เพียงดาวเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดเดรสสีหวาน พร้อมกับแต่งหน้าอ่อน ๆ โดยใช้เวลาอย่างรวดเร็วและเดินลงมายังห้องรับแขก แต่ก็ไม่เจอใคร จึงรีบเดินเข้าไปในครัวเพื่อถามน้าอิ่มถึงครูสอนวาดรูป
"ไหนละคะ ครูสอนวาดรูปของเพียง"
เพียงดาวถามน้าอิ่มที่กำลังหั่นแตงโมลูกโตไว้เป็ชิ้นพร้อมรับประทาน
"อยู่ที่สวนดอกไม้หน้าบ้านจ้ะ เค้าบอกว่าอากาศตรงนั้นเย็นสบายดี เลยขอนั่งรอเพียงที่นั่น"
"อ้อ โอเคค่ะ งั้นเพียงไปที่สวนก่อนนะคะน้าอิ่ม"
"จ้ะ"
น้าอิ่มหันกลับไปสนใจงานตรงหน้าต่อ ส่วนเพียงดาวก็รีบเดินออกมายังสวนดอกไม้หน้าบ้าน
ภาพของผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังเดินดูดอกไม้กลับทำให้หัวใจของเพียงดาวเต้นโครมครามขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลังก็ตาม ผมยาวดำขลับที่ถูกมัดมวยสูงไว้หลวม ๆ กับการแต่งกายเพียงแต่เสื้อยืดตัวโพล่งสีดำ กับกางเกงยีนสีเข้ม และรองเท้าผ้าใบเพียงเท่านั้น กลับทำให้เพียงดาวรู้สึกใจเต้นแรงกับคนตรงหน้าอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
และแน่นอนว่าครูสอนวาดรูปของเธอวันนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็คนที่เธอเพิ่งเจอที่วัดเมื่อเช้านี่เอง
"โลกกลมจังเลยนะคะ"
เพียงดาวเดินเข้าไปใกล้คนตรงหน้าที่ยังเพลิดเพลินกับการดูดอกไม้แล้วเอ่ยทักทายขึ้น อีกฝ่ายเมื่อได้ยินเสียงของเพียงดาวก็หันกลับมายังต้นเสียงทันที
"เพียง"
"ใช่ค่ะ เพียงเอง พี่ฝันคือครูสอนวาดรูปที่คุณพ่อให้มาสอนเพียงใช่มั้ยคะ"
"พี่รู้แค่ว่าคนที่พี่จะต้องมาสอนวาดรูปคือลูกสาวของพลเอกพฤกษ์ธิพงษ์ แต่พี่ไม่รู้ค่ะว่าเป็เพียง"
วทอฝันตอบพร้อมกับละความสนใจจากดอกไม้ที่กำลังดูอย่างเพลิดเพลิน แล้วเดินมาหาเพียงดาว
"อยากเรียนวาดรูปเหรอคะ"
คนที่สูงกว่าก้มลงมาเอ่ยถามเพียงดาว และจดจ้องใบหน้าสวยตรงหน้าจนอีกฝ่ายต้องหลบตา เพราะรู้ดีว่าตัวเองกำลังหน้าร้อนผ่าว
"จริง ๆ เพียงอยากหาเหตุผลออกไปนอกบ้านมากกว่าค่ะ แต่เพียงไม่คิดว่าคุณพ่อจะให้ครูมาสอนที่บ้าน"
"แปลว่าจริง ๆ ก็ไม่ได้สนใจเื่วาดรูปใช่มั้ยคะ"
"เอ่อ คือ ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ในเมื่อคุณพ่อจ้างพี่ฝันมาแล้ว เพียงก็จะเรียนค่ะ"
"พี่แอบน้อยใจนะคะเนี่ย คิดว่าเพียงอยากเรียนวาดรูปจริง ๆ ซะอีก"
ทอฝันพูดจบก็หันหลังเดินไปยังโต๊ะม้าหินใกล้ ๆ แล้วนั่งลง แน่นอนว่าเพียงดาวเดินตามมาติด ๆ และนั่งลงฝั่งตรงข้าม
"เพียงจะเรียนทุกอย่างที่พี่ฝันสอนนะคะ"
คนตรงหน้าพูดด้วยเสียงอ่อนนุ่ม บวกกับสายตาเว้าวอน ใบหน้าที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มเล็กน้อยและชุดเดรสที่เธอใส่นั้นทำให้เพียงดาวในวันนี้ดูน่ารักมากทีเดียว
"ชุดนี้ไม่ใช่ชุดที่เราเจอกันเมื่อเช้านี่คะ เพียงใส่เดรสสีนี้ดูน่ารักจังเลยค่ะ"
คำพูดกับสายตาที่มองคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละของทอฝัน ทำให้อีกฝ่ายยิ่งรู้สึกเคอะเขินและไม่เป็ตัวเอง
"ขอบคุณนะคะพี่ฝัน"
"คุณพ่อของเพียงบอกพี่ว่า จะให้พี่มาสอนเพียงทุกวันอาทิตย์ วันละหนึ่งชั่วโมง แปลว่าทุกอาทิตย์เราจะได้เจอกันหนึ่งครั้งนะคะ"
"ค่ะพี่ฝัน"
"แต่ก่อนที่เราจะเรียน เราต้องมีอุปกรณ์การเรียนก่อน พี่ว่าเพียงคงยังไม่ได้เตรียมไว้แน่เลย"
"ไม่มีเลยค่ะพี่ฝัน เพียงไม่ทราบด้วยค่ะ ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง"
"งั้นพี่จะพาไปซื้อนะคะ"
"ไปซื้องั้นเหรอคะ พี่ฝันจะพาเพียงออกไปข้างนอกเหรอคะ"
อีกฝ่ายดูจะตื่นเต้นขึ้นมาในทันที เมื่อจะได้ออกไปนอกบ้าน
"ต้องไปข้างนอกสิคะ ที่นี่ไม่มีขายนี่นา"
ทอฝันแอบขำในใจกับคนตรงหน้าที่ดูตื่นเต้นมาก กับการจะได้ออกไปข้างนอก
"คุณพ่อจะให้เพียงออกไปเหรอคะ"
"ไปซื้ออุปกรณ์เรียนวาดรูป กับครูสอนวาดรูป มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้ไปละคะ"
ทอฝันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย และไม่มีความกังวลใด ๆ แม้แต่น้อย
"ไปกันค่ะ"
ทอฝันพูดและเตรียมเดินไปยังรถของเธอที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก
"เอ่อ ไปตอนนี้เลยเหรอคะพี่ฝัน"
"ใช่ค่ะ ไปซื้ออุปกรณ์วันนี้ และพรุ่งนี้วันอาทิตย์พอดี เราจะได้เริ่มเรียนกันเลยไงคะ วันนี้แค่มาเจอหน้าลูกศิษย์คนสวยก่อน"
ทอฝันแอบแซวคนตรงหน้าไปด้วยเมื่อมีโอกาส แน่นอนว่าอีกฝ่ายยังคงหน้าแดงเช่นเดิม
"ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะค่ำ"
พูดจบทอฝันก็เดินไปยังรถของตน และเพียงดาวก็รีบเดินตามไปติด ๆ แน่นอนว่าครั้งนี้เป็การออกไปข้างนอกในแบบที่เธอโล่งใจที่สุด การเจอกันครั้งที่สองของเธอกับทอฝันก็ยังคงทำให้หัวใจเต้นแรงเช่นทุกที เป็ความรู้สึกที่แปลกและหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ แต่แน่นอนว่าเธอรู้สึกดี และอยากให้ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ
------------------------------------------------------------------