เมื่อลุงรองหวังมาที่บ้านของพวกนางที่ท้ายหมู่บ้านเช่นนี้และยังมีช่างมาซ่อมแซมบ้านอีก วันนี้เมื่อเขากลับไปในหมู่บ้านต้องมีคนสอบถามแน่นอน
เพราะหมู่บ้านขนาดเล็กเช่นนี้ ใครทำอะไรที่ไหนข่าวมักจะไปถึงอย่างรวดเร็วเสมอโดยเฉพาะย่าผู้ลำเอียงของสามีนางคนนั้น
“ท่านลุงรองหวังเ้าคะข้าอยากทำบ่อน้ำไว้ภายในลานบ้านด้วย บ้านข้ามีทั้งคนป่วยและเด็กการมีบ่อน้ำในลานบ้านคิดว่าคงสะดวกสบายมากเช่นกันเ้าค่ะ”
จ้าวอิงสอบถามเขา
ลุงรองได้ฟังที่จ้าวอิงพูดก็ให้ใอดไม่ได้ที่จะมองนางให้มากขึ้นอีกสักนิดยังเป็จ้าวอิงอิงคนเดิมที่มีใบหน้าอวบอ้วน แก้มกลมมน ตาเล็กหยี
แต่มีบางอย่างไม่เหมือนเดิม แม้กระทั่งคำพูดคำจาก็เปลี่ยนไปการคิดอ่านก็เปลี่ยนไป ราวกับจ้าวอิงอิงคนนี้ไม่ใช่คนเดิม
จ้าวอิงก็มิได้หลบเลี่ยง ปล่อยให้ลุงรองหวังมองนางได้เต็มที่ซึ่งเื่เช่นนี้เป็เื่ที่เข้าใจได้ ภายนอกของนางยังเป็จ้าวอิงอิงสตรีอ้วนยังเป็คนเดิมแต่นิสัยเปลี่ยนไปอย่างไรก็ต้องให้เวลากับคนรอบกายได้ปรับตัวบ้าง
“ข้ารู้ว่าที่ผ่านมาข้าทำไม่ดีไว้มากเมื่อผ่านความเป็ความตายมา ข้าจึงสำนึกได้ว่าเสี่ยวเป่าสำคัญกับข้าขนาดไหนเพื่อเสี่ยวเป่าข้าจึงจำต้องเปลี่ยนตัวเองเป็แม่ที่ดีของเขาให้ได้เ้าค่ะ”
จ้าวอิงพูดขึ้นอย่างไม่เร็วไม่ช้า
หลังพูดประโยคนี้จบนางตาแดงเรื่อเพราะอารมณ์ที่ตีตื้นขึ้นมาในอกของนางยามนี้เป็ความรู้สึกผิดจริง ๆ
และนางก็มั่นใจว่าเป็เพราะอารมณ์ของร่างเดิมมิใช่อารมณ์ของนางแน่นอน เมื่อคนภายนอกมองหน้านางตอนนี้แววตาสีหน้าของนางจึงเป็ความรู้สึกผิดจากใจจริง
ลุงรองหวังยามนี้เขาเชื่อจ้าวอิงแล้วว่านางสำนึกผิด ส่วนพ่อลู่และจางซื่อก็เชื่อในตัวจ้าวอิงเช่นกันว่านางเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จริง
“เอาหล่ะ ๆ ไม่ต้องพูดเื่สำนึกผิดไม่สำนึกผิดอีกแล้วเพียงเ้ากลับตัวได้ก็เป็ผลดีต่อเสี่ยวเป่าและตัวเ้าเองทั้งนั้น”
ลุงรองหวังกล่าวขึ้นและพูดต่ออีกว่า
“มาพูดถึงเื่การขุดบ่อน้ำ ถ้าอย่างดีก่ออิฐรอบบ่อ มีรอกชักน้ำด้วยใช้เงินสิบตำลึงหากบ่อธรรมดาก็แปดตำลึงได้ นี้เป็ราคาที่ถังเสียนกำหนดไว้ทั่วไปแต่ก็ต้องให้เขามาดูสถานที่ก่อนอีกที”
“เอาแบบอย่างดีเถิดเ้าค่ะ”
จ้าวอิงตอบ
พ่อลู่หันมามองหน้านางกำลังจะขยับปากพูด จ้าวอิงจึงพูดขึ้นก่อนว่า
“เื่เงินไม่เป็ไรเ้าค่ะ หมดไปก็หาใหม่ได้”
พร้อมขยิบตาให้จางซื่อที่นางเดินมาใกล้ๆ
จางซื่อเมื่อได้รับสัญญาณจากจ้าวอิงนางก็เข้าใจทันทีจึงรีบพูดขึ้นเช่นกัน
“เอาตามอาอิงว่าเถิดเ้าค่ะ ท่านลุงรองหวัง....ส่วนหากมีคนสอบถามข้า เอ่อ หากไม่เป็การรบกวนท่านเกินไป ข้าอยากยืมชื่อลุงรองมากล่าวอ้างว่าได้หยิบยืมจากท่านมาได้หรือไม่เ้าคะข้าเกรงว่า ….”
จางซื่ออึก ๆอัก ๆ หน้าเริ่มขึ้นสีแดงเห็นได้ชัดว่านางลำบากใจขนาดไหน
เพียงกล่าวเท่านี้ลุงรองหวังก็เข้าใจทันทีเช่นกัน จางซื่อนางกลัวบ้านแม่สามีของนางจะตามมารังควานนั้นเอง หากเหอซื่อหญิงจอมละโมบคนนั้นทราบว่าพวกลู่ซานถิงมีเงินสำหรับปรับปรุงบ้านทั้งยังขุดบ่อน้ำอีกด้วยคงตามมาริบเอาไปแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้นลุงรองหวังจึงตอบตกลงทันที
“ก็ดีเหมือนกันใช้ชื่อข้ากล่าวอ้างได้เลยพวกนั้นจะได้ไม่มาวุ่นวายกับพวกเ้าหากมีอะไรก็เรียกข้าได้ตลอดนะ พรุ่งนี้ข้าจะแวะมาอีกที”
เมื่อส่งลุงรองหวังออกไปแล้วจ้าวอิงจึงเรียกสองสามีภรรยาลู่เข้าไปในห้องนอนของทั้งคู่ทั้งสองแปลกใจแต่ก็นำทางนางเข้าไปแต่โดยดี
เมื่อปิดประตูห้องดีแล้วจ้าวอิงจึงหยิบเห็ดหลินจือออกมาจากตะกร้า แน่นอนว่าจริง ๆ แล้วนางหยิบจากห้วงมิติมาสามดอกขนาดเท่าฝ่ามือจางซื่อเห็นแล้วแม้นางจะไม่รู้จัก แต่ก็คิดว่าต้องเป็ของที่มีค่ามากแน่นอน
“นี่ …. นี่คือ”
“นี่เป็เห็ดหลินจือเ้าค่ะ ข้าบังเอิญเจอแถว ๆโขดหินในป่า พรุ่งนี้ท่านแม่นำไปขายที่โรงหมอชุ่ยจู๋ได้ไหมเ้าคะ”
จ้าวอิงอ้างมั่ว ๆขึ้นมา
“ห๊ะ เห็ดหลินจือข้า..ข้าเคยได้ยินว่าเป็ยาช่วยชีวิตมีแต่คนร่ำรวยเท่านั้นถึงจะสามารถหาซื้อมากินได้”
จางซื่อดวงตาโต กล่าวตะกุกตะกัก
“เ้าแน่ใจนะว่ามันคือเห็นหลินจือจริง ๆ”
พ่อลู่ถาม เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
“ข้ามั่นใจเ้าค่ะ เมื่อวานที่ไปโรงหมอข้าได้ขอดูมันจากผู้ดูแลมาแล้ว”
จ้าวอิงโกหกหน้าตาย
“อาอิงเ้าเอาไปขายเถิดข้าไม่กล้าจริง ๆ”
จางซื่อบอกนางไม่แม้แต่จะจับดู พ่อลู่เห็นภรรยาเขาเป็แบบนั้นกล่าวเสริมว่า
“หากให้แม่เ้านำไปขายคงถูกกดราคาหรือไม่ก็เผยท่าทีว่า ‘ข้าไม่มีเงินสามร้อยตำลึง’ออกมาแน่นอน”
จางซื่อพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับเห็นด้วยอย่างแรงจ้าวอิงคิดแล้วก็เห็นด้วยเช่นกันแต่เมื่อนึกถึงระยะทางเดินไปกลับตำบลและสังขารของนางเมื่อวันวานนางก็แอบท้อเสียแล้วการเดินไปกลับสี่ห้าชั่วโมงด้วยขาอ้วน ๆนี่ไม่ไหวเลย
จางซื่อเห็นท่าทีของจ้าวอิงก็นึกถึงเื่เมื่อวันก่อนที่เจอป้าสะใภ้รองได้ป้าสะใภ้รองพูดคุยนางว่า
‘เจอจ้าวอิงเดินกลับมาจากทางตำบลบอกว่าไปซื้อยาให้พ่อสามีนางเป็เื่จริงหรือไม่’จางซื่อก็ตอบไปตามตรงว่าเป็เื่จริง
ป้าสะใภ้รองดูชอบใจที่จ้าวอิงออกไปซื้อยาจริงจากนั้นจึงเล่าให้นางฟังเื่ที่จ้าวอิงเดินเหงื่อท่วมตัว และคนบนรถโดยเฉพาะหลานซื่อเมียลู่เกาที่ไม่ให้นางขึ้นเกวียนมาด้วย
และเมื่อจางซื่อนึกไปถึงสภาพของจ้าวอิงที่มาถึงบ้านเย็นวันนั้นนางดูซีดเซียวและเหนื่อยหอบอย่างแท้จริง
“พรุ่งนี้ถังเสียนจะเข้าไปที่ตำบลเพื่อซื้อกระเบื้องเ้าสามารถไปกับเขาได้ ซื้อกระเบื้องไม่มากนัก มีที่นั่งให้เ้าอยู่แล้วเดี๋ยวให้พ่อเ้าไปบอกกล่าวอาถังเสียนไว้”
จ้าวอิงได้ยินดังนั้นก็ดีใจยิ่งนักจางชื่อช่างรู้ใจนางจริง ๆ
“ได้หรือเ้าคะ เช่นนั้นก็ดียิ่ง พรุ่งนี้ข้านำเห็ดไปขายคาดว่าน่าจะได้ถึงดอกละสองสามร้อยตำลึงเงินเลยทีเดียวยังมีสมุนไพรที่ข้าเก็บมาอีก ท่านแม่ท่านพ่อพวกเราไม่ต้องกังวลเื่เงินอีกต่อไปและยังสามารถส่งเงินให้ท่านพี่เพิ่มอีกด้วย”
ประโยคสุดท้ายนี้นางตั้งใจกล่าวให้สองสามีภรรยาลู่ฟังและเป็ไปตามที่คาด ทั้งสองตกตะลึงไปทันที
จริง ๆ แล้วพวกเขาสองสามีภรรยาตกตะลึงั้แ่ราคาของเห็ดหลินจือที่มากมายปานนั้น ยิ่งได้ยินจ้าวอิงกล่าวถึงลูกชายของพวกเขายิ่งใกว่าเดิม
ต้องกล่าวว่าเงินที่ลู่เหวินเหยาพกติดตัวไปเพื่อสอบครั้งนี้เพียงเจ็ดตำลึงเงินเท่านั้นนับว่าน้อยยิ่งนักสำหรับการเดินทางไปสอบถึงเขตมณฑล
เื่นี้จ้าวอิงทราบดีเช่นกัน ต้องเข้าใจก่อนว่าการคมนาคมของยุคสมัยนี้ยากลำบากอย่างยิ่งหากไม่มีรถม้าเกวียนวัวหรือไม่มีเงินจ้าง ก็ต้องเดินเท้าเท่านั้นการเดินทางที่ยุคปัจจุบันอาจจะใช้เวลาไม่กี่ชั่วยามแต่ยุคนี้ต้องใช้เวลานับเป็หลายวัน
สิ่งที่จ้าวอิงคิดไว้คือให้พ่อแม่สามีนางเทใจให้มากขึ้น และสองเพื่อลดโทสะในใจสามีนางไปบ้างยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ฮ่า ๆ ๆ
“นี่ นี่ได้จริงหรือดียิ่งอาเหยา ฮึก ๆ”
แม่สามีนางตาแดงก่ำร้องไห้เสียแล้ว
“ส่งให้จริงๆ เ้าค่ะท่านแม่ครั้งนี้หากขายเห็นหลินจือได้เงินมามาก ข้าจะส่งให้ท่านพี่ห้าสิบตำลึงเงินเพื่อท่านพี่จะได้นำไปใช้จ่ายได้สบาย ๆ เขาจะได้ไม่ต้องกังวลใจเื่ที่กินที่พักจะได้ตั้งมั่นกับการสอบครั้งนี้มากยิ่งขึ้นแต่ข้าไม่ทราบว่าจะฝากเงินส่วนนี้ให้ท่านพี่ได้อย่างไร”
จ้าวอิงกล่าว
“เื่นี้พ่อจะปรึกษากับผู้เฒ่าเชี่ยที่หน้าหมู่บ้านก่อนเชี่ยต้าหลางลูกชายคนโตของเขา เข้าไปในอำเภอและมณฑลบ่อย ๆเพื่อทำการค้าน่าจะพอมีช่องทางติดต่ออาเหยาได้”
พ่อลู่บอก
ทั้งจางซื่อและจ้าวอิงก็พยักหน้าแทบจะในทันที
เมื่อตกลงกันแล้วพ่อลู่จึงแยกตัวออกไปเพื่อบอกกล่าวกับถังเสี่ยนเื่ที่จ้าวอิงจะไปตำบลด้วยในวันพรุ่งนี้
มื้อเย็นวันนี้กินอาหารเรียบง่ายมีเพียงข้าวต้มขาวข้นและผักป่าที่จ้าวอิงเก็บมาผัดใส่เนื้อหมูติดมันอีกจานเดียวเท่านั้น
แต่เท่านี้เสี่ยวเป่าก็กินข้าวได้มากขึ้นอีกครึ่งชามแล้วหลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อยทั้งครอบครัวเข้านอนได้อย่างสบายใจ
เพราะห้องฝั่งที่เป็ห้องนอนของจ้าวอิง รื้อหลังคาออกไปแล้วคืนนี้ทุกคนนอนรวมกันที่ห้องปีกด้านข้างเหลือเพียงห้องนี้ไว้เพื่อให้ทั้งครอบครัวได้หลับนอนก่อนชั่วคราว
คืนนี้จ้าวอิงไม่ได้เล่านิทานให้เสี่ยวเป่าฟัง นางจึงต้องนอนลูบหลังเขาเบาๆ จนหลับไป ทั้งหมดที่นางทำจึงอยู่ภายใต้การรับรู้ของทั้งสองสามีภรรยาแซ่ลู่
•─────❅❀❅─────•