บทที่ 18 ความคาใจและกวนใจ
“วันนี้ลมเย็นจัง”
ฉันพูดออกไปขณะที่กำลังรับสายลมยามสายที่ผ่านใบหน้าไปอย่างเย็นสบาย
ข้างหน้านี้มีโต๊ะไม้ขนาดเล็กสำหรับคนเดียวซึ่งมาคู่กับเก้าอี้ไม้ที่มีเบาะรองนั่งพอดีตัวกำลังนั่งอยู่ บนโต๊ะตรงหน้ามีหนังสือปกหนาเล่มหนึ่งเปิดอ่านไปได้ครึ่งเล่นค้างไว้อย่างนั้นอยู่ ถัดไปทางซ้ายมือเองก็มีกองหนังสือปกหนาอีก 4 เล่มตั้งเรียงไว้อยู่เตรียมที่จะอ่านต่อ ส่วนขวามือมีหมวกขนาดเล็กไม่พอดีหัวสีน้ำตาลเข้มซีดเก่าเพราะใช้มานานั้แ่สมัยก่อนแล้ว แม้มันจะไม่พอดีหัวแล้วแต่ก็ยังใส่อยู่ยังไงมันเป็หมวกสุดรักของฉันเลย
ใต้หมวกนั้นเองมีบัตรประจำห้องสมุดโรงเรียนยูนิโอร่าซึ่งมีแค่นักเรียกหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนถึงจะมีมันได้และที่ฉันใช้มันเข้ามาในห้องสมุดเพราะฉันเองก็นักเรียนเช่นกัน บัตรประจำตัวห้องสมุดมีรูปถ่ายไว้อยู่เป็รูปครึ่งตัวของเด็กสาวผมสีฟ้ายาวถักเปียผิวขาว ชื่อที่เขียนบนคือ คลูเรียน่า เอซานเดียร หรือชื่อตัวฉันนั้นและ
ฉันที่นั่งอยู่บนชั้นสองตรงมุมสุดห้องติดกับหน้าต่างของหลังห้องสมุด มันเป็มุมที่ไม่ค่อยมีคนผ่านเป็เหมาะสำหรับผู้ที่อยากได้ความเป็ส่วนตัวมีสมาธิในการนั่งอ่านหนังสือ มันเลยเป็ที่ประจำตัวของฉันไปโดยปริยายเพราะฉันเล่นมานั่งประจำเมื่อมีเวลาว่างจนบรรณารักษ์และอื่นต่างยกให้ตรงนี้ให้เป็ที่นั่งของฉันเฉพาะไปซะแล้ว
“ชักเริ่มหนาว”
ฉันว่างั้นแล้วก้มหยิบกระติกน้ำที่เตรียมไว้มาดื่มขณะอ่านหนังสือ ในกระติกน้ำนั้นบรรจุชาร้อนที่ซื้อจากร้านกาแฟเล็กๆหนึ่งตรงหน้าทางเข้าห้องสมุดที่มีคุณยายใจดีเป็เ้าของเป็ร้านประจำของฉันเลย
ทุกครั้งที่มาห้องสมุดจะแวะร้านของคุณยาย เธอมักจะยิ้มให้อย่างเอ็นดูมองฉันเหมือนลูกเหมือนหลานก่อนจะยื่นกระติกน้ำชาร้อนที่ฉันซื้อเองให้แล้วจ่ายก่อนยืนกระติกน้ำอันเก่าที่ใช้ครั้งก่อนเปลี่ยนไปแล้วเข้าห้องสมุดขึ้นมาอ่านหนังสือเป็อย่างนี้ทุกครั้ง
กระติกน้ำพวกนี้ฉันเป็ซื้อเองไว้สำหรับเติมชาร้อนหรืออื่นๆเวลามาอ่านหนังสือ รู้สึกไม่ชอบใช้แก้วแล้วทิ้งรู้สึกมันเปลืองโดยใช้เหตุแล้วก็…มันเป็ความคิดส่วนตัวว่า ‘การดื่มชาที่ดีต้องดื่มจากแก้วชาโดยเฉพาะ’ อะไรพวกนี้อยู่ถูกสอนมาแบบนั้น แต่จะให้นั่งยกชุดแก้วชาไปมาก็เกินไปและน่ารำคาญแถมฉันก็ไม่ได้จริงจังขนาดนั้นเลยเป็กระติกน้ำร้อน
พอเทชาร้อนลงในแก้วกระติกน้ำไอร้อนลอยขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆของใบชาอันเป็เอกลักษณ์ของร้านคุณยายที่ทำให้นึกถึงบ้านเกิดที่จากมา ค่อยๆจิบชาร้อนดื่มด่ำรสชาติของชามันช่วยให้ผ่อนคลายและเพิ่มความอบอุ่นร่างกายดี
“ใกล้จะเย็นแล้วแท้ๆ แต่ยังอ่านไม่ถึงไหนเลย”
พอมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นพระอาทิตย์กำลังลงท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็สัญญาณบอกถึงใกล้เข้ายามเย็นแล้วแท้ๆ แต่กลับยังอ่านหนังสือตรงหน้ายังไม่จบพึ่งอ่านไปได้ครึ่งเล่มเองทั้งทีนั่งอ่านมาตั้งนานแล้ว
ฉันชอบอ่านหนังสือ ฉันรักการอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็หนังสือเรียนต่างๆ นวนิยาย วรรณกรรม หนังสือเวท หนังสือวิชาการต่อสู้ หนังสือวางแผนและกลยุทธ์ หนังสือกฎหมาย หนังสือทำอาหารและตบแต่งดอกไม้ นิทาน อะไรก็ได้ตราบใดที่เป็ฉันอ่านมันหมด เพราะชอบอ่านมาั้แ่สมัยเด็กแล้วถึงได้ชอบมาหมกตัวอยู่ในห้องสมุดจนใครหลายคนเรียกว่า หนอนหนังสือ
ปกติแล้วฉันเป็คนอ่านค่อนข้างเร็ว โดนเฉลี่ยแล้วหนังสือปกติทั่วเล่มหนึ่งแล้วจะใช้เวลาอ่านไม่ถึงครึ่งชั่วโมงถ้าเล่มหนาก็ไม่เกินชั่วโมง แต่ถ้าอ่านแบบรีบๆไม่ถึง 10 นาทีก็เข้าใจเื่คร่าวๆแบบหยาบๆได้แต่ฉันไม่ชอบ!
ฉันชอบอ่านหนังสือแบบสบายไม่ต้องรีบค่อยๆอ่านไปทีละบรรทัดอ่านไปทีละตัวอักษร ไม่ว่าอ่านยากแค่ไหนทำความเข้าใจยากเพียงใด ค่อยๆทำความเข้าใจถึงความรู้เื่ราวต่างๆที่ซอกแซกอยู่ในหนังสือเล่มนั้นๆอย่างสนุกสนานและเพลิดเพลิน อย่างนั้นต่างหากถึงเรียกว่าการอ่านหนังสือตัวฉันเชื่ออย่างนั้น
แต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่อย่างนั้น…
วันนี้ฉันนั่งอ่านหนังสือที่ห้องสมุดมาได้หลายชั่วโมงแล้วแต่กลับอ่านไม่ถึงไหน
หนังสือที่เปิดกางไว้ตรงหน้ากับกองหนังสืออีก 4 เล่มที่คิดว่าคงอ่านหมดวันนี้ได้ไม่ได้ยากเย็นอะไรเหมือนทุกทีกลับกลายเป็ว่า แค่เล่มแรกยังอ่านไม่จบอ่านไปได้ครึ่งเล่มเองแถมเผลอๆที่อ่านไปไม่เข้าหัวเลยด้วยซ้ำ!
มันอ่านไม่เข้าหัวเลย อ่านไปแล้วไม่เข้าใจเลย ไม่มีสมาธิในการอ่านเลย มันมีเื่กวนใจอยู่ มันคาใจเป็เื่ราวที่ขัดแย้งไม่สมเหตุสมผลวนอยู่หัวฉันไปจนไม่มีสมาธิกับคำตอบที่หามาไม่ได้เช่นนี้…
เอมเบรส คัดเดิล ซี วอร์ม ชายผู้เป็เ้าตัวการความกวนใจและคาใจในครั้งนี้!
เมื่อเช้าก่อนจะมาห้องสมุดเหมือนทุกทีได้แวะไปที่ย่านการค้าเพื่อเสื้อเพิ่มเติมเพราะอากาศเริ่มเย็นลงเลยอยากได้ชุดอะไรที่มันอบอุ่นหน่อยเวลาอ่านหนังสือจะได้ไม่หนาวไป
ระหว่างที่กำลังเดินดูไปเรื่อยๆอยู่นั้นเอง ได้ยินเสียวชาวบ้านบอกว่ามีเื่คนทะเลาะกันเลยเดินไปดูหน่อยในฐานะหนึ่งในสมาชิกของผู้กล้าแล้วคงปล่อยผ่านไม่ได้ พอไปถึงก็เห็นชายร่างท้วมกำลังทะเลาะกับเมดสาวคนหนึ่งโดยมีเด็กอีกสามคนอยู่ด้านหลัง พอมองหน้าเมดสาวคนนั้นปรากฏว่าคือแฮนนา เมดสาวประจำตัวของทีน่าคัดเดิล ซี วอร์ม เองทำเอาประหลาดใจว่าทำไมถึงมาที่นี่
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่การทะเลาะดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆพอเห็นเริ่มถ้าไม่ดีแล้วว่าจะรีบเข้าไปช่วยแต่ก่อนที่จะทำอย่างนั้น กลับปรากฏตัวเด็กหนุ่มผมบรอนซ์สีอ่อนและร่างผอมบางกว่าเมื่อก่อนที่เคยเจอกับชุดโทนสีแดงสดอันเป็เอกลักษณ์ของเขาที่ชอบใส่ประจำ ออกมาจากวงคนดูตรงเข้าไปขวางการทะเลาะของทั้งสองอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ พอเห็นอย่างนั้นแล้วเลยจำใจต้องหยุดไว้ก่อนเพื่อรอดูสถานการณ์
เอมเบรส คัดเดิล ซี วอร์ม หนึ่งในลูกชายของดยุกผู้เป็ขุนนางชั้นสูงของอาณาจักร ชายผู้ที่ที่เคยทำวีรกรรมเลวร้ายต่างๆไว้มากมายโดยใช้อำนาจในฐานะลูกของดยุกโดยเฉพาะกับริวจิและพวกเรา
ชายผู้ตั้งตัวเป็ศัตรูกับริวจิตัวปัญหาร้ายและความชั่วที่เขาได้ทำไว้กับพวกเรามานัดต่อนัด ด้วยแผนร้ายกลลวงสกปรกและแสนขี้ขลาดต่างๆนานาที่สร้างขึ้นพวกเราต้องรับมือจนเป็เื่ราวใหญ่โตพวกเราก็ต้องมาแก้ปัญหา เรียกได้ว่าเป็หนึ่งในศัตรูตัวฉกาจของกลุ่มพวกเรากลุ่มผู้กล้าก็ไม่ผิดนัก
ครั้งล่าสุดที่ผ่านมาได้สู้กับริวจิ อากะซะ หรือผู้กล้าของกลุ่มเราเขาได้ใช้เวทธาตุมือซึ่งเป็เวทต้องห้ามเข้าต่อสู้ในงานประลองของโรงเรียนโดยหวังที่จะจัดการริวจิให้ได้แต่ก็ไม่สำเร็จ แถมนำซ้ำยังต้องศูนย์เสียพลังเวทที่เรียกได้ว่าเป็ชีวิตอย่างนักเวทอย่างพวกเราเกือบทั้งหมด อีกทั้งยังศูนย์เสียความสามารถการใช้เวทธาตุไฟซึ่งเป็หลักที่แสนภูมิใจของตัวเขาเองไป จะเรียกว่าจบชีวิตในฐานะนักเวทก็คงได้นี้ยังไม่รวมผลอื่นที่ตามมาไม่ว่าจะผลร้ายจากการใช้เวทธาตุมืดอื่นๆ ฐานะ ครอบครัว สังคม และอื่นอีกหลายอย่างที่ไม่อาจคาดได้
แต่ด้วยที่ว่ามาทั้งหมดนี้ นั้นก็ผลการกระทำของตัวเขาเองคงไม่อาจโทษใครคนอื่นได้ถึงแม้ดูเหมือนเขาจะโทษเื่ที่เกิดขึ้นนี้ว่าเป็เพราะริวจิอยู่เหมือนกันก็เถอะ
พอเห็นเอมเบรสปรากฏตัวอย่างนี้แล้ว เลยทำให้ลังเลที่ออกไปเพราะไม่รู้ออกไปแล้วพวกเราเจอหน้ากันจะทำเกิดเื่ยิ่งกว่าเดิมหรือเปล่า เลยตัดสินใจซ้อนตัวรอดูสถานการณ์อยู่ห่างๆก่อนดีกว่า ฉันใช้เวทธาตุลมทำให้ช่วยเสียงได้ยินเสียงพวกเขาคุยกันแม้จะอยู่ไกลก็ตาม ตอนนี้เท่าที่ทำได้คือจำตาดูไว้ถ้าเอมเบรสทำให้เป็เื่ใหญ่ขึ้นก็… ฉันจะเข้าไปจัดการสถานการณ์ทันทีแต่ตอนนี้ต้องเฝ้าดูก่อน
ก็ได้ยินข่าวลือมาบ้างแล้ว ว่าตัวเอมเบรสนั้นได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนยังกะคนละคนนั้นน่าจะเป็เื่โกหกมากว่า
จากจับตาดูอยู่นี่เอมเบรสไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เขายังคงใช้ชื่อในฐานะลูกดยุกขุนนางชั้นสูงมาข่มขู่เช่นเดิมเหมือนทุกทีที่เขาทำไม่มีผิดหรืออาจจะหนักกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำ เหล่าคนอยู่ล้อมรอบต่างกลัวเอมเบรสโดยเฉพาะชายร่างท้วมที่เป็คู่กลณีกำลังเผชิญหน้าคงเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้
พอได้ใบหน้าและท่าทางที่หยิ่งยโสกับรอยยิ้มที่ชีกยิ้มกว้างจนดูน่ากลัวของเอมเบรสแล้ว เรียกได้ว่าเป็หน้าของชายผู้ชั่วร้ายก็คงไม่ผิดแม้แต่ฉันที่เคยเห็นประจำยังใได้เลย ฉันที่เตรียมตัวให้พร้อมจะเข้าไปหยุดเอมเบรสทันทีถ้าเขาทำเื่อะไรขึ้นมา จะปล่อยให้เอมเบรสสร้างเื่ขึ้นเหมือนไม่ได้!…ทั้งที่คิดงั้น
แต่น่าแปลกแทนที่จะเกิดเื่ขึ้นกลับดูเหมือนทุกอย่างสงบลงจบด้วยดีจนน่าประหลาดใจ ปกติถ้าเกิดเื่พวกนี้โดยมีเอมเบรสแล้วด้วยเื่มักจะเลยเถิดแต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่ ถึงแม้จะใช้วิธีเดิมเหมือนทุกทีแต่กลับไม่เกิดเื่อะไรขึ้นเหมือนทุกทีก็ไม่รู้ทำไมแต่ก็จบลงด้วยดีคิดว่าไม่มีความจำเป็ต้องออกไปแล้ว
ระหว่างที่กำลังคิดงั้นกลับเกิดเื่ขึ้น!
หนึ่งในเด็กสามคนเกิดวิ่งหนีออกมาจากวงล้อมอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยวิ่งตรงออกไปถนนใหญ่ไม่ลืมหูลืมตาเหมือนตื่นกลัวอะไรสักอย่าง? ตอนแรกคิดว่าไม่เป็อะไรเด็กแค่ใกลัวหรืออะไรสักอย่างแต่ยังไงเื่ก็จบแล้ว… แต่แล้วความคิดง่ายๆพวกนั้นก็ต้องพับเก็บไปทันทีพอได้เห็นสีหน้าที่ใของเอมเบรสที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือตอนแรกก่อนเขาออกตัววิ่งสุดกำลังตามเด็กคนนั้นไป
ตอนแรกก็ไม่เข้าใจทำไมเขาทำอย่างนั้น ทำไมถึงดูร้อนรนขนาดนั้นกัน? มันเป็ความประหลาดใจเห็นสีหน้าอย่างนั้น?
ด้วยความสงสัยกับรู้สึกลางไม่ค่อยดีเลยรีบหาต้นเหตุถึงความร้อนรนนั้น จนไปเห็นรถม้าที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วกำลังผ่านมาทางนี้ จากที่ดูความเร็วของเด็กที่กำลังวิ่งมากับรถม้าแล้วละก็…จะต้องชนกันแน่และคนที่ได้รับาเ็สุดก็เป็เด็กคนนั้นอาจจะถึงชีวิตด้วยซ้ำก็ได้!
“ต้องรีบเข้าช่วย!”
ในตอนนั้นด้วยระยะที่ไกลจากเด็กคนนั้นมากเลยตัดสินใจใช้เวทธาตุลม[Cyclone] พัดร่างเด็กคนนั้นขึ้นข้างบนเพื่อหลบให้พ้นทางรถม้าที่กำลังวิ่งมา
แต่นั้นทำให้เห็นถึงความอ่อนหัดและคิดง่ายไปของตัวเอง มันเป็ตัดสินใจที่ผิดพลาดด้วยระยะที่ไกลไปทำให้ควบคุมระดับพลังเวทค่อนข้างลำบากเลยลังเล ถ้ากะพลังเวทพลาดไปอาจพัดร่างเด็กคนนั้นลอยกระเด็นจนอาจได้รับาเ็ได้พึ่งมารู้ตัวทีหลังแต่จะมาเปลี่ยนใช้เวทบทอื่นก็คงไม่ทันการรถม้าเข้ามาใกล้แล้ว
ถ้าใกล้กว่าอีก… ถ้าใกล้กว่าอีกนิดละก็…
ระหว่างที่กำลังคิดงั้นเื่น่าประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เอมเบรสที่ใช้เวทพุ่งเข้ากอดเด็กคนนั้นไว้พอดีแม้จะแค่แป๊บเดียวแต่ก็รู้ได้เลยว่าเขาใช้พลังเวททั้งหมดที่มีพุ่งเข้ามาหาเด็กคนนั้นไว้เพื่อปกป้อง แต่ด้วยพลังทั้งหมดที่เขามีก็ช่วยให้พ้นทางรถม้าไม่ได้แต่นั้นก็เพียงพอแล้ว…เพียงพอที่จะอยู่ในระยะเวทลม[Cyclone]ของฉันแถมยังกอดเด็กคนนั้นไว้ถ้าโดนเวทนี้แรงไปก็คงไม่มีปัญหาจึงใช้ได้อย่างไม่ลังเลและช่วยทั้งสองไว้ได้
หลังจากนั้นออกไปปรากฏตัวต่อทุกคน เอมเบรสที่เห็นฉันเข้าก็ตั้งตัวเป็ศัตรูกลับกลุ่มผู้กล้าหรือฉันเหมือนทุกที ถึงจะดูแปลกไปก็เถอะแต่ทุกอย่างกำลังจะจบด้วยดีเอมเบรสก็ก่อเื่จนได้
เขาเข้าไปว่าร้ายกับชายร่างท้วมที่เป็เ้าของร้านฮอทดอก ด้วยวาจาและท่าทางของเขาได้ทำลายชื่อเสียงร้านฮอทอกของเ้าชายร่างท้วมนั้นจนไม่เป็ชิ้นดีชนิดที่ไม่อาจทนเปิดร้านได้อีกแล้ว จนเ้าของถึงกับทรุดลงไปกับพื้นอย่างกับได้ศูนย์เสียทุกสิ่งไป มันการกระทำที่โหดร้ายน่ากลัวและน่าสงสารคนโดนมาก
เสียงซุบซิบเหล่าผู้คนที่เห็นถึงความโหดร้ายสิ่งที่เอมเบรสได้ทำลงของคนที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างโกรธ บ่น ด่า แค้น นินทา และอื่นๆอีกหลายคำที่หลุดออกมาจากผู้คนที่ได้ดูเหตุการที่เกิดขึ้น ใช่แล้วเขาไม่เปลี่ยนไปเลยยังคงเป็ลูกดยุกขุนนางชั้นสูงจอมแผนร้ายผู้ชั่วร้ายที่ใช้ต่ำแหน่งของขุนนางมาข่มขู่เช่นนี้เหมือนทุกทีที่เขาทำไม่มีผิด…
ฉันเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าไม่ได้ยินสิ่งนั้นเข้า…
‘ชิ ตายๆไปก็ดีแล้วไอ้พวกเด็กสกปรกนั้น’
ด้วยเวทลมของฉันที่แอบฟังยังมีผลเหลืออยู่เลยทำให้ได้ยินคำพูดที่น่ารังเกียจออกมาจากปากชายร่างท้วมนั้นเข้ามันเป็เสียงเล็กๆเบาที่มีเพียงฉันที่ได้ยินเลยคิดเข้าไปจัดการเ้าของร้านนั้น แต่ความคิดนั้นก็ต้องหยุดลงเมื่อได้เห็นใบหน้าที่โกรธของเอมเบรสเข้า
มันเหมือนไฟที่ลุกโชนเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่พร้อมจะเผาทุกสิ่งทำลายทุกอย่างที่ขวางทาง แม้ฉันจะได้ต่อสู้กับเขามาหลายต่อหลายครั้งเห็นใบหน้าโกรธแสนชั่วที่แสดงออกมานัดต่อนัดต่อ แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เห็นใบหน้าโกรธอย่างนั้นเข้าดังปีศาจเพลิงแห่งความโกรธ
มันเป็ครั้งแรกของฉันที่ได้กลัวเอมเบรสจริงๆ
หลังเขาจัดการชายร่างท้วมเสร็จแล้วเขาก็เดินจากไปพร้อมทีน่าและสองเมดสาว เมื่อเห็นพวกเขาไปแล้วฉันก็รีบหาทางปลีกตัวออกมาจากเหล่าผู้คนที่ล้อมรอบฉันเช่นกันก่อนจะตรงมาห้องสมุดแล้วมานั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนี้
“แต่เขาได้ยินงั้นเหรอ?”
ฉันตัดสินใจปิดหนังสือที่อ่านค้างไว้ลงแล้วนั่งคิดถึงคำถามกวนใจเื่ของเอมเบรสที่ยังคงคาใจดังอยู่ในหัวอย่างไม่หยุดหย่อน
เอมเบรสได้ยินที่ชายร่างท้วมนั้นพูดเหรอถึงได้โกรธขนาดนั้น? เอมเบรสคนนั้นอะนะที่จะยอมโกรธขนาดนั้นเพื่อเด็กๆพวกนั้น? คนอื่นที่ตัวเองไม่รู้จัก?
ชายผู้ที่ตั้งเอาตัวเองเป็ใหญ่ไม่สนใจใครมองคนอื่นอยู่ต่ำกว่ากลับโกรธแทนพวกเด็กจรจัดที่ไม่น่าจะรู้จักกันที่โดนพูดอย่างนั้นใส่จนทำอย่างนั้นไปเหรอ?…มันดูแปลกเกินไป นั้นใช้เอมเบรสที่ฉันรู้จักจริงเหรอ!?
จากที่เห็นวิธีการที่เขาจัดการชายร่างท้วมเป็วิธีของเอมเบรสแท้แน่นอนแถมรุนแรงกว่าเหมือนก่อนแต่ก็ดูไม่เหมือนเดินเช่นกัน
จะพูดอย่างไรดี…วิธีพูดกับคิดเป็เอมเบรสแน่แต่ขั้นตอนวิธีการดูแตกต่างไปจากเดิมไม่มากก็น้อย ถึงจะให้อธิบายออกมาเป็คำพูดก็ลำบาก…มันเป็เหมือนความรู้สึกมากกว่า มันคือเอมเบรสที่ไม่ใช่เอมเบรสจะให้พูดก็คงประมาณนั้น
“หรือที่ได้ยินข่าวลือจะเป็เื่จริง?”
มีข่าวลือออกมาว่าเขาเปลี่ยนไปหลังจากตื่นขึ้นมาไม่เหมือนเดิน มันเป็เื่ที่พบได้ถ้าเข้าไปเกี่ยวกับเวทธาตุมือหรือเวทต้องห้ามก็ตาม ฉันเองก็เห็นมาเยอะแล้วเหมือนกันตอนที่เดินทางไปที่ต่างๆกับริวจิได้ปราบปรามจัดการคนชั่วหรือไม่ก็พวกสาวกที่เกี่ยวกับเวทมืด ผลกระทบที่ได้รับมีไปั้แ่ทางร่างกายและจิตใจยัดแกนพลังเวทเหมือนที่เอมเบรสโดนนั้นอาจเป็เหตุผลก็ได้
แต่ก็น่าแปลกอยู่ดี เพราะได้เดินทางกับริวจิและเพื่อนๆหลายครั้งเลยได้เห็นอะไรหลายอย่าง ผลกระทบทางจิตใจเพราะเวทธาตุมืดก็มีให้เห็นเยอะและหลากหลาย… เพราะเห็นมาเยอะและหลากหลายเนี่ยและถึงได้มันแปลก ท่าทางที่เปลี่ยนไปของเอมเบรสมันไม่ใช่ที่เคยเห็นมาเลย
“หรือจะเป็แค่การแสดงอีกครั้ง”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาหลอกพวกเรา การแกล้งการแสดงของเอมเบรสว่าตัวเองดีขึ้นปรับปรุงเป็คนดีขึ้นแล้วเพื่อหลอกพวกเราให้ตายใจก่อนแอบแทงข้างหลังและไม่ใช่ครั้งเดียว มันหลายครั้งแล้วหรือครั้งนี้ก็เช่นกัน เป็เพียงการแสดง?
เพราะงั้นถึงได้ไปช่วยพวกเด็กๆก็ดูมีเหตุผล แต่ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไปทำลายร้านของชายร่างท้วมอย่างนั้นมันเป็การแสดงความเป็คนชั่วร้ายออกมาชัดเจนจนอื่นๆต่างพากันกลัว ถ้าทำงั้นการที่แสดงว่าเป็คนดีมันก็ไม่มีความหมายนะสิหรือว่าเป็แผนเหมือนกัน?
“แต่เสียงที่ได้ยินเ้าของร้านพูดมันก็เบาทำเป็ไม่ได้ยินก็ได้นิไม่มีใครรู้ แต่ทั้งที่อย่างนั้น…”
กลับออกมาเปิดเผยตัวแล้วจัดการอย่างไร้ความปรานีจนทุกคนเห็นถึงความชั่วร้ายของตนเอง จะบอกว่าเขาได้ยินเข้าแล้วโกรธจนหลุดลืมตัวงั้นเหรอ? แต่ถ้าคิดงั้นก็เท่ากับว่าเขาโกรธแทนเด็กๆพวกนั้นจริงๆนะสิ ไหนจะเื่ที่โดดเขาไปช่วยเด็กคนนั้นอีก ถ้าฉันไม่เข้าไปช่วยอาจได้รับาแสาหัสหรือถึงชีวิตเลยนะนั้นนะ หรือจะบอกนี้เองก็เป็การแสดงเป็การลงทุนเพื่อให้ทุกคนตายใจ…จะไปเป็งั้นได้ไง ถ้าจะลงทุนจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้งเพียงเพื่อหลอกทุกคน
มันไม่ใช่คนที่จะกล้าเอาตัวเองไปเสี่ยงขนาดนั้นจากแผนการขี้ขลาดที่ผ่านมา มันไม่เคยเอาตัวเองไปเสี่ยงเลยมีแต่ลากคนอื่นไปเกี่ยวข้องทั้งนั้น แต่ทั้งที่เป็อย่างนั้นแล้ว…
“อ้า—! ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว!”
ฉันเกาหัวที่ตื้อๆคิดไม่ออกก่อนตัดสินใจรินชาร้อนดื่มเพิ่มเพื่อให้ใจสงบลงจะได้คิดอะไรออก จากที่เคยต้องรับแผนร้ายของเอมเบรสแล้วครั้งกลับนึกไม่ออกไม่เข้าใจการกระทำของเขาเลยในครั้งนี้
ฉันชอบอ่านหนังสือ ชอบทำความเข้าใจเื่ราวต่างๆเหมือนจิ๊กซอว์ที่ค่อยต่อกันเป็ภาพที่สมบูรณ์ ด้ายแดงที่ผูกเื่ราวได้จนสมบูรณ์ เป็ความเข้าใจที่ถ่องแท้ แต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่
ไม่ชอบเลยความไม่เข้าใจนี่ ความคาใจและกวนใจนี่ ไม่ชอบมันเลย มองมันไม่ออกยังสะเปะสะปะไม่ต่อเป็รูปร่างเลย
ครั้งนี้จะมาไม้ไหนกันแน่เอมเบรส!
ที่ยืนยันได้ที่เจอวันนี้คือ เขาดูเปลี่ยนไปจากเดิมไม่มากก็น้อยส่วนในแง่ไหนยังไงต้องรอดูไปก่อน ไม่แน่เขาอาจจะยังติดต่อกับลัทธิแห่งความมืดหรือลัทธิดวงตามารไหม ไม่ว่ายังไงก็ตามจะประมาทเขาไม่ได้เด็ดขาดสิ่งที่ทำได้เฝ้าระวังจับตาดูเขาไว้
“นายมีแผนการอะไรกันแน่ เอมเบรส”