ณ วังั หลิงๆรีบตื่นเเต่เช้าเพื่อมาทำอาหารตามคำสั่งของเ้านาย นางพิถีพิถันสรรสร้างเมนูมากมายโดยไม่ลืมเมนูสำคัญที่จะต้องมีให้ได้ นั่นก็คือกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ครั้นเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น หลิงๆรีบไปเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้เ้านายของนางเเช่ ก่อนจะรีบไปทำความสะอาดสวนเพื่อเตรียมตั้งสำรับเช้าที่นั่น เสร็จจากนั้นนางก็รีบมาปลุกเ้านายของนางทันที
“คุณหนูหลี่เ้าคะ..คุณหนูหลี่ น้ำอุ่นพร้อมเเล้วเ้าค่ะ”
“อื้ม!!ข้าขอนอนต่ออีกหน่อย เเล้วเ้าค่อยมาปลุกข้าอีกทีละกันนะ..วันนี้ข้าเพลียมาก หาวววววว!!”
“เเต่วันนี้คุณชายหวังจะมาทานข้าวกับคุณหนูหลี่ด้วยนะเ้าคะ ข้าน้อยได้เตรียมสำรับไว้แล้วด้วยเ้าค่ะ”
“จริงด้วย!! แล้วทำไมเ้าถึงพึ่งมาปลุกข้าล่ะ…!!” ชิวสุ่ยลุกพรวดจากเตียงอย่างลุกลี้ลุกลนและไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อน เเน่นอนว่านั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะหลิงหลิงได้เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว หลิงๆรีบพาชิวสุ่ยไปอาบน้ำ ก่อนจะเลือกชุดสีฟ้าให้นางสวมใส่ ชิวสุ่ยเสร็จสิ้นภารกิจส่วนตัวภายในเวลาไม่นานจากนั้นนางก็รีบตรงไปยังจวนของเฉินเซี่ยทันที ชิวสุ่ยเดินเข้าไปในจวนของเฉินเซี่ยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากใคร ครั้นเมื่อมาถึงนางก็เห็นว่าเฉินเซี่ยไม่ได้อยู่ที่นี่
“สวน…บุป…ผา!!!ไปเร็วหลิงๆ”
“คุณหนูหลี่..ที่นั่นเป็เขตหวงห้าม ข้าเกรงว่า…อ้าว!! คุณหนูหลี่ คุณหนูหลี่เ้าคะ!!” หลี่ชิวสุ่ยไม่ฟังสิ่งที่หลิงๆห้ามนางรีบเดินตรงไปที่สวนบุปผาทันทีเพราะมั่นใจว่าเฉินเซี่ยต้องอยู่ที่นั่นแน่ๆ เเต่เมื่อมาถึงชิวสุ่ยก็ต้องแปลกใจเพราะเฉินเซี่ยก็ไม่ได้อยู่ที่นี่เช่นกัน
“ไม่มี!! ท่านพี่หวังไปไหน?”
“อ้าว..คุณหนูหลี่ มาทำอะไรที่นี่หรือขอรับ?” เสียงที่กล่าวทักทายนางคือเสียงของิคังและเมื่อนางหันหลังมาก็พบเเค่ิคังเท่านั้น มันจึงทำให้นางสงสัยว่าเฉินเซี่ยหายไปไหนกันเเน่
“ท่านมาทำอะไรที่นี่?”
“อ่อ..ข้าเดินมาดูการเตรียมอาหารที่ครัวหลวงน่ะขอรับ ว่าแต่คุณหนูหลี่มาที่นี่….”
“ข้าแค่มาเดินเล่นน่ะ เอ่อ..แล้ว..วันนี้ข้ายังไม่เจอคุณชายหวังเลย เขาไปไหนหรือ?”
“คุณชายเขียนตำราอยู่ที่หอตำราขอรับและเตรียมตัวพบเ้าแห่งหัวเมืองน่ะขอรับ วันนี้มีประชุมเปิดเมืองครั้งเเรก”
“อ่านตำรา…เปิดเมือง..หลิงๆ!!”
“อ้ะๆๆ..ไม่ได้ขอรับ”
“อะไรของเ้า?”
“คุณชายได้สั่งข้าไว้ว่า ห้ามให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนเวลาเขียนตำราขอรับ เดี๋ยวคุณชายจะไม่มีสมาธิ”
“เเต่ข้าทำกับข้าวไว้และจะมาชวนคุณชายหวังไปทานข้าวด้วย หากข้าไม่ไปหาเขาที่นั่น แล้วข้าจะชวนเขายังไง?”
“อย่างที่ข้าน้อยได้กล่าวไป วันนี้คุณชายมีอ่านตำราและพบเ้าแห่งหัวเมืองต่างๆ คงจะไม่มีเวลาไปทานข้าวกับคุณหนูหลี่ได้ เพราะคุณชายมีทานข้าวสังสรรค์กับพวกท่านด้วย”
“.......เ้ากำลังจะบอกข้าว่า”
“ขอรับ” ิคังพยายามปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ เเต่ทว่าตอนนี้ไฟแห่งความโกรธของชิวสุ่ยมันได้ปะทุออกมาครึ่งนึงแล้ว นางรู้สึกเหมือนว่ากำลังโดนเฉิยเซี่ยปฏิเสธอีกแล้วและครั้งนี้นางไม่ยอมอีกแล้ว
“ดี..ถ้าเช่นนั้น หลิงๆ..เ้านำอาหารที่จวนของข้าทั้งหมดไปรวมกับของคุณชายหวังและข้าจะไปทานข้าวกับคุณชายหวังเอง”
“ทำเช่นนั้นไม่ได้ขอรับ เพราะการประชุมในครั้งนี้เฉพาะเ้าแห่งหัวเมืองต่างๆเท่านั้น”
“ทำไมจะไม่ได้ เ้าลืมไปแล้วหรือไงว่าข้าก็มาจากเผ่าจิ้งจอกซึ่งเป็เผ่าที่อยู่ในเขตปกครองของวังัเช่นกัน ดังนั้นข้าเองก็มีสิทธิจะเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย หลิงๆ..ไปทำตามที่ข้าบอก!!!”
“คุณหนูหลี่เ้าคะ…คือ..ข้าว่า..”
“เ้าไม่ได้ยินที่ข้าบอกหรือไง หรือเ้าคิดที่จะขัดคำสั่งข้า!!!” หลิงๆไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามคำสั่งของเ้านายเเต่โดยดี ทางด้านิคัง เมื่อเห็นว่าชิวสุ่ยไม่ละทิ้งความพยายาม เขาจึงได้นำความนี้ไปบอกเฉินเซี่ยก่อน
“เ้าไม่ได้บอกนางหรือไง ว่าข้าไม่ชอบให้ใครมาก้าวก่ายงานของข้า”
“ข้าบอกไปแล้วขอรับ เเต่นาง….”
“ข้าก็แค่อยากทานข้าวกับท่านและท่านก็เป็คนบอกข้าเองไม่ใช่หรือว่าจะรอทานข้าวกับข้า เมื่อวานข้าอาจจะยังไม่พร้อมแต่วันนี้ข้าพร้อมแล้วนะเ้าคะ” จู่ๆชิวสุ่ยก็เดินพุ่งเข้ามาในหอตำราเพียงเพื่ออยากเเสดงตัวให้เฉินเซี่ยเห็นว่านางกำลังมาทวงสัญญาที่เฉินเซี่ยเคยให้ไว้กับนาง..
“กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ มักจะตรัสไว้แล้วไม่คืนคำนะเ้าคะ”
“แล้วเ้าไม่ได้ยินที่ิคังบอกหรือไงว่าวันนี้ข้ามีประชุมกับเ้าแห่งหัวเมืองต่างๆ นั่นหมายถึงการประชุมใหญ่เเละมันไม่ใช่แค่การนั่งทานข้าวในบ้าน!!”
“เื่นั้นข้าทราบดีเ้าค่ะ เเต่หากท่านบอกว่ามันคือการประชุมของเ้าแห่งหัวเมือง ข้าเองก็เป็ทายาทเ้าแห่งเมืองจิ้งจอก ดังนั้นข้าก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมประชุมนี้ไม่ใช่หรือเ้าคะ?” เฉินเซี่ยไม่มีข้อท้วงติงอื่นเพราะสิ่งที่ชิวสุ่ยกล่าวมานั้นเป็ความจริง นางอาศัยช่องโหว่ของคำพูดเฉินเซี่ยเพื่อเป็ใบเบิกทางให้นางเข้าร่วมโต๊ะอาหารพร้อมๆกับเฉินเซี่ยในครั้งนี้ สุดท้ายเฉินเซี่ยก็ยอมให้นางเข้าร่วมโต๊ะอาหารด้วย ครั้นเมื่อการประชุมจะเริ่มขึ้น เ้าแห่งหัวเมืองน้อยใหญ่ก็ได้ร่วมทานอาหารพร้อมๆกับเฉินเซี่ย พวกเขาเริ่มพูดคุยถามถึงความเป็อยู่ของแต่ละเมือง
“ห่างหายจากผู้คนไปนาน ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือท่านเ้าั?”
“ก็ไม่มีอะไรมากขอรับ ข้าเพียงแค่เริ่มต้นดูแลทุกอย่างแทนท่านพ่อ ยังมีอะไรอีกมากมายที่จะต้องเรียนรู้ก็เลยใช้่เวลานี้ในการอ่านตำราและเรียนรู้ราชกิจของท่านพ่อน่ะขอรับ ว่าเเต่ท่านอาทุกท่านเป็อย่างไรบ้างขอรับ?”
“ที่เมืองของอา เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะการช่วยเหลือจากพ่อของเ้าและเ้านั่นแหละ..บ้านเมืองกำลังเป็ไปด้วยดีและไม่เเน่ว่าเร็วๆนี้อาอาจจะเริ่มขยายดินแดนมากขึ้น”
“ยินดีกับท่านอาทั้งหลายด้วยนะขอรับ ข้าหวังว่าหลังจากนี้พวกเราจะช่วยกันดูแลเขตปกครองของเผ่าัให้สืบต่อไปนะครับ”
“เเน่นอนอยู่แล้วหลานชาย ยิ่งพวกอารู้ว่าเ้ากลับมาทำหน้าที่ของเ้าแล้ว พวกอาก็ยิ่งสนับสนุนเ้าเท่าทวีคูณ วันนี้เป็วันดีพวกเรามาฉลองกันเถอะ เอ้า..ไช!! โย!!” เฉินเซี่ยเริ่มผูกมิตรกับเ้าแห่งหัวเมืองต่างๆได้อย่างราบรื่น เขากลับมายิ่งใหญ่และมุ่งมั่นที่จะเปิดตัวให้คนทั่วเเคว้นรู้ว่าตอนนี้เ้าแห่งัรุ่นที่สองพร้อมดูเเลชาวเมืองทุกคนเเล้วนั่นเอง ทางด้านชิวสุ่ยเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจนางเลย นางจึงเริ่มหาวิธีทำให้ตัวเองโดดเด่นยิ่งขึ้น
“ท่านพี่..ทานนี่สิเ้าคะ กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา เมนูโปรดของท่านพี่..ข้าจำได้เ้าค่ะ” ชิวสุ่ยพูดเสียงดังเพื่อให้ทุกคนหันมาสนใจในตัวนาง ซึ่งมันก็ได้ผลทุกคนเงียบเเละหันมามองนางเป็ตาเดียวกัน เหล่าบรรดาผู้ร่วมโต๊ะต่างนึกสงสัยว่านางเป็ใคร แถมตอนนี้นางก็ได้ตักอาหารให้เฉินเซี่ยราวกับว่านางเป็ของคนรักของเขาอีกด้วย