ชัวร์! คนๆ นี้กับซึบาสะมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา ชัวร์ป๊าบ! อากิโอะพูดอยู่ในใจ เขาจับมือของยามาโตะออก “เอ่อ...ปล่อยผมก่อนผมเจ็บแผล”
ยามาโตะยอมปล่อยมืออากิโอะรีบขยับตัวลงนอน พลางบอกว่า “ผมปวดหัว นอนล่ะ”
เขารีบดึงผ้าห่มมาห่มจนถึงคอยามาโตะจับๆ ผ้าห่มคลุมให้ดีๆ “นอนเถอะ ไม่ต้องห่วงนะ”
อากิโอะนอนตัวเกร็งแข็งทื่อตามองยามาโตะอย่างหวาดๆ หวั่นๆ สักพักอากิโอะก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่หมอฉีดเข้าสายน้ำเกลือก่อนหน้านี้ยามาโตะลูบๆ ใบหน้าของซึบาสะอย่างทนุถนอม ในดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักท่วมท้นหลังจากแน่ใจว่าซึบาสะไม่เป็อะไรแล้ว ยามาโตะจึงกลับไป
อากิโอะตื่นขึ้นมาอีกครั้งเขาทานอาหารที่นางพยาบาลยกมาให้ หลังจากทานอิ่มแล้วเขาก็กินยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบจากนั้นเขาก็นอนคิดๆ อะไรไปเรื่อยเปื่อย จู่ๆ เขาก็เห็น ‘ซีบาสะ’อยู่ตรงหน้า ทำเขาใร้องออกมา “ว๊าก!”
“ผมยอมให้คุณสิงร่างเพราะงั้นคุณต้องช่วยผมด้วย” ซึบาสะบอก อากิโอะใมากเขาลุกขึ้นพรวดถอยร่นไปจนติดหัวเตียงเลยทีเดียว “นี่มันเื่บ้าอะไรวะ!?”
“ก็คุณตายแล้วแล้วคุณมาสิงอยู่ในร่างของผมไง” ซึบาสะบอก อากิโอะมองอย่างใปนงงๆ “อะไรนะ!? ผมตายแล้ว!?”
“ใช่คุณตายไปตั้ง 3 เดือนกว่าแล้ว” ซึบาสะบอก อากิโอะเบิกตาโตมองซึบาสะที่เหมือนลอยอยู่ตรงหน้าอย่างงงๆ ปนกลัวๆ “คุณตายแล้วงั้นเหรอ?”
ใช่ซึบาสะกำลังลอยอยู่จริงๆ!
“ผมยังไม่ตายแค่ิญญาออกจากร่าง ผมยอมให้คุณสิงร่างชั่วคราว” ซึบาสะบอก“คุณแม่ของผมสืบเชื้อสายมาจากมิโกะดังนั้นิญญาของผมจึงมีความสามารถในการออกจากร่างได้แต่ิญญาของผมไปไหนได้ไม่ไกลจากร่างนักหรอก ไม่งั้นผมจะกลับเข้าร่างไม่ได้อีกเลยส่วนที่ผมให้คุณยืมร่างก็เพราะผมอยากให้คุณช่วยให้ผมหลุดพ้นจากยามาโตะคนนั้นผมยอมรับว่าคุณหัวดีกว่าผม เพราะงั้นคุณต้องช่วยผมให้หลุดพ้นจากเขาผมไม่อยากเป็คู่เกย์ เข้าใจไหม?”
เขาโบกๆมือตรงหน้าอากิโอะที่ใช้ร่างเขาอยู่ แต่ดูเหมือนว่าอากิโอะจะสติหลุดไปแล้วเขาจึงขยับเข้าไปะโกรอกหู “คุณอากิโอะ!”
“ว๊าก!” อากิโอะสะดุ้งร้องลั่นเพราะเสียงของซึบาสะที่ะโนั้นมันดังมากจนเขารู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางลำโพงนับร้อยๆตัวที่เปิดพร้อมๆ กันอย่างงั้นแหละ
“คะ! ท่านเป็อะไรคะ?” นางพยาบาลรีบออกจากห้องน้ำไปดูท่านนายกฯ ทันทีเธอเห็นท่านนายกฯ ทำหน้าตื่นๆ นั่งอยู่บนเตียง ท่าทางเหมือนใอะไรซักอย่างเธอรีบเดินไปถึงข้างเตียงพลางถาม “ท่านเป็อะไรคะ?”
“คุณเห็นคนๆ นี้ไหม?” อากิโอะถามพลางชี้ไปที่ซึบาสะซึ่งลอยอยู่ตรงหน้านางพยาบาลส่ายหน้า “ไม่เห็นใครเลยค่ะ ดิฉันเห็นแต่ท่านคนเดียวนี่แหละค่ะหรือว่าท่านเห็นภาพหลอนอะไรคะ? งั้นดิฉันตามหมอให้นะคะ”
นางพยาบาลบอกแล้วรีบยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาโทรตามหมอทันทีอากิโอะมองนางพยาบาลที่ไม่มีท่าทีว่าจะเห็นซึบาสะเลย ซึบาสะจึงบอก“ไม่มีใครเห็นผมหรอก ยกเว้นพวกที่มีซิกเซ้นส์นะ”
อากิโอะฟังแล้วกะพริบตาปริบๆ“นี่มันเื่บ้าอะไรวะ!?”
“เชื่อเถอะนี่มันเื่จริง คุณกำลังใช้ร่างผมอยู่ ส่วนผมก็เป็ิญญาที่อยู่นอกร่างตัวเอง”ซึบาสะบอก
พยาบาลวางหูโทรศัพท์แล้วบอกว่า“เดี๋ยวคุณหมอก็มาค่ะ รอสักครู่นะคะ”
อากิโอะพยายามตั้งสติเขาคิดๆ ฝัน? ต้องฝันไปแน่ๆ
เขาจึงหยิกแขนตัวเองหมับ!
“โอ้ย! เจ็บง่ะ!” เขาร้องออกมา ลูบๆ แขนตรงที่เขาหยิกมันเจ็บจริง เขาไม่ได้ฝันไป! นี่คือความจริงเรอะ!?
เขามองซึบาสะที่ยังลอยอยู่ตรงหน้าแล้วมองนางพยาบาลที่มองเขาอย่างเป็กังวล
ก็อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น นางพยาบาลรีบเดินไปเปิดประตูทันทีคุณหมอรีบเดินเข้ามาในห้อง เขาโค้งคำนับท่านนายกฯ แล้วเอ่ยว่า “ผมมาตรวจครับ”
“อืมๆ”อากิโอะพยักหน้า หมอจึงก้าวไปชิดเตียงแล้วถาม “ท่านปวดแผลเหรอครับ?”
“เปล่าๆผมอยากให้ช่วยตรวจตาหน่อย” อากิโอะบอก เขาพยายามตั้งสติเขาเห็นว่าหมอคล้ายกับจะมองไม่เห็นซึบาสะที่ลอยอยู่บนเตียงทำให้เขาไม่กล้าพูดว่าเขาเห็นซึบาสะลอยอยู่ตรงหน้าออกไปขืนพูดไปมีหวังหมอได้ส่งเขาไปพบจิตแพทย์แหงๆ
หมอจึงตรวจตาเบื้องต้นจากนั้นก็ส่งไปตรวจกับจักษุแพทย์อีกที อากิโอะจึงขอให้หมอสแกนศีรษะด้วยดูว่ามีเืคั่งในสมองรึเปล่า
ซึ่งหมอก็ทำตามโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆเพราะท่านนายกฯ เป็ถึงท่านนายกฯ เชียวนะ ถ้าตรวจรักษาผิดพลาดขึ้นมาไม่ใช่แค่โรงพยาบาลเท่านั้นที่เสียชื่อเสียงอาจถึงขั้นถูกสั่งปิดโรงพยาบาลเลยก็ได้
หลังจากตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติใดๆเลย อากิโอะจึงให้หมอออกไปได้ ส่วนนางพยาบาลที่ยืนเฝ้าอยู่ เขาก็ไล่เธอออกไปเช่นกัน“คุณจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ ผมอยากอยู่คนเดียว”
“เอ่อ...”นางพยาบาลไม่กล้าปล่อยท่านนายกฯ อยู่คนเดียว อากิโอะจึงสั่งเสียงแข็งว่า “ออกไปซิ!”
“เอ่อ...ค่ะๆ”นางพยาบาลรับคำแล้วเดินออกไปยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง พวกบอดี้การ์ดหน้าห้องจึงถาม“ออกมาเอาอะไรรึ?”
“ท่านให้ออกมาท่านบอกอยากอยู่คนเดียวน่ะค่ะ” นางพยาบาลบอกพวกบอดี้การ์ดหน้าห้องจึงไม่ถามอะไรอีก พวกเขายืนเฝ้าอยู่หน้าห้องอย่างแข็งขัน
หลังจากนางพยาบาลออกไปแล้วอากิโอะจึงมองซึบาสะที่ลอยอยู่ข้างๆ ถามว่า “คุณบอกว่าผมตายแล้ว?”
“ใช่คุณตายไป 3 เดือนกว่าแล้ว” ซึบาสะตอบ อากิโอะมองซึบาสะแล้วถามอีก“แล้วผมมาอยู่ในร่างคุณได้ไง?”
“ผม้าคนช่วยแล้วเทพที่ศาลเ้าฟูชิมิก็บอกผมว่าคุณเป็คนเดียวที่จะช่วยผมได้จึงให้ผมให้คุณยืมร่างชั่วคราวผมจึงยอมให้คุณยืมร่างชั่วคราวแล้วก็เป็อย่างนี้แหละ” ซึบาสะบอก อากิโอะคิดๆเขาเคยได้ยินชื่อศาลเ้าฟูชิมิ ที่อินาริมาบ้าง เป็ศาลเ้าที่ดังมากๆของประเทศเลยทีเดียว เห็นทีเขาคงต้องไปศาลเ้านี้สักครั้งล่ะแต่ตอนนี้เขาต้องทำความเข้าใจกับหลายๆ เื่ก่อน
“คุณบอกว่าผมตายไป3 เดือนกว่าแล้ว?” เขาถามอีก ซึบาสะพยักหน้า “ใช่ คุณตายไป 3 เดือนกว่าแล้วถ้าไม่เชื่อก็ดูข่าวซิ มือถือผมอยู่บนโต๊ะนั่นไง รหัสผ่านคือ.......”
อากิโอะหันไปมองโต๊ะข้างเตียงที่มีมือถือวางอยู่เขาหยิบมาดูแล้วใส่รหัสผ่านตามที่ซึบาสะบอกหลังจากนั้นมือถือก็เข้าสู่หน้าจอเริ่มต้น เขาจึงเปิดเบราเซอร์ขึ้นมาแล้วจิ้มๆดูข่าวของตัวเอง หลังจากเขาพิมพ์ชื่อ ‘อากิโอะ เอบะ’ ลงไป ก็มีบทความเกี่ยวกับเขาขึ้นมาเต็มไปหมด เขาค่อยๆ คลิกดูทีละบทความเริ่มจากข่าวแรกก่อนเลย เป็ข่าวเกี่ยวกับรถของนายกฯ อากิโอะ เอบะถูกคนร้ายโจมตีจนะเิพังเละเทะทำให้นายกฯ อากิโอะ เอบะและบอดี้การ์ดตายไปหลายคน
เขาอ่านข่าวแล้วอึ้งไปจากนั้นเขาก็คลิกดูข่าวอื่นๆ ต่อ เขาอ่านข่าวทุกข่าวที่ขึ้นท็อป 10ในหน้าแรกของกูเกิ้ล หลังจากอ่านข่าวแล้วเขาจึงทำใจยอมรับว่าตัวเองตายไปแล้วจริงๆศพถูกเผาไปแล้ว เถ้ากระดูกก็ถูกเก็บไปไว้ที่บ้านหลักของตระกูลเอบะแล้วด้วย
น้องชายเขาได้ขึ้นเป็ผู้นำตระกูลต่อจากเขาเื่นี้เขาไม่ติดใจอะไร ก็เป็เื่ที่สมควรแล้ว ก็เขาตายไปแล้วทั้งยังไม่ทันได้แต่งงานมีภรรยามีลูกดังนั้นทรัพย์สมบัติของเขาจึงตกทอดไปสู่น้องชายก็เป็เื่ปกติ
หลังจากอ่านข่าวท็อป10 ทั้งหมดแล้วเขาก็นั่งซึมไป นั่งซึมอยู่สักพักเขาก็มองซึบาสะแล้วถาม“แล้วคุณ้าให้ผมช่วยอะไร?”
“ช่วยผมให้หลุดพ้นจากอำนาจของยามาโตะทีผมไม่ได้เป็เกย์ แต่เขาอยากให้ผมเป็ ผมยอมตายดีกว่าที่จะเป็ของเขา”ซึบาสะบอกอย่างหมดหนทาง เขาเป็แค่คนตัวเล็กๆ ที่ไม่มีอำนาจอะไรเลยอำนาจทุกอย่างที่มีในตอนนี้ล้วนมาจากยามาโตะทั้งนั้น ถ้าขัดขืนยามาโตะครอบครัวของเขาก็จะเป็อันตราย เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมอยู่ข้างๆยามาโตะไปเรื่อยๆ แบบนี้
“ไหนคุณเล่าเื่ของคุณกับยามาโตะให้ผมรู้ก่อน” อากิโอะบอก ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกสงสารซึบาสะซึบาสะจึงเล่าว่า “เื่มันเริ่มจากตอนที่ผมไปฝึกงานที่บริษัทโทมิ แล้วยามาโตะเห็นผมเข้าเขาชอบผม เขาเรียกผมเข้าไปคุยด้วย.....”
ซึบาสะนึกถึงอดีตขึ้นมาตอนนั้นเขาเป็แค่เด็กฝึกงาน ขณะที่กำลังทำงานอยู่นั้น จู่ๆหัวหน้าก็ให้ตามเลขาของยามาโตะไปพบยามาโตะที่ห้องทำงานของเขาเขามองท่านประธานยามาโตะอย่างเกรงๆ
“สวัสดีครับผมซึบาสะ ยามะครับ” เขาทักทายพลางโค้งคำนับ ยามาโตะมองซึบาสะอย่างพึงพอใจเขาเดินเข้าไปหาซึบาสะแล้วผายมือ “นั่งก่อนซิ”
“ครับขอบคุณครับ” ซึบาสะนั่งลงอย่างเกร็งๆ ยามาโตะนั่งลงใกล้ๆ กับซึบาสะมองด้วยสายตาประเมินเหมือนมองสินค้ายังไงอย่างงั้น ทำให้ซึบาสะรู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แต่เขาก็พูดอะไรไม่ได้ ยามาโตะยื่นมือไปแตะบ่า “คุณมาฝึกงานที่นี่ผมจะประเมินให้คุณผ่าน แต่มีข้อแม้ คุณต้องไปทานข้าวกับผม”
“อะไรนะครับ!?” ซึบาสะถามพลางมองยามาโตะอย่างงงๆ ยามาโตะตบๆ บ่า“แค่ไปทานข้าวกับผมครั้งนึง ผมก็ให้คุณผ่านการฝึกงานทันที เป็ไง ข้อเสนอนี้ดีไหม?”
“เอ่อ...”ซึบาสะกำลังจะปฏิเสธ ยามาโตะรีบบอกว่า “ถ้าคุณไม่ยอมไปทานข้าวกับผมคุณก็ไม่ผ่านการฝึกงาน แล้วผมจะทำให้ที่ไหนๆ ก็ไม่กล้ารับคุณเข้าฝึกงานด้วยคุณคิดดูดีๆ คุณจะไม่จบมหาวิทยาลัยถ้าคุณฝึกงานไม่ผ่าน ว่าไง?”
“คุณ!” ซึบาสะตกตะลึงไป เขามองหน้ายามาโตะอย่างคิดไม่ถึงว่าคนที่เป็ใหญ่เป็โตถึงขนาดนี้จะกล้าบีบบังคับคนตัวเล็กๆไร้อำนาจอย่างเขาแบบนี้ นี่มันหน้าด้านมาก! เกินไปแล้ว! คนๆ นี้ทำเกินไปแล้ว!
“ว่าไง?”ยามาโตะถามอีก “คิดดูดีๆ ครอบครัวคุณมีแค่คุณเป็เสาหลักคนเดียว ถ้าคุณเรียนไม่จบไม่ได้งานทำดีๆ ครอบครัวคุณก็จะลำบาก ผมไม่ได้บีบบังคับอะไรคุณมากเลยแค่ไปทานข้าวกับผมเท่านั้น ผมรับรองว่าไม่ทำอะไรคุณหรอกแต่ถ้าคุณอยากให้ผมทำก็อีกเื่นึง ว่าไงคิดได้รึยัง?”
เขายื่นมือไปแตะแก้มซึบาสะอย่างหยอกเย้านิดๆซึบาสะตัวเกร็งแข็งทื่อ ถอยหลังออกห่าง “คุณ! คุณ!...”
ยามาโตะดึงมือกลับไม่รุกอีกซึบาสะจึงถาม “แค่ทานข้าวเท่านั้นใช่ไหม?”
“ใช่”ยามาโตะพยักหน้า ซึบาสะถามอีก “ผมจะเชื่อคุณได้ยังไง?เกิดคุณทำอะไรมากกว่านั้นล่ะ?”
“ผมรับรองแค่ทานข้าวเท่านั้น ผมไม่ปล้ำคุณหรอกน่า ผมก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ”ยามาโตะยิ้มบางๆ ที่ลูกแกะตัวนี้จะไม่มีทางหลุดมือเขาไปได้เด็ดขาดเขาให้คนสืบเื่ของซึบาสะมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงกล้าที่จะใช้วิธีบีบบังคับเล็กๆน้อยๆ แบบนี้
ซึบาสะคิดๆเขาคิดแล้วคิดอีก พลางมองยามาโตะอย่างไม่ไว้ใจ สายตาของคนๆนี้แทบจะกลืนกินเขาลงไปอยู่แล้ว สายตาแบบนี้เขาเจอมาเยอะ ใครใช้ให้เขามีใบหน้าสวยเหมือนผู้หญิงล่ะอีกทั้งรูปร่างเขาก็ผอมบาง ส่วนสูงก็สูงกว่าผู้หญิงทั่วไปนิดหน่อยเท่านั้นเองถ้าเขาไม่ผ่านการฝึกงานที่นี่ คิดจะหาที่ฝึกงานใหม่ก็คงยาก เพราะคนๆนี้ขู่แล้วว่าจะทำให้บริษัททุกแห่งไม่กล้ารับเขาฝึกงาน เขาต้องรีบเรียนให้จบรีบหางานทำเพื่อที่คุณแม่กับคุณยายจะได้สบายซักที ใช่เขาเป็เสาหลักคนเดียวของคุณแม่กับคุณยาย เขาจะทำให้พวกท่านผิดหวังไม่ได้เด็ดขาด!
“ได้แค่ทานข้าวใช่ไหม?” เขาถามพลางมองยามาโตะ ยามาโตะพยักหน้า “แค่ทานข้าวไม่ต้องกังวลไปหรอก”
“งั้นก็ไปทานกันเลย”ซึบาสะบอก ยามาโตะส่ายหน้า “มื้อพิเศษทั้งทีก็ต้องเป็ที่ๆ พิเศษซิเอาเป็ว่าเย็นนี้คุณเลิกงานแล้วมาหาผมที่นี่ล่ะกัน ผมจะพาคุณไปทานข้าวในสถานที่ๆพิเศษที่สุดสำหรับเรา”
“แค่ทานข้าวจริงๆนะ?” ซึบาสะถามย้ำ ยามาโตะพยักหน้ายิ้มบางๆ “อืม แค่ทานข้าว ไม่ต้องกลัวไปหรอกผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า”
“แน่นะ?”ซึบาสะถามอย่างไม่ไว้ใจ ยามาโตะพยักหน้าชูนิ้วสาบาน “แค่ทานข้าวผมสาบานเลยว่าผมไม่ปล้ำคุณหรอกน่า เว้นแต่ว่าคุณจะขอผมเอง”
“ได้”ซึบาสะพยักหน้าแล้วรีบลุกไป ยามาโตะมองตามยิ้มบางๆ จากนั้นก็สั่งเลขาว่า“จองโต๊ะที่.......ที”
“ครับท่าน”ไคโตะรับคำสั่งแล้วเดินออกไปจัดการจองโต๊ะที่ร้านอาหารสุดหรูและเป็ส่วนตัวที่สุด
ครั้นถึงตอนเย็นเลิกงานแล้วซึบาสะก็เห็นเลขาของยามาโตะมารออยู่ หัวหน้ารีบบอก “คุณซึบาสะคุณไคโตะมารอแน่ะ”
“เอ่อ...ครับๆ”ซึบาสะวางแฟ้มงานแล้วลุกไปพบไคโตะ ไคโตะจึงบอก “ท่านรออยู่”
“เอ่อ...ครับๆ”ซึบาสะพยักหน้าแล้วเดินไปเก็บของจากนั้นก็สะพายเป้เดินตามไคโตะไปไคโตะพาซึบาสะไปที่รถ เมื่อไปถึงรถไคโตะก็เปิดประตูรถให้ “ขึ้นรถซิ”
“เอ่อ...ครับ”ซึบาสะก้าวไปนั่งในรถอย่างเกร็งๆ ไคโตะปิดประตูรถ ซึบาสะรู้สึกเหมือนตัวเองคือหมูที่กำลังจะถูกเชือดยังไงอย่างงั้นเขามองไปในรถเห็นคนขับรถนั่งอยู่ คนๆ นั้นไม่ได้หันมามองเขาเลยสายตาของคนขับรถมองตรงไปข้างหน้า จนซึบาสะเห็นยามาโตะเดินมาเขากลืนน้ำลายเอือก! ประตูรถเปิดออกแล้วยามาโตะก็ก้าวเข้ามานั่งข้างเขา ซึบาสะรีบทักทายอย่างเกร็งๆ“สะ...สวัสดีครับ”
“ไปร้าน...........ก่อน”ยามาโตะสั่ง คนขับรถรับคำสั่ง “ครับท่าน”
จากนั้นรถก็ขับออกไป มีรถขับนำหน้าและขับตามหลังซึบาสะมองอย่างหวาดๆ เกร็งๆ ยามาโตะมองแล้วปลอบว่า “ไม่ต้องกลัวผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า”
ซึบาสะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่คนๆ นี้มีอำนาจมาก ต่อให้เขาถูกฆ่าตายก็คงกลายเป็คนหายสาบสูญไปแน่นอนเขาเป็แค่คนตัวเล็กๆ ไม่มีอำนาจอะไรเลยเขาทำได้เพียงแค่ทำตามที่ยามาโตะบอกเท่านั้น
จนกระทั่งไปถึงร้านสูทแห่งหนึ่งซึ่งเป็ร้านตัดสูทที่หรูหราที่สุดในประเทศ ยามาโตะลงจากรถพลางบอก “ลงมาซิไปตัดสูทใหม่กัน”
“ตัดสูท?ซึบาสะทวนคำ ยามาโตะพยักหน้า “ใช่ เสื้อผ้าที่คุณไส่มันเชยมาก ลงมาซิ”
ซึบาสะมองๆแล้วลงจากรถ “แต่ว่า...”
“มาเถอะอย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ” ยามาโตะบอกแกมบังคับ ซึบาสะจึงเดินตามยามาโตะไปโดยดีเมื่อเข้าไปในร้าน ยามาโตะก็สั่งว่า “ตัดสูท 20 ชุด ทั้งชุดลำลอง ชุดออกงานชุดทำงาน”
“ครับ”ผู้จัดการรับคำสั่งแล้วให้พนักงานวัดตัว ซึบาสะได้แต่ยืนเป็หุ่นให้พนักงานวัดตัวหลังจากวัดตัวเสร็จแล้วยามาโตะก็สั่งว่า “ไปกันเถอะ”
“ครับ”ซึบาสะได้แต่เดินตามกลับไปที่รถอย่างเกร็งๆ เขาเข้าไปนั่งในรถแล้วยามาโตะก็สั่งคนขับรถว่า “ไปร้าน..........ได้แล้ว”
“ครับท่าน”คนขับรถรับคำสั่งแล้วขับรถออกจากร้านสูทจากนั้นก็มุ่งหน้าตรงไปยังร้านอาหารที่หรูหราที่สุดของประเทศ
เมื่อไปถึงร้านอาหาร ยามาโตะก็ลงจากรถผู้จัดการร้านรีบมาต้อนรับ “เชิญครับท่าน”
ยามาโตะก้มลงไปมองซึบาสะที่ยังนั่งอยู่ในรถ“ลงมาซิ”
“เอ่อ...ครับ”ซึบาสะลงจากรถเดินตามยามาโตะไปอย่างเกร็งๆ ผู้จัดการเดินนำไปที่ห้องส่วนตัวยามาโตะเดินตามไปอย่างคุ้นเคย ซึบาสะเดินตามไปอย่างเงียบๆ เขาตัวเกร็งๆ ไปตลอดทาง
เมื่อถึงห้องส่วนตัวยามาโตะเดินเข้าไปนั่งอย่างคุ้นเคยพลางบอก “นั่งซิ”
“เอ่อ...ครับ”ซึบาสะก้าวไปนั่งตรงข้ามอย่างเกร็งๆ จากนั้นผู้จัดการก็เปิดไวน์เทใส่แก้ว“ไวน์ครับ”
“อืม”ยามาโตะพยักหน้า ยกแก้วไวน์ขึ้นพลางบอก “ดื่มซิ”
“เอ่อ...”ซึบาสะลังเล เขากลัวจะถูกมอมเหล้าจึงไม่กล้าดื่มไวน์ ยามาโตะบอก“แค่แก้วเดียวไม่ทำให้เมาหรอกน่า ดื่มเถอะ อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ”
น้ำเสียงประโยคหลังคุกคามอยู่เป็นัยๆทำให้ซึบาสะจำใจต้องยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ยามาโตะจึงสอน “วิธีดื่มไวน์เขาดื่มกันแบบนี้ ดู ดม อม กลืน”
เขาทำให้ดูซึบาสะทำตามอย่าง ดู ดม อม กลืน รสไวน์หอมอวลอยู่ในปาก
“ทานซิอาหารร้านนี้อร่อยนะ” ยามาโตะบอกพลางวางแก้วไวน์ ซึบาสะวางแก้วไวน์แล้วหยิบตะเกียบคีบอาหารกินอย่างเกร็งๆอาหารอร่อยมากสมกับเป็ร้านหรูชั้นนำของประเทศ แต่ว่าต้องกินกับยามาโตะเพียงแค่ 2คนแบบนี้ก็ทำให้ซึบาสะรู้สึกกลืนไม่ค่อยลงจริงๆ ยามาโตะก็หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบทานตาก็คอยมองซึบาสะอย่างพึงพอใจ
จนกระทั่งทานอาหารอิ่มแล้วยามาโตะก็ไปส่งซึบาสะที่อพาร์ตเมนท์เมื่อไปถึงอพาร์ตเมนท์ ซึบาสะก็รีบลงจากรถทันที เขาโค้งคำนับอย่างรนๆ เกร็งๆ “ขอบคุณครับๆ”
“พรุ่งนี้เจอกันที่ออฟฟิต”ยามาโตะบอก ซึบาสะเบิกตาโต “หา!”
“ต่อไปนี้คุณไม่ต้องไปทำงานที่แผนกคัดแยกเอกสารแล้ว พรุ่งนี้คุณไปหาผมที่ห้องทำงานผมจะมอบหมายตำแหน่งใหม่ให้คุณ” ยามาโตะบอกแล้วสั่งคนขับรถว่า “กลับบ้าน”
“ครับท่าน”คนขับรถรับคำสั่งแล้วรถก็เคลื่อนตัวออกไป ซึบาสะได้แต่ยืนงงมองตามรถของยามาโตะไปจนกระทั่งรถลับตาไปแล้วเขาจึงได้เดินเข้าอพาร์ตเมนท์ไป
วันต่อมา ซึบาสะก็ไปที่บริษัทโทมิ เขาเจอเลขาคนนั้นมายืนรออยู่หน้าประตูบริษัทไคโตะบอก “ตามผมมา ท่านรอพบคุณอยู่”
“เอ่อ...ครับ”ซึบาสะจำใจต้องไปพบยามาโตะที่ห้องทำงาน เมื่อไปถึงห้องทำงาน เลขาคนนั้นก็เปิดประตูให้เขาบอกว่า “ท่านรออยู่ เข้าไปซิ”
“เอ่อ...”ซึบาสะเดินเข้าไปในห้องอย่างเกร็งๆ เขาเห็นยามาโตะนั่งอยู่ที่เก้าอี้ เขาโค้งคำนับ“สวัสดีครับ”
“มานี่ซิ”ยามาโตะบอกพลางลุกขึ้น ซึบาสะมองอย่างเกร็งๆ กลัวๆ “คะ...ครับ”
ยามาโตะลุกขึ้นเดินไปพิงโต๊ะทำงานที่อยู่ข้างๆโต๊ะของเขาแล้วยกมือกอดอกด้วยท่าทางสบายๆ พลางบอกว่า “นี่คือโต๊ะทำงานของคุณั้แ่วันนี้ไปคุณเป็ผู้ช่วยของผม”
“หา!?” ซึบาสะใเบิกตาโต ยามาโตะกวักมือ “มาซิ มาดูโต๊ะทำงานใหม่ของคุณชอบไหม?”
“เอ่อ...ผมกลับไปทำงานเดิมดีกว่าครับ”ซึบาสะบอกอย่างกลัวๆ เกร็งๆ
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ