รากสาม 01: บ้านที่ผมตามหา
"พี่ที่ อย่าลืมโอนเงินให้รากด้วยน่ะ เหลือแค่พี่แล้วอะ"
“รู้แล้ว ๆ ๆ พี่จะรีบไปทำงานเดี่ยวโอนก่อนเที่ยง ถ้ายังไม่โอนรากก็ไปตามที่ทำงานได้เลย พี่ไปก่อนน่ะ" กล่าวจบที่หนึ่งก็รีบออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน
"โอ้ย พี่ที่ พี่ที่" รากสามโอดครวญเมื่อพี่คนโตบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงินกองกลาง
รากสามได้แต่มองตามร่างพี่คนโตจนลับตา
บ้านหลังนี้เป็บ้านไม้แบบสองชั้นถึงจะไม่ใหญ่มากแต่อบอุ่นที่สุดเท่าที่รากสามเคยอยู่มา บ้านที่เป็บ้าน ที่พักพิง ที่อยากกลับมาเสมอ แม้คนอยู่บ้านหลังนี้จะไม่ใช่พี่น้องทางสายเืก็ตาม สมาชิกในบ้านมีทั้งหมด 6 คน
เ้าของบ้าน คุณนายแม่นับเลข คนที่จิตใจดีและมักไม่ค่อยอยู่บ้าน
พี่คนโตชื่อ ที่หนึ่ง เป็คนแรกที่นายแม่รับเลี้ยง คนที่จัดการแก้ปัญหาได้ไว
คนต่อมาชื่อ พบสอง ซึ่งอายุน้อยกว่ารากสาม 3 ปี บุคคลลึกลับ หาตัวจับยาก
คนกลางในบ้าน คือรากสาม คนที่เปรียบเสมือนเหรัญญิกของบ้าน
คนที่สี่ คือ กลอนสี่ เป็น้องคนเล็ก อายุน้อยสุด เป็ความสดใสในบ้านหลังนี้
คนสุดท้าย คือ ศีลห้า ศูนย์รวมที่พึ่งทางใจ รับปรึกษาปัญหาได้ตลอด
นายแม่ตั้งชื่อให้ใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ การตั้งชื่อก็เรียงตามลำดับการรับเลี้ยง ไม่ได้สนใจอายุ โดยพวกเราเลือกแทนตัวเองเป็พยางค์แรก ซึ่งเป็การเรียกที่เก๋และไม่ซ้ำกับใครด้วย
ในห้องนั่งเล่น โทรทัศน์ที่เปิดอยู่กำลังฉายละครของนักแสดงวัยรุ่นมาแรงในขณะนี้ โดยมีคนแสดงกำลังดูผลงานของตนเอง รากสามเดินเข้าไปนั่งดูสมทบ เราไม่ได้พูดอะไร ตั้งใจดูละครจนจบตอน เ้าของผลงานดูเขินและภูมิใจในงานที่ตนเองทำ รากสามมองเลยโทรทัศน์ไปเห็นกรอบรูปข้าง ๆ เป็รูปครอบครัวที่ถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้ว
ในโลกที่แสนกว้างใหญ่ แสนวุ่นวายและน่าเบื่อ ตอนที่กำลังจะหมดหวัง จู่ ๆ พระเ้ากลับเห็นใจ ถึงได้ส่งแสงสว่างเข้ามาในชีวิต คนที่มาเปลี่ยนชีวิตรากสามให้ดีขึ้น รากสามเป็เด็กกำพร้าั้แ่เกิด อาศัยอยู่บ้านเด็กกำพร้ามาตลอด ตามกฎของบ้านเด็กกำพร้าแล้ว เมื่ออายุ 18 ปีและเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็ต้องออกจากที่นี่ ในบ้านแห่งนี้มีเด็กกำพร้าอายุั้แ่เด็กแรกเกิดไปจนถึงอายุ 18 ปี บางคนกำพร้าพ่อหรือแม่หรือฐานะยากจนก็สามารถมาอยู่ที่ได้ ที่นี่ให้ที่กินที่เรียน เป็ที่ ๆ รากสามไม่มีทางลืมบุญคุณ แต่ตอนนี้รากสามอายุ 17 ปีแล้ว ปีหน้าก็อยู่ม.6 จบแล้วก็ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิต บางทีก็แอบอิจฉาคนที่มีความฝันและเป้าหมาย รากสามเคยคิดว่าถ้ามีคนมารับเลี้ยงก็คงดี แต่โดยส่วนใหญ่แล้วพ่อแม่บุญธรรมจะรับเด็กเล็กมากกว่า เด็กที่โตแล้วเลยไม่ค่อยได้สิทธิ์นั้น เลยได้แต่มานั่งไกวเปลเล่นเพื่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
“สนใจไปอยู่ด้วยกันไหม”
รากสามเงยหน้ามองคนที่ถาม เธอเป็ผู้หญิงวัย 30 ปี รูปร่างผอมบาง หน้ากลม ใส่แว่นตากลมทำให้หน้าเด็กลง ดูไม่เหมือนคนที่จะมาชวนใครไปอยู่ด้วย รากสามแอบคิดนะว่าเธออาจจะพูดเล่นมากกว่า
“ครับ คุณกำลังชวนผมไปอยู่ด้วยเหรอครับ”
“ใช่ ไปไหม บ้านไม่ใหญ่มากน่ะ แต่ที่นั่นเธอจะพบบ้านที่เธอตามหา”
“คุณเป็ใครเหรอครับ ขอโทษครับที่ต้องถาม แต่บางทีคุณอาจจะตามหาเด็กเล็กไปอุปการะ ถ้ายังงั้นคุณต้องไปติดต่อแม่นิดนะครับ”
ถึงจะถามแบบนั้นไป แต่ในใจลึก ๆ รากสามแอบหวังว่าคุณคนนี้รับเขาไปอยู่ด้วย เพราะหลายครั้งหลายคราว เขาไม่ค่อยจะถูกเลือก เลยต้องถามออกไปเพื่อความมั่นใจ
“ขอโทษที ฉันลืมแนะนำตัวไปนะ ฉันชื่อนับเลข วันนี้ก็มาเยี่ยมเด็กกำพร้าที่นี่แหละ พอทำกิจกรรมทางโน้นเสร็จ ก็ว่าจะมานั่งเล่น แต่เห็นเธอพอดีเลยเข้ามาคุย อื้ม ที่ถามว่ามารับเด็กเล็กไปอุปการะหรือเปล่านั้น ขอบอกไว้ก่อน ฉันเลี้ยงเด็กไม่ค่อยเป็แล้วฉันก็น่าจะไม่ใช่สไตล์ที่เด็กชอบ และฉันก็คิดว่าฉันคงเป็แม่ใครไม่ได้หรอก”
ผู้หญิงหน้ากลมพูดด้วยหน้าตายิ้ม ๆ คุยไปยิ้มไป น้ำเสียงที่ชวนคุยก็น่าฟังมาก ดูเหมือนเป็คนใจดี เธอดูมีความสุข คงเติบโตมาในสังคมที่ดีแน่เลย อยากไปััสังคมแบบนั้นจัง
“แล้วทำไมถึงมาชวนผมล่ะครับ” รากสามถามออกไปและมองไปยังดวงตาที่สุกสกาวนั้น คนถูกถามมีสีหน้าคล้ายคิดหนัก ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
“น่าจะถูกชะตามั้ง” แม้คำตอบที่ได้เป็คำตอบแสนธรรมดา แต่ก็เป็คำตอบที่จริงใจที่สุดที่รากสามเคยได้ยินมา
“นี่เป็นามบัตรของฉัน ถ้าอยากมาอยู่ด้วย ก็ติดต่อมาได้ตลอด หรือถ้าไม่มั่นใจก็ให้ทางบ้านเด็กกำพร้าตรวจสอบประวัติฉันก่อนตัดสินใจก็ได้ แต่ว่าฉันมั่นใจว่าเราจะได้อยู่ด้วยกัน ฉันจะเป็บ้านให้นายเอง” หลังจากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็จากไป รากสามได้แต่มองและจดจำชื่อบนนามบัตร เขามีหลายอย่างที่ต้องคิดและตัดสินใจ ก็หวังว่าถ้าตัดสินใจไปแล้วจะไม่ผิดหวัง
แต่จะคิดมากไปทำไม ปกติแล้วชีวิตที่ผ่านมาก็พบแต่ความผิดหวังมาตลอดถ้าจะเจออีกสักครั้งก็คงรับได้.....มั้ง มันชินชาไปแล้ว