ตอนที่ 1 หญิงอ่อนแอหรือว่าหญิงโฉดตระกูลป๋าย
เตียงมุ้งหลังเก่าโทรม ขอบประตูห้อยตก โต๊ะเก้าอี้ชำรุดหักพัง ทั้งหมดบ่งชัดถึงความอเนจอนาถของผู้เป็เ้าของ
แต่ใครเล่าจะคาดถึงว่าห้องแห่งนี้เป็ที่พักของบุตรสาวสายตรงจวนเสนาบดี
“ฮึก ฮึก ฮึก...คุณหนูเ้าคะ ท่านอายุยังน้อย เหตุใดถึงด่วนจากไปแบบนี้เล่า แล้วข้าจะบอกฮูหยินอย่างไร ข้าเคยรับปากฮูหยินว่าจะดูแลคุณหนูให้ดี...” ข้างเตียงมีเด็กสาวในชุดสาวใช้หมอบอยู่ นางร้องไห้ปานจะขาดใจ
เด็กสาวที่เดิมนอนหลับตาปิดสนิท ลืมตาอันเฉียบแหลมขึ้นทันใด เอ่ยขึ้น “หนวกหูนัก ร้องไห้อะไรกัน ข้ายังไม่ตาย”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยที่ในหัวกำลังสับสนวุ่นวายมองดูเด็กสาวที่ร้องไห้จนเกือบหายใจไม่ทันตรงขอบเตียง ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
ั์ตางามที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกแม้เพียงนิด กวาดมองบริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็ว ป๋ายเอ้าเสวี่ยยกมือกุมขมับลอบครุ่นคิด ‘นี่มันเื่อะไรกัน เห็นชัดว่าตนตายไปในการะเิ แต่ถึงกับทะลุมิติมาได้ แล้วยังทะลุมิติมาอยู่ในร่างคุณหนูสายตรงจวนเสนาบดีที่ไม่ได้รับความโปรดปรานนี่อีก’
เด็กสาวที่เดิมร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ด้านข้าง หลังพบว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยฟื้นขึ้นก็คว้าป๋ายเอ้าเสวี่ยไว้อย่างตื่นเต้นร้องดีใจเสียงแหลม “คุณหนูท่านฟื้นแล้วจริงๆ?! คุณหนูฟื้นแล้วจริงๆ มู่เหมียนในัก มู่เหมียนนึกว่าคุณหนูจะจากมู่เหมียนไปอีกคนแล้ว ขอบคุณ์ ขอบคุณ์ ข้าพูดไว้แล้วว่าคุณหนูจิตใจดีขนาดนี้ จะถูก์พรากจากไปได้อย่างไร” พูดจบแล้วยังตบๆ อก เสียขวัญไม่หาย
“มู่เหมียน ข้าหิวน้ำ เ้าไปเทน้ำมาให้ข้าสักถ้วยซิ” ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองเด็กสาวที่เรียกตัวเองว่ามู่เหมียนพร้อมกับเอ่ยขึ้น
มู่เหมียนได้ยินแล้วก็รีบพุ่งออกจากห้องไป ไปเอาน้ำให้ป๋ายเอ้าเสวี่ย
อาศัยจังหวะที่มู่เหมียนออกไป ป๋ายเอ้าเสวี่ยเริ่มจัดระเบียบความคิดยุ่งเหยิงในหัวตน ฉากภาพแต่ละภาพในอดีตปรากฏขึ้นในหัวราวกับภาพเร่งความเร็ว
ที่แท้ตนทะลุมิติมาจริงๆ ป๋ายเอ้าเสวี่ยที่เดิมทำใจเด็ดเดี่ยวว่าจะต้องตายเพื่อให้ภารกิจสำเร็จถึงกับทะลุมิติมาจริงๆ?!
ทะลุมิติมายังยุคสมัยที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ ทว่ากลับมาอยู่ในร่างเด็กสาวที่มีชื่อเดียวกันกับตน
ป๋ายเอ้าเสวี่ย บุตรสาวสายตรงจวนเสนาบดีใน่ราชวงศ์เฉิงสีแผ่นดินซู่เทียน มารดาผู้ให้กำเนิดจากไปไว บิดาโปรดปรานอนุไม่สนภรรยาเอก อี๋เหนียง[1]และบุตรสาวสายรองยโสอวดดีเพราะได้รับความโปรดปรานเหลือล้น
ป๋ายเอ้าเสวี่ยที่ไม่เป็ที่ชื่นชอบค่อยๆ เติบใหญ่ขึ้นมากับมู่เหมียนท่ามกลางเสียงบริภาษด่าทอ ส่งผลให้เกิดเป็นิสัยอ่อนแอไม่สู้คน
นางเลิกแขนเสื้อขึ้นเบาๆ บนแขนที่เดิมขาวราวหิมะ มีรอยแผลพาดทับกันแผลแล้วแผลเล่าดูสะดุดตายิ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็สิ่งที่ป๋ายซู่เสวี่ยน้องสาวสายรองของป๋ายเอ้าเสวี่ยมอบให้
ป๋ายเอ้าเสวี่ยไม่รู้จักตอบโต้ขัดขืน ป๋ายซู่เสวี่ยเลยได้ใจลงมือรุนแรงขึ้น ขอเพียงเจอเื่ไม่สบอารมณ์หรืออารมณ์ไม่ดีก็จะมาพาลใส่ป๋ายเอ้าเสวี่ย โดยเฉพาะสองปีมานี้ที่ป๋ายเอ้าเสวี่ยดูงามจับตาคนขึ้นเรื่อยๆ ป๋ายซู่เสวี่ยเลยเกิดความคิดอยากสังหารคนขึ้น
เมื่อวานนางใช้ข้ออ้างในการชมบุปผา ผลักป๋ายเอ้าเสวี่ยที่ไม่รู้อะไรลงบ่อน้ำ ป๋ายเอ้าเสวี่ยที่ว่ายน้ำไม่เป็ถูกช่วยขึ้นมาได้ ทว่าก็เหลือเพียงลมหายใจรวยริน
เดิมหวังให้บิดามาเยี่ยมนางสักหน รอมาจนถึงวันนี้ มาตรว่าคงจะไม่ได้พบบิดาเสนาบดีที่ว่านั่นแล้ว
ป๋ายเอ้าเสวี่ยเสียใจยิ่งกว่าที่ต้องตายเสียอีก ภายใต้ความสิ้นหวังที่มีต่อโลกใบนี้ หยกงามสูญสลาย ที่มาแทนที่ก็เป็ป๋ายเอ้าเสวี่ย ทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งที่สุดในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
นางปล่อยแขนเสื้อลง ป๋ายเอ้าเสวี่ยลูบอกพลางลอบคิดในใจ ‘ป๋ายเอ้าเสวี่ย ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเ้าถึงทำตัวอ่อนแอ ยอมคนได้ถึงเพียงนี้’
ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมตอนมารดาเ้าใกล้ตายถึงสอนเ้าว่าหากไม่แย่งชิง ไม่ไขว่คว้าแล้วก็จะมีสถานที่สงบสุขอะไรนั่น
ในเมื่อข้าไม่ใช่เ้า ข้าก็ไม่มีทางใช้ชีวิตแบบเ้า ข้าคือป๋ายเอ้าเสวี่ย ป๋ายเอ้าเสวี่ยผู้ไม่เลือกวิธีการเพื่อแย่งชิงและไขว่คว้าในสิ่งที่อยากได้ สิ่งที่ไม่อาจได้มาและสิ่งที่ชื่นชอบ
ในเมื่อ์ให้ข้าได้มีชีวิตอีกครั้ง ข้าก็จะต้องใช้ชีวิตอย่างภาคภูมิ มาตรว่าตอนนี้เ้าคงได้อยู่พร้อมหน้ากับมารดาของเ้าแล้วกระมัง
ครั้งนี้ถือว่าข้าติดค้างเ้า คนพวกนั้นที่เคยเหยียดหยามรังแกเ้า ข้าจะให้พวกนางได้ชดใช้ เ้าอยู่บนฟ้าลืมตามองพวกนางทุกข์ทรมานได้เลย
ั์ตางามคู่นั้นขาดความอ่อนแอยอมคนที่มีในอดีต กลับแทนที่ด้วยความหลักแหลมและความโเี้
เรือนที่เดิมเงียบสงบกลับถูกทำลายลงเพราะเสียงร้องไห้เ็ปของมู่เหมียน ป๋ายเอ้าเสวี่ยขมวดคิ้ว
สำหรับมู่เหมียนแล้วนางนั้นคิดหวังพึ่งพาและก็สงสารเสียเป็ส่วนใหญ่ เพื่อเด็กสาวผู้ภักดีที่เห็นชัดว่ามีอายุใกล้เคียงป๋ายเอ้าเสวี่ย ทว่ากลับใช้บ่าแสนอ่อนแอนั่นแบกรับทุกอย่างเอาไว้
ป๋ายเอ้าเสวี่ยเอามือยันขอบเตียงก้าวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว ร่างโอนอ่อนราวกับไร้กระดูกทำให้ป๋ายเอ้าเสวี่ยขมวดคิ้ว
แม้จะรู้ว่ามันแย่มากทว่านี่ก็ยังเกินกว่าที่คาดไว้มาก ร่างนี้อ่อนแอเกินไป ไม่รู้ว่าต้องฝึกถึงเมื่อไรจึงจะกลับไปยังจุดสูงสุดของตนได้
นางก้าวเท้าไวๆ ออกจากห้อง ป๋ายเอ้าเสวี่ยเพียงปรายตามองก็พลันเห็นมู่เหมียนที่ล้มอยู่กับพื้น เศษถ้วยกระเบื้องที่แตกกับเหล่าสาวใช้ท่าทางอวดดี
เชิงอรรถ
^ คำเรียกอนุในยุคจีนโบราณ