ฉันไม่อยากเป็นตัวร้ายจริงๆ

    บทที่ 13 : พบแม่ยาย

    พบแม่ยาย
    “เธอไอ้นั่นใช่ไหม?” ภายในห้องพิเศษ เย่กู่เฉินมองไป๋มู่เสวี่ยยิ้มๆ ถามออกมา
    “ไอ้นั่นอะไร?” ไป๋มู่เสวี่ยแสดงสีหน้างุนงง ไม่เข้าใจว่าที่เย่กู่เฉินพูดหมายความว่ายังไง
    “ไอ้นั่นไง เธอไปห้องน้ำนานขนาดนี้ ต้องไอ้นั่นอยู่แล้ว ข้าศึกบุกหนัก!” เย่กู่เฉินยังคงยิ้ม มองไป๋มู่เสวี่ยอย่างขี้เล่น
    ใบหน้าสวยของไป๋มู่เสวี่ยแดงขึ้นมาในทันที “นายจะบ้าเหรอ ฉันไปโทรหาแม่ต่างหาก!”
    เย่กู่เฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
    “นายนี่ก็นะ” ไป๋มู่เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า จากนั้นเธอก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อย ก่อนถาม “อาหารที่ฉันทำเป็นยังไงบ้าง?”
    เย่กู่เฉินยกนิ้วให้เธอในทันที “อร่อยมาก ฉันว่าถ้าใครได้เธอไปเป็นเจ้าสาวนะ จะต้องมีความสุขไปตลอดชีวิตแน่!”
    “ไม่ขนาดนั้นหรอก!” ไป๋มู่เสวี่ยพูดด้วยใบหน้าแดง รู้สึกเขินต่อคำพูดของเย่กู่เฉิน ภายในใจของเธอไม่รู้ว่าทำไม ถึงมีแต่ความสุข
    เย่กู่เฉินพลันดูเวลาเล็กน้อย พบว่าเวลาพักใกล้จะหมดแล้ว ต้องพูดขึ้น “ฉันต้องกลับห้องเรียนแล้ว”
    “อืม นายไปเถอะ” ไป๋มู่เสวี่ยพูด แต่เธอรู้สึกไม่อยากให้เขาไปเล็กน้อย เพราะเธอเพิ่งจะเคยมีเพื่อน และการพูดคุยกับเขาก็สนุกมากสำหรับเธอ
    ทันใดนั้น เธอก็นึกถึงคำพูดของแม่เธอได้ จึงรีบพูดออกมา “จริงสิ เย็นนี้นายว่างไหม แม่ของฉันต้องการพบนาย”
    “แม่ของเธอ?” เย่กู่เฉินชะงักไปเล็กน้อย เขาอดไม่ได้ที่จะคิดกับตัวเองว่าควรไปพบกับแม่ของไป๋มู่เสวี่ยหรือไม่ เพราะเขาไม่รู้จักแม่ของเธอเลยสักนิด
    ในผลงานนิยายต้นฉบับ แม่ของเธอไม่เคยปรากฏตัว มีเพียงแต่ผู้เขียนเขียนถึงเท่านั้นว่าชื่อจ้าวหยา
    เห็นว่าเย่กู่เฉินเงียบ ไป๋มู่เสวี่ยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “ถ้านายไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะ”
    “เปล่าๆ ไม่ใช่แบบนั้น ตอนเย็นใช่ไหม? ได้เลย” เย่กู่เฉินรีบพูด
    เห็นว่าเขาตกลงที่จะไปพบแม่ของเธอ ความผิดหวังของไป๋มู่เสวี่ยหายไป เธอยิ้มออกมาในทันที
    เย่กู่เฉินแลกข้อมูลติดต่อกับไป๋มู่เสวี่ยก่อนที่จะออกจากห้องพิเศษ เพื่อกลับไปเข้าห้องเรียน
    เวลาผ่านไปจนถึงตอนเย็น เย่กู่เฉินในตอนนี้กลับมาที่บ้านแล้ว เขาไปค้นหาชุดสูทในห้องมาใส่ เตรียมที่จะไปพบกับแม่ของไป๋มู่เสวี่ย สถานที่นัดพบเธอได้บอกเขาผ่าน We chat แล้ว
    “เฉินเอ๋อร์ลูกจะไปไหน?” เจียซิ่นเห็นลูกชายแต่งตัวในชุดสูท ซึ่งปกติ ไม่เคยใส่ ต้องถามด้วยความประหลาดใจ
    “ผมจะไปพบเพื่อนครับแม่” เย่กู่เฉินตอบ เขาตอนนี้ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ กำลังรอให้เฉาหยางขับรถมาอยู่
    “พบเพื่อน? ผู้หญิงสินะ” เจี่ยซิ่นยิ้มอย่างเข้าใจ เธอนึกเหตุผลอื่นไม่ออกแล้วจริงๆ เหตุผลที่ทำให้ลูกชายของเธอยอมใส่ชุดสูทได้ คงมีแต่ผู้หญิงเท่านั้น
    “แม่รู้ได้ไง?” เย่กู่เฉินคิดไม่ถึงว่าแม่ของเขาจะเดาถูก
    “เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้ วันหลังชวนมาทานข้าวที่บ้านสิ” เจียซิ่นรู้สึกสนใจอย่างมาก ไม่รู้ว่าลูกสาวบ้านไหนทำให้ลูกชายคนนี้ของเธอหวั่นไหวได้
    ปกติเขาไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลยแท้ๆ เวลาออกไปข้างนอกก็มีแต่ไปวางมาดหยิ่งใส่คนอื่นเขา
    “ผมจะลองชวนเธอดูครับแม่ ผมไปก่อนนะ” มองเห็นเฉาหยางขับรถมาแล้ว เย่กู่เฉินก็บอกแม่ของเขา ก่อนที่จะรีบไปขึ้นรถ
    มองรถที่ขับออกไป เจียซิ่นยิ้มกรุ้มกริ้มเล็กน้อย เป็นเวลาเดียวกันที่หัวหน้าแม่บ้านฮุ่ยหรันเดินมา
    “คุณผู้หญิงยิ้มอะไรกันคะ?” เธอถามด้วยความอยากรู้ ขณะที่ภายในใจยังคงตกใจไม่หาย ที่เจียซิ่นที่มีอายุน้อยกว่าเธอไม่กี่ปีกลับมาสาวขนาดนี้ ทั้งยังหายจากโรคประหลาดที่เคยเป็นนั่นด้วย
    “ลูกชายของฉันกำลังมีความรักน่ะสิพี่ฮุ่ย” เจียซิ่นตอบในขณะที่ยังยิ้มอยู่ จากการเรียกหาฮุ่ยหรันเป็นพี่ เห็นได้ชัดว่า แม้ฮุ่ยหรันเป็นคนรับใช้ เธอก็ปฏิบัติด้วยอย่างดี
    “นายน้อยใหญ่มีความรัก?” ฮุ่ยหรันตกตะลึงไป รู้สึกไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อย
    “พวกเราไปห้องครัวกันเถอะพี่ฮุ่ย วันนี้พวกเราต้องทำอาหารมื้อใหญ่เลี้ยงฉลองหน่อยแล้ว ไม่แน่เร็วๆ นี้ ฉันอาจจะได้ลูกสะใภ้และได้อุ้มหลานก็ได้นะ” เจียซิ่นเดินฮัมเพลงไปทางห้องครัวอย่างอารมณ์ดี
    ฮุ่ยหรันเห็นเจียซิ่นมีความสุข เธอก็มีความสุขตามไปด้วย รีบเดินตามไป แม้ว่าภายในใจ จะรู้สึกไม่อยากจะเชื่อไม่หาย เรื่องที่เย่กู่เฉินกำลังมีความรักก็ตาม
    บนรถ เย่กู่เฉินกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ ไม่คาดว่าไป๋มู่เสวี่ยจะส่งข้อความ We chat มาหาเขา ซึ่งชื่อ We chat ของเธอคือสาวน้อยผู้โดดเดี่ยว
    ส่วนของเขาชื่อ เทพบุตรสุดหล่อ นี่ไม่ใช่เขาเป็นคนตั้ง แต่เป็นเย่กู่เฉินคนเก่าที่ตั้งไว้
    สาวน้อยผู้โดดเดี่ยว : กู่เฉินนายอยู่ไหนแล้ว?
    เทพบุตรสุดหล่อ : ออกจากบ้านแล้ว อีกไม่นานก็คงถึง
    สาวน้อยผู้โดดเดี่ยว : โอเค อย่าช้านักรู้ไหม แม่ฉันไม่ชอบรอใคร
    เทพบุตรสุดหล่อ : รับทราบ
    สาวน้อยผู้โดดเดี่ยว : แล้วนี่ชื่ออะไรของนาย คนหลงตัวเอง!
    เทพบุตรสุดหล่อ : ก็คนมันหล่อ
    สาวน้อยผู้โดดเดี่ยว : .....
    เย่กู่เฉินคุยแชทกับไป๋มู่เสวี่ยจนถึงสถานที่นัด สถานที่นัดก็คือภัตตาคารอาหารระดับห้าดาวแห่งหนึ่งในปักกิ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงมาก
    เหล่าคนระดับสูงผู้มีอันจะกิน ล้วนแล้วแต่มารับประทานอาหารที่ภัตตาคารอาหารแห่งนี้เป็นประจำกันทั้งนั้น
    “ภัตตาคารอาหารเตียวฟู่” เย่กู่เฉินมองไปที่ป้ายขนาดใหญ่ที่ติดอยู่หน้าทางเข้า ก่อนที่จะเข้าไป เขาแน่นอนว่าตรงไปที่ห้องส่วนตัวที่แม่ของไป๋มู่เสวี่ยจองไว้ในทันที
    เมื่อเขาเข้ามาในห้อง เขาก็พบกับไป๋มู่เสวี่ยในชุดกระโปรงสีขาวสวยงามที่เข้ากับเธอเป็นอย่างยิ่ง
    เวลาที่มองไปที่เธอเย่กู่เฉินอดไม่ได้ที่จะหัวใจเต้นแรง เธอแต่งตัวธรรมดาว่าสวยแล้ว เธอแต่งตัวในชุดแบบนี้กลับสวยยิ่งกว่า
    ข้างๆ เธอมีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ใบหน้าคล้ายกับเธอไม่มีผิด ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ใครมาบอก เย่กู่เฉินก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นแม่ของไป๋มู่เสวี่ยอย่างแน่นอน
    แต่ไม่พูดไม่ได้ว่าเธอยังสาวอยู่มากจริงๆ เทียบเท่าแม่ของเขาในตอนนี้เลยทีเดียว
    “สวัสดีครับคุณป้า ผมเย่กู่เฉิน” เย่กู่เฉินเห็นสายตาที่ไป๋มู่เสวี่ยมองมา เขาก็รีบแนะนำตัวและทักทายแม่ของเธอ เขารู้ดีว่าในตอนนี้ เธอไม่สามารถพูดได้แล้ว
    “สวัสดี ฉันเป็นแม่ของมู่เสวี่ย ชื่อจ้าวหยา เธอจะเรียกฉันว่าป้าจ้าวก็ได้ นั่งก่อนสิ” จ้าวหยาพยักหน้าให้กับเย่กู่เฉินด้วยรอยยิ้ม
    เธอพบว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นที่พอใจมากสำหรับเธอ หน้าตาดี มีมารยาท มีความสามารถและตระกูลก็ดี ไม่มีอะไรให้ติเลยจริงๆ
    ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเขาไม่เคยมีข่าวเสียหาย จากข้อมูลที่เธอได้ดู มีเพียงแค่นิสัยเย่อหยิ่งเท่านั้นที่อธิบายไว้ในข้อมูล แต่มาตอนนี้ เธอไม่เห็นว่าจะเป็นแบบนั้นเลยสักนิด
    เย่กู่เฉินเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ ตรงหน้าของเขาเป็นโต๊ะอาหารวงกลมแบบหมุน
    “กู่เฉิน ฉันได้ยินมาจากเสวี่ยเอ๋อร์ว่าเธอมีวิชาที่ทำให้เสวี่ยเอ๋อร์พูดได้ และที่เธอใช้วิชานี้ทำให้เสวี่ยเอ๋อร์พูดได้เมื่อกลางวันต้องขอบคุณเธอมากจริงๆ” จ้าวหนาพูด เธอแน่นอนว่ารู้สึกขอบคุณเย่กู่เฉินจากใจจริง
    “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยครับ” เย่กู่เฉินพูดอย่างนอบน้อม
    จ้าวหยาอาจจะเป็นแม่ยายในอนาคตของเขา หากว่าเขาสามารถได้หัวใจของไป๋มู่เสวี่ยมาครอง เขาจะไม่สุภาพได้ยังไง?
    จบบทที่ 13