เช้าวันที่เก้าของการเดินทาง...บรรยากาศรอบกายของหลินหยวนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงป่าพฤกษาที่เคยเขียวขจีถูกแทนที่ด้วยต้นไม้ที่ยืนต้นตาย
ซากกิ่งก้านดำเป็ตอตะโกจากการถูกฟ้าผ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่านับศตวรรษเบื้องหน้าของเขาคือทางเข้า 'หุบเขาอัสนีหมื่นปี'ที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีเทาหม่นซึ่งแฝงไปด้วยประจุไฟฟ้าแรงสูงจนเส้นผมของเขาลุกชันและิัรู้สึกยิบยับตลอดเวลา
หลินหยวนกระชับไม้เท้าพฤกษาในมือแววตาข้างซ้ายหรี่ลงเมื่อััได้ถึงกลิ่นอายอัปมงคลที่ลอยมากับสายลมแรง
[สถานะพื้นที่:เขตอิทธิพลัสายฟ้า]
[คำเตือน:สภาพอากาศแปรปรวน 90%—ตรวจพบการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตประเภทธาตุอัสนี]
[คำแนะนำ:รักษาความนิ่งของปราณสลายิญญาไว้ที่จุดตันเถียน เพื่อมิให้เป็ตัวล่อฟ้า]
ทันใดนั้นพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขาสั่นะเืเบาๆ ก่อนที่พุ่มไม้สีดำข้างทางจะะเิออกร่างเงาสีเงินยวงพุ่งทะยานเข้าใส่หลินหยวนด้วยความเร็วปานกามนิต
มันคือ 'หมาป่าอัสนีเขี้ยวเงิน' สัตว์อสูรระดับ 4 ที่ร่างกายปกคลุมด้วยขนแหลมคมดุจเข็มเหล็ก และมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ทั่วทุกอณูขน
เปรี้ยง!
กรงเล็บของมันฟาดผ่านอากาศทิ้งรอยไหม้เกรียมไว้บนพื้นดินหลินหยวนใช้ท่าร่าง 'อัสนีไร้ลักษณ์' ที่แม้จะติดขัดจากรากฐานที่ร้าวรานแต่ก็ยังว่องไวพอจะเบี่ยงตัวหลบไปทางขวา—ซึ่งเป็มุมอับสายตาของเขา—ด้วยสัญชาตญาณล้วนๆ
'เ้าหมานี่... ว่องไวนัก!'
เขาไม่ได้ตื่นตระหนกมือซ้ายตวัดไม้เท้าพฤกษาออกไป แฝงด้วยพลังสลายิญญาเพียงเศษเสี้ยวเพื่อหยั่งเชิง
ทว่าหมาป่าอัสนีกลับฉลาดพอที่จะบิดตัวหลบกลางอากาศพร้อมกับอ้าปากพ่นบอลสายฟ้าสีขาวหม่นเข้าใส่เขาในระยะประชิด
หลินหยวนกัดฟันกรอดเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องรีดเค้นพลังที่เพิ่งได้รับการฟื้นฟูจากน้ำพุพฤกษาออกมาใช้
"ในเมื่ออยากลองดี...ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!"
เขาสอดประสานนิ้วมือข้างซ้ายเข้ากับไม้เท้าอักขระสีม่วงทองที่เคยหม่นแสงพลันสว่างวูบขึ้นมาอีกครั้งการต่อสู้ครั้งแรกในดินแดนใหม่นี้จะเป็บทพิสูจน์ว่า 'คนตาเดียว' อย่างเขาจะยังมีเขี้ยวเล็บพอที่จะเขย่าขวัญหุบเขาแห่งนี้ได้หรือไม่!
เสียงคำรามของหมาป่าอัสนีเขี้ยวเงินดังกึกก้องสะท้อนไปตามหน้าผาหินที่ไหม้เกรียมร่างสีเงินยวงของมันพุ่งทะยานเข้าใส่หลินหยวนอีกครั้งด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม
ประกายสายฟ้าสีขาวสว่างวาบพันรอบกรงเล็บแหลมคมราวกับใบมีดอาคมหลินหยวนที่เหลือดวงตาเพียงข้างเดียวต้องเพ่งสมาธิไปที่การเคลื่อนไหวของกระแสอากาศและแรงสั่นะเืบนพื้นดินแทนการมองเห็นที่หายไปกึ่งหนึ่ง
เขาก้มตัวต่ำหลบหลีกกรงเล็บที่เฉียดผ่านศีรษะไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดกลิ่นไหม้ของเส้นผมที่ถูกความร้อนจากสายฟ้าพัดผ่านทำให้ประสาทััของเขาตื่นตัวถึงขีดสุด
'เนตรวิวัฒนาการ...วิเคราะห์จุดอ่อนของมันเดี๋ยวนี้!'
[วิเคราะห์สำเร็จ:หมาป่าอัสนีเขี้ยวเงิน]
[จุดอ่อน:บริเวณข้อต่อขาหลังซ้ายมีรอยร้าวของพลังงาน—เป็จุดที่ใช้ควบคุมสมดุลของการเคลื่อนที่ฉับพลัน]
[คำแนะนำ: ใช้ 'วิชาสลายิญญา' แทรกแซงในจังหวะที่มันะโ เพื่อทำลายศูนย์ถ่วง]
หลินหยวนไม่ได้ถอยหนีแต่กลับก้าวเข้าไปในวงรัศมีสังหารของมันอย่างบ้าบิ่นเขาเหวี่ยงไม้เท้าพฤกษาออกไปในแนวราบ
ทว่าคราวนี้เขาไม่ได้มุ่งหวังจะปะทะกับร่างกายที่แข็งแกร่งของมันโดยตรงแต่เขากลับปล่อยพลัง 'อัสนีม่วง' เส้นเล็กๆ ที่แฝงด้วยความว่างเปล่าลงสู่พื้นดินหินที่เปียกชื้น
เปรี้ยง!
กระแสไฟฟ้าม่วงทองวิ่งพล่านไปตามพื้นหินมุ่งตรงเข้าหาขาหลังของหมาป่าอัสนีในจังหวะที่มันกำลังดีดตัวขึ้นสู่กลางอากาศ
พลังสลายิญญาเข้าแทรกแซงการไหลเวียนของปราณธาตุทองในร่างอสูรทันทีทำให้กรงเล็บที่ควรจะมั่นคงกลับอ่อนแรงและบิดเบี้ยวไปผิดทิศทางร่างมหึมาของมันเสียสมดุลและกระแทกเข้ากับโขดหินอย่างแรงจนฝุ่นตลบ
"ถึงตาข้าแล้ว!"
หลินหยวนกระโจนเข้าหาประดุจพยัคฆ์ร้ายที่หิวโหยมือซ้ายของเขาละทิ้งไม้เท้าแล้วคว้าเข้าที่ลำคอหนาของหมาป่าอัสนีพลังงานในจุดตันเถียนที่ร้าวรานถูกรีดเค้นออกมาจนถึงขีดสุด
อักขระสีม่วงทองบนฝ่ามือเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวแสงสว่างจ้าปะทุขึ้นจากง่ามนิ้วของเขาทะลวงผ่านขนแหลมคมเข้าสู่เส้นชีพจรหลักของอสูรร้าย
[กระบวนท่า:อัสนีสังหาร—ศูนย์สูญ]
เสียงะเิดังขึ้นเบาๆภายในร่างของหมาป่าอัสนี ดวงตาสีฟ้าครามของมันค่อยๆหม่นแสงลงก่อนจะกลายเป็ความว่างเปล่า ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านและแน่นิ่งไปในที่สุดพลังงานธาตุอัสนีที่เคยไหลเวียนอยู่ในตัวมันเริ่มถูก 'วิชาสลายิญญา' กลืนกินและชักนำเข้าสู่ร่างกายของหลินหยวนอย่างตะกละตะกลาม
เขาทรุดกายลงนั่งข้างซากอสูรหอบหายใจอย่างรุนแรงจนเืสดๆ ไหลซึมออกจากผ้าพันแผลที่ดวงตาขวา
ทว่าในความเ็ปนั้นเขากลับััได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่กำลังซ่อมแซมรอยร้าวในจุดชีพจร
[สถานะ:ดูดซับแก่นอสูรอัสนีสำเร็จ]
[ผลลัพธ์:ฟื้นฟูปราณแท้จริง 8%, ชะลอการแตกสลายของรากฐานได้อีก48 ชั่วโมง]
[คำเตือน:นี่เป็เพียงการปะทะเบื้องต้น... กลิ่นคาวเืของหมาป่าจะดึงดูด 'สิ่งที่น่ากลัวกว่า' ให้มาที่นี่ภายในไม่ช้า]
หลินหยวนมองไปยังส่วนลึกของหุบเขาที่เต็มไปด้วยสายฟ้าฟาดฟันไม่หยุดหย่อนเขาใช้มือที่สั่นเทาปาดเืออกจากใบหน้าแววตาข้างซ้ายยังคงฉายความเด็ดเดี่ยวไม่เสื่อมคลาย
"กลิ่นคาวเืงั้นรึ?ก็ดี... ยิ่งพวกมันมามากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งมีวัตถุดิบในการซ่อมแซมร่างนี้มากขึ้นเท่านั้น!"
เขาคว้าไม้เท้าคู่ใจแล้วยันกายลุกขึ้นทะยานร่างหายไปในม่านหมอกสีเทามุ่งหน้าสู่ใจกลางหุบเขาอัสนีหมื่นปีที่ซึ่งโชคชะตาบทต่อไปกำลังรอคอยเขาอยู่
กลิ่นคาวเืของหมาป่าอัสนีที่คละคลุ้งดึงดูดสายตาของเหล่านักล่าในม่านหมอกหลินหยวนััได้ถึงแรงสั่นะเืของฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังมุ่งตรงมายังจุดที่เขาอยู่
เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะเช็ดคราบเืที่มุมปากร่างกายที่ร้าวรานถูกบังคับให้ทะยานออกไปในทิศทางที่แผนที่หนังสัตว์โบราณระบุไว้แสงสีม่วงจางๆ จากฝ่าเท้าทิ้งรอยไหม้ไว้บนพื้นหินเพียงชั่วครู่ก่อนจะเลือนหายไปในหมอกหนา
เขาไต่ขึ้นไปตามหน้าผาที่สูงชันจนถึงซอกหลืบหินที่ถูกพุ่มไม้หนามสีดำปกคลุมไว้อย่างมิดชิดหลินหยวนใช้พลังสลายิญญาแผดเผาหนามเ่าั้จนเป็จล
เผยให้เห็นปากถ้ำขนาดเล็กที่แผ่กลิ่นอายความเก่าแก่และเสียงกระแสไฟฟ้าที่ดังหึ่งๆอยู่ภายใน ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปความเงียบสงัดพลันปกคลุมแทนที่เสียงพายุคำรามด้านนอก
ภายในถ้ำนั้นไม่ได้มืดมิดทว่ากลับสว่างไสวด้วย 'แร่ผลึกอัสนี' ที่งอกเงยอยู่ตามผนังถ้ำราวกับเพชรพลอย และที่ใจกลางถ้ำนั้นเอง
หลินหยวนต้องชะงักนิ่งเมื่อเห็นร่างของชายผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินร่างนั้นกลายเป็โครงกระดูกขาวโพลนไปนานนับร้อยปี
ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือดาบยาวเล่มหนึ่งที่ปักอยู่ตรงหน้าดาบเล่มนั้นยังคงมีประกายสายฟ้าสีแดงชาดวิ่งพล่านไปมาไม่หยุดนิ่ง
[ตรวจพบ:อัฐิของผู้ฝึกตนขอบเขตราชันย์อัสนี]
[สถานะ:หลงเหลือเจตจำนงกระบี่ที่แข็งกล้า]
[คำเตือน:หากจิตใจไม่เข้มแข็งพอการเข้าใกล้ดาบเล่มนั้นจะทำให้ิญญาถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าพิโรธ]
หลินหยวนหรี่ดวงตาซ้ายที่เหลืออยู่มองดูอักษรที่สลักไว้บนผนังถ้ำด้วยลายมือที่บ้าคลั่ง
"ข้าแสวงหาความว่างเปล่าในสายฟ้าทว่ากลับพบเพียงความตายในความมืด... ผู้ใดที่กล้าสืบทอดเจตจำนงของข้าจงเตรียมใจที่จะมองเห็นโลกด้วยดวงตาแห่งอัสนี!"
"ดวงตาแห่งอัสนีงั้นรึ..."หลินหยวนพึมพำ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาก้าวเดินเข้าไปหาโครงกระดูกนั้นทีละก้าวแม้แรงกดดันจากเจตจำนงกระบี่จะทำให้ิัของเขาเริ่มมีเืซึมออกมาอีกครั้ง
เขาไม่ได้หวาดกลัวแต่กลับรู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างวิชาสลายิญญาของเขากับสายฟ้าสีแดงนั่นหลินหยวนยื่นมือที่สั่นเทาออกไปหมายจะคว้าด้ามดาบ
ทันทีที่ปลายนิ้วััเสียงะเิในหัวพลันดังสนั่นภาพนิมิตนับพันปีไหลบ่าเข้าสู่สมองของเขาประดุจน้ำป่าไหลหลากความเ็ปที่เบ้าตาขวาที่เคยดับมืดไปกลับมาลุกโชนราวกับถูกเผาด้วยเหล็กแดงอีกครั้ง!
"อ๊ากกกกกกกก!"
หลินหยวนแผดเสียงร้องลั่นถ้ำร่างกายของเขากลายเป็จุดศูนย์กลางของพายุสายฟ้าสีม่วงและแดงที่เข้าห้ำหั่นกันนี่ไม่ใช่เพียงการสืบทอดมรดก แต่มันคือการเดิมพันด้วยการมีอยู่ของิญญาเขาเอง!
พายุสายฟ้าภายในถ้ำบิดเบี้ยวจนกลายเป็ทรงกลมสีเืห่อหุ้มร่างของหลินหยวนไว้ใจกลางความเ็ปที่เบ้าตาขวาทวีความรุนแรงจนถึงจุดที่ประสาทััแทบดับสูญ
ทว่าท่ามกลางความทรมานนั้น'เนตรวิวัฒนาการ' กลับทำงานอย่างบ้าคลั่งมันกำลังใช้พลังความว่างเปล่าจากวิชาสลายิญญาเข้า "กัดกิน"เจตจำนงกระบี่สีแดงเพื่อนำมาเป็วัตถุดิบในการซ่อมแซมร่างกาย
[กระบวนการบังคับวิวัฒนาการ:เริ่มต้น]
[สกัดกั้น:เจตจำนงกระบี่อัสนีแดง — หลอมรวมเข้ากับประสาทััการมองเห็น]
[สถานะ: สร้าง 'เนตรอัสนีพิโรธ' สำเร็จ 100%]
[คำเตือน:ร่างกายได้รับภาระหนักเกินพิกัด อายุขัยลดลงอีก 1 ปี —คงเหลือ 11 ปี]
วูบ!
ทันใดนั้น ความวุ่นวายทั้งหมดพลันสงบลงอย่างกะทันหันหลินหยวนทรุดกายลงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงมือซ้ายที่เคยสั่นเทาบัดนี้กำด้ามดาบอัสนีพิโรธแดงไว้แน่นดาบเล่มนี้ดูเหมือนจะรับรู้ถึงเ้านายใหม่ มันสลัดคราบสนิมและเขม่าดำออกเผยให้เห็นใบดาบสีแดงชาดที่โปร่งแสงดุจทับทิม แฝงด้วยลายสายฟ้าสีดำขลับที่ดูน่าเกรงขาม
หลินหยวนค่อยๆเอื้อมมือไปดึงผ้าพันแผลที่ดวงตาขวาออก เมื่อเปลือกตาเปิดขึ้นสิ่งที่ปรากฏไม่ใช่ความมืดบอดอีกต่อไปทว่ากลับเป็ดวงตาสีแดงฉานที่มีวงแหวนอักขระอัสนีหมุนวนอยู่ภายใน
ทัศนวิสัยของเขาบัดนี้กว้างไกลและคมชัดยิ่งกว่าเดิมเขาสามารถมองเห็น "กระแสปราณ" ที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ และมองเห็น"จุดอ่อน" ของโขดหินทุกก้อนได้เพียงแค่ปรายตามอง
"นี่สินะ...ดวงตาแห่งอัสนี"
เขาหยัดกายขึ้นยืนกลิ่นอายความโรยราที่เคยมีดูเหมือนจะถูกบดบังด้วยรังสีฆ่าฟันที่คมปลาบหลินหยวนสะบัดดาบในมือเบาๆ คลื่นดาบสีแดงพุ่งทะลวงผ่านผนังถ้ำออกไปตัดยอดเขาที่อยู่ห่างออกไปนับร้อยเมตรจนขาดสะบั้นในพริบตา
เขามองไปยังดาบในมือและดวงตาใหม่ที่ได้รับมาแววตาซีกซ้ายที่เป็สีม่วงและซีกขวาที่เป็สีแดงสอดประสานกันจนดูน่าสยดสยองประดุจเทพมารจุติบัดนี้เขาไม่ได้เพียงแค่รอดชีวิต แต่เขากลายเป็ผู้ถือครองมรดกที่โลกต้องสั่นะเื
"ขอบใจมาก...รุ่นพี่" หลินหยวนก้มศีรษะให้โครงกระดูกที่บัดนี้สลายกลายเป็ผุยผงตามสายลม
"ข้าจะใช้ดาบเล่มนี้และดวงตานี้...กวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางทางข้าให้สิ้นซาก"
เขาก้าวเดินออกจากถ้ำลับท่ามกลางเสียงสายฟ้าที่ดูเหมือนจะกู่ร้องต้อนรับเ้าแห่งอัสนีคนใหม่การเดินทางสู่ใจกลางหุบเขาเพื่อชิงอายุขัยกลับคืนมา...บัดนี้ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว!
*********************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร