-6-
#โลกกลม
“มึงกลับบ้านยังไงตะวัน” พี่ภูเอ่ยถามผมหลังจากลงรถบัสที่กลับมาจากค่าย
“ว่าจะนั่งแท็กซี่กลับครับ”
"มันมืดแล้ว งั้นเดี๋ยวกูไปส่งที่บ้านละกัน รอกูตรงนี้ ไปเอารถแปป”พี่ภูเอ่ยกับผมแล้วเดินไปเอารถแบบดูเร่งรีบ
“วัน ๆ”เสียงมิกซ์เรียกผม แล้วบูมก็โบกมือเรียกด้วย
“ป่ะมึงกลับบ้านกัน” มิกซ์เอ่ยชวนผม พร้อมกับช่วยถือกระเป๋า
“คือกู..พี่ภูจะไปส่งกูที่บ้านนะ”
“มึงว่าไงนะวันประโยคเดียวทำให้ผมถึงกลับหันไปมองไอ้วันพูด
“พี่ภูผาจะไปส่งกู.. ”
“มึงกับมันญาติดีกันแล้วหรอ”ผมถามย้ำขึ้นอีกครั้ง แต่ก็มีมารมาขัดจังหวะก่อน
“ขึ้นรถดิตะวัน”เสียงของพี่ภูเรียกตอนผมคุยกับไอ้บูมกับไอ้มิกซ์ ขณะที่จอดรถเก๋งอยู่ข้างๆ
“กูกลับก่อนนะมึง วันจันทร์เจอกันนะพวกมึง ยังไงเดี๋ยวไลน์หา”ผมโบกลาเพื่อนทั้งสองคนที่ยืนนิ่งอยู่ มันคงงงที่ผมดีกับพี่รหัสเร็วขนาดนี้
“ปกติมึงกลับบ้านยังไงหรอ”อีกฝ่ายถามขึ้นขณะขับรถ
“ตอนเช้าคนขับรถมาส่งครับ ส่วนตอนเย็นพ่อมารับครับ บางทีก็เอารถมาเองครับ”ผมตอบกลับไปด้วยประโยคยาวๆ
“มึงนี่ดูเป็ลูกคุณหนูเนาะ น่าจะรวยน่าดู”พี่ภูพูดขึ้นแล้วก็ยิ้มมุมปากนิดๆ
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”ผมตอบแล้วหันไปมองหน้าพี่ภูเเล้วก็เป็จังหวะที่พี่ภูก็หันมาสบตาผมแล้วยิ้มให้พอดี(ผมอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้นานๆจัง)
***********************
"นี่บ้านมึงหรอ" พี่ภูถามขึ้น
"ใช่ครับ พี่ส่งผมเเค่ตรงนี้ก็ได้"
"เออๆ งั้นกูส่งตรงนี้นะ"พี่ภูเอ่ยว่าเเต่ขณะที่ผมกำลังจะเปิดประตูรั้วเพื่อเข้าบ้าน พี่ภูก็เอ่ยขึ้นจากด้านหลัง
"ตะวัน!! วันนี้กูเป็พี่รหัสที่ดีให้มึงเเล้วนะ"อีกฝ่ายหันมายิ้มกว้างๆให้ผม เเต่...ทำไมผมรู้สึกใจเต้นเเรงตอนะโบอกไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นว่ะ ผมก็พูดปกตินี่หว่า
*********************
“พ่อ” ผมะโหาพ่อดังไปจนทั่วบ้าน
“พ่อเราอยู่นี่ตะวัน”แม่เดินมาตอบผมแล้วลูบหัวเบาๆตามเคย
“พ่อนั่งดูบอลอยู่หน้าทีวีรอลูกชายอยู่หน่ะสิ” แม่เอ่ยขึ้น
“พ่อไม่เป็อะไรแล้วใช่ไหมครับ”ผมรีบเข้าไปถามพ่อพร้อมกับมองไปรอบๆ ร่างกายของพ่อเพื่อหารอยาแที่รถชน
“พ่อสบายดีไอ้ลูกชายแค่ถลอกนิดหน่อยเอง แม่เราก็กระต่ายตื่นตูมทำลูกตกอกใหมด"
“พรุ่งนี้เพื่อนคนสนิทที่ทำหุ้นบริษัทกับพ่อจะมากินข้าวบ้านเรานะ”
“จำได้ไหมลูก ลูกชายเพื่อนพ่อที่เคยวิ่งเล่นกับตะวันตอนเด็กๆอ่ะ ที่บ้านแฝดหลังเก่า”
“น่ากลับจากเมืองนอกมา 5 ปีได้ เห็นว่าเรียนที่เดียวกับลูกด้วยนะ”
“แต่รู้สึกว่าน่าจะอายุมากกว่าตะวันปีนึงหรือสองปี”
“ดีจังเลยครับ ผมอยากเจอคุณอากับพี่ใหญ่ แล้วมากันแค่ 2 คนหรอครับพ่อ”ผมถามด้วยความสงสัย
“ใช่ๆ”
“ไปพักผ่อนเถอะไป พรุ่งนี้ก็ตื่นเช้าๆนะตะวัน”พ่อเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับบอกให้ผมไปพักผ่อน ปกติจะคุยกันยาวกว่านี้ พ่อคงเห็นว่าพึ่งกลับมาจากค่ายมาแล้วคงเหนื่อย”
*************
[ภูผา]
วันนี้มีนัดกินข้าวกับคุณอาสมชายที่ทำบริษัทร่วมกันและเป็เพื่อนสนิทกันมาก แต่ผมไปกับพ่อสองคน (คุณแม่ผมเสียไปั้แ่เด็กแล้ว)เรากำลังจะเดินทางไปบ้านของคุณอาสมชายกับคุณอาหนิงโดยน้าสมานจะเป็คนขับรถพาไป (น้าสมานคือคนขับรถคนเก่าในตระกูล)
“ภู ได้ผลไม้ไปฝากคุณอาสมชายหรือเปล่า”พ่อเอ่ยขึ้นขณะกำลังขึ้นรถ
“ได้มาแล้วพ่อ” ผมมาถึงบ้านหลังใหญ่แล้วก็เดินตามพ่อเข้า สายตาก็กวาดมองไปรอบๆบ้าน ภายในบ้านดูมีระเบียบอย่างดี เมื่อก่อนที่ผมไปบ้านคุณอาทั้งสองตอนนั้นเป็บ้านอีกหลังที่ติดกับบ้านผม เรียกว่าบ้านแฝดเลยดีกว่า ผมนี่รู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้าน เรียกว่าจะรู้ดีกว่าบ้านตัวเองซะอีก เเต่มาบ้านใหม่ผมเลยไม่ค่อยคุ้นชินกับสิ่งของต่างๆ แล้ว
“คุณอาสมชายสวัสดีครับ คุณอาหนิงสวัสดีครับ” ผมยกมือสวัสดีท่านทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าแล้วท่านทั้งสองก็รับไหว้พบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“โตขึ้นเยอะเลยนะหลานภูผา” คุณอาสมชายกล่าวขึ้นกับผม
“มาๆไปกินข้าวกันเร็ว อาหารเยอะมากสั่งมาจากภัตตาคารมาเป็พิเศษเลยนะ” คุณอาสมชายรีบชวนไปนั่งร่วมกินข้าว
“อาหนิงครับ แล้วน้องวัน..ไปไหนหรอครับ”ผมรู้จักน้องวันั้แ่เด็ก เคยวิ่งเล่นด้วยกัน แต่ไม่ได้เจอน้องมาจะ10 ปีได้แล้วมั้ง เพราะผมไปเรียนเมืองนอกั้แ่เด็ก พึ่งกลับมาเรียนตอนมอปลายที่โรงเรียนชายแค่ 3 ปีสุดท้ายเอง
“เอ่อ..อาต้องขอโทษด้วยน้องน่าจะยังนอนไม่ตื่น 2 วันที่ผ่านมาน้องไปค่าย กลับแล้วไม่ค่อยสบาย อาต้องขอโทษด้วยที่น้องเสียมารยาทไม่ลงมาร่วมกินข้าวด้วยกัน”
“อืม..ไม่เป็ไรครับงั้นให้น้องพักผ่อนดีกว่าครับ”
“อ้าวตะวันแม่นึกว่าลูกลงมาจากห้องไม่ไหว”อาหนิงผู้หญิงกล่าวขึ้นกับใครสักคนที่ยืนจากข้างหลังเก้าอี้ผม แล้วนั่นคงจะเป็น้องวันที่ผมเคยวิ่งเล่นด้วยตอนเด็ก
“ดีขึ้นแล้วฮะแม่ ผมอยากลงมาสวัสดีคุณอามงคล”ผมตอบแม่แล้วมองไปรอบๆโต๊ะ แต่ผมคุ้นตาคนที่นั่งหันหลังตรงด้านหน้าที่ผมยืนอยู่ แต่ก็ยังไม่เอ๊ะใจอะไร อาจเป็เพราะว่าผมไม่ได้เจอพี่ใหญ่มานานมากแล้ว
“ตะวันนั่งลงกินข้าวสิ”พ่อเอ่ยขึ้นมาบอกผม
“ตะวันนั่งข้างพี่ภูผาเลย ไม่ได้เจอกันนานน่าจะมีเื่คุยกันเยอะ”พ่อเอ่ยขึ้นแล้วทำสายตาดุนิดๆใส่ผม พ่อคงอยากให้คุย อย่างน้อยก็จะได้ไม่เสียมารยาทที่ไม่เจอกันนานผมนั่งเก้าอี้แล้วหันไปมองอีกฝ่ายข้างๆ สายตาเราทั้งคู่ได้สบตากันทันที แต่..นี่มัน..ทำให้เราทั้งสองคนเอ่ยประโยคออกมาที่พร้อมกันออกมา
“พี่ภู”
“ตะวันนี่มึง..”พี่ภูว่า
“อ้าวเราสองคนจำกันได้แล้วเหรอ” อามงคลเอ่ยขึ้น ไม่ดิพ่อพี่ภูเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าแปลกใจแล้วพ่อกับแม่ของผมก็แปลกใจด้วยเหมือนกัน
.
.
.
.
.
.
.
.
พี่ใหญ่ที่ผมเคยวิ่งเล่นด้วยกันตอนเด็ก ๆ ก็คือพี่ภูผาเองเหรอ..จะโลกกลมเกินไปไหมนะ
#PhuPhaTawan