พอบุรุษทั้งสองออกจากซุ้มนั้นมาได้ราวสิบก้าว ซ่งสวินก็หัวเราะออกมา “เ้าโมโหจนหน้าเปลี่ยนสีเช่นนี้ไปหาที่ระบายอารมณ์สักหน่อยดีหรือไม่”
“ข้า...” หยางหลีเหว่ยกำหมัดแน่น “ข้าถูกเซียวหว่านที่ดูเรียบร้อยอ่อนหวานปั่นหัวถึงเพียงนี้ น่าเจ็บใจเสียจริง”
“นับว่า์มีตาที่ช่วยให้เ้าไม่ต้องแต่งนางเข้าสกุลหยาง”
“หึ! ไม่ได้แต่งสตรีจอมมารยาแต่ก็ยังได้สตรีไร้สาระที่สุดในเมืองหลวงมาแทน จวนอ๋องของข้าเห็นทีต้องเชิญนักพรตมาปัดรังควานแล้ว”
ซ่งสวินยกมือขึ้นตบบ่าสหายเบาๆ “เอาน่า อย่างน้อยเ้าก็ได้รู้ความจริงแล้วว่าเซียวหว่านของเ้าไม่ใช่สตรีงดงาม บริสุทธิ์ ใสซื่อ อย่างที่เ้าเคยคิด และนางก็ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาของเ้าด้วย”
“ข้าไม่มีวันจะตกหลุมพรางก็นางอีกครั้งแน่” หยางหลีเหว่ยเขม่นเข่นเขี้ยว “ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าตนเองมีส่วนทำให้นางเจ็บช้ำน้ำใจ นี่หากข้าไม่ตามเ้าไปในซุ้มนั่น ก็คือกลายเป็บุรุษโง่งมที่หาทางชดใช้ให้กับสตรีที่ลอบแทงข้าอยู่ข้างหลัง”
“คราวนี้เ้าคิดจะทำเช่นไรกับเซียวหว่าน”
ซ่งสวินเห็นสีหน้าของสหายแล้วก็รู้ว่านิสัยผูกใจเจ็บของหยางหลีเหว่ย ไม่มีทางปล่อยให้เื่นี้ผ่านไปเปล่าๆ ข่าวลือที่เซียวหว่านปล่อยออกมาทำให้หยางหลีเหว่ยกลายเป็บุรุษใจร้ายที่ทำให้คุณหนูในห้องหอผู้บอบบางต้องทุกข์ตรมจนปางตาย
“นางนับเป็ฝุ่นในตาข้า ครั้งนี้ข้าได้เขี่ยออกแล้วก็จริงแต่ก็ยังไม่หายโมโห หากวันหน้ามีโอกาสข้าย่อมจะต้องสั่งสอนนางเสียบ้าง”
ซ่งสวินหัวเราะ ยกมือขึ้นตบบ่าสหาย “เ้าก็ยังเป็เ้า”
“นางสร้างข่าวลือเพื่อกีดกันไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้ข้า ทั้งๆ ที่ข้าก็คิดจะตบแต่งนางอยู่แล้ว พอข้าแต่งงานก็ยังสร้างข่าวลือสร้างความเสียหายให้ข้าอีก ช่างเป็สตรีน่าตายนัก!”
ซ่งสวินนึกอนาถใจ เซียวหว่านคงไม่รู้ว่าอ๋องหยางผู้นี้คิดเล็กคิดน้อยเป็อย่างยิ่ง หากมีคนสร้างความขุ่นเคืองให้เพียงนิดเขาก็จะหาทางจัดการกับคนผู้นั้น ซ้ำยังตอบสนองคืนหลายเท่าตัว...นี่คือ บุรุษที่ไม่ควรล่วงเกินผู้หนึ่ง
‘เ้าเคราะห์ร้ายเสียแล้วล่ะ คุณหนูสามเซียว’
ข้างฝ่ายหลี่หยวนหยวนกับบ่าวทั้งสามก็ตาม ซูหลัวจือไปยังท้ายตลาด ที่นั่นมีกระโจมใหญ่ที่มีลวดลายงดงามแปลกตา
“ท่านสามผีอยู่ข้างในขอรับ” ซูหลัวจือบอกทุกคน
ซูหลัวจือแจ้งกับคนที่เฝ้าหน้ากระโจมว่า้าพบกับท่านสามผี คนผู้นั้นจึงเข้าไปรายงาน ไม่ถึงสองอึดใจก็ออกมาผายมือเชิญ
“ท่านสามผี อนุญาต เชิญ!”
เมื่อหลี่หยวนหยวนก้าวตามซูหลัวจือเข้าไปในข้างก็พบบุรุษแต่งกายด้วยอาภรณ์หรูหราราวคุณชายสกุลใหญ่กำลังนั่งจิบสุรากันอยู่บนโต๊ะ ทั้งสามไม่ได้สนใจหันกลับมามองผู้มาเยือน
“ท่านสามผี ข้าพาคนที่้าซื้อข่าวมาพบขอรับ” ซูหลัวจือ ประสานมือค้อมศีรษะคารวะ
หลี่หยวนหยวนสังเกตด้านข้างของบุรุษทั้งสาม “พวกท่านคือท่านสามผีจริงหรือ ดูไปแล้วไม่เข้ากับชื่อเลยสักนิด พวกท่านดูดีเช่นนี้ เหตุใดไม่ตั้งชื่อว่าสามเซียนแทนเล่า”
บุรุษทั้งสามหันหน้ามามองนางพร้อมกัน หลี่หยวนหยวนถึงกับบื้อใบ้ไปชั่วขณะ พอเห็นใบหน้าของพวกเขาชัดๆ ความทรงจำของนางจึงผุดภาพนักร้องบอยแบนด์ในยุคปัจจุบันขึ้นมา นางเกือบหลุดกรี๊ด จนต้องใช้เล็บจิกหลังมือตนเองไว้
‘เน็กซ์ นี่มันวงเน็กซ์ อุ๊ต๊ะ! ไม่คิดเลยว่าจะเจอที่นี่ ตายแล้วแม่เ้า!แต่งชุดโบราณแล้วหล่อ...หล่อมากๆ เลย’
หลี่หยวนหยวนเหม่อลอยไปชั่วขณะ รูปร่างหน้าตาของท่านผีทั้งสามช่างเหมือนนักร้องที่ติงหยวนหยวนใน่เรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งคลั่งไคล้จนต้องเก็บเงินซื้อตั๋วคอนเสิร์ตราคาแพงไปยืนดูอยู่แถวหน้า บอยแบนด์วงนี้โด่งดังมาก พวกเขาทั้งสองร้องและเต้นอย่างคล่องแคล่ว เป็ขวัญใจวัยรุ่นในหลายประเทศ
“หากพวกข้าตั้งชื่อสามเซียนก็คงดูดีไปหน่อย อยู่ในแวดวงใต้ดิน สมควรตั้งชื่อให้ผู้คนกลัวจนหัวหดเข้าไว้จึงจะดี” น้ำเสียงคนบุรุษที่นั่งด้านซ้ายทุ้มกังวานไพเราะจนชวนเคลิบเคลิ้ม
“ข้าขออนุญาตแนะนำให้พวกท่านได้รู้จักท่านสามผีเสียก่อน นี่คือท่านผีเหนือ ท่านผีกลาง และท่านผีใต้” ซูหลัวจือผายมือไปยังบุรุษทั้งสาม
สตรีที่มาเยือนจึงพากันประสานมือค้อมศีรษะคารวะ
“ผู้น้อย หลี่หยวนหยวน คารวะท่านสามผี”
บุรุษทั้งสามมองหญิงสาวที่สวมผ้าปิดหน้าเอาไว้
“ดูจากดวงตาของเ้า ไม่น่าจะใช้หญิงสาวชาวบ้าน เ้ามาจากที่ใดหรือ” ท่านผีเหนือเอ่ยถาม
คนผู้นี้มีผมเป็สีเงิน ทำให้ขับใบหน้าคมคายให้โดดเด่น คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นเล็กน้อย หลี่หยวนหยวนเห็นว่าเขาคือบุรุษที่รูปงามที่สุดในคนทั้งสาม ที่น่าแปลกคือ ชื่อเหนือของเขายังเหมือนชื่อของนักร้องพี่ใหญ่ในวงเน็กซ์ด้วย
“ไม่ปิดบังพวกท่าน ข้าเป็บุตรของขุนนางมาจากเมืองหลวง พวกนางเป็สาวใช้ของข้า”
ท่านผีกลางพยักหน้า “แม่นาง เ้าแน่ใจหรือว่า้าจะว่าจ้างพวกเราให้หาข่าว”
“อันที่จริง ข้า้าตามหาคนต่างหาก”
ท่านผีคนที่สามสบตานาง “คน...ผู้ใดหรือ”
“ข้าอยากจะหาข่าวมือสังหารที่ใช้ยาพิษสลายใจ” นางตอบด้วยอาการคล้ายละเมอ ความหล่อเหลาของท่านสามผีทำเอาหลี่หยวนหยวนตื่นเต้นจนแทบระงับไม่อยู่ “เขาบุกมาลอบสังหารข้าถึงในจวน ดีที่ข้าไม่ตาย ข้าจึงอยากจะรู้ตัวผู้บงการ”
“ได้” บุรุษคนที่สามพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “แต่ตามกติกาของพวกข้า เ้าจะต้องปาเป้าด้วยแท่งโลหะให้เข้ากึ่งกลางสามอันให้ได้เสียก่อน”
หลี่หยวนหยวนมองตามมือของบุรุษผู้นั้นไป พลันมองเห็นเป้าที่เขาเขียนเอาไว้ดูเหมือนเป้าที่ตนเองติดไว้ผนังห้องนอนฝึกปาลูกดอกก็ค่อยรู้สึกโล่งอก “ข้าจะลองดูก็แล้วกัน”
“เด็กๆ เอาแท่งโลหะให้นางที” คนผู้นั้นร้องสั่ง
หนุ่มน้อยที่ยืนอยู่ด้านหลังโผล่ออกมาจากมุมมืด ยื่นแท่งโลหะยาวขนาดครึ่งฝ่ามือให้หลี่หยวนหยวนสามแท่ง
หญิงสาวพลิกดูไปมา ก็เห็นเป็เพียงแท่งโลหะยาวเรียว คล้ายกับลูกดอกที่นางใช้ปาเล่นอยู่ในห้อง เพียงแต่ยาวกว่าเล็กน้อย และไม่มีหางเพื่อบังคับทิศทาง...ไม่เป็ไร นางฝึกปาลูกดอกในห้องจนชำนาญแล้ว
“เ้าไปยืนตรงเก้าอี้นั่นแล้วปาแท่งโลหะ หากปาเข้ากลางเป้าครบสามแท่ง พวกข้าจะรับปากสืบเื่นั้นให้กับเ้า”
“ตกลง” หลี่หยวนหยวนรับคำ นางเดินไปยืนตรงตำแหน่งที่ท่านผีคนที่สามบอก
“ข้าลืมบอกเ้าไปว่าก่อนจะปาแท่งโลหะเ้าก็ต้องวางเงินก่อนสิบตำลึง หากปาผ่าน ข้าจะรับเงินเพิ่มและรับงานเ้า แต่หากปาไม่ผ่าน เ้าจะต้องเสียสิบตำลึงนี้ไปเปล่า”
ซุนมามาใเผลอร้องถาม “เหตุใดต้องเสียสิบตำลึงเล่า”
ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพเซียนของคนทั้งสามหันมามองหญิงวัยกลางคนพร้อมกัน
“นี่เป็ค่าเสียเวลาที่พวกข้ายอมพบกับพวกเ้า”
ซุนมามาถึงกับอ้าปากค้าง ซูหลัวจือสบตาซุนมามาแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย เป็เชิงให้ซุนมามาอย่าต่อความ การพบปะผู้มีความสามารถสมควรจะต้องมีค่าเสียเวลาให้อยู่แล้ว
“ไม่เป็ไร ข้ายินดี” หลี่หยวนหยวนเป็คนตอบพร้อมรอยยิ้ม การจ่ายเงินมาพบคนหล่อเหลาหน้าตาดีที่เหมือนนักร้องคนโปรดไม่นับว่าเสียเปรียบ
‘นี่มันก็ไม่ต่างจากตอนที่ฉันเสียค่าบัตรแฟนมีตไปพบนักร้องที่ชอบเลย จ่ายนิดหน่อยไม่เห็นเป็ไร อยู่ในยุคโบราณฉันออกจะร่ำรวย’
ท่านผีเหนือ เห็นอีกฝ่ายตกลงง่ายดายก็พยักหน้ารับ “ถ้าอย่างนั้น เ้าเริ่มปาแท่งโลหะได้เลย”
หลี่หยวนหยวนลูบแท่งโลหะอยู่ครู่หนึ่ง ลูกดอกที่นางชอบปาอยู่ในห้องที่บ้านยุคปัจจุบันมีหางพลาสติกเพื่อบังคับทิศทางแต่แท่งเรียวในมือมีน้ำหนักน้อย หากจะปาได้ถูกตรงกลางเป้าต้องมีฝีมือมาก แต่...ในเมื่อมาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ
ฟิ้ว! ฉึก!
แท่งโลหะอันแรกถูกหญิงสาวขว้างไปปักที่กลางเป้าอย่างแม่นยำ
บุรุษใบหน้าหล่อเหลาทั้งสามปรบมือขึ้นพร้อมกัน
“เยี่ยมมาก แม่นางฝีมือร้ายกาจ”
หลี่หยวนหยวนรู้สึกว่าในกายของตนมีพลังประหลาดสายหนึ่งที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมา แรงที่นางขว้างไปเมื่อครู่เท่ากับที่เคยขว้าง แต่กลับพอปล่อยออกไปกลับได้ผลกว่าที่คิด
‘อย่าบอกนะว่า...ในร่างนี้มีปราณซ่อนอยู่ด้วย หลี่หยวนหยวนไปได้มันมาจากไหนเนี่ย’ หญิงสาวยืนนิ่ง ครุ่นคิดถึงคลื่นพลังที่ไหลพล่านในกาย
*****************
