ตอนที่ 23 งานวิจัยกับปัญหาสายตาสั้น
เมื่อน้องพริมเรียนเสร็จพี่หมอฉันและน้องพริมก็ขึ้นรถพอร์ชออกจากโรงอาหารซึ่งพี่ลายเมฆแกก็นั่งทานอาหารต่ออยู่ที่นั่นเพราะว่าพี่แกยังไม่ได้ทานอะไรเลยแน่นอนว่าตอนนี้มันไม่มีร้านไหนที่เปิดขายแล้วทำให้พี่แกต้องไปซื้อข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อมาทานและฝากน้องพริมไว้กับพวกเรา
“น้องพริมบอกว่าพี่ลายเมฆตั้งชื่อAKA ให้หนูว่า Ram ใช่มั้ยจ๊ะ...ทำไมถึงเป็ Ram แทนที่จะเป็ Lambล่ะ”
พี่หมอเหมือนจะพึ่งนึกขึ้นได้จึงถาม
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะเพราะหนูไม่เก่งอังกฤษ..”
“แล้ว AKAของพี่ลายเมฆล่ะ..หนูพอจะรู้มั้ยว่าพี่แกใช้ชื่อว่าอะไร”
“ค่า..พี่ลายเมฆใช้ชื่อว่าMaria..”
“.??.”
ไม่รู้ทำไมแต่เวลาที่พี่หมอคุยกับน้องพริมแล้วฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังคุยอยู่กับเด็กอนุบาลยังไงอย่างงั้นแล้วไอ้ชื่อ Maria นี่มันอะไรกัน ดูตรงไหนก็ไม่ใกล้มาเรียเลยนะ พี่แกลืมคำว่า’โซ’ข้างหน้าไปรึเปล่า
“ทำไมพี่ถึงคิดว่ามันควรจะเป็lamb ละค่ะ”ฉันถามพี่หมอ
“ก็น้องบอกว่า Ramที่แปลว่า‘แกะ’ นี่นา Ram ที่แปลว่าแกะมันหมายถึงแกะตัวผู้ ถ้าจะตั้งชื่อให้ดูเข้ากับน้องมันก็ควรจะเป็Ewe ที่แปลว่าแกะตัวเมีย หรือไม่ก็ lamb ซึ่งดูเข้ากับน้องแบบสุดๆเพราะนอกจากจะแปลว่าลูกแกะ มันยังสามารถหมายถึงคนไร้เดียงสาหรือไม่ก็หนูน้อยอะไรเทือกนั้นแต่ถ้าดูจากวิธีที่พี่แกตั้งชื่อให้ตัวเองก็คงไม่แปลกอะไรแล้วล่ะที่จะเป็ Ram”
พี่หมอพยายามอธิบายให้คนที่อ่อนภาษาสองคนที่นั่งอยู่ในรถได้เข้าใจ
“บางทีพี่แกอาจจะอยากให้มันพ้องกับRAM(Random-Access Memory) ก็ได้นะคะ” น้องพริมกล่าว
“จริงด้วยไหนๆก็เขียนโปรแกรมทั้งทีนี่นะ ฮ่าๆๆ” พี่หมอดูเหมือนจะเห็นด้วย
ฉัน: ”.....................”
******
ตลอดทางที่เหลือที่เราคุยกันก่อนที่จะมาถึงหอพักของฉันโดยส่วนใหญ่แล้วเป็พี่หมอและน้องพริมคุยกันด้วยภาษาที่ฉันไม่เข้าใจส่วนใหญ่มันจะเป็คำที่ใช้ในเชิงเทคนิคโดยมากและดูเหมือนว่าความรู้ของพี่หมอก็กว้างขวางพอที่จะรวมไปถึงทางด้านไอทีด้วยอย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เข้าใจไปเสียทั้งหมดมีบางอย่างที่ฉันเองก็ฟังบทสนทนาของทั้งคู่เข้าใจเหมือนกันนั่นก็คือ.............น้องพริมเองก็สายตาสั้น
จะว่าไปแล้วปัญหาสายตาสั้นในยามนี้ก็เป็ปัญหาระดับโลกเลยก็ว่าได้เพราะในปัจจุบันการจ้องหน้าคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนตลอดทั้งวันนั้นแทบจะกลายเป็เื่ปกติหากพิจารณาถึงจุดนี้การที่พี่กานเลือกที่จะเรียนความเชี่ยวชาญทางด้านจักษุแทนที่จะตามกระแสอย่างการเป็ศัลยแพทย์หรือทันตแพทย์ก็ดูเป็ความคิดที่ฉลาดขึ้นมาทันทีเพราะนอกจากปัจจัยเสี่ยงที่จะเพิ่มโอกาสของปัญหาด้านสายตาเพิ่มขึ้นสำหรับคนในยุคปัจจุบันแล้วมันก็ยังมีอาการสายตายาวที่คนทุกคนจะต้องเป็เมื่อแก่ตัวลงและก็ยังมีพวกที่เกิดมาก็มีปัญหาเลยแบบฉันอยู่ด้วย
แต่ก็อย่างว่าแหละไอ้ปัญหาพวกนี้มันก็ไม่ได้จำเป็ต้องพึ่งจักษุแพทย์ซะทีเดียวแค่ช่างตัดแว่นหรือนักทัศนมาตรก็พอจะช่วยปัญหาเทือกนี้ได้แล้วอย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบใส่แว่นหรือบางทีอาจจะมีปัญหากับการใส่คอนแทคเลนส์สำหรับคนกลุ่มนี้การทำเลสิกที่ต้องพึ่งจักษุแพทย์ก็เป็ความคิดที่ดีไม่น้อยเลย
สิ่งหนึ่งที่คนมักจะเข้าใจผิดก็คือสายตาสั้นกับสายตายาวตอนแก่นั้นหักลบกันได้มันทำไม่ได้นะ อย่าคิดว่าเล่นเกมอยู่หน้าจอคอมทั้งวันให้สายตาสั้นแล้วค่อยไปสายตาปกติตอนแก่ได้
แต่มันทำให้ฉันตระหนักได้ถึงบางสิ่งบางทีเทพเ้าแห่งการสายตาสั้นอาจจะดลบันดาลให้เกิดเื่ทั้งหมดนี้ขึ้นก็ได้ บางที...ท่านอาจเป็ตัวตั้งตัวตีให้พวกเราได้มาพบกัน การพบพานแห่งโชคชะตา…โอ้ว มันคือพรมลิขิต
ถ้าฉันต้องบูชาเทพสักตนก็ควรเป็เค้าใช่มั้ยนึกถึงชีวิตของเทพเ้าตนนี้ในวัยเด็กสิบางทีเขาอาจเกิดมาจากพ่อแม่ซึ่งเป็เทพกับแว่น ทำให้มีสายเืครึ่งเทพครึ่งแว่นแล้วเขาก็ถูกตั้งชื่อเห่ยๆ จากพ่อแม่ของตนชีวิตวัยเด็กที่แสนรันทดจากการถูกล้อชื่อเห่ยๆ ทำให้เขาเลือกที่จะไม่ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเขาเลือกที่ใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอม สร้างเพื่อนในโลกออนไลน์แทน
ในโลกออนไลน์เขาเป็ได้อย่างเหลือเกินเขาสมารถเป็ผู้กล้า จอมมารหรือแม้แต่นักเลงคีย์บอร์ดนั่นทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายโลกออนไลน์ กิจกรรมหลายอย่างที่เขาไม่จำเป็ต้องเสียเหงื่อแต่ก็ทำได้แม้จะนอนในห้องตลอดทั้งวันนั่นทำให้เขาเอาแต่ขลุกอยู่หน้าจอคอม
ไม่นานเขาก็สายตาสั้นจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็เวลานานเขามีปัญหากับสายตาสั้นแบบนี้เมื่อต้องโตเป็ผู้ใหญ่เขาต้องหาแว่นสักอันเพื่อมาทำสายตาของเขากลับมาเป็ปกติ มาทำให้โลกของเขาสดใสไม่ขุ่นมัวอย่างที่เป็อยู่ทุกวันนี้
เขาไปปรึกษาแม่ที่เป็แว่นของตนเพื่อให้หาแว่นดีๆสักอันแต่งกับเขาแต่เผ่าพันธุ์แว่นนั้นปฏิเสธเขาเพราะเขามีเืของเทพอยู่ในตัวเขายังไม่ได้ยอมแพ้ซะทีเดียวและยังคงตามหาว่าจะมีแว่นใดที่ยอมรับในตัวเขาได้รับในสิ่งที่เขาเป็
และเปลี่ยนโลกที่ไม่ชัดเจนนี้ให้กลับมาสวยงาม
วันแล้ววันวันเล่าแว่นแล้วแว่นเล่าไม่เคยมีแว่นไหนที่คิดจะจริงใจกับเขาซึ่งมีเืของเทพอยู่ในตัวเลยจนในที่สุดเขาก็ต้องยอมแพ้กับเผ่าพันธุ์ของแว่น
เขาเลือกที่จะหันไปหาสายเืของพ่อเขาที่เป็เทพแทนเหลือเชื่อที่เหล่าทวยเทพนั้นเปิดรับเขาเป็อย่างมากพวกเทพไม่ได้กีดกันสายพันธุ์ที่แตกต่างเช่นที่พวกแว่นทำกับเขาที่นี่เขาพบกับครึ่งเทพมากมายทั้งคนที่มีท่อนล่างเป็มนุษย์และท่อนบนเป็ม้าหรือครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ และเขาเริ่มพอใจกับเพื่อนกลุ่มใหม่ของตน
อย่างไรก็ตามวันเวลาที่แสนสุขนั้นก็ผ่านไปรวดเร็วเหลือเกินเมื่อเหล่าครึ่งเทพทุกตนต่างมีความสามารถที่เหนือกว่าปกติพวกเขาบางคนมีกำลังมหาศาลบางคนมีความแม่นยำอย่างเหลือเชื่อและบางคนก็รวดเร็วเกินกว่าจินตนาการ
แล้วพอเขาหันกลับเข้ามามองตัวเองเขาเห็นเพียงแค่ชายสายตาสั้นที่ไม่มีอะไรเลย ปากเก่งในบางครั้งที่อยู่ในโลกออนไลน์เป็เทพแค่ในเกม ไม่เคยจะพึ่งพาได้เลยในโลกแห่งความเป็จริง
แม้แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่ควรจะขาดเขาก็ขาดมันไปวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของเทพเขาจะมีวิสัยทัศน์กว้างไกลได้อย่างไรถ้าเขายื่นมือออกไปแล้วก็มองมือของตัวเองไม่ชัด
เขาพยายามทำหน้าที่ของตนในการช่วยเหลืุ์อย่างสุดความสามารถเขาไม่ได้มีพลังสุดยอดอย่างเพื่อนของเขาแต่กระนั้นเขาเชื่อว่างานที่น่าเบื่อเช่นการเฝ้ามองมนุษย์นั้นเป็สิ่งที่เขาทำได้ดี
เขาเคยจ้องแค่หน้าจอทั้งวันทั้งคืนและเขาทำมันได้ติดต่อกันนานหลายปีจนเขาสายตาสั้นแม้ว่ามันจะต่างกันเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้มองว่ามันน่าเบื่อ บางทีก็มีบทสนุกมีบทเศร้า บทรัก ละครชีวิตของมนุษย์นั้นเป็สิ่งที่น่าประทับใจในสายตาครึ่งเทพครึ่งแว่นเช่นเขา
เขาเฝ้ามองมนุษย์มากกว่าเทพตนไหนๆและเขาก็ตั้งใจมองกว่าใครๆเพราะถ้าเขาไม่ได้เพ่งสมาธิมากพอภาพที่เขาเห็นมันจะเบลอ
จนกระทั่งในวันหนึ่งเขาได้เจอกับกลุ่มคนสายตาสั้นเขาตระหนักได้ทันทีว่าชีวิตของคนพวกนี้มีบางอย่างที่รอพวกเขาอยู่ข้างหน้า บางอย่างที่น่าตื่นตาตื่นใจ เขาชักนำคนสายตาสั้นเ่าั้เพื่อให้มาพบกันเพี่อที่เขาจะได้ไม่ต้องดูหลายจอ เขาทำเช่นนั้นและเฝ้ารอวันที่คนกลุ่มนี้จะจรัสแสงโอ้...หญิงอ้วนที่สายตาสั้นคนนั้นฉันหวังว่าเธอจะไม่ได้ลดน้ำหนักอย่างเสียเปล่านะ......
หลังจากที่ฉันจินตนาการเกี่ยวกับเทพสายตาสั้นเสร็จรถพี่หมอก็มาถึงหอพักของฉันพอดี
ฉันว่าฉันมีทักษะในการเล่าเื่นะบางทีฉันอาจจะเอาพล็อตเื่ประมาณนี้ไปลงในเว็บนิยายที่ไหนสักแห่ง
ฉันเดินลงจากรถแล้วกล่าวคำลาพี่กานและน้องพริมจากนั้นจึงเดินขึ้นหอพักของฉันฉันว่าฉันควรเล่าเื่นี้ให้นายแว่นฟังบางทีพวกเราอาจจะมีลัทธิบูชาเทพสายตาสั้นเป็ของตัวเอง
จะว่าไปพี่ลายเมฆเหมือนจะพูดบางอย่างเกี่ยวกับการแต่งหน้าด้วยนี่นะเหมือนว่าบางทีฉันต้องหาคนที่ดูปกติๆบางคนมาช่วยฉันเื่นี้
ปัญหาคือฉันจะไปคนอย่างว่านั่นจากไหนเพราะดูเหมือนคนปกติที่สุดที่ฉันรู้จักที่เป็ผู้หญิงคือพี่หมอและเธอช่วยฉันไม่ได้
ฉันต้องหาคนที่เข้าใจแฟชั่นสมัยนี้ด้วยเพราะฉะนั้นตัดพี่ที่ทำงานไปได้เลย
พอมาคิดดูดีๆแล้วตอนนี้ฉันรู้จักผู้หญิงคนอื่นที่เป็สาววัยเดียวกันอยู่ไม่กี่คนเองนี่นา พี่หมอน้องน้ำ น้องพริม แค่เนี๊ยะ พี่หมอและน้องพริมพึ่งพาเื่นี้ไม่ได้แน่นอนเหลือก็แค่น้องน้ำ...
ฉันหยิบโทรศัพท์ของฉันขึ้นมาจากนั้นโทรไปหาเติม
“ว่าไง”เสียงเติมดังมาจากปลายสาย พอเป็เวลาดึกๆดื่นๆหมอนี่มันรับเร็วผิดคาดเลยแฮะ
“ภารกิจต่อไปของฉันฉันว่าน้องน้ำน่าจะช่วยฉันได้นะ”
“ภารกิจอะไรของหล่อนเนี่ย..”
“เรียนวิธีแต่หน้า..................”
*********************************************************************************
writter กลับมาแล้ว ตอนนี้ว่างแบบ... ว่างสุดๆ เรียนก็ไม่ได้เรียน งานการก็ยังหาไม่ได้ 555 หวังว่าก่อนที่จะหางานได้ write จะเขียนเื่นี้ให้จบก่อน