อีกครั้งหนึ่งที่เด็กสาวต้องบีบมือหล่อนอย่างปลอบใจ รู้ดีว่าที่หล่อนพูดออกมาอย่างนั้นมันหมายถึงอะไรเพราะครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นผู้ชายคนหนึ่งเป็ลมล้มพับลงกับบาทวิถีข้างทาง แต่ผู้คนกลับเดินผ่านเขาไปอย่างไม่แยแส มันมิได้หมายความว่าคนเ่าั้ไร้น้ำใจ เพียงแต่พวกเขาไม่้าพาตัวเข้าไปข้องเกี่ยวด้วยเท่านั้น เช่นที่แดนนี่กำลังแสดงให้เห็นอยู่ขณะนี้ จะมีก็แต่เธอซึ่งไม่ได้มีความคิดเช่นเดียวกับพวกเขาจึงได้โทรศัพท์เรียกรถพยาบาลและยังนั่งรอเป็เพื่อนจนกระทั่งรถมาถึง ดังนั้นเธอก็จะช่วยผู้หญิงคนนี้ด้วยเช่นกัน
“ฉันจะช่วยคุณเอง...” เธอบอก “ฉันจะไปเรียกแท็กซี่ให้แล้วก็จะ...”
“กรุณาอย่าเพิ่งทิ้งฉันไปนะคะ...” หางเสียงของหญิงสาวบอกความตระหนก
“จะให้ฉันโทรตามใครก็ได้นะคะ...”
“นิค...ค่ะ...เขาจะมาทันที...ฉัน..โอ...” เธอครางออกมาบีบมือราเชลจนซีดขาว
“คุณเจ็บท้องคลอดแล้วหรือคะนี่..?” ราเชลถามอย่างใ
“ใช่...ใช่ค่ะ” หญิงสาวหอบหายใจ “ตอนนี้มันเจ็บถี่ขึ้นเป็ลำดับแล้ว ฉันคิดว่าคงเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว…”
ราเชลไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเื่นี้แต่ก็พอจะเข้าใจในความรู้สึกของหญิงสาวผู้นี้ได้
“ตรงหน้าประตูสวนมีโทรศัพท์สายด่วนติดตั้งอยู่ ฉันจะโทรตามรถพยาบาลกับคนที่ชื่อนิคให้คุณนะคะ”
“แค่เรียกรถพยาบาลก็พอค่ะ...” หล่อนให้คำแนะนำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ขณะเดียวกันก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือ “นี่เป็โทรศัพท์คลินิกเอกชนค่ะ” หล่อนบอกขณะยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ราเชล “ฉันชื่อเคย์ เล็นนอกซ์...ต้องบอกไว้ก่อนเผื่อว่าทางโรงพยาบาลจะถามมา สำหรับนิคไว้ตามตัวเขาทีหลังก็ได้”
ราเชลดึงมือออกจากการเกาะกุม ขยับนิ้วเพื่อให้เืไหลเวียนเป็ปรกติ
“ฉันจะโทรไปที่คลินิกตอนนี้เลยแล้วก็จะ...”
“ราเชล...!” แดนนี่หมดความอดทนที่จะยืนคอยจึงสืบเท้าเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้หญิงทั้งสอง “เราจะต้องกลับกันแล้วนะ” เขาพูดเสียงเข้ม ดุดัน
เธอเลียริมฝีปากอย่างใจไม่ดี เพราะรู้อยู่ว่าเขาจะต้องไม่พอใจกับสิ่งที่เธอจะพูดตอนนี้แน่
“คือ...ตอนนี้มิสซิสเล็นนอกซ์กำลังจะคลอดลูก...” เธอเอ่ยขึ้นเป็เชิงอธิบาย
“ก็เห็นอยู่แล้วนี่” เขากระแทกเสียงใส่
สาวน้อยส่ายหน้าช้าๆ อย่างอ่อนใจพร้อมกับลุกขึ้นยืน
“ฉันหมายถึงกำลังจะคลอดอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว” เธอพูดกับเขาอย่างใจเย็น “ฉันกำลังจะไปเรียกรถพยาบาล...”
“ถ้ายังงั้นก็ตัดผมออกไปได้เลย” เขาสวนขึ้นทันควันเช่นที่เธอนึกรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องพูดอย่างนั้น “ราเชล ... คุณอย่าไปยุ่งกับเื่อย่างนี้หน่อยเลยน่า...!”
“ฉันเห็นจะไม่ยุ่งไม่ได้หรอก” เธอสะบัดหน้าอย่างขุ่นเคือง “นี่คุณไม่เห็นหรือไงว่า...”
“ผมเห็น..ว่าคุณกำลังตั้งใจจะทำอะไรอยู่ แต่ผมก็จะต้องเข้าห้องเรียนเหมือนกัน” เขาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงชาเย็น “เอาไว้เมื่อคุณเสร็จเื่เรียบร้อยแล้วค่อยบอกผมก็แล้วกัน..แม่พี่เลี้ยง...!” พูดจบเขาก็เดินกระแทกเท้าปึงปังออกไป
“แดนนี่..!” เธอวิ่งตามไปทันและคว้าแขนไว้ “ฉันคิดว่าคุณจะช่วยอยู่เป็เพื่อนมิสซิสเล็นนอกซ์ตอนที่ฉันไปโทรศัพท์ก่อนเสียอีก...” เธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน
“ถ้างั้นคุณก็คิดผิดแล้วละ” สีหน้าเขาบึ้งตึงด้วยความโกรธ “นี่คุณบ้าไปแล้วหรือยังไงราเชล...เื่นี้น่ะมันไม่ได้จบลงเพียงแค่โทรศัพท์เรียกรถพยาบาลหรอกนะ เพราะหล่อนจะต้องเรียกร้องให้คุณไปเป็เพื่อนที่โรงพยาบาลด้วย”
“จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ขอร้องให้ฉันทำหรอก แดนนี่” เธอปล่อยมือที่จับแขนเขาอยู่ลง “ฉันเป็คนเสนอตัวเอง...”
“งั้นคุณก็ทำไปคนเดียวแล้วกัน..!” เขาสะบัดหน้า “คุณมันชอบยุ่งกับเื่คนอื่นอยู่แล้วนี่ ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคุณไม่ปล่อยผู้หญิงคนนั้นไว้ตามลำพัง...?”
“แล้วก็ปล่อยให้เขาคลอดลูกบนม้ายาวกลางสวนสาธารณะแบบนั้นน่ะเรอะ...?” ดวงตาของเธอเป็ประกายขึ้นมาทันที
“เขาคงไม่ถึงกับจะขนาดนั้น..”
“เขาต้องถึงขนาดนั้นแน่ถ้าฉันไม่รีบไปโทรศัพท์ สวัสดีนะแดนนี่”
“ราเชล...”
เธอมองเขาด้วยสายตาเ็า รู้สึกผิดหวังอย่างแรง ที่ในที่สุดเขาก็เป็อีกคนหนึ่งในจำนวนผู้ไร้น้ำใจ พวกที่ไม่้าเอาตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ไม่ใช่เื่ของตน
“ก็ฉันบอกคุณแล้วไงล่ะว่าสวัสดี” ครั้งนี้เธอเป็ฝ่ายหันหลังให้เขาพร้อมกับรีบสาวเท้าก้าวห่างออกไป...เมื่อเธอหันหลังกลับมามองอีกครั้ง ก็เห็นภาพแดนนี่ที่กำลังสาวเท้าอย่างรีบเร่งมุ่งหน้าไปทางมหาวิทยาลัย มันทำให้เธอสงสัยว่าจะยังอยากออกเดตกับเขาอีกหรือไม่...บางที...การเลิกคบกันไปเลยน่าจะเป็ทางออกที่ดีที่สุด เพราะเธอไม่อาจทนคบกับคนไร้น้ำใจอย่างเขาได้
เธอรีบโทรศัพท์ไปที่คลินิกเอกชนแห่งนั้น บอกตำแหน่งที่นั่งในสวนสาธารณะให้ก่อนจะรีบรุดกลับมาอยู่เป็เพื่อนมิสซิสเล็นนอกซ์
“ขอบใจมากนะคะ” เคย์มีท่าทางสบายใจขึ้นมาก “คุณช่างมีน้ำใจต่อฉันเหลือเกิน จริงๆ แล้วกำหนดคลอดของฉันอีกตั้งสามอาทิตย์นะคะ ฉันก็เลยคิดเอาเองว่า ถ้าออกไปหาซื้ออะไรนิดหน่อย ๆ ก็คงจะไม่เป็ไร นิคคงจะโมโหมากเลยละนี่.. ถ้ารู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของหล่อนบอกความวิตกอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ชายคนนั้นจะต้องใจร้ายมากถ้าคิดโกรธภรรยาเพียงเพราะหล่อนจะคลอดลูกก่อนกำหนดถึงสามอาทิตย์
“แต่ฉันคิดว่าเขาจะต้องเข้าใจนะคะ” ราเชลปลอบด้วยสุ้มเสียงแ่เบา
“คุณไม่รู้จักนิคถึงพูดได้แบบนี้..” เคย์พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
และเธอก็ไม่แน่ใจว่าจะอยากรู้จักผู้ชายใจร้ายพรรค์นั้นเหมือนกัน...! ท่าทางของเคย์ดูจะวิตกกับความไม่พอใจของสามีมาก ที่จริงแล้ว เขาควรจะได้รับคำอธิบายให้เข้าใจว่าทารกทั้งหลายในโลกนี้ไม่เคยรู้ล่วงหน้าเลยว่าตัวเองจะต้องออกมาดูโลกเมื่อใด...!
“แล้วฉันจะโทรไปบอกเขาให้ค่ะ” สาวน้อยให้คำมั่นอีกครั้ง “ทันทีที่เราส่งคุณถึงมือหมอเสียก่อน ฉันแน่ใจนะคะว่าเขาจะต้องลืมความโกรธไปเลยถ้าได้เห็นลูก...”
เคย์นิ่วหน้าบ่งบอกถึงอาการเจ็บท้องที่คุกคามอยู่อีกครั้ง
“แต่ฉันยังสงสัยนะคะ... เพราะที่เขาพูดกับฉันเมื่อเช้านี้ก็คือ... อย่าทำเื่ง่ายให้เป็เื่ยาก”
ราเชลฟังแล้วรู้สึกไม่ใคร่ชอบนิค เล็นนอกซ์ เอาเสียเลยแต่ก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมาให้เคย์เห็นแม้ขณะที่นั่งเป็เพื่อนไปในรถพยาบาลด้วย ซึ่งเมื่อไปถึงคลินิก เคย์ก็ถูกพาตัวเข้าห้องเตรียมคลอด ขณะที่ราเชลอยู่ในห้องพักรอ
หลังจากเวลาผ่านไปนานพอสมควร นายแพทย์ก็ออกมาบอกเธอว่า คงจะอีกหลายชั่วโมงกว่าที่เคย์จะคลอด และเนื่องจากเธอได้ต่อโทรศัพท์ไปหาสามีของหล่อนตามเบอร์ที่เคย์ให้ไว้ แต่ก็ต้องหงุดหงิดกับเครื่องบันทึกเสียงที่ตอบกลับมาเพียงว่า “ขอโทษ ที่ขณะนี้ผมยังติดธุระอยู่ไม่อาจรับโทรศัพท์ได้ กรุณาฝากข้อความไว้แล้วผมจะโทรกลับ” ราเชลจึงตัดสินใจว่าควรจะนั่งรอจนกว่าจะได้พูดกับเขาโดยตรงและรอพบที่โรงพยาบาลก่อนดีกว่า
ในห้องพักรอมีนิตยสารสองสามเล่มวางไว้ให้อ่านฆ่าเวลา แต่ไม่มีเล่มไหนที่จะจับความสนใจของเธอไว้ได้เลยแม้เวลาจะผ่านไปเป็ชั่วโมงจนเกือบจะถึงเวลาอาหารค่ำอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่มีข่าวคืบหน้าเกี่ยวกับอาการของเคย์ ทั้งมิสเตอร์นิค เล็นนอกซ์ก็ยังไม่โผล่ศีรษะมาให้เห็น
เธอลองโทรศัพท์กลับไปที่หมายเลขเดิมอีกครั้ง ซึ่งก็ต้องพบกับเทปบันทึกเสียงอีกเช่นเคย เพียงแต่ครั้งนี้เธอฝากข้อความไว้ ว่าให้เขามาที่โรงพยาบาลโดยด่วน..ซึ่งเธอเดาเอาว่าลูกของเขาคงจะออกมาดูโลกก่อนที่พ่อจะปรากฏตัวขึ้นที่โรงพยาบาลแน่ ๆ ...
ขณะที่เธอกำลังอารมณ์กรุ่นอยู่นั้น นายแพทย์ก็เดินเข้ามาในห้อง
“นี่มิสเตอร์เล็นนอกซ์ยังไม่มาอีกหรือครับ?” เขาเลิกคิ้วแสดงความแปลกใจ
“คิดว่ายังค่ะ” เธอตอบอย่างเสียไม่ได้
“ถ้าอย่างนั้น...ในสถานการณ์อย่างนี้..เอ... คุณเป็คนพามิสซิสเล็นนอกซ์มาส่งโรงพยาบาลใช่ไหมครับ?”
“ใช่ค่ะ” เธอตอบงง ๆ
“ผมคิดว่าคงจะอีกสักชั่วโมงกว่าจะคลอดและตอนนี้มิสซิสเล็นนอกซ์ก็เฝ้าแต่ถามหาสามีเธอตลอดเวลาคุณช่วยเข้าไปคุยกับเธอสักครู่ได้ไหมครับ อย่างน้อยก็เพื่อยืนยันให้เธอสบายใจว่าตอนนี้คุณได้ติดต่อกับสามีของเธอแล้ว”