ตอนที่2 สืบข้อมูล
ครั้นไป๋เจ๋อออกจากห้องพักคนป่วยแล้วไช่อิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจสอบไอดีวีแชตของเขาอีกครั้งด้วยความสนใจพลางเบิกตากว้างตกตะลึงแล้วพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาว่า
“โอ้โฮ! หมอไป๋หล่อขนาดนี้เลยหรือเนี่ยมองยังไงก็เหมือนเซียวจ้านจริง ๆ อยากรู้ซะจริงว่าถ้าถอดหน้ากากแล้วหน้าตาจะหล่อแบบนี้ไหม”
หญิงสาวเห็นรูปโพรไฟล์ของเขาแล้วเธอตกตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตาพลางอยากเห็นใบหน้าแท้จริงของเขาที่ไม่มีหน้ากากอนามัยขวางกั้นไว้กระนั้นเธอรู้ดีว่าในเวลานี้ตนจะต้องรีบไปทำธุระอื่นให้แล็วเสร็จโดยเฉพาะการที่เธอหายตัวไปหลายชั่วโมงจากตระกูลหลงซึ่งอาจเกิดปัญหาร้ายแรงตามมาได้
เธอรีบสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมพลางจ้องมองใบหน้าตนเองแล้วลูบคลำอย่างไม่เชื่อสายตาเพราะไม่คิดว่าร่างใหม่จะมีความสวยงามซ่อนรูปขนาดนี้
“โอ้โฮ! นี่ฉันได้ร่างใหม่สวยขนาดนี้หรือเนี่ยแล้วทำไมแต่งตัวยังกะยัยป้าข้างบ้านได้ล่ะ หน้าอกก็ใหญ่กว่าร่างเดิมฉันอีกสูงกำลังพอดีมาตรฐานหญิงเอเชีย เดี๋ยวเหอะ!รอให้ฉันมีเงินเยอะกว่านี้ก่อน แล้วจะแปลงโฉมให้สามีรักสามีหลงเลยเชียว คอยดูเถอะ!”
ไช่อิงจ้องมองตนเองต่อหน้ากระจกในห้องสุขาพลางเอียงซ้ายเอียงขวาเมียงมองใบหน้าและเรือนร่างใหม่อย่างมีความสุขด้วยความสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเิเ ผมยาวตรงสีดำขลับดวงตากลมโตั์ตาสีน้ำตาลอ่อน ขนตางอนยาวกำลังพอดี รูปร่างดีมีส่วนเว้าโค้งพอเหมาะทว่าความสวยงามถูกบดบังด้วยเสื้อผ้าล้าสมัยดังป้าข้างบ้านซึ่งทำให้เธอดูแก่เกินวัย
หญิงสาวหมายมั่นที่จะพลิกโฉมใหม่เพื่อมัดใจสามีให้ได้เธอพบว่าตนเองตกหลุมรักเขาั้แ่วินาทีแรกที่ลืมตามองเห็นโดยไม่ได้สนใจเื่ความพิการของเขาแม้แต่น้อยพลางตั้งใจที่จะหาทางช่วยเหลือเขาให้หายจากความพิการด้วยทักษะแพทย์แผนจีนที่ตนมีอยู่จากการถือกำเนิดในชาติที่สอง
เธอถอนหายใจเพราะต้องกลับคืนสู่ความเป็จริงในเวลานี้โดยละเื่การพัฒนาบุคลิกภาพของตนไปก่อน แล้วตรวจสอบเงินในกระเป๋าซึ่งมีเหลืออยู่เพียงสองร้อยหยวนขณะเงินในบัญชีและเงินเดือนประจำซึ่งได้รับจากครอบครัวหลงถูกโอนไปให้ครอบครัวไช่จนหมดสิ้น
“เหลือเงินแค่สองร้อยหยวนเองหวังว่าจะพอจ่ายค่ารักษานะ”
ไช่อิงจ้องมองธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนภายในมือสองฉบับอย่างกังวลใจเธอไม่คิดว่าเกิดใหม่รอบนี้จะมีชีวิตที่ยากจนข้นแค้นยิ่งนักกระนั้นเธอไม่คิดว่าตนจะอับจนหนทางนานเกินไปเพราะเธอยังมีไพ่ลับในมืออีกหลายอย่างซึ่งไม่เคยบอกใครและไม่คิดจะบอกใครด้วย
หญิงสาวตั้งใจที่จะอยู่ต่อไปในร่างของไช่อิงแล้วใช้ชีวิตให้ดีจนกว่าเธอจะจากไปหรือมีเหตุการณ์พลิกผันจนต้องไปเกิดใหม่อีกรอบพลางยักไหล่อย่างปลงตกและไม่กังวลใจต่อสิ่งใดอีกแล้วเริ่มดำเนินตามแผนการไปทีละขั้นว่า
“ไปจ่ายค่ารักษาก่อนแล้วกันเหลือเท่าไรค่อยว่ากันใหม่ คนเก่งอย่างฉันจะอับจนแค่เื่หาเงินเท่านี้เหรอ”
หญิงสาวพึมพำพลางยิ้มมุมปากอย่างมีความหมายเธอเดินออกไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลในทันทีโดยวางแผนที่จะจ่ายเงินเพียงครึ่งเดียวเพื่อให้มีเงินเหลือไว้สำหรับใช้จ่ายฉุกเฉินเนื่องด้วยยังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงวันสิ้นเดือนเพื่อรับเงินเดือนใหม่
อนึ่งเงินเดือนจากทางตระกูลหลงสำหรับจ่ายให้ในฐานะสะใภ้อย่างเธอทว่าเธอต้องโอนเงินให้พ่อแม่ไว้ใช้จ่ายอีกด้วย ฉะนั้นแต่ละเดือนเธอจึงมีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายส่วนตัวเพียงสองถึงสามร้อยหยวนเท่านั้น
ครั้นเธอไปสอบถามค่ารักษาพยาบาลกลับพบว่ามีค่าใช้จ่ายรวมเบ็ดเสร็จอยู่เพียงหนึ่งร้อยหยวนเท่านั้นเธอตัดสินใจจ่ายทั้งหมดในทันที แล้ววางแผนจะทำคุกกี้มาขอบคุณไป๋เจ๋อเหมือนเดิมเพื่อตอบแทนน้ำใจที่เขาอุตส่าห์พาตนมาส่งโรงพยาบาล
ไช่อิงเดินออกมารอรถแท็กซี่อยู่หน้าโรงพยาบาลพลางกวาดตามองสำรวจรอบตัวเพื่อซึมซับบรรยากาศเกิดใหม่ในสถานที่แห่งใหม่เธอพบว่าตอนนี้เป็เวลายี่สิบนาฬิกา ฉะนั้นทางครอบครัวหลงที่มีการรับประทานอาหารเย็นร่วมกันทุกคนอย่างเป็แบบแผนคงจบสิ้นไปแล้วเธอกำลังมองหาร้านอาหารข้างทางเพื่อซื้ออาหารราคาถูกกินประทังความหิวโหยไปก่อน
พลันมีเสียงแตรรถดังลั่นอยู่ด้านหลังเธอจึงหันขวับไปมองด้วยความสงสัยใคร่รู้แล้วตาโตเป็ประกายด้วยความยินดีเพราะเหลือบเห็นไป๋เจ๋อเดินลงมาจากรถบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นล่าสุดในชุดลำลองซึ่งไม่มีหน้ากากอนามัยหรือเสื้อกาวน์คลุมทับดังเดิม
“ให้ผมไปส่งดีไหมครับ”
ไป๋เจ๋อส่งยิ้มกว้างมาแต่ไกลเขามั่นใจว่าเธอจะจดจำได้ว่าตนเป็ใครเนื่องจากเหลือบเห็นรอยยิ้มกว้างจากเธอซึ่งทำให้ตนมีความสุขเป็อย่างมาก จึงกล่าวอาสาไปส่งเธอทันที
เขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบเธอพอดีโดยตั้งใจรีบสะสางงานเพื่อหวังมีโอกาสพบเธออีกครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะได้พบเธอจริง ๆจึงรีบบีบแตรเรียกเธอไว้พร้อมลงไปกล่าวชวนอย่างมีความหวังอีกครั้งว่า
“สวัสดีครับคุณไช่อิงผมเพิ่งเลิกงานพอดี ให้ผมไปส่งคุณดีไหมครับ”
ไช่อิงกำลังจะอ้าปากตอบรับคำชวนจากเขาพลันนึกขึ้นได้ว่าหากให้เขาไปส่งยังคฤหาสน์ตระกูลหลง เธอจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักเพราะหายตัวไปทั้งวันแล้วยังกลับมาบ้านโดยมีชายหนุ่มหล่อเหลามาส่งอีกด้วย
หากให้เขาไปส่งซอยแคบแล้ววันหลังเขาแวะไปถามหาเธอกับคนแถวนั้นย่อมจะสร้างปัญหาตามมาได้แน่นอน เธอได้แต่ลอบถอนหายใจด้วยความเสียดายก่อนตอบปฏิเสธไปอย่างไม่เต็มใจนักว่า
“ไม่เป็ไรค่ะคุณหมอพอดีฉันกำลังรอให้เพื่อนมารับอยู่ อีกเดี๋ยวก็คงมาแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
หญิงสาวรีบตอบพร้อมโค้งคำนับขอบคุณเขาด้วยความซาบซึ้งใจเธอรู้ดีว่าตนอยู่ในสถานะใด จึงไม่้าสร้างความลำบากใจให้กับเขาโดยหวังว่าเขาจะเข้าใจในเจตนาของตน
ไป๋เจ๋อนิ่งอึ้งอย่างคาดไม่ถึงและรู้สึกผิดหวังในทันทีเขาพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจแต่ต้องทำใจยอมรับความจริงแล้วกล่าวลาเธออย่างสุภาพว่า
“ไม่เป็ไรครับไว้ถ้ามีโอกาสหน้าค่อยเจอกันใหม่ อย่าลืมระมัดระวังตัวด้วยนะครับอย่าไปเที่ยวสถานที่อันตรายอีก”
ชายหนุ่มไม่ลืมกำชับหญิงสาวอีกครั้งด้วยความห่วงใยเขารู้สึกได้ว่าภาพหญิงสาวผมยาวตรงสีดำท่าทางจริงใจ ถึงแม้จะแต่งกายไม่ทันสมัยจนเหมือนคุณป้าข้างบ้านทว่าด้วยการแสดงออกอย่างเป็ธรรมชาติของเธอได้สร้างความประทับใจให้กับเขาไม่รู้ลืม
ไช่อิงเหลียวมองตามหลังรถยนต์ของไป๋เจ๋อห่างออกไปไกลเธอได้แต่ถอนหายใจที่ตนต้องโกหกเขา พลางทอดตามองเห็นรถเข็นขายอาหารอยู่ข้างทางซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนห่างออกไปราวสองร้อยเมตรพอดีจึงรีบเดินข้ามถนนตรงไปยังรถเข็นขายอาหารในทันใดเพราะท้องส่งเสียงประท้วงออกมาแล้ว
หญิงสาวรับประทานซุปผักคราวเดียวสองชามด้วยความหิวโหยเพราะยังไม่ได้รับประทานอะไรั้แ่เช้าเธอคาดเดาว่าตนน่าจะได้รับพิษในตอนรุ่งเช้าเพราะต้องตื่นขึ้นมาตรวจสอบอาหารกับแม่ครัวตามหน้าที่รับผิดชอบซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้นำตระกูลหลง
เธอจำได้ว่าตนเองดื่มน้ำในขวดซึ่งมีคนตั้งไว้แล้วบอกว่าเป็ยาบำรุงทั้งก่อนหน้าเธอได้รับคำสั่งจากผู้นำตระกูลหลงหาทางตั้งครรภ์กับสามีโดยเร็ว ร่างเก่าจึงดื่มโดยไม่คิดอะไรเพราะนึกว่าผู้นำตระกูลเป็คนสั่งมาให้เธอมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่ามีคนผสมยาพิษสลายกำลังในขวดเครื่องดื่มบำรุงร่างกายพลางคิดหาตัวคนร้ายให้ได้ในแผนการถัดไป
อย่างไรก็ตามเธอจดจำเื่ราวหลังจากดื่มยาบำรุงแล้วรู้สึกอ่อนเพลียจนเรี่ยวแรงหดหายไม่ได้ทั้งหมดจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตนเข้าประตูผิดห้องโดยไปเข้าห้องสามีแทนเพราะ้านอนพักผ่อนทว่าองครักษ์กลับเข้ามาในห้องพอดีพร้อมกับได้ยินเสียงคำสั่งของสามีให้นำตัวเธอกลับคืนไปอยู่ในห้องนอนตนเองเธอพึมพำอย่างไม่แน่ใจต่อเหตุการณ์ทั้งหลายที่คลุมเครือว่า
“เอ! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ดูเหมือนฉันจะเข้าห้องผิด แต่ก็แปลกที่องครักษ์ของเขาไม่อยู่เฝ้าประตูฉันเปิดเข้าไปข้างในได้เลย แล้วสามีก็เพิ่งเข็นรถออกมาจากห้องน้ำแล้วหลังจากนั้นล่ะ องครักษ์โยนฉันกลับไปที่ห้องเหรอ มันเป็แบบนั้นใช่ไหม”
ไช่อิงขมวดคิ้วด้วยความงุนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะรู้สึกสับสนและไม่แน่ใจในทีเธอยังไม่เข้าใจด้วยว่าไปนอนอยู่บนเตียงในห้องตนเองได้อย่างไร แต่ความรู้สึกที่เธอค่อนข้างมั่นใจก็คือคล้ายกับองครักษ์ผลักตัวเธอออกจากเ้านายอย่างรุนแรง แล้วร่างเธอหมุนคว้างจนตำแหน่งทัดดอกไม้ฝั่งซ้ายไปกระทบเข้ากับเหลี่ยมโต๊ะข้างเตียงของเขาซึ่งอาจทำให้ร่างเก่าเสียชีวิตอย่างไม่ตั้งใจจนทำให้ิญญาเธอเข้ามาอยู่แทนที่กลายเป็ชาติที่แปดสำหรับตนเอง
เธอหยุดความคิดไว้เพียงเท่านั้นจนกว่าจะสืบค้นข้อมูลได้เพิ่มเติมและทำการวิเคราะห์หาสาเหตุใหม่ให้แน่ใจเธอชำระเงินค่าอาหารแล้วโบกมือเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งยังปากซอยแคบ
เธอจำเป็ต้องเข้าบ้านทางประตูหลังเหมือนเดิมเพราะไม่มีกุญแจสำหรับเปิดประตูรั้วหน้าบ้านเธอได้รับลูกกุญแจสำรองเข้าบ้านซึ่งเป็ประตูชั้นล่างด้านหลังคฤหาสน์เท่านั้นฉะนั้นจึงต้องเข้าบ้านผ่านเส้นทางลับของบรรดาคนรับใช้ทั้งหลายแทน
“เฮ้อ! ไม่รู้คุณสามีจะเป็ยังไงบ้างไว้พรุ่งนี้ค่อยทำอาหารอร่อย ๆ ให้กินแล้วกัน เื่อื่นค่อยว่ากันใหม่”
ไช่อิงพึมพำพลางจ้องมองหน้าต่างห้องนอนของสามีที่ยังคงเปิดไฟสว่างโร่แต่ปิดม่านมิดชิดจนมองไม่เห็นผู้คนหรือบรรยากาศภายในห้องนอนเขา
เธอเดินไปเปิดประตูห้องนอนตนเองซึ่งอยู่ใกล้กันโดยมีประตูเชื่อมระหว่างสองห้องอยู่ภายในทว่าถูกล็อกไว้อย่างแ่าจากฝั่งห้องสามีเพราะเขาไม่้ามีความสัมพันธ์กับเธอเขาจำเป็ต้องแต่งงานกับเธอเพื่อจบปัญหาบางอย่างซึ่งเธอไม่เข้าใจ
..........
ั้แ่ไช่อิงเดินโซซัดโซเซออกไปจากคฤหาสน์เธอไม่รู้ตัวสักนิดว่ามีสายตาสามคู่จ้องมองตนอยู่โดยมีสายตาคู่หนึ่งจ้องเขม็งอย่างไม่พอใจถึงขีดสุด
“สืบข่าวได้ว่าไง”
หลงปิงชายหนุ่มผู้หล่อเหลาและเป็สามีของไช่อิงกล่าวถามสององครักษ์ประจำตัวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเขายังคงมั่นใจว่าเธอเกี่ยวข้องในความพยายามเข้าหาตนเพื่อมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งซึ่งเป็ความ้าจากอาและอาสะใภ้ของตน
“สอบถามกับแม่ครัวแล้วเห็นว่ามีคนส่งพัสดุมาให้เธอั้แ่เมื่อวาน ผมส่งกล่องพัสดุไปตรวจสอบลายนิ้วมือและผู้จัดส่งอยู่ถ้าได้รายละเอียดเพิ่มเติมจะรีบรายงานครับผม!”
จิวหลุนชายหนุ่มผมเกรียนผิวขาวสะอาดตากล่าวตอบเ้านายหนุ่มตามจริงเขาไม่กล้าเรียกขานไช่อิงตามฐานะอันสมควรเพราะถูกเ้านายสั่งห้ามไว้ จึงต้องเรียกชื่อหรือสรรพนามอื่นแทน
“ให้ผมตามเธอไปไหมครับ”
เหลียงเกอชายหนุ่มผมเกรียนผิวเข้มกว่าจิวหลุนเล็กน้อยเขากล่าวถามเ้านายด้วยความเห็นใจหญิงสาวเพราะรู้ดีว่าเธอได้รับพิษสลายกำลังอย่างไม่ตั้งใจโดยเขาเชื่อในสัญชาตญาณตนเองว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้คนในตระกูลหลงคนอื่นแน่นอน
อย่างไรก็ตามเขาพยายามสื่อสารกับเ้านายหลายครั้งทว่าประสบความล้มเหลวทุกครั้งจึงยอมแพ้อย่างไม่เต็มใจเพราะไม่้ามีปัญหากับเ้านายอีก
“ไม่ต้อง! กะโหลกหนาไม่เบา! ไม่ต้องสนใจเธออีก!”
หลงปิงกล่าวเน้นเสียงอย่างไม่ใส่ใจต่ออาการผิดปกติของผู้ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาเขานึกเห็นใจเธอก่อนที่จะถูกองครักษ์ผลักออกห่างจากตนเพราะเธอพุ่งเข้าใส่ด้วยท่าทางผิดปกติทีแรกเขารู้สึกใอยู่บ้างเพราะเธอหยุดหายใจกะทันหันทว่าพอจิวหลุนอุ้มตัวเธอไปนอนบนเตียงไม่นานนักเธอก็ฟื้นขึ้นมาแล้วยังทำท่าทางประหลาดใส่ตนอีก ซึ่งเขาไม่พอใจเป็อย่างมาก
“ครับผม!”
สององครักษ์เหลือบมองกันและกันทั้งสองคนได้แต่ขานรับคำสั่งจากเ้านายด้วยความเข้าใจและนึกเห็นใจไช่อิงในที