หลังจากที่ผมลากเบสหาห้องเรียนมาเรื่อยๆ ตอนนี้เราก็ได้เจอห้องเรียนแล้ว คาบแรกของวันนี้ก็จะเป็วิชาอังกฤษ ตามที่ผมดูตารางเรียนมาแล้วใน่ปีหนึ่งก็ยังไม่มีอะไรมาก (ไรท์ : หนูจี้ เป็เพราะหนูเก่งหรือเปล่า ที่ว่าไม่มีอะไรมากเนี่ย -_- ดูหน้านุ้งเบสแปบ) เป็วิชาพื้นฐานทั่วไป คล้ายๆ ปรับเนื้อหาก่อน ตามที่ผมศึกษามานักศึกษาแพทย์จะเริ่มเรียนหนักมากใน่ปีสอง แต่ถึงจะว่าปรับเนื้อหายังไงเราก็ไม่ควรพลาดการเข้าเรียนในแต่ละคาบเลยจริงๆ เบสเลือกที่นั่งแถวหลังสุดส่วนผมนั่งข้างแต่เลือกตรงริมหน้าต่าง เอิ่ม อากาศดีจัง จะได้เจออีกไหมนะ รักแรกพบคนนั้นนะ คิดถึงจัง ถ้าเจอล่ะก็จะทำไงดีนะ อืมมมม ถามชื่อ แล้วก็ อะไรอีกนะ ระหว่างที่ผมกำลังคิดอยู่นั้นก็เหมือนมีอะไรมาโบกอยู่ข้างหน้า อ้ะ มือ ผมหันตามมือมาเห็นเบสและผู้ชายผู้หญิงอีกสามคนกำลังมองหา
“นิล!!!” ผมสะดุ้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเสียงเบสะโเรียกชื่อผมซะเสียงดัง
“มีอะไร จะะโทำไมอยู่กันแค่นี้เอง”
“อ้าว กูก็นึกว่ามึงยังไม่เลิกช็อคเื่เมื่อเช้าอีก เห็นทำหน้าเหม่อ” เบสถอนหายใจแบบโล่งอก อ่า ผมเหม่อคิดถึงเขาอีกแล้วเหรอ อาการแบบนี้ต้องเอาไปวิจัยซะแล้วสิ น่ากลัวจัง ก่อนที่ผมจะตอบอะไรเบสไปผมหยิบสุดบันทึกเมื่อเช้าขึ้นมาจดอาการต่อมา
“แล้วมีอะไรเหรอ” ผมเลี่ยงคำถามกลายๆ ของเบส แล้วถามกลับไป ส่งยิ้มให้กับเพื่อนสามคนตรงหน้า ดูจากสถานการณ์แล้วคงจะเป็เพื่อนใหม่สินะ
“อ้ายยยยยยย น่ารักอ่าาาาา” ผมผงะเอนหลังเบี่ยงตัวนิดหน่อยเมื่ออยู่ๆ ผู้หญิงใส่แว่นคนหนึ่ง ก็ะโมานั่งตรงหน้าผมแล้วยื่นมือมาเปิดผมหน้าม้ายาวๆ ของผมออก แล้วยังทำท่าจะถอดแว่นผมอีก ผมส่ายหน้ายกมือขึ้นจับมือเธอออกไป หือ
“นี่โม อย่าไปทำแบบนั้นดิมันเสียมารยาทนะ แล้วดูเพื่อนใหม่ใหมดแล้ว”
“แหม่ เฟิร์นดูซิ นี่มันเคะในตำนานชัดๆ ตัวเล็ก ผิวขาว ปากแดงกระจับสวยจัง ใส่แว่น อืม ผมปรกหน้าไปนิดแต่ก็น่ารักอ่ะ” ผู้หญิงคนที่คาดว่าจะชื่อ เฟิร์น เอ่ยปรามเพื่อนเธอที่ ชื่อ โม ขึ้นคนที่ถือวิสาสะจะถอดแว่นผม เคะในตำนาน คือ??? ตัวเล็กเหรอ 177 ซม. ก็ถือว่าผ่านมาตรฐานชายไทยหรอกเหอะ ไม่เตี้ยสัหน่อย ผิวขาวกับปากสวยเหรอ ผิวนี้ก็คงได้แม่มาเต็มๆ ล่ะนะ เอ่อ ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้สิ มันแปลกๆ อ่ะ กับสายตาวิบวับๆ ของสองสาวนี้
“เฮ้ นั่นสิๆ อืมๆ ๆ ” เฟิร์นที่เพิ่งปรามเพื่อนเธอก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ผมแล้วมองไปมองหน้า แล้วหันหัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน
“คิก คิก นั่นสิๆ”
“เฮ้อ พอๆ นา เหล่าสาววายทั้งหลาย เลิกมโนได้แล้วน่า มารู้จักเพื่อนใหม่กันเถอะ”
“หวัดดีนะ เราชื่อธีร์ นี่โม เฟิร์น ท็อป ยินดีที่ได้รู้จักนะเบส กับ” ผู้ชายที่ชื่อ ธีร์ แนะนำตัวพร้อมแนะนำเพื่อน เพื่อนของเขาไปด้วยและหันมามองผม
“จี้นิลนะ” ผมแนะนำตัวสั้น
“ท็อปนะ”
“ดีจ้าา โมนะ หึ้ยยย เสียงหวานจังเลย”
“ดีจ้าา เฟิร์นนะ เสียงหวานจริงๆ นั่นแหละ” จากที่ดูไปแล้ว ธีร์เองก็ดูนิสัยดี ดูจะเข้ากันได้กับเบสดีด้วย ส่วนท็อปดูจะเป็คนไม่ค่อยพูดมากหรือไม่ก็อาจจะไม่ค่อยพูดกับคนที่ยังไม่สนิท ส่วนโมกับฟิร์น ก็
“หึ้ยยย คิกคิก” โมกับเฟิร์นแนะนำตัวแล้วก็หันไปหัวเราะคิกคักกันสองคน ผมเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างแรงครับ ที่เมื่อกี้ ธีร์ บอกว่าสองคนนี้ คือสาววาย ตามที่ผมเคยดูตามกูเกิลนะ สาววายก็คือ กลุ่มคนที่ชอบชายรักชาย หญิงรักหญิง หรือคู่จิ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีคนชอบชายรักชายมากกว่า สาววายเวลาเห็นผู้ชาย (ในการ์ตูน หรือคนจริงๆ ก็แล้วแต่คน) รักกันจะรู้สึกมีความสุข หรือรู้สึกฟิน หรือความคิดจากการมโนขึ้นมาคือความสุขของสาววาย เคะ ไม่รู้จักแหะต้องไปสืบค้นมาซะแล้ว แต่สำหรับผมว่านะก็น่ารักไปอีกแบบนะ แปลกๆ ดี แต่ผมชักจะรู้สึกเสียวสันหลังวูบแล้วสิ สองสาวคงไม่ได้จิ้นผมกับใครหรอกนะ ผมก็ยังเคยได้ยินอีกว่า พลังการมโนและการจิ้นของสาววายนั่น เหลือล้นจริงๆ
“แล้วสองคนเนี่ย เป็ ‘เพื่อน’ กันมานานแล้วเหรอ” โมถามขึ้น แต่ผมสงสัยว่าทำไมถึงต้องเน้นคำว่าเพื่อนแล้วมองมาทางผมกับเบสด้วยสายแวววาวขนาดนั้นล่ะ
“นานแล้ว” “เมื่อเช้านะ” ผมกับเบสตอบพร้อมกัน แต่ คำตอบเสือกไม่ตรงกัน
“เอ๋ ใจตรงกันด้วย คิกคิก” เฟิร์นหันไปคุยกับโม ห้ะ นานแล้ว อะไรของมันว่ะ ผมหันหน้าหาเบสพร้อมกับมองอย่างเอาเื่อะไรของมึงว่ะ
“นานอะไรของมึง ก็เพิ่งรู้จักเมื่อเช้าไงว่ะ”
“ก็นานแล้ว หลายชั่วโมงแล้วไง” เบสตอบแล้วกอดอกหยักคิ้วกวนประสาทผม สัส ผมกลายเป็คนหยาบคาบมากขึ้นจริงๆ ั้แ่รู้จักกับไอ้บ้านี่ หึ้ย ผมส่ายหน้าแล้วผ่อนอารมณ์ลงไม่อยากจะไปเถียงด้วย ต่อหน้าเพื่อนใหม่
“เออ”
“แหม่ สนิทกันจังเลยนา สองคนนี้นะ” ผมหันไปมองหน้าโม แล้วชี้มาทางตัวเอง หมายถึง ผมกับ ไอ้บ้านี่นะเหรอสนิทกัน ไม่จริงอ่ะกัดเสียมากกว่า
“พิเศษจังเลยน้าาาา” เฟิร์นว่า พิเศษตรงไหนกันล่ะ
“พิเศษตรงไหนกัน ไม่เห็นจะตรงไหนเลย เบสชอบกวนประสาทเราอยู่เรื่อย” ผมตอบปัดๆ แล้วผ่อนลมหายใจออก
“ก็จี้นิลดูแบบสุภาพออก แต่พูดกูมึงแค่กับเบสคนเดียวเอง แบบนี้ไม่พิเศษเหรอ”
“อ้ายยยยยยย น่ารักอ่าาาา” เฟิร์นพูดแล้วก็ตบตีมือกับโม เอ่อ ผมเริ่มเข้าใจแล้วล่ะกับคำว่า พลังการจิ้นของสาววายที่เหลือล้น มันเป็แบบไหน มันเป็แบบนี้นี่เอง เฮ้อ เห็นทีแบบนี้อธิบายอะไรไปก็คงจะเป็การแก้ตัวไปเปล่าๆ แล้วคงยิ่งที่จะไปเสริมการจิ้นขึ้นกว่าเดิม อยู่เฉยๆ ดีกว่า
“แล้วที่เบสบอกว่าช็อคเื่เมื่อเช้านี้ เกิดอะไรกันเหรอ” ธีร์ถามขึ้นมาเป็ประเด็นทำให้ทั้งสามคนก็หันมาตั้งใจฟังเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น
“พอดีไอ้นิลอ่ะดิ ยืนเซ่อซ่าอะไรก็ไม่รู้จนโดนรถเฉี่ยวนะ แต่ที่หนักกว่าแม่งไอ้เ้าของรถนั่นอ่ะดิไม่มีจิตสำนึกโคตร ขับออกไปเลย”
“แล้วนิลเป็อะไรมากไหมอ่ะ” โมถามผม หลังจากเบสเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า
“เราไม่เป็ไรหรอก แต่เบสมึงก็พูดเกินไป ที่จริงเขาลงมาดูเราด้วยแหละ แต่ว่าเราคงใอยู่นานนะ เลยขับรถออกไป” ผมอธิบายแก้ต่างให้กับรักแรกพบของผมคนนั้น บางที่เขาอาจจะกำลังรีบแล้วผมเองที่เดินไม่รู้ตาม้าตาเรือไปอยู่กลางถนนซะได้ จะผิดที่เขาคนเดียวก็คงไม่ได้ อ่า คิดถึง จะได้เจอไหมนะ
“คนดีจังน่าจี้นิล จริง เบสเรียกจี้นิลว่านิลเฉยๆ เราขอเรียกแบบนั้นด้วย จะได้สนิทกันเร็วๆ”
“ได้สิ ส่วนที่ ธีร์กับท็อป พูดกูมึงก็ได้นะ สบายๆ” ผมพูดแบบยิ้มๆ
“โอเค ตามสะดวกนะพวก” เบสกับธีร์แท็กมือกันแบบสหาย ฮ่าๆ ๆ ฮ่าๆ ๆ บางทีชีวิตมหาลัยของผมอาจจะมีสีสันที่น่าดูมากขึ้นมากกว่ามัธยมก็ได้นะ ดีจริงๆ ที่มีเพื่อนดีๆ แบบนี้
หลังจากที่เราได้เพื่อนเพิ่มขึ้นอีกสี่คนตอนนี้กลุ่มเราเลยมี 6 คน มีผม เบส ธีร์ ท็อป เฟิร์น และโม ตอนนี้ก็เป็เวลาเลิกคลาสแล้ว พวกเราทั้ง 6 คนก็มุ่งหน้าไปแคนทีนกลางเพราะว่าแคนทีนของแพทย์ยังไม่เรียบร้อยเท่าไร แต่ผมคิดว่าคนคงต้องเยอะแน่ๆ เพราะน่าจะมีหลายคณะที่แคนทีนยังไม่พร้อม พอได้โต๊ะที่นั่งแล้วเราก็ไปหาซื้ออะไรมากิน ผมเลือกกินข้าวราดแกงธรรมดา ตอนที่กำลังเดินกลับไปที่นั่งแต่สายตาของผมก็ไปปะทะกับใครบางคนที่ผมคุ้นๆ กำลังเดินออกจากแคนทีนไป เมื่อผมคิดได้ดังนั้นก็รีบวางจานข้าวแล้ววิ่งตามไป
“เดี๋ยวๆ นิลไปไหนอ่ะ” โมถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางรีบๆ ตามใครของผมขึ้น
“แปบนะเดี๋ยวเรามา พอดีเจอคนรู้จักอ่ะ กินก่อนได้เลย” ผมตอบไปแล้ววิ่งออกจากแคนทีนตามแผ่นหลังคุ้นนั้นออกมา ไปทางแล้วอ่ะ ผมหันซ้ายหันขวามองดู อ้ะ เจอแล้ว ผมรีบวิ่งแล้วไปดักข้างหน้าคนกลุ่มนั้น พวกเขาดูในิดๆ ที่ผมไปขวางทาง แฮ่กๆ ๆ แฮ่ก ผมหอบหายใจขึ้นแล้ว เงยหน้าขึ้นมามองคนที่ผมอยากเจอและทำให้ผมคิดถึงเกือบตลอดคาบเรียน ใช่ จริงๆ ด้วย
“นี่มึงจะมาขวางพวกกูทำไมว่ะ อยากมีเื่หรือไง” เขาะโใส่หน้าผมด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจ หล่อ ผมส่ายหัวไปมา ไม่ใช่เวลามาชมสิ ดูท่าว่าเข้าจะเป็รุ่นพี่ซะด้วยสิ แต่ในที่สุดก็ได้เจอแล้ว รักแรกพบ ของ ผม
“พี่ชื่ออะไร” ผมไม่ตอบคำถามที่เดือดของเขา แล้วถามกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งแบบจริงจัง
“แล้วพี่คนไหนล่ะค่ะน้อง มาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกพี่ทั้งแก็งค์แบบนี้” พี่กระเทยในกลุ่มแก็งค์พี่เขาเป็คนตอบผม ผมไม่ตอบอะไรแต่ยกมือชี้ไปที่ รักแรกพบของตัวเอง
“พี่เข้ามากระชากหัวใจั้แ่ครั้งแรกที่เราได้พบกัน อยากจะสานสัมพันธ์กับพี่ต่อไปให้ยาวนาน อยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ หยุดประเดี๋ยวนี้ ตอนที่ได้เราพบกัน แล้ว”
O_O O_O O_O O_O O_O O_O
ผมพูดจบทุกคนในที่นี้ ณ ตรงนี้ ก็เงียบแบบกริบทันที่ อึ้งอะไรกันเหรอ
“มึงอยากมีเื่กับกูจริงใช่ไหม !!! ไอ้เด็กเฉิ่ม”
“เดี๋ยวนะ มึงคือไอ้เฉิ่มที่วิ่งตัดหน้ารถ กูเมื่อเช้า” ตอนแรกพี่เขากำลังเดือดขึ้นเหมือนประมาณว่ากูไม่เคยเจอมึงอะไรแบบนี้ แล้วก็คงนึกขึ้นมาได้ว่าขับรถเฉี่ยวผมเมื่อเช้า อ่า คิดออกแล้วใช่ไหม ดีจังๆ ผมยกยิ้มขึ้นตาหยี
“ดีใจจัง พี่จำผมได้ด้วย”
“เดี๋ยวก่อนนะไอ้ฮ่องเต้ ขอสรุปความก่อนนะครับน้อง”
“ครับ” อ่า พี่เขาชื่อ ฮ่องเต้ ชื่อน่ารักจังเหมือนผมเลย หือ พี่ฮ่องเต้ รักแรกพบของผม พี่ผู้ชายที่ยืนข้างพี่กะเทยก้าวขึ้นมายืนคั่นกลางระหว่างผมกับพี่ฮ่องเต้ แล้วยกมือกางขึ้นเป็เชิงห้ามพี่ฮ่องเต้ที่ดูกำลังหัวร้อนกับผมอยู่
“น้องเข้ามาถามชื่อเพื่อนพี่คนนี้ ไอ้ฮ่องเต้”
“น้อง คือ ไอ้เฉิ่มคนที่ไอ้ฮ่องเต้ขับรถเฉี่ยวเมื่อเช้าใช่ไหม”
“ครับ”
“สุดท้าย น้องที่น้องพูดเมื่อกี้หมายความว่าไง”
“ ” เมื่อกี้เหรอ ผมขยับแว่น พร้อมกับยกยิ้มขึ้น
“ก็ตามที่ผมพูดเลยครับ ผมชอบพี่ฮ่องเต้ และจะเป็แฟนพี่ฮ่องเต้ครับ”
O_O O_O O_O O_O O_O O_O
ผมตอบไปแบบมั่นใจ ความรู้สึกของผมมันใช่อยู่แล้ว ผมไม่เคยเป็แบบนี้ ในเมื่อเราเจอคนที่ใช่สำหรับเราแล้ว เราก็ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป ั้แ่ที่ผมเจอพี่ฮ่องเต้ครั้งแรก ผมก็รู้สึกอีกได้เลยว่ายังไงซะคนๆ นี้ก็ต้องเป็ของผม เอาเป็ว่าผมจะเอาพี่ฮ่องเต้มาเป็แฟนให้ได้ แต่ดูท่าว่าจะไม่ง่ายนะสิ ดูพี่ฮ่องเต้จะไม่ค่อยชอบผมเลย คงเพราะเื่เมื่อเช้าด้วยล่ะมั้ง แต่ไม่เป็ไร เหตุการณ์แรกอาจจะทำให้เราเกิดความไม่ประทับใจ ไม่เป็ไรจี้นิลเอาอยู่ ขนาดข้อสอบแพทย์ที่ว่ายากยังพิชิตได้ นับประสาอะไรกับใจพี่ฮ่องเต้ผมจะต้องพิชิตให้ได้ ผมคิดอย่างมาดมั่นแล้ว
“มึง คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แบบดีๆ แล้วจริงๆ ใช่ไหมว่ะไอ้เฉิ่ม” ในระหว่างที่ผมจมอยู่กับความคิดอยู่ พี่ฮ่องเต้ก็ะโออกมาอย่างเดือดดาด แล้วก้าวเข้ามาคว้าที่คอเสื้อผมขึ้นด้วยความที่ผมจะตัวเตี้ยกว่าทำให้ผมเซเข้าไปปะทะกับอกพี่ฮ่องเต้ อ่า หอม เหตุการณ์มันคงดูชุลมุนมากขึ้นเพื่อนพี่ฮ่องเต้เลยมาจับพี่ออกไปเพราะกลัวพี่จะต่อยผม แล้วลากออกไป
“ไม่เอาน่า อย่าเพิ่งมามีเื่ั้แ่วันแรกที่เหยียบมหาลัยสิว่ะ น้องมันไม่รู้”
“ผมรู้ครับ ผมรู้ว่าผมชอบพี่มากจริงๆ และพี่เป็ของผม” พวกเพื่อนพี่เขาลากพี่เขาออกไปด้วยท่าทางที่ยังฮึดฮัดของพี่ฮ่องเต้ ไม่เป็ไร รู้ชื่อแล้วเดี๋ยวเราคงได้พบกันอีกแน่ ผมมองพี่ฮ่องเต้ที่ถูกเพื่อนสองคนลากไปออกไป
“พี่ชื่อ ดีโก้นะจ้ะ เป็เพื่อนกับอีฮ่อง เอ้ย ฮ่องเต้ นั่นแหละ” ผมหันมามองเพื่อนพี่ฮ่องเต้อีกคนที่ยังไม่ได้ตามพวกพี่เขาไป
“ครับ ผมชื่อ จี้นิล คณะแพทย์ศาสตร์ ปี 1 ครับ” ผมยิ้มหวานๆ ที่พยายามให้หวานที่สุดเท่าที่ผมเคยยิ้มมาได้เลยแหละ และแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ ผมสแกนดูไปแล้วจากที่คิดดูแล้วคนนี้น่าจะเป็เพื่อนสนิทกันในกลุ่มของพี่ฮ่องเต้
อืมๆ ๆ การผูกมิตรกับเพื่อนคนที่เราชอบ คือสิ่งแรกที่เราต้องทำเนื่องจากดูไปแล้ว พี่ๆ เขาคงไม่ใช่คณะแพทย์แน่นอน ช็อปแบบนี้กับนิสัยที่ดูห่ามๆ หน่อย น่าจะเป็วิศวะล่ะนะ ซึ่งไม่ใช่คณะเดียวกันกับผม เรายิ่งต้องผูกมิตรไว้ ถ้าถามว่าเพื่ออะไรนะเหรอ ก็เพื่อเป็หูเป็ตา สายข่าวให้เราไงครับ สำคัญมาก และอาจจะเป็แม่สื่อให้เราได้ (จี้นิล :วิธีสามารถใช้ได้นะครับทุกคน ผมไม่ห่วง เชื่อสมองของผมสิ ไรท์ : น้องจี้นางมีแผนค่าา นางไม่ได้มาเล่นนะค่ะเนี่ย)
“ ‘พวก’ พี่เรียนวิศวะยานยนต์ ปี 3 นะ” พี่ดีโก้ตอบผมมา หึ ถ้าสังเกตดีๆ พี่เขาใช้คำว่า พวก นั่นหมายความรวมถึงพี่ฮ่องเต้สินะ แหม่ ไม่ค่อยจะปูทางผมเลยนะครับ ในเมื่อเขาปูทางมาให้แบบนี้เราก็ต้องรีบเดินสิ
“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับพี่ดีโก้สุดสวย”
“แหม่ น้องจี้นิลก็ พี่ก็ไม่ได้สวยอะไรหรอก ดูสิ ถึกก็ถึก สูงก็สูง คิกคิกๆ ” หึ เสร็จจี้นิล สุนทรภู่ว่า อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย ถึงจะบอกว่าไม่ได้อะไรแต่ก็เอาเหอะยังไงมันก็ต้องยอตัวเองอ่ะน่ะ
“สวยสิครับ พี่ดีโก้สูงดีออกๆ แบบพอดีๆ”
“คือพี่ดีโก้ ที่ผมพูดไปเมื่อกี้ ผมชอบพี่ฮ่องเต้จริงๆ นะครับ” การที่เราจะปากหวานเพื่อหาแม่สื่ออย่างเดียวไม่ได้นะครับ เราต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจจริงๆ ของเราด้วยไม่งั้นเขาจะเห็นว่าเป็พวกแบบ ชอบคนง่ายๆ ไม่จริงจังอะไร และผมก็คิดว่าพี่เขาก็ต้องมองออกแน่ การแสดงความจริงใจจึงเป็เื่สำคัญเหมือนกัน พี่ดีโก้ยิ้มแล้วตอบมาว่า
“พี่ถูกชะตากับเรานะ เป็คนที่แปลกดี แต่พี่คงไปบังคับใจใครไม่ได้ แต่จะพยายามช่วยเท่าที่ช่วยได้ล่ะนะ” อ่า แค่นี้ก็พอแล้วครับ เพราะนอกนั้นเดี๋ยวผมทำเอง ผมยิ้มตาหยีเป็การขอบคุณ แล้วหลังจากนั้นผมกับพี่ดีโก้ก็แยกกันผมกลับไปที่แคนทีนเหมือนเดิม เพื่อนๆ เองก็คงสงสัยว่าผมไปไหนมาตั้งนานสองนาน ผมจึงบอกไปแค่ว่าเจอคนรู้จักเฉยๆ แล้วเราก็ไปเรียนในคาบบ่ายต่อ
Deego Part
สวัสดีครับ ผมชื่อ ดีโก้นะครับ ถูกต้องนะคร้าบบบบ ผมคือเพื่อนของฮ่องเต้ และก็ใช่ครับผมเป็เพศที่สามที่คุณเรียกกันว่ากะเทย หรือเกย์ หรือเกย์ควีน หรือเกย์รุกนั่นแหละรวมๆ ก็ได้หมด ผมไม่ค่อยใส่ใจสรรพนามเรียกหรืออะไร ฮ่าๆ ๆ ฮ่าๆ ๆ แต่ผมก็ยังคงเหมือนเดิมนะครับแค่ออกคะค่าจะจ๋าบ้าง แต่ก็รู้กาลเทศะนะครับ แบบผมไม่ใช่สายนี้มาั้แ่เกิดแต่เพิ่งมาเป็ก็เลยพูดครับได้ มันงงๆ ใช่ไหมครับ แต่ช่างเถอะครับ มาเื่นี้ดีกว่าสนุกว่าเยอะ ฮ่าๆ ๆ ฮ่าๆ ผมส่ายหัวหัวเราะไปมา นี้คำแช่งของผมก็คงมีประสิทธิภาพเหมือนกันนะเนี่ย ทุกคนคงสงสัยก็ที่เมื่อเช้าไงครับที่ผมแช่งไอ้ฮ่องเต้เพื่อนรักของผมไว้ว่า ขอให้มันมีเมียเป็ผู้ชาย และขอให้มันได้เมียเฉิ่ม แต่ตรงคำว่า เฉิ่มนี้อาจจะคลาดเคลื่อนนิดหน่อย น่ารักดี เห็นทีว่าจะเป็จริงแน่ๆ เพราะตัวผม ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แค่ผม แต่รวมถึงไอ้จินกับไอ้เท็นด้วย ที่เป็เพื่อนกับไอ้ฮ่องเต้มาั้แ่มัธยมเห็นควงคนไม่ซ้ำหน้า ยังไม่เคยเจอใครที่แววตาแบบนี้ มันเหมือนเป็ลางสังหรณ์นะครับ ว่ายังไงแม่งก็เสร็จน้องจี้นิลแน่ๆ จากที่ผมคุยมา น้องเรียนคณะแพทย์ศาสตร์ คงจะเก่งพอตัว แต่ผมว่าน้องไม่ได้เฉิ่มตามที่ไอ้เพื่อนตัวดีของผมไปเรียกน้องมันแบบนั้นหรอก หรือง่ายๆ นะครับ น้องไม่ได้เฉิ่มขนาดนั้น ก็มีความเ้าเล่ห์ในแบบของตัวเองอยู่ ผมเชียร์น้องจี้นิลสุดฤทธิ์ครับงานนี้ รู้สึกถูกชะตา และถูกใจจริงๆ แบบไม่ใช่ชอบเองนะครับ แต่ชอบในลักษณะของน้อง น่ารักดี คิดภาพถึงไอ้ฮ่องเต้ ก็น่าสนุกดี นะครับ เมื่อฮ่องเต้มาเจอคนเฉิ่ม
End Part
-------------------------------
จี้นิล : “พี่เข้ามากระชากหัวใจั้แ่ครั้งแรกที่เราได้พบกัน อยากจะสานสัมพันธ์กับพี่ต่อไปให้ยาวนาน อยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ หยุดประเดี๋ยวนี้ ตอนที่ได้เราพบกัน แล้ว”
--------------------------------
เป็กำลังใจให้น้องจี้นิลเนอะจะเป็ไงต่อ คริคริ
อีพี่ทำไมมันช่างเกรียวกราดอย่างงี้ รอเถอะเดี๋ยวจะหลงโดยไม่รู้ตัว
น้องจี้นิลบอกว่า พลังแห่งการจิ้นและมโนของสาววายมันช่างน่ากลัวอะไรขนาดนี้55555
ฝากติดตามนิยายและคอมเม้นท์เพื่อเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าาาาาาา