*เพ้ง* *เพ้ง* *เพ้ง*
เสียงของโลหะกระแทกกันดังสนั่น ท่ามกลางความมืดมิด ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังเผชิญหน้าอยู่กับกองทัพอสูรที่น่าเกรงขามและน่าหวาดหวั่น
อสูรโครงกระดูก อสูรโครงกระดูกนักธนู และ อสูรโครงกระดูกนักเวทย์
กองทัพอสูรประกอบไปด้วยอสูรโครงกระดูก กว่าหนึ่งหมื่นตน อสูรนักธนูห้าพันตน และ นักเวทย์โครงกระดูกอีกหนึ่งพันนาย ทั้งหมดนี้เป็กองกำลังที่น่าเกรงขามที่สามารถเขย่าขวัญคนทั้งทวีปได้ไม่ยาก และกองทัพที่่น่าเกรงขามที่ว่าอยู่นี้กำลังพุ่งเป้าไปที่ชายหนุ่มเพียงผู้เดียวเท่านั้นอยู่
ชายหนุ่มมีชื่อว่าเฉินเฟย ต่อหน้ากองทัพที่น่าเกรงขามเช่นนี้ เขาไม่ได้มีความหวั่นเกรงแต่อย่างได กองทัพที่น่าเกรงขามขนาดนี้แต่น่าแปลกใจตรงที่ต่อให้กองทัพโครงกระดูกนั้นจะมีจำนวนมากกว่าเขามากเท่าไหร่ก็ตาม พวกกองทัพโครงกระดูกก็ดูเหมือนจะไม่สามารถจัดการเขาได้
“ภารกิจระดับ? SSS หึม ของแบบนี้...”
เฉินเฟยหัวเราะออกมา ก่อนที่จะหมุนควงดาบของเขา ปัดป้องการโจมตีของอัศวินโครงกระดูก ความเร็วของเขารวดเร็วเป็อย่างมาก ดาบในมือของเขาทอประกายแสงสีขาวสว่างกลายเป็เครื่องมือที่ไว้ใช้บดกระดูกในทันทีที่เขากวัดแกว่งมัน เหล่าอัศวินโครงกระดูกไม่ทันได้ทำอะไรก็ถูกเขาฟาดฟันจนกระดูกแตกหักสลายกลายเป็เถ้าทุลี
“เร็วกว่านี้อีก มากกว่านี้อีก ดุดันกว่านี้!”
เฉินเฟยต่อสู้ไปหัวเราะไป ราวกับเขานั้นสนุกสนานกับการต่อสู้ เหล่าอัศวินโครงกระดูกไม่สามารถต่อกรกับเขาได้เลยสักนิด
*เพ้ง* *เพ้ง* *เพ้ง*เหล่าอัศวินโครงกระดูกตัวแล้วตัวเล่าถูกเฉินเฟยจัดการ ตัวของพวกมันแตกสลายหายไปในอากาศ
เฉินเฟยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เขาก็สามารถจัดการกับเหล่าอัศวินโครงกระดูกทั้งหมดกว่าหนึ่งหมื่นนายได้ไม่ยาก หนึ่งชั่วโมง เขาจัดการกับพวกมันไปกว่าสองพันนาย ภายในเวลาห้าชั่วโมงเขาทำการกวาดล้างกองทัพของอัศวินโครงกระดูกได้สำเร็จ
“ต่อไปก็พวกระยะไกล ขนาดอยู่ห่างขนาดนั้นยังทำอะไรฉันไม่ได้ อย่าคิดว่าระยะใกล้จะมีโอกาศ”
เฉินเฟยยิ้มออกมาก่อนที่จะพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว ดาบในมือของเขากวัดแกว่งปัดลูกศรธนูที่ตรงมายังเขา ก่อนที่จะเข้าประจันหน้ากับเหล่านักธนูโครงกระดูก เหล่านักธนูโครงกระดูกในระยะใกล้ไม่สามารถทำอะไรเฉินเฟยได้แม้แต่น้อย พวกมันมีชะตากรรมที่ไม่แตกต่างจากเหล่าอัศวินโครงกระดูกเท่าไหร่นัก
“ตายให้หมด ฮ่าๆ”
เฉินเฟยจัดการกับเหล่านักธนูโครงกระดูกจนหมดแล้ว สุดท้ายก็นักเวทย์โครงกระดูก เฉินเฟยพุ่งตรงไปยังเหล่านักเวทย์โครงกระดูกหวังจัดการให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าก่อนที่เขาจะได้จัดการกับเหล่านักเวทย์โครงกระดูกทั้งหลายนั้น เขาก็สังเกตุเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติ
ที่เบื่องหลังของเหล่านักเวทย์โครงกระดูกนั้นปรากฏเป็หัวกระโหลกขนาดใหญ่จ้องมองมาที่เขา
“เ้ามนุษย์ที่น่ารังเกียจ ตัวตนของเ้าไม่ควรมีอยู่บนโลกใบนี้”
หัวกระโหลกขนาดใหญ่พูดขึ้น ดวงตาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีฟ้า เฉินเฟยถึงกับต้องหยุดฝีเท้าลงก่อนที่จะมองไปที่หัวกระโหลกขนาดใหญ่ที่พูดกับเขา
เฉินเฟยที่ได้ยินหัวกระโหลกขนาดใหญ่พูดด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขานั้นถึงกับโมโหหัวลุกเป็ไฟ
“หึม แกคิดว่าฉันอยากมาที่นี่มากนักหรือยังไง ถ้าไม่เป็เพราะเ้าเทพนิสัยไม่ดีนั่นลักพาตัวฉันมาละก็ ป่านนี้ฉันคงใช้ชีวิตอย่างสบายๆในรั้วมหาลัยไปแล้ว ไม่จำเป็ต้องมาวุ่นวายจัดการปิดดันเจี้ยนมันทุกที่แบบนี้หรอกเว้ย!”
เสียงที่ขุ่นเคืองของเฉินเฟยถึงกับทำให้หัวกระโหลกขนาดใหญ่ถึงกับสะดุ้งก่อนที่จะไอกระแอ่มออกมา
“ดูเหมือนเ้าจะเจอเื่ร้ายๆมาเยอะพอสมควรเลยนะเ้ามนุษย์ที่น่ารังเกียจ”
“ใช่ ฉันเบื่อเต็มทนแล้วที่จะต้องเป็เครื่องมือให้กับเ้าเทพบ้ากามนั่น เ้านั่นคอยใช้งานอย่างเดียว เงินเดือนก็ไม่มี ทำไม่ดีโดนด่าอีกต่างหาก แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย!”
หัวกระโหลกขนาดใหญ่ได้แต่ส่ายหัว
“เป็การกระทำที่แย่ที่สุด เป็เ้านายคนภาษาอะไร ใช้งานลูกน้องแบบนี้ เลวที่สุด”
“ใช่ มันเลวมาก ขอบใจที่เข้าใจ”
หัวกระโหลกขนาดใหญ่พยักหน้าก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เฉินเฟยนั้นถึงกับมึนงงไม่อยากจะเชื่อตนเอง
“ถ้าเช่นนั้น เ้าคิดยังไงถ้ามาทำงานให้กับข้า ข้ามีสวัสดิการณ์ มีเบี้ยเลี้ยงให้ด้วย อ่า แล้วก็ข้ายังมีผู้ช่วยให้กับเ้าอีกด้วยเ้าว่ายังไงละ หืม”
เฉินเฟยมองไปที่หัวกระโหลกขนาดใหญ่สักครู่หนึ่งก่อนที่จะถาม
“ทำงานให้กับ… อ่า ฉันยังไม่รู้จักแกเลย”
“เรียกข้าว่าฮาเดส ข้ามีชื่อว่าฮาเดส”
“ฮาเดส… เห้! ไม่ใช่ว่าแกเป็น้องของไอเ้าบ้าซุสที่พาฉันมาที่นี่หรอกรึ พวกแกมันไว้ใจไม่ได้สักคน”
“เดี๋ยวๆ ช้าก่อน อย่าเอาข้าไปเหมารวมกับเ้านั่น เ้านั่นมันบ้าหลงตัวเอง ทำงานกับข้ารับลองไม่มีแบบเ้านั่นแน่ๆ ข้านะเป็โปรเฟสชั่นนัลเื่นี้เ้ารู้ไหม”
เฉินเฟยเงียบอยู่สักครู่หนึ่งก่อนที่จะถาม
“แล้วฮาเดส ที่ว่าจะจ้างฉันทำงาน งานที่ฉันต้องทำคืออะไร”
ฮาเดสที่ได้ยินที่เฉินเฟยถามก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“งานที่ข้าอยากให้เ้าทำก็ง่ายๆ คือทำอะไรที่เ้า้าในโลกของเ้า แล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก ต่อให้เ้าเทพบ้านั่นเรียกเ้ามา เ้าก็ไม่ต้องตอบรับ”
“ฉันไม่เคยตอบรับ มันลักพาตัวฉันมาเอง หึม”
“เข้าใจแล้วๆ ที่เ้าต้องทำก็แค่กลับไปที่โลกของเ้า ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก เ้าทำได้ไหม”
เฉินเฟยพยักหน้าตกลง เขาไม่ได้สนใจอะไรโลกนี้อยู่แล้ว ที่โลกนี้มีแต่ผู้คนที่หน้าไหว้หลังหรอก เต็มไปด้วยความละโมบโลภมาก
“ฉันตกลง แล้วทีนี้จะพาฉันกลับไปยังโลกเมื่อไหร่”
“เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบๆส่งฉันกลับไปได้แล้ว ฉันเบื่อที่นี่เต็มทน”
“ด้วยความยินดี แต่ก่อนหน้านั้น ข้าจำเป็ต้องทำลายการเชื่อมต่อระหว่างเ้ากับซุสเสียก่อน อืม แต่ก่อนที่ข้าจะทำลายการเชื่อมต่อ ข้ามีอะไรจะบอกเ้า หากข้าทำลายการเชื่อมต่อแล้ว พลังที่เ้ามีจะหายไป”
“พลังที่ฉันมีจะหายไปหมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความว่าพลังที่เ้าฝึกฝนมาอย่างยากลำบากจะหายไปยังไงละ เ้านั่นคงคิดว่าหากเมื่อเ้าแข็งแกร่งเกินไปจนเป็ภัยกับตนเอง เ้านั่นก็จะใช้วิธีการตัดการเชื่อมต่อ แล้วเ้าก็จะกลายเป็เพียงแค่แมวน้อยไร้พิษภัยเท่านั้น”
ได้ยินแบบนั้นแล้วเส้นเืก็ขึ้นเฉินเฟยทันที
“ซุส ไอเ้าเทพสารเลวเอ้ย!”
ฮาเดสได้แต่ส่ายหัวและหัวเราะ
“เอาละๆ ยังไงเ้าก็จะไม่ได้เจอเ้านั่นอยู่แล้ว สนใจไปทำไม ข้าจะให้อะไรกับเ้ามากกว่าเ้าเทพนั่นอีก เอาจริงๆ ข้าเป็คนดีนะ ข้าแค่ชอบสีดำเท่านั้นเอง เอาเถอะๆ พูดมากเกินไปแล้ว เ้าคงคิดถึงบ้านของเ้า ข้าจะเริ่มดำเนินการทั้งหมด และเพื่อเป็การต้อนรับพนักงานใหม่ของข้าอย่างอบอุ่นข้าจะให้ผู้ช่วยที่แข็งแกร่งของข้าไปกับเ้าด้วย ระบบหมายเลข 14142 จากนี้ไป เ้าจงติดตามเฉินเฟยไป”
“รับทราบเ้านาย”
“อะไรนะ”
เฉินเฟยได้ยินเสียงบางอย่างภายในหัวตนเอง
“ข้าคือระบบหมายเลข 14142 ข้าจะมาเป็ผู้ช่วยให้กับเ้าหลังจากที่กลับไปยังโลกของเ้าแล้ว”
“ช่วยเหลือฉัน เพื่ออะไร”
“กลับไปแล้วเ้าจะรู้เอง”
หลังจากนั้นระบบก็ไม่ตอบอะไรเฉินเฟยอีก
“มาเริ่มการตัดการเชื่อมต่อกันเถอะ มันอาจจะเจ็บนิดหน่อย กัดฟันทนเอาไว้ละ”
เฉินเฟยยังไม่ทันได้ตอบกลับ เขาก็รู้สึกเ็ปลึกลงไปถึงิญญาของเขา ก่อนที่เขาจะหมดสติ และถูกส่งกลับไปยังโลกของเขาโดยฮาเดส
“เท่านี้ก็เรียบร้อย หึม ซุส เ้าเกือบจะสำเร็จแล้วในการกำจัดข้า ถ้าเ้าเป็คนดีกว่านี้หน่อย วันนี้คงเป็วันสุดท้ายของข้า ฮ่าๆ โชคดีที่เ้ามันเป็เทพที่สารเลวอย่างที่เ้านั่นพูด ฮ่าๆ”
ฮาเดสหัวเราะอยู่อย่างนั้นก่อนที่จะหายไปในอากาศ