อันเยว่ถือชามโจ๊กไปที่ห้องโถงด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง จากนั้นกลับมาผัดผักดองต่ออย่างหงุดหงิด และยังเตรียมทอดไข่อีกด้วย
พลันนั้นอาหารเช้าก็มีมากมายหลายหลากทำให้รู้สึกอยากอาหารขึ้นมาทันที นางไม่รีบที่จะกิน แต่เฝ้ามองออกไปข้างนอก ซูจือฉือไปตั้งนานแล้ว เหตุใดยังไม่กลับมาเสียที?
“จือฉือไปไหน?”
กู่หยางมานั่งลงที่ข้างโต๊ะ เขามองอาหารบนโต๊ะอย่างพิจารณาและพบว่าทั้งหมดเป็สิ่งที่เขาไม่เคยกินมาก่อน เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ฝีมือของซูจือฉือ
อันเยว่ผู้นี้ยิ่งอยู่ยิ่งเอาแน่เอานอนไม่ได้ ความคิดแปลกประหลาดในหัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ทุกคนเกินจะรับมือไหว
“เขาไปทำธุระให้ข้านิดหน่อย คงใกล้กลับมาแล้ว”
“เหตุใดยังไม่กินกันอีกล่ะ?”
หยูยวนกลับมาจากไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ยังมีกลิ่นหอมของยาอยู่บนตัวของเขา เมื่อลองดมก็รู้สึกปลอดโปร่งและสบายอารมณ์อย่างยิ่ง
เขาไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย พอนั่งลงก็หยิบตะเกียบและเริ่มกิน แต่อันเยว่กดแขนเขาไว้ “เมื่อครู่ขอให้ช่วยเ้าไม่ยอมช่วย ตอนนี้กลับกระตือรือร้นที่จะกิน ไม่ได้ เ้ารอก่อน รอให้จือฉือกลับมาก่อนถึงจะกินได้”
ท่าทีของอันเยว่ทำให้หยูยวนอดรู้สึกขำไม่ได้ เขาขยับริมฝีปากมากกว่าเดิมและเอ่ย “หากเป็เช่นนี้ เครื่องหอมของข้าก็ต้องขึ้นราคาเสียแล้ว”
“นี่หยูยวน ไม่ว่าอย่างไรเ้าก็เป็สามีคนที่สองของข้า ต่อให้เ้าอายุร้อยปี แต่ก็ต้องเขียนสกุลอันบนป้ายหน้าหลุมฝังศพของเ้า ยามนี้เ้าเริ่มคิดคำนวณข้า เ้าไม่ละอายใจต่อข้าบ้างหรือ?”
“อ้อ? หรือว่าคนที่บอกว่าต่างคนต่างอยู่ไม่ใช่เ้า?”
คำพูดดังกล่าวทำให้อันเยว่สำลัก นี่เป็สิ่งที่นางเอ่ยด้วยตัวเองจริง ๆ
ที่นางบอกว่าต่างคนต่างอยู่ก็เพื่อจะได้หย่าบุรุษเหล่านี้ในวันหน้า หากไม่ทำเช่นนี้ ก็ยากจะรับรองได้ว่าพวกเขาจะไม่เอาชีวิตนางอีก
“พี่ใหญ่กลับมาแล้ว”
กู่หยางแสดงสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเซียวสิงเยี่ยน ยามที่บุรุษผู้นี้มองนาง ในสายตาไม่มีแม้แต่คลื่นอารมณ์ใด ๆ เอาจริง ๆ คนที่ไม่รู้อาจคิดว่าเขาเป็สามีของเซียวสิงเยี่ยน
“วันนี้ล่าไก่ฟ้าป่าได้หนึ่งตัว”
เซียวสิงเยี่ยนหิ้วไก่ฟ้าป่าด้วยสีหน้ารื่นรมย์ กับไก่ฟ้าป่าก็ยังมีรอยยิ้มให้ แต่เมื่อเห็นหน้านางกลับวางมาดแบบศัตรูเสียอย่างนั้น
ช่างทำให้คนกลุ้มใจได้จริง ๆ เห็นอยู่ว่าเป็สามีของนาง กลับไม่มีแม้กระทั่งความไว้ใจขั้นพื้นฐาน
“พี่ใหญ่”
ซูจือฉือเดินเข้ามาจากข้างนอกก็เห็นเซียวสิงเยี่ยนกำลังหิ้วไก่ฟ้าป่ายืนอยู่ในลานกว้างหน้าเรือน และกำลังพูดคุยกับอีกสองคน
“ตอนเย็นเราตุ๋นเ้าไก่ฟ้าป่าตัวนี้กันดีกว่า”
ในสายตาของเซียวสิงเยี่ยน ซูจือฉือและกู่หยางต่างก็เป็คนที่จำเป็ต้องเพิ่มสารอาหาร สองคนนี้เคยได้รับาเ็สาหัส และตลอดมานี้ร่างกายของพวกเขายังไม่แข็งแรงพอ
เมื่อเห็นบุรุษทั้งสี่สนิทสนมกันราวกับพี่น้องแท้ ๆ อันเยว่ก็รู้สึกอิจฉาจริง ๆ อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีคนที่ไว้ใจได้ในราชวงศ์ต้าโจว และเหมือนเป็ญาติพี่น้อง
แต่อันเยว่กำลังพยายามสร้างญาติพี่น้อง
“จือฉือ รีบมากินอาหารเช้าเร็ว!”
อันเยว่ยังไม่สามารถเป็หนึ่งเดียวกับคนทั้งสี่ นางจึงทำได้เพียงเลือกเจาะเข้าไปทีละคน เจาะไปทีละคนจนรวมเป็หนึ่ง
เมื่อดึงมาได้หนึ่งคน นั่นก็คือชัยชนะของการปฏิวัติ!
พวกเขาไม่เคยกินโจ๊กผักผสมเนื้อไม่ติดมัน วันนี้เมื่อได้กินไปหนึ่งคำ ต่อให้ตกตะลึงเพียงครู่หนึ่ง อันเยว่ก็ทันสังเกตเห็น
อันเยว่คีบไข่ทอดวางลงในชามของซูจือฉือแล้วเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ข้ามีความคิดใหม่อีกหนึ่งอย่าง”
“เ้ายังมีความคิดใหม่อีกหรือ?”
“พอได้แล้ว”
หยูยวนและเซียวสิงเยี่ยนพูดจนทำให้ผู้คนรู้สึกจนปัญญาได้จริง ๆ นางเพิ่งจะรู้สึกตื่นเต้น ในความคิดของตัวเอง กลับถูกพวกเขาดับไฟในพริบตา
“ลองฟังดูก็ไม่เสียหาย”
ซูจือฉือไม่ได้คล้อยตามคำพูดของเซียวสิงเยี่ยนอย่างที่ไม่พบได้บ่อยนัก แต่น้ำเสียงของเขากลับราบเรียบ และเอ่ยคำพูดนั้นออกมาอย่างใจเย็น
นอกจากกู่หยางแล้ว อีกสองคนที่เหลือต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจมาก หัวคิ้วของพวกเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ความคิดใหม่ของอันเยว่มาถึงมุมปากแล้ว หากกลืนมันลงไปทั้งอย่างนั้น เกรงว่านางต้องอดกลั้นจนป่วยไข้เป็แน่
“หากโจ๊กนี้ทำเป็โจ๊กไข่เยี่ยวม้า คำเดียวคือ สุดยอด!”
เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของเหล่าบุรุษ อันเยว่ก็รู้แล้วว่าพวกเขาไม่รู้จักว่าอะไรคือไข่เยี่ยวม้า
“ในบ้านยังมีไข่เป็ดสองสามฟอง ข้าได้ห่อไว้แล้ว พวกเ้ารอดูเถอะ”
“เหตุใดต้องเป็ไข่เยี่ยวม้า?”
หยูยวนไม่ได้ร้อนใจ หนำซ้ำยังเอ่ยถามหนึ่งประโยค
“ไข่เยี่ยวม้ามีประโยชน์มาก เมื่อกินเข้าไปจะมีรสเผ็ดและฝาดเล็กน้อย ยังมีรสหวานและเค็มในรสฝาดด้วย เมื่อได้ลองกินและเม้มปากอย่างระมัดระวัง นั่นถึงจะเรียกว่าอร่อย อีกอย่าง ของสิ่งนี้สามารถระบายไฟและรักษาโรคบิด ประโยชน์ของมันมีมากทีเดียว”
พูดจบโจ๊กในชามก็ชืดแล้ว นางจึงรีบวางชามกับตะเกียบในมือแล้วลุกขึ้นยืน
“จือฉือ ข้าจะไปเปลี่ยนเสื้อ เมื่อเ้ากินเสร็จแล้วค่อยเข็นข้าไปที่ตลาดนัด เพื่อซื้อไข่เป็ดกลับมาบ้าน”
“ได้”
ซูจือฉือขานรับอย่างตรงไปตรงมา แม้แต่เซียวสิงเยี่ยนก็ยังประหลาดใจ เขาเอียงศีรษะมองไปยังซูจือฉือ
่นี้ซูจือฉือและอันเยว่ค่อนข้างสนิทสนมกัน อีกทั้ง นางยังเชื่อฟังซูจือฉือมากด้วย ถึงกับเข้าครัวเพื่อซูจือฉือ
เื่อะไรก็ตามที่หยิบออกมาล้วนเป็ประเด็นให้โลกฟื้นฝอยหาตะเข็บได้ทั้งสิ้น ต้องบอกว่าหนนี้อันเยว่ได้เปิดหน้าแล้ว
“ข้าไปด้วย”
กู่หยางที่เงียบมาโดยตลอด จู่ ๆ เขากลับเอ่ยขึ้นในยามนี้ทำให้ทุกคนประหลาดใจ
เขาไม่ชอบอันเยว่มาแต่ไหนแต่ไร ยามปกติไม่พูดจาก็เื่หนึ่งแล้ว หากเขาเปิดปากพูด แน่นอนว่าต้องไม่เห็นอันเยว่อยู่ในสายตา ถึงกับทำให้ผู้คนคิดว่าเขาเกลียดอันเยว่จนไม่เต็มใจที่จะอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับนาง
แต่ยามนี้ เขากลับเป็ฝ่ายบอกว่าขอไปกับอันเยว่
เซียวสิงเยี่ยนรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน อันเยว่ผู้นี้มักผุดความคิดบางอย่างออกมาโดยไม่ตั้งใจ หยูยวนยิ่งไม่มีอะไรทำ ฉะนั้น การออกไปซื้อไข่เป็ดในครั้งนี้กลับกลายเป็ภรรยาหนึ่งคนพาสามีสี่คนที่ต่างก็มีรูปโฉมงดงามไปด้วย สิ่งนี้ทำให้อันเยว่ได้หน้าได้ตามากทีเดียว
“เถ้าแก่ ข้า้าไข่เป็ดหนึ่งร้อยฟอง”
“เงินหนึ่งแท่ง”
พ่อค้าแผงลอยเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นสตรีคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีบุรุษรูปงามดุจดั่งบุปผาและมรกตสี่คนยืนอยู่ข้างหลัง พ่อค้าแผงลอยก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“ข้าเห็นว่าไข่เป็ดในนี้มีฟองที่มีรอยแตกปนอยู่ด้วย ไม่ได้ เ้าต้องให้ราคาถูกกว่านี้”
“ทั้งหมดนี้เป็ไข่เป็ดที่เพิ่งออกสด ๆ มีรอยแตกนิดหน่อยไม่เป็ไร มันไม่ได้เสีย”
“ไม่เสียก็ไม่ได้ มีรอยแตกก็คือมีรอยแตก ไม่กี่วันก็เน่าแล้ว เอาอย่างนี้ ข้าดูแล้วในนี้มีไข่เป็ดทั้งหมดไม่ถึงสองร้อยฟอง ข้าเหมาหมด รวมกับไข่ไก่ที่มีไม่ถึงห้าสิบฟองเหล่านี้ด้วย ข้าให้ในราคาเงินสองแท่ง”
“โอ้โฮ ท่านผู้นี้ ไข่สองร้อยกว่าฟองนี้จะให้ข้าแค่เงินสองแท่งหรือ?”
พ่อค้าแผงลอยมีสีหน้าลำบากใจ แต่อันเยว่กลับยิ้มแย้ม “ข้าไม่สามารถซื้อไข่เสียด้วยราคาไข่ดีจริงไหม มิเช่นนั้น ข้าจะตรวจดูทีละฟอง หากมีฟองที่เสียข้าไม่เอา และข้าจะคิดในราคาเงินหนึ่งแท่งต่อไข่หนึ่งร้อยฟอง”
ดูนางพูดเข้า ทันทีที่พ่อค้าแผงลอยได้ฟังก็รู้ว่าตนเจอคู่ต่อสู้เข้าแล้ว จึงรีบโบกมือให้นาง “ช่างเถอะ ๆ ให้เ้าหมดนี่แหละ ข้าจะได้เก็บแผงกลับบ้านเสียที จริง ๆ เลย ข้าไม่ได้กำไรแม้แต่น้อยเมื่อเจอเ้า”
“จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไร หากมีโอกาสร่วมมือกันในวันหน้า ย่อมมีเวลาให้เ้าทำกำไรอย่างแน่นอน จือฉือ จำที่อยู่ของพ่อค้าแผงลอยท่านนี้ไว้ หากเรา้าไข่เป็ดในวันหน้าก็ไปซื้อที่บ้านโดยตรง แบบนี้ยิ่งมิดีกว่าหรือ”
ทันทีที่พ่อค้าแผงลอยได้ฟังก็รู้แล้วว่านี่เป็ลูกค้ารายใหญ่ จึงรีบบอกที่อยู่ของตัวเองแล้วเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “หากซื้อเยอะ ข้านำไข่เป็ดไปส่งให้ที่บ้านได้”
“ตกลงตามนั้น”
อันเยว่พาสามีทั้งสี่กลับบ้าน ระหว่างทางก็แวะซื้อใบชาจำนวนสองจิน เมื่อนึกถึง่เวลาที่ทำไข่เยี่ยวม้าเสร็จแล้ว อันเยว่ก็อดยิ้มไม่ได้