“โอ๊ะ” แพรววนิตร้องขึ้นและเอามือกุมท้องป่อง ๆ ขณะนั่งเล่นชมสวนดอกไม้หน้าบ้าน
“พี่แพรวเป็อะไรคะ” ณัฐธิดาที่วิ่งเล่นกับเด็ก ๆ อยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งมาดู
“สงสัยน้ำคร่ำแตกน่ะ เดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนชุดก่อน พาเด็ก ๆ เข้าบ้านเลย”
ณัฐธิดาสังเกตเห็นว่าไม่ได้มีของเหลวสีใสไหลออกมาตามหว่างขาของแพรววนิตเหมือนในละคร แค่มีรอยเปียกตรงก้นเป็วง ๆ เล็กน้อย
“คุณแม่ฉี่ราดเหรอค้าบ” พุฒิถามขึ้นอย่างสงสัยตามประสาเด็ก
“ไม่ใช่จ้ะ เขาเรียกว่าน้ำคร่ำแตก เป็สัญญาณว่าอีกไม่เกินหนึ่งวันน้องสาวของพุฒิกับพีก็จะออกมาเจอพวกหนูแล้ว”
ด้วยประสบการณ์ของสองท้องแรก ทำให้แพรววนิตรู้ได้ในทันทีว่าอีกสิบสองถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงก็จะคลอด เธอเตรียมข้าวของสำหรับนอนโรงพยาบาลไว้ั้แ่รู้เพศของลูกแล้ว ครั้งนี้เธอจึงชิลล์เหมือนบอกว่าจะไปพักร้อนอย่างไรอย่างนั้น
“เย้ เราจะได้เจอน้องแล้วพี”
“พี่แพรวเจ็บท้องไหมคะ” ณัฐธิดาประคองเ้านายสาวเดิน
“ตอนนี้ยังไม่เจ็บหรอกจ้ะ จะเจ็บ่ใกล้คลอดน่ะ ไนน์ไปเรียกคนขับรถให้พาพี่ไปโรงพยาบาลที”
“ได้ค่ะ”
เธอรีบวิ่งไปเรียกคนขับที่นั่งเฝ้าประตูใหญ่หน้าบ้านอยู่ในป้อม ก่อนจะวิ่งกลับมาหาแพรววนิตบนชั้นสองอย่างรวดเร็ว ณัฐธิดารับเป้มาสะพายแทนเ้านาย
“ไนน์กลับได้เลยนะ อีกหลายชั่วโมงกว่าพี่จะคลอด เดี๋ยวพี่พาเด็ก ๆ ไปโรงพยาบาลด้วยกัน พี่วินกำลังขับรถล่วงหน้าไปก่อนแล้วจ้ะ”
“ได้ค่ะ ขอให้แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูกนะคะ”
“ขอบใจจ้ะ เดี๋ยวนั่งรถคันเดียวกันออกไปเลย”
หลังจากไปส่งแพรววนิตและเด็ก ๆ จนถึงห้องพักผู้ป่วยแล้ว ณัฐธิดาก็กลับไปขึ้นรถตู้มุ่งหน้าไปค่ายเพลง เธอมาถึงก่อนเวลาชั่วโมงครึ่งแต่ก็ไม่รู้ว่าจะแวะไปที่ไหนดี จึงตัดสินใจขึ้นลิฟต์ไปยังห้องซ้อมเผื่อห้องว่างจะได้แอบงีบก่อนได้ พอเปิดประตูห้องเข้าไปณัฐธิดาก็ตกตะลึงก้าวขาไม่ออกกับภาพที่เห็นตรงหน้า
เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนอนเปลือยเปล่าอยู่บนพื้นกลางห้อง โดยมีชายวัยรุ่นคนหนึ่งเปลือยท่อนล่างกำลังกระแทกช่องทางรักของหญิงสาวอย่างรุนแรง ส่วนชายอีกคนที่คร่อมหน้าเธอไว้กำลังสอดใส่แก่นกายทางปากของคนข้างล่าง ทำให้ณัฐธิดาที่ยืนดูอยู่ไม่รู้ว่าหญิงสาวที่นอนกับพื้นเป็ใคร เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มทำให้ทั้งสามคนในห้องไม่รู้ว่ามีคนเปิดประตูเข้ามา คนที่ยืนดูอยู่จึงเกิดอาการเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี ได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าส่งเสียงขัดจังหวะ
เด็กหนุ่มทั้งคู่โหมกระหน่ำใส่คนบนพื้นเสียงดังแข่งกับเพลง ชายที่อยู่ระหว่างขาของหญิงสาวกางขาเธอออกกว้างแล้วเร่งจังหวะถี่ยิบ ไม่กี่อึดใจก็กระตุกเสร็จไปก่อน เขาลุกขึ้นยืนถอดถุงยางอนามัยทิ้งลงพื้นแล้วหันมาเห็นณัฐธิดาพอดีจึงลุกลี้ลุกลนรีบหยิบกางเกงมาใส่ ไม่นานเด็กหนุ่มอีกคนที่อยู่บนหน้าหญิงสาวก็เสร็จสมอารมณ์หมายตาม เมื่อเขาลุกขึ้นณัฐธิดาจึงได้เห็นว่าคนที่นอนแผ่หราอยู่คือมินตรา เพื่อนร่วมวงที่เธอสนิทด้วยน้อยที่สุด
มินตราที่นอนหลับตาอ้าปากค้าง มีน้ำสีขาวขุ่นไหลเยิ้มเปื้อนมุมปาก ไม่รับรู้ว่าสภาพเธอทำให้หัวใจของเพื่อนร่วมวงแทบหยุดเต้น
“ปะ ไปก่อนนะ”
เด็กหนุ่มทั้งสองที่ยังแต่งตัวหลุดลุ่ยรีบค้นหากระเป๋าตังค์ในกางเกงแล้วโยนธนบัตรสีเทาคนละสองใบใส่ร่างหญิงสาวที่มอบความสุขให้พวกเขาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ก่อนจะวิ่งผ่านณัฐธิดาออกไปอย่างรวดเร็ว
“มิน” ณัฐธิดาเรียกเพื่อนเสียงแ่
“ว้าย” มินตราใรีบหันมามองตามเสียง
“เอ่อ เดี๋ยวพี่รอนอกห้องนะ”
ณัฐธิดาปิดประตู สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพ่นลมออกมา ไม่คิดว่าเื่เมื่อกี้จะเกิดขึ้นจริง ว่าแล้วมือเล็กก็ยกขึ้นมาดึงแก้มตัวเอง เมื่อรู้สึกเจ็บจึงรู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ใช่ความฝัน เธอควรจะคุยเื่นี้ในฐานะหัวหน้าวงหรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะมันคือเื่ส่วนตัวดีนะ ไม่นานมินตราก็เปิดประตูออกมาช้า ๆ
“พี่ไนน์ มินมีเื่อยากคุยด้วยค่ะ”
ณัฐธิดาเดินตามหลังรุ่นน้องสาวที่แต่งกายด้วยเสื้อยืดครึ่งตัวและกางเกงยีนเรียบร้อย เธอเช็ดคราบต่าง ๆ ออกจากใบหน้าและพื้นห้องจนเกลี้ยงแล้ว ทั้งคู่เดินไปนั่งยังโซฟาหนังสีดำตัวยาวที่วางชิดผนังห้องไว้สำหรับนั่งพักระหว่างซ้อม
“มีอะไรอยากบอกพี่ไหม” ณัฐธิดาถามขึ้นก่อน เมื่ออีกฝ่ายที่บอกว่าอยากคุยด้วยก้มหน้านิ่งโดยไม่ปริปากสักคำอยู่นาน
“พี่อย่าบอกใครนะ มินขอร้อง ฮืออ”
“ไม่ต้องร้อง พี่ไม่บอกใครแน่นอน แต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เล่าให้พี่ฟังได้ไหม” ณัฐธิดาปลอบด้วยน้ำเสียงใจดีพลางดึงเธอเข้ามากอดหลวม ๆ
“ตอนนี้ที่บ้านมินลำบากมาก น้องชายต้องใช้เงินผ่าตัดด่วน รายได้จากการทำงานของมินก็มีให้ไม่มาก มินอยากให้น้องได้รักษาแต่ไม่มีทางเลือกอื่นที่ได้เงินเร็วกว่านี้ เลยต้องใช้วิธีนี้ค่ะ ฮึก”
“โอเค ๆ พี่เข้าใจ พี่ไม่ว่าอะไรหรอก”
ณัฐธิดาคลายอ้อมกอดแล้วกุมมืออีกฝ่ายอย่างเห็นใจ เธอเองก็ต้องทำงานเสริมเหมือนกันเพราะเงินเดือนจากไอดอลมันไม่พอกินจริง ๆ
“งั้นพี่ช่วยมินได้ไหมคะ”
“พี่ก็ไม่มีเงินเหมือนกันน่ะสิ”
“ไม่ได้จะยืมเงิน แต่มินอยากให้วงเรารับงานหลากหลายขึ้น ไหน ๆ ก็จะมาสายเซ็กซี่แล้ว”
“ยังไงเหรอ”
“เรารับงานเอนกันดีไหมคะ”
“มันคืออะไร”
“มาจากเอนเตอร์เทนเนอร์ เป็เพื่อนคุย กินข้าว ชงเหล้าอะไรแบบนี้ค่ะ”
“พี่ไม่เคยกินเหล้า ชงไม่เป็หรอก”
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวมีคนสอน งานนี้รายได้ดีมากนะ คืนเดียวก็ได้หลักหมื่นเลย”
“หลักหมื่นจริงเหรอ” ณัฐธิดาตาโต
“จริงสิคะ ไม่ต้องนอนกับลูกค้าก็ได้ ถ้าเราบริการดีเขาก็จะทิปให้อีก”
“แต่ว่ามันจะดีเหรอ ผู้จัดการคงไม่เห็นด้วย”
“ฮ่า ๆ ตรงกันข้ามเลยต่างหาก พี่ดาน่ะเสนองานนี้ให้มินเอง”
“ฮะ” ณัฐธิดาแปลกใจ แต่ก็นึกย้อนไปถึงคำพูดของผู้จัดการสาวในวันที่เธอโดนโรคจิตขอซื้อกางเกงใน เริ่มเข้าใจแล้วว่าตอนนั้นผู้จัดการ้าจะสื่ออะไร
“เื่จริงค่ะ พี่ดาเองก็อยากให้วงเราลองรับงานหลากหลาย ร้องเพลงตามผับบ้าง หรืองานเอนเตอร์เทนบ้าง เพียงแต่ตอนนั้นคอนเซ็ปต์วงเรามันไม่เหมาะเลยอาจไม่ได้ชวนทุกคน ตอนนี้มีมินคนเดียวที่สนใจ ถ้าพี่ไนน์อยากทำลองไปคุยกับพี่ดาด้วยกันไหม ไปเป็เพื่อนมินก่อน ยังไม่ต้องชวนคนที่เหลือก็ได้”
“เอ่อ...”
“นะ ๆๆ” มินตราส่งสายตาอ้อนวอนให้เธอ
“ก็ได้ พี่จะลองดูก่อน แต่อย่าไปชวนน้องที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะนะ มันไม่เหมาะสม”
“โอเคค่ะ เดี๋ยวมินบอกพี่ดาให้นะคะ”
“แล้ว... งานเมื่อกี้”
คำพูดของณัฐธิดาทำให้มินตราชะงัก หุบยิ้มแทบไม่ทัน
“อย่างที่บอกไปว่ามินจำเป็ต้องใช้เงินด่วน พี่ไนน์ไม่ต้องรับก็ได้ค่ะ งานเอนธรรมดาแค่เป็เพื่อนนั่งคุยเฉย ๆ”
“งั้นพี่รับแค่งานเอนธรรมดานะ”
“ได้ค่ะ พี่ไนน์น่ารักที่สุดเลย” มินตราโอบรอบคอเธอแน่น
“มา เรามาจำเนื้อเพลงซิงเกิลต่อไปที่พี่ดาส่งให้ในไลน์กลุ่มระหว่างรอคนอื่นกันดีไหม”
“ดีค่ะ”
เมื่อถึงเวลาซ้อมสมาชิกทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้า ณัฐธิดาให้แต่ละคนแบ่งท่อนร้องกันแล้วแยกไปฝึกตามมุมต่าง ๆ ของห้อง เธอเองที่ไม่ถนัดเื่ร้องเลยเลือกท่อนสั้น ๆ ที่เสียงตัวเองพอไหวเพราะตอนแสดงต้องเต้นไปด้วย ณัฐธิดาอยากเน้นการเต้นให้เต็มที่มากกว่า ส่วนท่อนคอรัสหรือฮุกก็ให้พริมกับญาณินที่เป็นักร้องหลักของวงสลับกันร้องไป
“พี่ไนน์ ๆ” มินตราเดินมากระซิบพลางลากแขนเธอออกจากห้อง
“มีอะไรรึเปล่า”
“พี่ดาอยากคุยด้วย”
ทั้งสองหยุดยืนอยู่หน้าปรียาดารออยู่ที่หน้าห้อง
“มินบอกพี่แล้วว่าไนน์อยากลองรับงาน พรุ่งนี้ขาดคนพอดีงั้นพี่จะให้ไนน์เริ่มงานเลยนะ”
“แล้วเื่ซ้อมล่ะคะ”
“พรุ่งนี้ไม่มีซ้อม พี่จะให้แต่ละคนพักสองวัน”
“ดีเลย งั้นพี่ไนน์ไปเป็เพื่อนมินนะคะ” มินตราเขย่าแขนณัฐธิดาด้วยความตื่นเต้น
“โอเคค่ะ”
“งั้นกลับเข้าห้องไปซ้อมกันต่อ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ลงโลเคชันไปให้”
ณัฐธิดาเดินกลับมาซ้อมร้องเพลงต่อแต่ก็แทบไม่มีสมาธิ เธอเอาแต่ถามตัวเองในหัวว่าทำแบบนี้มันถูกต้องหรือเปล่า ต่อให้ไม่ได้ขายตัวก็เถอะ แต่ความคิดอีกส่วนก็บอกว่าให้ลองดูก่อน อย่างน้อยก็จะได้มีเงินไปใช้หนี้คุณธีร์ ถ้าเก็บเงินจากงานที่ทำอยู่ตอนนี้มีหวังสิบปีก็ยังไม่รู้ว่าจะหาได้ครบหรือเปล่า