"จะทำแบบนั้นได้ยังไงกัน?"
หลี่อวิ๋นเฟินยืนกรานที่จะคืนเงินให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึมพลางส่งเงินคืน
เธอเปิดร้านขายเต้าหู้ในตลาดเหตุผลที่ครั้งก่อนไม่เชื่อใจต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เพราะเคยมีคนโดนหลอกในลักษณะนี้มาก่อน
หลังจากเชื่อใจต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วหลี่อวิ๋นเฟินก็รู้สึกว่าเธอเป็นคนดี
งั้นก็หาอะไรอย่างอื่นมาชดเชยแทนก็แล้วกัน
"น้องสาว ครั้งนี้ต้องขอบคุณเธอจริงๆถ้าไม่ได้เธอ ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว" หลี่อวิ๋นเฟินจับมือต่งเสี่ยวเสี่ยวพลางกล่าวขอบคุณอีกหลายคำ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวลูบหลังคุณป้าเบาๆ"ต้องออกกำลังกายให้มากขึ้นหน่อยและใส่ใจเรื่องอาหารการกินด้วยก็จะดีมากค่ะ"
และกระซิบข้างหูคุณป้า"ของหวานๆ ก็กินให้น้อยลงหน่อยนะคะ"
คุณป้าจึงกลั้นขำ
ลูกชายและลูกสะใภ้ไม่เคยปล่อยให้เธออดอยากปกติจะซื้อขนมนมเนยมาให้สารพัด
เธอเองก็รู้ว่าต้องกินให้น้อยลงแต่หักห้ามใจไม่ได้จริงๆ
พอได้ยินต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดแบบนั้นคุณป้าก็หัวเราะออกมาจากใจจริง
เนื่องจากยังมีคนรอต่งเสี่ยวเสี่ยวอยู่และพวกเขาก็ยังต้องไปจัดการเรื่องที่ร้านเต้าหู้ของหลี่อวิ๋นเฟินในตลาดอีกพวกเขาจึงพูดคุยกันอีกสักพัก ก่อนจะจากไป
พวกเขาเพิ่งกลับไปได้ไม่นานต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เดินกลับเข้ามา พวกป้าๆที่นั่งล้อมวงกินเมล็ดแตงโมกันอยู่ก็รีบวางเมล็ดแตงโมในมือลง
พวกเธอส่งยิ้ม และเดินเข้ามาล้อม
"สหายต่งที่แท้เธอก็ดูรักษาคนเป็นด้วยเหรอ?"
"เมื่อกี้เห็นเธอจับชีพจรสองสามทีดูมีฝีมือเหมือนกันนะ ลองตรวจให้ฉันบ้างได้ไหม?" ว่าแล้วป้าจ้าวอวิ๋นก็ยื่นมือมาให้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับยิ้มบางๆนั่งลงบนเก้าอี้แล้วเริ่มจัดยาจีนของตัวเองต่อ "พวกป้าๆมีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะค่ะ ไม่ต้องอ้อมค้อมหรอก"
คนพวกนี้ไม่ใช่คนดีอะไรต่งเสี่ยวเสี่ยวเลยไม่อยากสนใจพวกเธอนัก
"สหายต่ง" ป้าจ้าวอวิ๋นขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ "ฉันได้ยินจากลูกสะใภ้ว่าหวังเต๋อจู้จากหมู่บ้านซิ่งฮวาไปขายสมุนไพรในเมืองแล้วเธอก็ไปด้วยเหรอ?"
"ได้ยินว่าเธอขายราคาของเธอสูงกว่าหน่อยเธอพอจะพาคนในหมู่บ้านเราไปขายด้วยกันได้ไหม?"
ป้าจ้าวอวิ๋นพูด แต่แววตาเป็นประกายเหมือนกับวาดฝันถึงชีวิตในอนาคตไว้แล้ว
ถ้าสามารถหาเงินได้มากขึ้นอีกหน่อยก็จะได้แต่งตัวให้ลูกสาวคนเล็กของบ้านให้ดูดีมากขึ้น
ถ้าสามารถแต่งงานเข้าเมืองไปได้พวกเธอก็จะได้ย้ายตามไปเสวยสุขในภายหลัง
"ก็เหมือนกับทุกคนค่ะ จินละหนึ่งเหมา"ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังคงจัดยาต่อ "ถ้าไม่เชื่อก็ไปเก็บสมุนไพรแล้วเอาไปขายที่ตลาดดูสิคะ"
เห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวมีท่าทีเย็นชาป้าชุ่ยฉินที่อยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียง 'ฮึ'ออกมา "ถ้าไม่จำเป็นต้องมีคนคอยนำพวกเราก็คงไม่ต้อง..."
ป้าชุ่ยฉินพูดยังไม่ทันจบป้าซิ่วเหอก็รีบดึงเธอไว้
ป้าซิ่วเหอยิ้มให้ป้าชุ่ยฉินแล้วหันไปนั่งตรงข้ามกับต่งเสี่ยวเสี่ยว"สหายต่ง เธอก็รู้ว่าพวกเราสู้เธอไม่ได้หรอก"
"พวกเราแค่ได้ยินว่ามีวิธีหาเงินได้ก็เลยมาขอความช่วยเหลือจากเธอ ถ้าเธอมีวิธีจริงๆก็พาคนในหมู่บ้านเราสบายไปด้วยกันเถอะ พวกเราจะได้จดจำบุญคุณของเธอไงล่ะ"
โห!
พอได้ยินแบบนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็อยากจะหัวเราะ
พวกนี้คิดเล็กคิดน้อยกันเก่งจริงๆเธอได้ยินเสียงความคิดข้างในของพวกหล่อนหมดแล้ว
ยังจะมาแก้ตัวอีก
เห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะเยาะสีหน้าของคนเหล่านั้นก็เริ่มไม่สู้ดี
เพื่อวิธีการหาเงิน ป้าจ้าวอวิ๋นยิ้มแหยๆและพูดต่อว่า "สหายต่งพวกเราก็คนในหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น ลองคิดดูสิถ้าวันหนึ่งฉินซู่..."
พูดยังไม่ทันจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รีบลุกขึ้นยืนพลางเหวี่ยงตะแกรงในมือ
ดินในตะแกรงสาดใส่หน้าพวกป้าๆ เข้าพอดีทุกคนต่างก็หน้าดำคร่ำเครียด
"แค่ก...แค่ก..."
แต่ละคนต่างบ้วนน้ำลายไปคนละทางเมื่อกี้ในปากและตาของพวกเขาเต็มไปด้วยฝุ่น
กลุ่มคนเดินวนไปวนมาในลานบ้านพลางร้องโอดโอย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองพวกเธอแล้วไม่พูดอะไรสักคำรีบเดินเข้าบ้านแล้วปิดประตูเสียงดัง
คนพวกนั้นขยี้ตาพลางบ้วนน้ำลายผ่านไปสองสามนาทีถึงจะดีขึ้นบ้าง
พอหันกลับไปก็เห็นประตูบ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวเปิดอยู่เมื่อกี้พวกเธอโดนชาวบ้านที่กำลังเดินไปทำงานในทุ่งนาเห็นกันหมดแล้ว
ทุกคนต่างก็เอามือปิดปากแอบหัวเราะพอพวกเธอหันไปมอง ทุกคนก็เดินไปพลางหัวเราะไป
เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ทนไม่ไหวหัวเราะออกมาอีก
ป้าซิ่วเหอและคนอื่นๆ กัดฟันแน่นมองประตูห้องของต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยความโมโห
ป้าจ้าวอวิ๋นปัดฝุ่นบนตัว"คนในหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย!"
"ถ้าวันหนึ่งคนในหมู่บ้านกีดกันพวกเธอละก็..."
ป้าจ้าวอวิ๋นจงใจขู่สองสามคำเธอเดินไปเดินมาพลางมองเข้าไปข้างใน คิดว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะออกมาพูดรั้งพวกเธอไว้
พอเดินไปถึงหน้าประตูต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เปิดหน้าต่างออกมาจริง ๆ
ป้าจ้าวอวิ๋นตบมือ"สหายต่ง เรื่องเมื่อกี้พวกเราไม่ถือสาหรอก เธอก็..."
พูดยังไม่ทันจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็สาดน้ำออกมาจากหน้าต่าง
พอเห็นพวกเธอกำลังจะไปต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ร้องทัก "ไม่พักอีกหน่อยเหรอคะ?"
"ตอนไปก็อย่าลืมปิดประตูให้บ้านฉันด้วยนะ"
พวกป้าๆ โกรธจนหน้าเขียวป้าจ้าวอวิ๋นแข็งทื่ออยู่กับที่ คนอื่น ๆ รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้ทำไมถึงขายหน้าขนาดนี้นะ?
พอเห็นว่าพวกป้าๆ ไปกันหมดแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เรียกเด็กๆ ทั้งสามคนเข้ามา
เธอบอกกับเฉินเฉินว่าหาของเจอแล้วแต่จะเก็บไว้ให้ก่อน
"ตกลงครับน้าต่งเก็บไว้ให้ผมก่อนได้เลย" เฉินเฉินก็ยิ้มออกมาทันที
"ต่อไปฉันจะไปทำยาเม็ดพวกเธอสามคนอยากจะช่วยไหม?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวอธิบายวิธีการทำยาเม็ดอย่างง่ายๆแม้แต่ฉินซู่ที่นั่งอยู่บนเตียงก็ยังมองมาด้วยความสนใจ
วิธีการทำยาเม็ดไม่ยากสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องนำสมุนไพรพวกนี้มาผสมกันแล้วอัดให้แน่นซ้ำๆ
ดังนั้นพวกเขาเลยต้องเตรียมอุปกรณ์หลายอย่างเด็กๆ ทั้งสามคนออกแรงบดครั้งแรก ต่งเสี่ยวเสี่ยวบดครั้งที่สอง
หลังจากวุ่นวายอยู่ในห้องไปกว่าครึ่งชั่วโมงจนเหงื่อก็ท่วมตัว แต่พอยกยาเม็ดขึ้นมา มันก็แตกกระจาย
"แบบนี้ไม่ได้" ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจ ให้เด็กๆ ทั้งสามคนพักก่อน "มีอะไรที่จะยึดยาเม็ดพวกนี้ไว้ได้บ้างนะ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวลูบคางพลางคิดหาวิธีไปด้วยน่าจะต้องใช้อุปกรณ์ที่เล็กกว่านี้ ไม่งั้นงานนี้คงยากเกินไป
"ยายแก่ มือไม่อยู่สุขเหรอไง?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังคิดอยู่ก็ได้ยินเสียงดังโครมครามมาจากบ้านป้าหลิวเสียงดังมาก
คนที่กำลังด่าคือหลี่ไฉ่เฟิ่งที่เป็นลูกสะใภ้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินเสียงด่าก็เลิกคิ้วขึ้นดูเหมือนว่าเธอจะทายถูกจริงๆ
เมื่อคืนหลี่ไฉ่เฟิ่งเอาของของเฉินเฉินไปพอป้าหลิวรู้ก็เอามาคืนให้ เธอรู้ว่าของหายไปแล้ว ก็เลยโกรธจนด่าทอออกมา
"แม่ออกไปข้างนอกหน่อยนะ"พูดจบ ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เปิดประตูออกไป เด็กๆทั้งสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กอยู่ข้างใน
"เฉินเฉินเอากระดาษกับปากกามาให้อาหน่อย" ฉินซู่เกิดความคิดดีๆขึ้นมา
เขาวาดรูปบนกระดาษ ต่อท่อเล็กๆเชื่อมต่อด้านบน สร้างเป็นอุปกรณ์ที่สามารถกดได้ โดยใช้แค่แรงกดก็พอ
"ว้าว อาฉินซู่!"
เด็กๆ ทั้งสามคนมองอยู่ข้างๆมีแค่เฉินเฉินที่เข้าใจอุปกรณ์นี้ เขาตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น"อาฉิน เก่งจังเลยครับ!"