หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 28

    “สวัสดีค่ะคุณสิน ... คุณทำเสร็จเป็นคนแรกเลยนะคะ เป็นยังไงค่ะ โจทย์ที่ให้ไปยากหรือเปล่า” ปิ๊ก พิธีกรกล่าวออกมาถามกับสิน ในขณะที่กรรมการทั้งสามคนก็ให้ความสนใจในตัวของสินเป็นอย่างมาก“ขิงเอาเรื่องเลยครับคุณปิ๊ก ผมพยายามทำให้ได้ดี และมากที่สุดแล้วครับ” สินตอบกลับออกไป อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ตื่นกล้องอะไร หรือทำตัวแปลกๆเหมือนกับวันแรกที่เขามาถ่ายทำรายการ“มันครับ ไม่ใช่ขิง....” มุกหน้าตายของเชฟอานที่เขามักจะพูดออกมาเสมอ และมันทำให้คนอื่นที่ได้ยินไปต่อไม่เป็น แต่สุดท้าย เชฟแกก็ยิ้มออกมา สินเองก็ไม่ได้กลัวอะไรมากนัก เขาก็ตอบกลับไปแบบปกติ“ผมหมายถึงมันก็ยากพอตัวเลยครับเชฟอาน” ทั้งหมดหัวเราะออกมา ผู้กำกับคิดว่าฉากนี้ดี และเขาตัดสินใจที่จะตัดมุกตลกหน้าตายของเชฟอานไว้ด้วย เพื่อเอาไว้ใช้โปรโมทรายการเป็นคลิปสั้นๆลงไอทูปของทางสถานี เมื่อกล่าวเล่นกันเล็กน้อย กรรมการก็เริ่มหยิบเอาผลงานของสินขึ้นมาดู“เอาล่ะ เรามาดูผลงานของคุณกันดีกว่าครับ..... ขนาดได้ตามมาตรฐาน สวยงามกำลังดี เท่ากันทุกๆชิ้น... ทำได้ดีมากครับ” คุณอังหยิบเฟรนช์ฟรายส์ขึ้นมาหนึ่งชิ้น เขาดูรูปทรงของมัน ชิ้นแรกผลงานมันออกมาดี สมบูรณ์แบบมาก เขาจึงเอ่ยชมไปเล็กน้อย แต่เขาก็ต้องประหลาดใจ           “ชิ้นที่1 ผ่าน ชิ้นที่2 ผ่าน ชิ้นที่3 อื้มมม...... ชิ้นที่50.. ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ว่าทุกชิ้นจะมีความใกล้เคียงกันมากขนาดนี้ มันแทบจะแยกไม่ออกเลยนะครับว่ามีชิ้นไหนที่แตกต่าง” คุณอังกล่าวออกมา เข้าตกตะลึงเล็กน้อยแต่เชฟอานก็ทำในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ เขาทำตามสัญชาตญาณของเชฟมืออาชีพ เขาหยิบเฟรนช์ฟรายส์ขึ้นมาต่อกัน จนพวกมันสามารถที่จะต่อกันได้สูงเป็นชั้นๆ มันทำให้หลายๆคนเริ่มหันมามองอย่างสนใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น และคำพูดภายในใจของแต่ละคน‘มันเป็นไปไม่ได้’ ใครๆก็คิดออกมาอย่างนั้น นอกจากเครื่องทำเฟรนช์ฟรายส์ที่สามารถจะอย่างนั้นได้แล้ว ก็ไม่น่าจะมีใครทำได้แล้วแท้ๆ เหตุการณ์นี้มันแสดงถึงว่าทักษะการใช้มีดของสินนั้นสูงมาก ไหนจะความแม่นยำที่สามารถทำให้ขนาดของเฟรนช์ฟรายส์เท่ากันอีก“สมบูรณ์แบบมากเลยครับคุณสิน... เชิญกลับไปพักผ่อนก่อนนะครับ ผ่าน!!!” เชฟอานกล่าวออกมา อย่างหวั่นๆ เขาต้องยอมรับตรงๆเลยว่า เขาไม่สามารถทำแบบนี้ได้จริงๆ ถึงเชฟมืออาชีพคนอื่นๆที่เขาเคยร่วมงานมาด้วยกัน ก็ต้องมีชิ้นที่ผิดพลาดกันบ้าง มันทำให้เขาคิดว่าการแข่งขันเชฟมือสมัครเล่นนี้ไม่ได้เหมาะสมกับสินแล้ว และฝีมือของสิน น่าจะพอๆกับเชฟระดับพวกเขาเลยก็ว่าได้ ถ้าดูจากการทักษะการใช้มีด“ขอบคุณมากครับ” สินกล่าวออกมา และกำลังจะเดินเข้าไปรอที่ห้องรับรอง แต่ก็ถูกผู้กำกับรายการเรียกตัวไปคุย สินเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็เดินตามไปเงียบๆ จนมาถึงห้องถ่ายทำที่มีจอหลากหลายตัว“สวัสดีครับคุณสิน... ผมขอเข้าเรื่องเลยได้ไหมครับ.. จริงๆผมมีเรื่องอยากจะปรึกษานะครับ” ผู้กำกับเอ่ยออกมา“เรื่องปรึกษาอย่างนั้นเหรอครับ ... เรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอครับ” สินกล่าวถามออกไปอย่างงงๆ ทำไมต้องมาปรึกษากับเขาด้วย เขาเกี่ยวอะไรกับการถ่ายทำนี้กัน เขาก็ได้แต่รอสิ่งที่ผู้กำกับคนนี้จะพูดออกมา“ก็แค่จะให้คุณสินช่วยสอนวิธีการทำอาหารให้กับรายการ ในช่วงท้ายของรายการทุกๆตอนนะครับ เช่นวันนี้เราคัดเลือกในการทดสอบการใช้มีด คุณสินก็ต้องคิดหัวข้อที่เกี่ยวกับการใช้มีด หรือมันที่เราใช้ก็ได้ครับ และแน่นอนว่าเรามีผลตอบแทนให้ด้วย ไม่ทราบว่าคุณสินคิดว่าอย่างไงครับ” ผู้กำกับเอ่ยออกมา“อื้มมม มันก็ได้อยู่หรอกครับ แต่ใช้เชฟมืออาชีพไม่ดีกว่าเหรอครับ” สินกล่าวตอบ“เชฟมืออาชีพจริงๆแล้ว เราก็จ้างเชฟอานด้วยเงินหลักล้านต่อเดือนแล้วนะครับ และแน่นอนเขาก็ทำงานเต็มที่แล้ว อย่างที่คุณเห็น” ผู้กำกับชี้ไปที่จอตัวหนึ่ง สินก็มองตามมือที่ผู้กำกับชี้ไป“เชฟอาน และกรรมการอีกสองท่านมีงานที่หนักมากอยู่แล้ว พวกเขาเหมือนจะได้เงินง่าย แต่อาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเขาไม่ได้มีเวลานอนเลยด้วยซ้ำ.. กว่าจะแต่งหน้าทำผมก่อนออกรายการ ไหนจะดูบท อ่านบท หรือทำความเข้าใจ ประวัติต่างๆ ของวัตถุดิบที่นำมาในวันนี้อีก... ”ผู้กำกับพูดออกมายืดยาว สินเองก็คิดตาม มันสมเหตุสมผลอยู่ที่เขาจะมาขอให้สินทำอะไรอย่างนี้แทนเชฟอานที่ทำงานหนักแล้ว สินแทบจะไม่ต้องคิดอะไรมาก เขาตอบตกลงในทันที และให้เบอร์ผู้จัดการส่วนตัวของเขาไป นั้นก็คือพี่โอ๊ตเพื่อคุยกันในเรื่องค่าใช้จ่าย และสัญญาต่างๆ           ผู้กำกับเองก็ยินดีเป็นอย่างมากที่สินยอมช่วยทำให้รายการของเขามากขนาดนี้ ทั้งที่เขาไม่ต้องทำอะไรมากขนาดนั้นก็ได้ เขากล่าวขอบคุณสินเป็นการใหญ่ แต่สินกลับตอบมาประโยคเดียวเท่านั้น“จริงๆแล้ว ผมก็ไม่ได้หวังอะไรเลย ทั้งเงินหรือชื่อเสียง ... เป้าหมายจริงๆของผม ก็แค่อยากจะเผยแพร่ความรู้ในการทำอาหารออกไปให้ทุกๆคนได้รับรู้ และสามารถสร้างสรรค์มันออกมาให้ดีที่สุดได้ด้วยตัวเองนะครับ” สินยิ้มแล้วกล่าวออกไปอย่างนั้น ผู้กำกับก็ยิ้มกลับ ภายในใจของผู้กำกับบังเกิดความชื่นชม และนับถือสินเป็นอย่างมากในตอนนี้ แล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงานของใครของมัน           รายการดำเนินไปเรื่อยๆ ใช้เวลาไม่นานผู้เข้าแข่งขันก็ทำเฟรนช์ฟรายส์เสร็จกันตามสินมา กรรมการต้องแยกกันไปตรวจผลงานของแต่ละคน แต่เมื่อคนแรกมันทำได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้น มันจึงทำให้มันมีข้อที่จะเปรียบเทียบ แต่พวกเขาก็มืออาชีพมากพอ และเลือกที่จะไม่เอามันมาเปรียบเทียบ ถึงภายในใจจะรู้ว่าของที่ตรวจอยู่มันแย่แค่ไหนก็ตามที           หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ก็มีบ้างบางคนที่ไม่ผ่าน เพราะทำได้ไม่ตรงโจทย์ บางคนก็ได้ชิ้นของเฟรนช์ฟรายส์ไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด สินเองก็ทำหน้าที่ของตัวเองโดยการไปถ่ายทำต่ออีกทั้งหมดสองส่วน ส่วนแรกเป็นการพูดคุยตอบคำถามหน้ากล้อง ถามถึงความรู้สึก และอื่นๆอีกนิดหน่อย ส่วนที่สองเป็นเรื่องของการแสดงทักษะการทำเฟรนช์ฟรายส์ง่ายๆสไตล์สิน ในที่สุดการถ่ายทำรายการก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนมาถึงการทดสอบรอบที่สองในตอนบ่าย จากผู้แข่งขันทำเฟรนช์ฟรายส์ที่เหลือ 50 คนในรอบแรก คัดเลือกให้เหลือเพียง 20 คนเท่านั้น ก่อนจะเข้าสู่ The Grand Kitchen Hall ที่เป็นที่ถ่ายทำหลักของรายการ และแน่นอนว่าสินก็ผ่านเข้าไปเป็นหนึ่งใน 20 คนนั้น ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 20 คนต้องรออีก 3 วันเพื่อที่จะทำการแข่งขันในรอบต่อไป และหลังจากนี้การแข่งขันจะเริ่มเข้มข้นมากขึ้น กว่าที่สินจะได้กลับโรงแรมก็เวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว เพราะวันนี้เขามีนัดถ่ายงานกับร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากไปถ่ายรายการที่เดอร์แกรนด์เสร็จ เวลาดึกแล้วเขาจึงไม่ได้โทรหาอรเลยในวันนี้ เขาเลือกที่จะอาบน้ำ แล้วก็นอน“พรุ่งนี้สายๆค่อยโทรไปหาก็แล้วกัน” แล้วเขาก็หลับไป--------------------------------------------------------------ขิงนะไม่ใช่มัน

    error loaded