คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    ราชาของฝูงสุนัขจรจัด

    ติ๊ง!

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:45]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 6 มีนาคม] 

     

    ความมืดมิดไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด... ความเงียบต่างหากที่กัดกินวิญญาณ

    เฮือก!

    ลมหายใจแรกของค่ำคืนถูกสูดเข้าปอดอย่างตะกละตะกลาม อคินสะดุ้งตื่นขึ้นบนเตียงนอนหนานุ่ม 

    ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณจากก้นมหาสมุทรลึกขึ้นสู่ผิวน้ำยังคงชัดเจนในทุกอณูรูขุมขน 

    ความหนาวเหน็บประหลาดที่เกาะกุมกระดูกสันหลังค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นของเลือดเนื้อที่เริ่มสูบฉีดอีกครั้ง

    เขาขยับนิ้วมือ กำและแบช้าๆ เพื่อตรวจสอบความพร้อมของร่างกาย... แข็งแรง ทรงพลัง และตอบสนองได้ดั่งใจนึก

    "ขอบคุณนะ... ระบบ"

    อคินพึมพำเบาๆ กับความว่างเปล่า 

    เขาเชื่ออย่างสุดใจว่าอาการ 'วูบดับ' ไปในตอนกลางวันและตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นในตอนกลางคืน 

    คือหนึ่งในกลไกการฟื้นฟูสภาพร่างกายขั้นสูงที่ระบบมอบให้เขาเป็นกรณีพิเศษ 

    ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่หน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดแง้มไว้

    ตัวเลขเวลานับถอยหลังสีฟ้าใสลอยเด่นอยู่ตรงมุมสายตา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขา

    สิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วคือ... ความเงียบ

    สองคืนก่อนหน้านี้ ท้องฟ้าทางทิศเหนือเคยแดงฉานราวกับนรกบนดิน 

    เสียงระเบิดตูมตามและเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังกึกก้องจนกระจกหน้าต่างสั่นไหว 

    แต่คืนนี้... ทุกอย่างกลับเงียบสงัด

    ไม่มีแสงไฟวูบวาบที่เส้นขอบฟ้า 

    มีเพียงความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดที่กลืนกินซากปรักหักพังของเมือง และกลิ่นควันจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งผสมกับกลิ่นอับชื้นของเชื้อรา

    "จบแล้วเหรอ..."

    อคินเกาะขอบหน้าต่างแน่น สายตากวาดมองไปในความมืดด้วยความรู้สึกกึ่งโล่งใจกึ่งหวาดระแวง

    "แต่ฝ่ายไหนชนะกันแน่... มนุษย์? หรืออสูร?"

    คำถามนั้นแขวนค้างอยู่ในอากาศ 

    หากมนุษย์ชนะ นั่นคือปาฏิหาริย์ 

    แต่ถ้าอสูรชนะ... ความเงียบนี้ก็คือสัญญาณเตือนภัยก่อนที่พายุระลอกใหม่จะพัดถล่ม คลื่นความตายอาจกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่

    โฮ่ง!

    เสียงเห่าทุ้มต่ำดังขึ้นจากลานหน้าบ้าน ทำลายภวังค์ความคิดของชายหนุ่ม

    อคินชะโงกหน้าลงไปมอง สิ่งแรกที่สะท้อนแสงจันทร์คือดวงตาสีน้ำตาลคู่หนึ่งที่จ้องมองขึ้นมาด้วยความตื่นตัว 

    หางของมันกระดิกเบาๆ แต่ท่าทางยังคงสง่างามและระแวดระวัง

    'เจ้าโบ้' ยืนอยู่ตรงนั้น แวดล้อมด้วยสมาชิกในฝูงอีกสี่ตัว 

    ท่าทางของมันดูผ่อนคลายกว่าเมื่อวานมาก ราวกับแม่ทัพที่เพิ่งกลับจากสนามรบและรู้ว่าศึกจบลงแล้ว

    ติ๊ง!

    หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาตรงหน้า พร้อมข้อความที่ทำให้อคินต้องเลิกคิ้ว

     

    [โบ้บอกว่า ตอนที่นายหลับ... มีเสียง 'บรื้นนน' ดังสนั่นเลย! กลิ่นควันเหม็นๆ ของพวกมนุษย์วิ่งผ่านไปทางถนนใหญ่... พวกอสูรน่าจะถอยทัพกันไปแล้ว]

     

    อคินอ่านข้อความนั้นแล้วมุมปากก็กระตุกยิ้ม... 

    "เสียงรถยนต์งั้นเหรอ?" 

    อคินพึมพำ ความตึงเครียดที่เกาะกุมไหล่เขามาตลอดสองวันค่อยๆ คลายลงราวกับปลิดทิ้ง

    ถ้ามีการเคลื่อนย้ายพล นั่นหมายความว่ามนุษย์ยังไม่สูญพันธุ์

    "ถ้างั้นก็คงเป็นข่าวดี... หวังว่าพวกเขาน่าจะรอดกันนะ"

    เขาหมุนตัวกลับ คว้าขวานด้ามโปรดที่วางพิงผนัง เดินลงบันไดบ้านด้วยฝีเท้าที่มั่นคง

    ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน ลมหนาวพัดวูบเข้ามาปะทะใบหน้า แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นวาบในอก

    ที่ลานปูนหน้ากองไฟที่มอดดับไปแล้ว มี 'เครื่องบรรณาการ' วางเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

    ปลากะพงขาวตัวใหญ่สองตัวที่เกล็ดยังเป็นประกาย... 

    ปูก้ามโตที่ถูกกัดจนก้ามหักสะบั้น... และซากหนูยักษ์อีกสามตัวที่ถูกจัดวางแยกประเภทไว้อย่างดี

    สุนัขทั้ง 5 ตัวนั่งเรียงหน้ากระดาน หูตั้งชัน หางกวาดพื้นไปมา 

    สายตาจับจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียว รอคอย... ไม่ใช่แค่อาหาร แต่รอคอยการยอมรับจากผู้นำ

    "นี่พวกนาย..." 

    อคินส่ายหัวเบาๆ พลางหัวเราะในลำคอ 

    "ตื่นไปจ่ายตลาดกันมาแต่หัววันเลยเหรอ?"

    เขาเดินเข้าไปตบไหล่เจ้าโบ้เบาๆ สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่แน่นตึงภายใต้ขนหนา 

    สุนัขเหล่านี้เรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดในโลกใหม่ได้เร็วกว่ามนุษย์เสียอีก 

    พวกมันรู้จักทำงานเป็นทีม รู้จักแบ่งหน้าที่ และที่สำคัญ... พวกมันรู้ว่าใครคือศูนย์กลางของฝูง

    "เยี่ยมมาก" 

    เขาเอ่ยชมสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยความหมาย

    สุนัขทั้งฝูงดูเหมือนจะยืดอกรับคำชมนั้น

    "โอเค! ในเมื่อวัตถุดิบพร้อม เชฟก็พร้อม!"

    อคินเริ่มปฏิบัติการตามกิจวัตร เขาไม่ใช่แค่ 'นักรบ' ผู้ถือขวานไล่ฟันปีศาจ แต่ในเวลานี้ เขาคือ 'พ่อครัว' ผู้กุมหัวใจของกองทัพ

    กองไฟถูกก่อขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว ประกายไฟสีส้มลุกโชนขับไล่ความมืด 

    อคินจัดการย่างปลาและปู กลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ทะเลสดๆ ที่โดนไฟเลียเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ 

    กลบกลิ่นเหม็นเน่าของซากเมืองจนหมดสิ้น เขาบรรจงแบ่งเนื้อปลาขาวอวบให้สุนัขทั้ง 5 ตัวอย่างทั่วถึง

    ส่วนหนูยักษ์...เขาจัดการชำแหละแล่เนื้อแดงสดออกมาเสียบไม้ 

    แล้วนำไปรมควันเหนือเปลวไฟ เก็บไว้เป็นเสบียงสำรองสำหรับคืนต่อไป

    "กินซะ... กองทัพต้องเดินด้วยท้อง"

    เสียงเคี้ยวอาหารและเสียงขู่เบาๆ ด้วยความหวงของกินดังขึ้นรอบกองไฟ 

    อคินนั่งมองภาพนั้นด้วยความสุขใจเล็กๆ ท่ามกลางโลกที่ล่มสลาย เขายังสามารถสร้าง 'พื้นที่' ที่ปลอดภัยและอบอุ่นได้

    แต่ความสงบสุขมักจะอยู่ได้ไม่นานในโลกใบนี้

    "ไป... ได้เวลายืดเส้นยืดสายแล้ว"

    หลังจากมื้อค่ำ อคินคว้าขวานคู่ใจลุกขึ้นยืน สุนัขทั้ง 5 ตัวที่เพิ่งอิ่มหมีพีมันลุกขึ้นตามทันที 

    สัญชาตญาณนักล่าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมกัน

    คืนนี้... เขากล้าที่จะเดินไปไกลกว่าเดิม

    บรรยากาศรอบนอกเงียบสงัดจนน่าขนลุก ซากตึกรามบ้านช่องยืนตระหง่านเหมือนหลุมศพยักษ์ 

    ไม่มีเงาของซอมบี้หรืออสูรกลายพันธุ์แม้แต่ตัวเดียว 

    ราวกับว่าสงครามทางทิศเหนือได้ดูดกลืนพวกมันไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเศษขยะ

    "มีแต่พวกหนูกับแมลงสาบ..."

    อคินบ่นพึมพำขณะเหวี่ยงขวานใส่หนูยักษ์ตัวที่สี่ของคืนที่กระโจนออกมาจากท่อระบายน้ำ

    ฉับ!

    คมขวานตัดผ่านเนื้อและกระดูกอย่างง่ายดายโดยที่เขาแทบไม่ต้องออกแรง 

    หนูยักษ์ขาดสองท่อนในพริบตา เลือดสีดำกระเซ็นเปรอะพื้นคอนกรีต 

    เขาประหลาดใจกับพละกำลังของตัวเองเสมอ ระบบคงอัปเกรดค่าความแข็งแกร่งให้เขาโดยอัตโนมัติอีกแล้วแน่ๆ

    การล่าดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งพวกเขาเดินลัดเลาะมาถึงซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง

    จู่ๆ เจ้าโบ้ก็หยุดเดิน ขนที่หลังคอตั้งชัน หูทั้งสองข้างบิดไปทางกองขยะใต้ถุนบ้านร้างที่มืดมิด

    โฮ่ง!

    เสียงเห่าเตือนภัยสั้นๆ ทำให้อคินกระชับด้ามขวานในมือแน่น เขาเพ่งมองตามสายตาของมันฝ่าความมืดเข้าไป

    ในเงามืดนั้น... มีดวงตาสามคู่สะท้อนแสงจันทร์กลับมา

    มันไม่ใช่ดวงตาที่ดุร้ายและบ้าคลั่งแบบอสูรกลายพันธุ์ แต่มันคือดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

    สุนัขจรจัดสามตัว... ผอมโซจนเห็นซี่โครงปานจะทะลุผิวหนัง ขนร่วงเป็นหย่อมๆ เผยให้เห็นผิวหนังที่เป็นโรคเรื้อน 

    พวกมันยืนเบียดเสียดกันแน่น ตัวสั่นเทาเมื่อเห็นฝูงนักล่าที่แข็งแกร่งกว่าของอคินยืนปิดทางหนี

    สมาชิกในฝูงของอคินเริ่มแยกเขี้ยว ส่งเสียงขู่ในลำคอ สัญชาตญาณการปกป้องอาณาเขตทำงานทันที

    แต่โบ้กลับหันมามองหน้าอคิน แล้วเห่าเบาๆ อีกครั้ง ราวกับรอคำสั่ง

    คราวนี้... ไม่มีหน้าต่างระบบเด้งขึ้นมา

    และอคินก็รู้ดีว่าเขาไม่ต้องการมัน

    เขามองเข้าไปในดวงตาของโบ้ แล้วหันกลับไปมองหมาผอมโซสามตัวนั้น 

    ความรู้สึกบางอย่างสื่อถึงกันโดยไม่ต้องใช้คำพูด หรือตัวหนังสือบนหน้าจอสีฟ้า

    มันไม่ใช่แค่ความสงสาร... 

    อคินไม่ได้มองพวกมันด้วยสายตาเวทนาแบบคนใจบุญที่โปรยทานให้ขอทาน แต่เขากำลัง 'ประเมิน'

    สายตาของเขาคมกริบ กวาดมองโครงสร้างร่างกายและแววตาของพวกมัน... 

    'ถึงจะผอมโซ แต่กระดูกใหญ่ แววตายังมีความรักชีวิต... เอามาปั้นได้'

    "รู้แล้ว..." 

    อคินยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เขาพยักหน้าให้โบ้ช้าๆ 

    "ไปพาพวกมันมาสิ... ได้เวลากลับบ้านกันแล้ว"

    คำสั่งนั้นศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่ากฎหมาย

    โบ้วิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาพวกมัน ท่าทีคุกคามหายไป 

    แทนที่ด้วยการดมกลิ่นทักทายตามภาษาสุนัข 

    เพียงครู่เดียว สุนัขผอมโซทั้งสามตัวก็ค่อยๆ เดินตามออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก้มหัวต่ำแสดงความนอบน้อม 

    และเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งการคุ้มครองของฝูง

    ...

    กลับมาถึงฐานทัพ อคินไม่รอช้า เขาโยนขวานวางไว้ แล้วหันมาจับทัพพีแทน

    หม้อใบใหญ่ถูกตั้งไฟอีกครั้ง น้ำเดือดปุดๆ ข้าวสารที่เหลืออยู่ถูกเทลงไป 

    ตามด้วยเนื้อหนูสับละเอียดที่เพิ่งล่ามาได้ กลิ่นข้าวต้มร้อนๆ หอมกรุ่นลอยฟุ้ง 

    สุนัขสมาชิกใหม่ทั้งสามตัวน้ำลายไหลยืด หางจุกตูดด้วยความประหม่าแต่สายตาจ้องมองหม้อข้าวไม่วางตา

    "กินซะ... ไม่ต้องรีบ ไม่มีใครแย่ง"

    อคินเทข้าวต้มใส่ชามดินเผาใบใหญ่สามใบ วางลงตรงหน้าพวกมัน

    วินาทีนั้นไม่มีความลังเลอีกต่อไป ภาพสุนัขสามตัวที่ก้มหน้าก้มตากินอย่างตะกละตะกลาม 

    เสียงลิ้นเลียชามจนสะอาดเกลี้ยงเกลา ทำให้อคินรู้สึกอุ่นวาบในใจ มันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าการเลเวลอัป

    การได้ช่วยชีวิต... การได้เป็นผู้ให้... มันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง

    "เอาล่ะ... คืนนี้พักผ่อนกันได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยเริ่มฝึก"

    อคินเดินไปล็อกรั้วบ้าน ตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย 

    ก่อนจะเปิดประตูบ้านเตรียมจะเข้าไปนอนพักผ่อนตามวิถีของมนุษย์

    แต่ทว่า...

    ไม่มีสุนัขตัวไหนเดินตามเขาเข้ามาเลย แม้แต่เจ้าโบ้

    "อ้าว? ไม่เข้ามาเหรอ?" 

    อคินชะงักมือที่ลูกบิดประตู หันกลับไปเรียก

    โบ้, ด่าง, ขาว และเจ้าตูบตัวอื่นๆ ยืนนิ่งอยู่ที่ลานหน้าบ้าน พวกมันตั้งแถวล้อมรอบสมาชิกใหม่ทั้งสามตัวไว้

    โบ้เงยหน้ามองอคิน แล้วเห่าขึ้นมาหนึ่งครั้ง สายตาของมันมุ่งมั่นและจริงจังจนน่าขนลุก

    ติ๊ง!

    เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้น

     

    [คืนนี้พวกมันจะนอนข้างนอก... ]

     

    อคินขมวดคิ้ว 

    "ฮะ? ทำไมล่ะ?"

     

    [พวกมันต้องติวเข้ม 'น้องใหม่' ... กฎระเบียบของบ้านนี้มันเข้มงวดนะรู้ไหม! ต้องสอนให้รู้จักการต่อสู้ การออกล่า และมารยาท]

     

    อคินอ่านข้อความแล้วก็ต้องเลิกคิ้วสูง ก่อนจะหลุดขำออกมาพรืดใหญ่

    "ฮ่ะๆๆ ... โอเคๆ เข้าใจแล้ว จะเปิดค่ายฝึกทหารเกณฑ์กันสินะ"

    เขามองดูฝูงสุนัขของเขา... ที่ตอนนี้เริ่มดูไม่เหมือนสัตว์เลี้ยง 

    แต่มันดูเหมือน 'กองพันลาดตระเวน' ขนาดย่อมๆ เข้าไปทุกที แววตาของโบ้ที่มองสมาชิกใหม่นั้นเข้มงวดดั่งครูฝึกทหารราบ

    "ตามใจพวกแกแล้วกัน แต่อย่าซนกันจนบ้านพังล่ะ"

    อคินโบกมือให้พวกมัน ก่อนจะเดินเข้าบ้าน ปิดประตูล็อกกลอน

    ความเงียบสงบภายในห้องนอนต้อนรับเขาอีกครั้ง เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ ร่างกายผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:05:00]

     

    "ราตรีสวัสดิ์นะ... ครูฝึกโบ้... ขอบใจนะระบบ"

    อคินหลับตาลงด้วยรอยยิ้ม รอคอยเวลาที่จะได้ตื่นมาพบกับความเปลี่ยนแปลงของฝูงในวันพรุ่งนี้ 

     

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

     

     

    [วันที่ 7 และ 8 มีนาคม] 

    ชีวิตของอคินเริ่มเข้าสู่รูปแบบของ 'กิจวัตร' ที่มั่นคงและเป็นระบบอย่างน่าประหลาด ราวกับฟันเฟืองที่เริ่มหมุนวนเข้าที่เข้าทาง

    [19:00 น.]

    ทันทีที่เปลือกตาเปิดขึ้น สิ่งแรกที่รอเขาอยู่หน้าประตูห้องนิรภัยไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็น 'เครื่องบรรณาการ'

    ซากหนูยักษ์ตัวอ้วนพีที่ถูกจัดเรียงอย่างสวยงาม 

    ปลากะพงที่ยังดิ้นกระแด่ว หรืออสูรปูกระดองหินที่มีก้ามโต 

    ถูกวางกองรวมกันไว้อย่างเป็นระเบียบโดยฝีมือของหน่วยลาดตระเวนสี่ขา 

    ที่นั่งรอกระดิกหาง รอคอย 'ราชา' ของพวกมันตื่นขึ้นมาบัญชาการ

    ...

    [20:00 น.]

    หน้าที่ของอคินเปลี่ยนไป เขาไม่ใช่แค่นักล่า แต่กลายเป็น 'พ่อครัว' ประจำฝูงและนักบริหารจัดการทรัพยากร 

    เวลาชั่วโมงแรกของคืนถูกใช้ไปกับการก่อไฟ ชำแหละเนื้อ และปรุงอาหารหม้อใหญ่ 

    กลิ่นหอมของข้าวต้มผสมเนื้อสัตว์และปลาย่างกลายเป็นสัญญาณเรียกน้ำย่อยประจำวัน 

    ที่เปลี่ยนลานหน้าบ้านให้กลายเป็นโรงเลี้ยงทหารที่อบอุ่นที่สุดในเมืองร้างแห่งนี้

    ...

    [21:00 น. ถึง 02:00 น.]

    เมื่อท้องอิ่ม กองทัพนักล่าราตรีก็เคลื่อนพล

    คืนแล้วคืนเล่า พวกเขาขยายรัศมีสำรวจออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ รื้อค้นบ้านเรือนที่ห่างไกล 

    เก็บกวาดทุกอย่างที่พอจะใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นน็อต ตะปู แผ่นไม้ หรือเศษผ้า 

    อคินแบกเป้ใบใหญ่ สะพายขวาน เดินนำหน้าฝูงสุนัขที่เคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบและเป็นระเบียบยิ่งกว่าเดิม

    และในระหว่างการเดินทางเหล่านั้น... อาณาจักรของเขาก็เริ่ม 'ขยายตัว'

    คืนวันที่ 7 และ 8 มีนาคม ไม่ใช่แค่คืนแห่งการหาเสบียง แต่เป็นคืนแห่งการรวบรวมพล

    ตามซอกตึกมืดมิด ใต้ซากรถพังยับเยิน พวกเขาพบกับดวงตาที่หวาดกลัวของสุนัขจรจัดกลุ่มย่อยๆ ที่หลบซ่อนอยู่ 

    พวกมันผอมโซ หวาดกลัว และสิ้นหวัง 

    เมื่อเห็นกองทัพของอคินที่ดูแข็งแรง อิ่มหนำ และมีระเบียบวินัย พวกมันมักจะแยกเขี้ยวขู่ตามสัญชาตญาณระวังภัย

    แต่อคินไม่ได้ทำอะไร... เขาเพียงแค่ยืนนิ่งๆ

    สายตาของเขาที่มองพวกมันไม่ใช่ความเวทนา

    "จะสู้... หรือจะเข้าร่วม?"

    นั่นคือคำถามที่สื่อผ่านแววตา เขาประเมินศักยภาพของพวกมัน... 

    'ตัวนี้ขาเจ็บแต่สายตามุ่งมั่น... ตัวนั้นผอมแต่กระดูกใหญ่... ตัวนู้นขี้กลัวแต่หูไว'

    เขาประเมินว่าพวกมันจะเป็นภาระ หรือเป็นกำลังรบ... เป็นมิตร หรือเป็นศัตรู

    และเมื่อเขาหันหลังเดินจากไปโดยไม่ขับไล่... นั่นคือ 'สัญญาณอนุญาต'

    ในเงามืดด้านหลัง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาจะดังตามมาเสมอ 

    พวกมันตัดสินใจติดตามเขา... รักษาระยะห่างด้วยความเคารพและความหวัง 

    จนกระทั่งกลับมาถึงป้อมปราการ และได้รับการต้อนรับด้วยข้าวต้มร้อนๆ

    ภายในวันที่ 8 มีนาคม... ป้อมปราการบ้านเดี่ยวของอคินก็เปลี่ยนสภาพไปโดยสิ้นเชิง

    จากฐานที่มั่นส่วนตัว กลายเป็น 'ค่ายผู้อพยพสี่ขา' ขนาดย่อมๆ เสียงเห่าทักทายดังระงมทุกครั้งที่เขาเดินผ่าน 

    สุนัขทุกตัวมองมาที่เขาด้วยสายตาเทิดทูนบูชา ราวกับเขาคือเทพเจ้าองค์เดียวที่พวกมันรู้จัก

    อคินกลายเป็น 'ราชา' ของฝูงสุนัขกลุ่มใหญ่โดยไม่รู้ตัว 

    เขาต้องรับผิดชอบปากท้องของทุกชีวิต ต้องวางแผนเสบียง ต้องดูแลความปลอดภัย

    มันเป็นภาระที่หนักอึ้ง... แบกรับชีวิตนับสิบไว้บนบ่า

    แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อเขามองดูฝูงสุนัขที่นอนหลับอย่างปลอดภัยรอบกองไฟ 

    ความรู้สึก 'เป็นที่ต้องการ' นี้... มันทำให้เขารู้สึกดีอย่างประหลาด

    เขารู้สึกว่าการตื่นขึ้นมาในแต่ละคืน... มันมีความหมายมากกว่าแค่การหายใจทิ้งไปวันๆ เพื่อรอความตาย

    "ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายที่นี่..."

    อคินกระซิบกับตัวเองขณะยืนมองอาณาจักรเล็กๆ ของเขาจากระเบียงชั้นสอง 

    แววตาของ 'นักรบ' เริ่มฉายแสงแห่งความมุ่งมั่นที่แท้จริงขึ้นมาเป็นครั้งแรก

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139