ตำนานยอดหญิงซูเจิน

    รวย! รวย! รวย! 3

          ซูเจินเกาะลูกกรงแน่น ไม่นะ เจ้าเม่นแกต้องชนะให้ได้นะ สู้เขาลูก เจ้านกนั่นมันไม่เท่าไหร่หรอก!      

          ซิ่นจงเองก็มองการต่อสู้ตรงหน้าตาไม่กะพริบเช่นกัน

          ตู้ม!

          วิหคฟ้าโฉบพุ่งลงอย่างแรง ฝุ่นผงคลุ้งตลบไปทั่วเวที เสียงโดยรอบเงียบลงลุ้นว่าเหตุการณ์บนเวทีเป็นอย่างไร วิหคฟ้าชนะแล้วหรือยัง หรือเม่นหินผาจะหลบได้กันแน่?

          “มะ...เม่นหินผาชนะ!” เสียงของกรรมการบนเวทีประกาศขึ้น

          “อะไรนะ!” เหวินอี้พูดขึ้นเสียงดัง

          “จะไปได้อย่างไร? เมื่อกี้วิหคฟ้ากำลังได้เปรียบเห็นๆ” หย่งเหลียนเองก็อยู่ไม่สุข เมื่อกี้ใครเห็นก็ต้องบอกว่าวิหคฟ้าชนะอยู่แล้ว ผู้ชนะต้องเป็นวิหคฟ้าสิ! จะเป็นเม่นหินผาได้อย่างไร?

          “นี่เจ้าประกาศผิดหรือไม่? จะเป็นเม่นหินผาได้อย่างไร!” ดูเหมือนว่าคนอื่นๆก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน

          ก็แน่ละ พวกเขาลงเดิมพันฝ่ายวิหคฟ้าทั้งนั้น จำนวนเงินของพวกเขาแต่ละคนก็มากโข แต่เม่นหินผากลับชนะในสถานการณ์ที่วิหคฟ้าจู่โจมและได้เปรียบเช่นนี้เนี่ยนะ จะให้พวกเขายอมรับง่ายๆได้อย่างไร?      

          “นั่นสิ! เขาต้องประกาศผิดแน่ๆ”

          “ใช่ๆๆ” คนอื่นๆเริ่มตะโกนสนับสนุน

          เจ้าคนพวกนี้เห็นว่าตนเองกำลังจะเสียก็โวยวายกันใหญ่เลยเชียวนะ คงมั่นใจว่าครั้งนี้วิหคฟ้าก็ต้องชนะเม่นหินผาเหมือนคราวก่อนๆ เงินที่ลงเดิมพันคงทุ่มสุดตัวกันล่ะสิ

          “เอ๊ะ ข้าพูดเรื่องจริงนะ ไม่เชื่อพวกเจ้าดู!” กรรมการเห็นทุกคนประท้วงการตัดสินของตนก็เริ่มไม่พอใจ บนเวทีเกิดลมพัดเบาๆปัดเป่าฝุ่นควันที่ปกคลุมออกจนสิ้น คนโดยรอบจึงเห็นสถานการณ์ภายใน  

          เป็นอย่างที่กรรมการตัดสินจริงๆ เม่นหินผาเป็นฝ่ายชนะ!

          บนเวทีนั้นเม่นหินผากำลังยืนอยู่ที่ขอบเวทีหน้าเจ้าของของมัน ส่วนวิหคฟ้ากลับเป็นฝ่ายนอนอยู่ตรงหลุมที่เกิดจากการโยนเม่นหินผากระแทกตอนแรก มันนอนหมดสภาพไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก แต่มันก็ยังไม่ถึงกับเสียชีวิต มันยังหายใจอยู่เพียงแต่ได้รับบาดเจ็บหนัก

          ที่โคนปีกขวาของวิหคฟ้ามีสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายขนเม่นขนาดใหญ่ปักอยู่ มันคือท่าในการโจมตีของเม่นหินผา มันจะสร้างหินที่มีปลายแหลมคมยาวเพียงใช้ทิ่มแทงศัตรู เป็นหลักฐานชั้นดีว่าวิหคฟ้าเสียท่าให้กับเม่นหินผา

          “ไม่นะ! วิหคของข้า” เจ้านายของวิหคฟ้ารีบวิ่งเข้าไปดูอาการของสัตว์อสูรของตน เห็นมันยังหายใจอยู่ก็โล่งใจ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำพันธะกับสัตว์อสูรสักตัว หากเขาเสียมันไปก็ไม่แน่ว่าจะหาสัตว์อสูรตัวอื่นมาทำพันธะได้อีก

          “เจ้าชนะแล้ว รีบปลดมันออกเร็วเข้า!” เจ้าของวิหคฟ้าร้องบอกอีกฝ่ายให้ปลดเวทของเม่นหินผาออก อีกฝ่ายก็รีบบอกให้เม่นหินผาปลดออกโดยเร็ว เขาเพียงต้องการชนะประลองไม่ได้ต้องการให้วิหคฟ้าตาย

          ทันทีที่หินแหลมที่ปักวิหคฟ้าหายไป ผู้เป็นนายก็รีบเอาผงยาบางอย่างโรยที่แผลให้วิหคฟ้าทันที แล้วให้คนหามมันออกไป

          เม่นหินผากับเจ้านายเดินออกมากลางเวทีเพื่อประกาศว่าพวกเขาได้ชนะการประลองในครั้งนี้แล้ว หลังจากที่พ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายมาหลายครั้ง

          “เย้! เม่นหินผาชนะ จือเหลียงเม่นหินผาชนะจริงๆด้วย!” ซูเจินดีใจจนออกนอกหน้า เขย่าแขนจือเหลียงด้วยความดีใจ เสียงเฮของฝ่ายที่ลงเดิมพันเม่นหินผาก็ดังขึ้นเพื่อแสดงความดีใจให้กับตนเองและผู้ชนะ

          “ซิ่นทงเจ้าดูสิ เม่นหินผาชนะจริงๆ เจ้าจะได้เงินเดิมพันถึงสามเท่าเชียวนะ” ซูเจินบอกซิ่นทง

          “สะ...สามเท่า...เกือบเจ็ดเหรียญทอง!” ซิ่นทงที่คิดถึงเงินรางวัลของตนก็สามารถฉุดตัวเองออกจากความประหลาดใจเป็นความตกใจแทน เขาลืมไปแล้วว่าซูซูเอาเงินของเขาไปลงเดิมพัน

          นั่นหมายความว่าตอนนี้เขาจะมีเงินอยู่ถึงเก้าตำลึงทอง เก้าตำลึงทองเชียวนะ! เขาหาเงินทั้งปีก็ยังไม่ได้มากเท่านี้ อ่า ขอบคุณสวรรค์คราวนี้เขาไม่ต้องห่วงเรื่องเงินแล้ว

          “ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ซิ่นทงยังคงไม่เข้าใจ ทันใดนั้นก็มีเสียงจากบนเวทีอีกครั้ง

          “อะ...แฮ่ม! คาดว่าทุกคนคงอยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนเวทีใช่หรือไม่?” เสียงกรรมการถาม

          “แน่นอนสิ!” หย่งเหลียนตะโกนกลับทันควัน เจ็บใจนัก เขาเสียเงินเดิมพันไปร้อยตำลึงทองเลยนะ ถึงเขาจะร่ำรวยแต่เงินจำนวนนี้มันก็ไม่ใช่น้อยๆ มาเสียมันไปโดยไม่ได้อะไรเช่นนี้มันไม่คุ้มเลย

          ที่สำคัญคือ เขาเดิมพันแพ้เจ้าคนพวกนี้!

          “เอ่อ...งั้นข้าจะเล่าให้ฟังเอง ข้าคิดว่าด้านล่างคงจะไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ข้าที่อยู่บนเวทีกลับเห็นได้ชัดเจน”

          “ในตอนที่วิหคฟ้ากำลังพุ่งตรงมาทางเม่นหินผา จู่ๆวิหคฟ้าก็ชะงักชั่วครู่แล้วทิศทางก็เบี่ยงไปด้านซ้ายเล็กน้อย แต่เม่นหินผาอาศัยช่วงจังหวะนั้นเอี่ยวตัวหลบไปทางขวาแล้วใช้เวทสร้างหินแหลมเหมือนขนหนามขนาดใหญ่เสียบวิหคฟ้า!...ผลจึงเป็นอย่างที่ทุกคนเห็น เป็นการประลองที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆขอรับ!”

          กรรมการเล่าอย่างออกรส คนดูต่างก็ตื่นเต้นไปด้วยแล้วตบมือให้กับเม่นหินผา ถึงแม้ว่าชัยชนะครั้งนี้จะเป็นเพราะวิหคฟ้าผิดพลาดเอง แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องชื่นชมเม่นหินผาที่อาศัยโอกาสนั้นพลิกกลับมาชนะได้

          “ชิ พวกเจ้าแพ้แล้วก็อย่าพาลสิ” หนิงจูว่าเหวินอี้กับหย่งเหลียนแทนนายหญิง

          “ใช่ๆ แพ้แล้วก็อย่าพาล” ซูเจินพยักหน้าส่งเสริม “เม่นหินผาชนะข้าได้เงินรางวัลมากถึงสามร้อยตำลึงทองเชียวนะจือเหลียง งานนี้ต้องขอบใจเจ้าแล้ว ฮ่าๆๆๆ”

          ซูเจินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี จือเหลียงก็ยิ้มส่งให้นายหญิง เห็นนางดีใจเขาก็ดีใจด้วย เพิ่งเคยมีนายหญิงนี่แหละที่เอาความโชคดีของเขามาพนัน หัวหน้ากับเจ้าพี่ชายงี่เง่าของเขาก็ยังไม่เคยทำ

          แต่ให้เขาไปทดสอบพิษกับกับดักแทน....

          “สามร้อย! นี่เจ้าลงเดิมพันไปเท่าไหร่กัน?” หย่งเหลียนถาม

          “ลงไปร้อยตำลึงทอง” ซูเจินเชิดหน้าใส่

          “ร้อยตำลึง...” ลงร้อยตำลึงเหมือนกัน นางได้แต่เขาเสีย ไม่น่าไปเชื่อเจ้าพวกนั้นเลย ไหนบอกว่าวิหคฟ้าจะชนะแน่นอนเล่า

          “เออใช่! เจ้าเด็กน้อยเจ้าบอกว่าวิหคฟ้าท่าทางแปลกๆใช่หรือไม่? เจ้ารู้ได้อย่างไร?” หย่งเหลียนรู้สึกข้องใจ หรือเขาจะเห็นท่าทีผิดปกติของวิหคฟ้าจริงๆ

          ซิ่นจงกลับไปหลบหลังพี่ชายทันทีที่จบการประลอง เขาโผล่หัวออกมาแต่ไม่ได้ตอบคำถาม เอาแต่ส่ายหัวไปมา

          “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?” ซูเจินกระซิบถามจือเหลียง

          “ขอรับ หลังคุณหนูไปซิ่นจงก็บอกว่าเม่นหินผาจะชนะเพราะเห็นมันมีท่าทีแปลกๆ” จือเหลียงตอบ ซูเจินมองซิ่นจงแล้วนึกย้อนไป นางไม่ทันได้สังเกตว่าวิหคฟ้ามีท่าทีผิดปกติหรือไม่ จึงไม่แน่ใจนัก

          แต่คิดอีกแง่เขาอาจจะสังเกตเห็นจริงๆก็ได้ เพราะกรรมการคนนั้นก็บอกอยู่ว่าจู่ๆวิหคฟ้าก็ชะงักและวิถีทางมันเบี่ยงออกไปเล็กน้อย

          “ซิ่นจงเจ้าตอบตามความจริง วิหคฟ้ามีท่าทีแปลกๆจริงหรือ?” ซูเจินถามเขาอย่างนุ่มนวล ซิ่นจงมีนิสัยขี้กลัว ต้องถามเขาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

          คราวนี้ซิ่นจงพยักหน้าตอบ หย่งเหลียนหมายจะใช้พัดชี้ซิ่นจงที่ไม่ตอบเขาแต่กลับตอบนาง แต่ซิ่นทงก็ปัดพัดออกจากแรง ซิ่นทงจ้องหย่งเหลียนดุดัน       

          “มันแปลกอย่างไร? เจ้าบอกข้าสิ” แน่นอนว่าซูเจินอยากจะรู้อย่างยิ่งยวด

          “ข้า...ข้าเห็นมันขยับปีกซ้ายแปลกๆ และดูเหมือนมันจะกางปีกไม่สุด” ซิ่นจงตัวน้อยบอก

          “ปีกซ้าย?” ก็อาจจะเป็นไปได้นะ มันเบี่ยงไปด้านซ้าย มันอาจจะบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า? เจ้าเด็กคนนี้ท่าจะมีแวว ซิ่นทงบอกว่าน้องชายเขาเป็นพวกอัจฉริยะท่าจะจริง

          ซูเจินมองซิ่นจงทีแล้วมองจือเหลียงที สองคนนี้ต่างกันจริงๆ ถึงจะทายถูกทั้งคู่ก็เถอะนะ จือเหลียงเป็นพวกดวงดี แต่ซิ่นจงเป็นพวกช่างสังเกต

          “เจ้ามองออกจริงๆ!” หย่งเหลียนได้ฟังแล้วก็รู้สึกไม่ยอมรับอยู่บ้างแต่ผลลัพธ์มันก็แน่ชัดอยู่แล้ว ถึงอยากจะเถียงก็เถียงไม่ออก

          “เขาบอกว่ามองออกก็มองออกสิเจ้าแพ้ยังมีสิทธิ์พูดอะไรหรืออย่างไร? พวกเราไปกันเถอะอย่าอยู่ใกล้คนสติไม่ดีมากเกินไป เดี๋ยวจะติดเชื้อเอาได้”

          “เจ้า!..” หย่งเหลียนกำลังจะอ้าปากพูด แต่ซูเจินก็ลากทุกคนออกไปก่อนแล้ว เพราะคู่ของวิหคฟ้ากับเม่นหินผาเป็นคู่เอกและคู่สุดท้ายของวันนี้ คนจึงเริ่มทยอยออกจากหอประลองกันบ้างแล้ว ส่วนหนึ่งกำลังเบียดตัวกันอยู่หน้าโต๊ะรับเดิมพันเพื่อแลกตั๋วเป็นเงินรางวัล 

    คล้ายกับเรื่องตำนานยอดหญิงซูเจิน ที่คุณอ่าน