“แหะๆๆ จริงด้วยผมลืมไปเลยก็ใจมันเอาแต่อยากจะให้แม่ผมท่านเห็นว่าลูกสะใภ้ของท่านน่ารักขนาดไหนนี่น่า”
คำหวานที่ยังส่งมาชโลมหัวใจดวงน้อย ๆ ให้ชุ่มชื่นไม่หยุดจนฉันได้แต่ก้มหน้างุดบุ้ยปากใส่ด้วยความหมั่นไส้
“มัวแต่ปากหวานอยู่นั่นแหละค่ะ รับโทรศัพท์ก่อนซิคะอย่าปล่อยให้ท่านรอนาน” ฉันเตือนสติเขาอีกครั้ง
“งั้นวันนี้ฟังเสียงกันไปก่อนเนอะ เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปหาพวกท่าน อีกอย่างพรุ่งนี้พ่อของผมท่านคงจะกลับมาถึงพอดี”
คนตัวโตลูบแผ่นหลังเนียนของคนร่างเล็กเบา ๆ โดยไม่ลืมที่จะบอกเจตนาของตัวเองก่อนจะนึกไปถึงผู้เป็นบิดาที่ตอนนี้กำลังเก็บกวาดถอนรากถอนโคนกลุ่มคนที่หักหลังคิดล้างทายาทสายตรง และถ้าไม่เป็นเพราะแม่ของผมท่านโทรศัพท์ให้พาผมกลับมาก่อนผมคงจะยังอยู่ที่นั่นและไม่อาจอยู่รอดฉลองอายุครบ 28 ปีเต็มในเวลานี้ได้...
“ตามใจคุณฮันนี่เลยค่ะ ^-^”
ฉันระบายยิ้มหวานส่งไปก่อนที่สุดท้ายแล้วผู้ชายตรงหน้าจะโทรกลับไปหาผู้เป็นมารดาเนื่องจากสายโทรศัพท์ถูกตัดไปสักพักแล้ว
จากนั้นฉันที่ยังคงนั่งอยู่ทั้งบนตัวเขาและยังมีลำเอ็นของเขาคาอยู่ค้างในร่องก็ได้แต่เกร็งร่างมองคนตัวโตที่เอาแต่สอดสายตาสำรวจเรือนร่างขาวผุดผ่อง โดยเฉพาะยามที่เขามองมายังหน้าอกอวบอิ่มที่ใหญ่เกินตัวแถมยังมีสีแดงเป็นจ้ำ ๆ แต่งแต้มไปทั่วมันเหมือนกับว่าเขานั้นอยากจะกระโจนเข้าใส่แล้วจัดการดูดกินเนินนมสาวให้สาแก่ใจอย่างไรอย่างนั้น...
“หยุดมองแล้วกดโทรสักทีเถอะค่ะ หนอนหน้าร้อนผ่าวไปหมดแล้ว >///<”
ฉันเอ็ดเขาหลังจากที่เขายังคงไม่ละสายตาไปจากไฟคู่หน้าทรงโตที่ตอนนี้มันกำลังเบียดอยู่ที่หน้าอกของเขาอย่างแนบแน่น
“ก็อยากกินนี่ครับ ^-^”
เสียงอ้อนถูกส่งมาพร้อมสายตาละห้อยจนเรียกให้ดวงหน้าน้อย ๆ ที่เขินอายอยู่ก่อนแล้วยิ่งแดงแปร๊ดเต็มไปด้วยเลือดฝาด
“คนบ้า... >///<”
ฉันก้มหน้างุดจนแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี ส่วนเขาที่ยังไม่ปรานีป้อคำหวานไม่หยุดก็ได้เอ่ยพูดถึงความปรารถนาที่เขาอยากจะกระทำต่อจากนี้
“คุณหนอนครับถ้าคุยกับมัมเสร็จแล้ว...เรามากระชับความสัมพันธ์กันต่อนะครับ ^-^”
เขาที่พูดไม่พูดเปล่าแต่ยังขยับหน้าขาจนจุดเชื่อมต่อของเราเสียดสีกัน และด้วยการกระทำของเขานั้นก็ส่งให้เลือดในกายสาวพากันวิ่งวุ่นขึ้นมาอีกรอบทันที
“ละ...เลิกแกล้งหนอนแล้วโทรหาคุณแม่คุณได้แล้วค่ะ”
น้ำเสียงตะกุกตะกักถูกส่งออกไปย้ำคนตัวโตที่ยิ้มเจ้าเล่ห์ด้วยความพึงพอใจจนตาเป็นสระอิ และก่อนที่เขาจะทันได้กดติดต่อกลับปลายสายไปอีกครั้งเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นจากปลายสายคนเดิมก็ดังเข้ามาพอดี...
กริ๊งงงงง...กริ๊งงงงง...กริ๊งงงงง ~~
หน้าจอมือถือปรากฏ... (MUM)
ติ๊ด ~~
“...ครับมัม...”
“ฮันนี่ขาลูก แคล้วคลาดปลอดภัยแล้วนะคะ ฟู่วววว ~~ ฮึก...ฮึก...ขอบคุณสวรรค์ขอบคุณจริง ๆ ฮึก...ฮึก...แล้วที่สำคัญต้องขอบคุณหนูหนอนเขาด้วยที่ช่วยชีวิตลูกแม่เอาไว้ ไม่ซิหนูหนอนอยู่กับฮันนี่ใช่ไหมคะงั้นขอมัมคุณกับลูกสะใภ้ของแม่ได้ไหมคะลูก”
สิ้นเสียงของคนปลายสายเพราะคนตัวโตกดรับสายแล้วเปิดลำโพงทำให้ฉันที่ได้ยินเสียงปลายสายถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ...
“สะ...เสียงนี่...!!”
ฉันที่รู้สึกตกใจกับเสียงที่ได้ยินจนลืมไปเลยว่าฉันไม่เคยเจอแม่ของคุณฮันนี่มาก่อนแล้วท่านรู้จักชื่อฉันได้ยังไง แถมยังรู้ได้ยังไงว่าในวันนี้ฉันเป็นคนช่วยชีวิตลูกชายของท่าน และในขณะที่ฉันกำลังมึนงงสับสนอยู่ตอนนี้ คุณแม่ของคุณฮันนี่ก็ขอพูดสายกับฉันโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
“ฮันนี่ขา...มัมขอคุยกับหนูหนอนหน่อยค่ะลูก”
“เดี๋ยวนะครับมัม นี่มัมรู้จักคุณหนอนเขาได้ยังไงครับ...??”
คนตัวโตที่รู้สึกอึ้งไปนับตั้งแต่ได้ยินว่าแม่เขารู้จักคนร่างเล็กทั้งที่เขายังไม่เคยบอกเรื่องของเธอหรือแนะนำเธอให้แม่รู้จักเลยก็ได้เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
“เอาไว้เดี๋ยวมัมอธิบายให้ฟังนะคะ แต่ว่าตอนนี้มัมขอคุยกับหนูหนอนก่อนได้ไหมคะ”
คุณแม่ของคุณฮันนี่ยังคะยั้นคะยอ ส่วนคุณฮันนี่หลังจากฟังคำขอแม้จะยังมึนงงอยู่แต่ด้วยมารยาทเขาก็ได้ส่งสายตามาเชิงถามความคิดเห็นของฉันเสียก่อนก่อนที่ฉันจะพยายามรวบรวมสติที่ตอนนี้มีแต่คำถามมากมายเต็มไปหมดให้กลับมาแล้วพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตกลับไป...จากนั้น...
“สะ...สวัสดีค่ะคุณป้า”
ฉันเอ่ยเสียงตะกุกตะกักหัวใจพลันเต้นรัวหลังรับโทรศัพท์จากคนตัวโตมารับสาย
“มาคุณปงคุณป้าอะไรกันค่ะลูกสาว เรียกแม่ซิคะ หรือจะเรียกมัมตามฮันนี่ก็ได้ค่ะ ^-^”
ส่วนปลายสายที่พอได้ฟังฉันเรียกสรรพนามของท่านก็รีบบอกให้ฉันเรียกท่านด้วยสรรพนามใหม่ทันที
“อ่ะ...ค่ะ...คุณแม่ ^-^”
คำขานรับที่ตอบไปอย่างตะกุกตะกักเพราะหัวใจที่เอิบอิ่มด้วยนับตั้งแต่จำความได้ตัวเองไม่เคยมีโอกาสได้พูดคำนี้ออกจากปากเลยสักครั้งเดียวและไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสพูดอีกด้วย เพียงแต่ว่าวันนี้กลับได้พูดมันออกไปแล้ว...
“คิกคิก...น่ารักมากเลยค่ะ ลูกสาว อ่อ...แม่เกือบลืมไปเลย...แม่ขอบคุณหนูหนอนมากเลยนะลูกที่ช่วยชีวิตฮันนี่เขาไว้ แม่กับครอบครัวเป็นหนี้บุญคุณหนูหนอนแล้ว”
เสียงหัวเราะที่เจือไปด้วยเสียงสั่นเครือของปลายสายพูดด้วยความรู้สึกตื้นตันและสำนึกในบุญคุณครั้งนี้
“วะ...ว่าแต่คุณแม่คือ...”
และในขณะที่ฉันกำลังจะเอ่ยถามสิ่งที่ฉันสงสัย...
“เอาเป็นว่าเรื่องที่หนูหนอนสงสัยให้ฮันนี่เขาพามาหาคำตอบกับแม่วันพรุ่งนี้นะคะ อีกอย่างแม่เองก็จะได้ขอบคุณหนูอีกครั้งต่อหน้าด้วย”
ปลายสายที่รู้ว่าถ้าอธิบายไปตอนนี้คงจะกินเวลานานน่าดู ดังนั้นท่านจึงตัดบทให้คุณฮันนี่พาฉันไปหาท่านในวันพรุ่งนี้
“ดะ...ได้ค่ะ”
ส่วนฉันเองที่อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงก็ได้รับปากออกไป
“โอเคค่ะ...แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะคะลูกสาวยังไงคืนนี้แม่ฝากลูกชายแม่ให้หนูหนอนดูแลต่อนะคะ ^-^”
จากนั้นปลายสายที่พูดจบก็กดตัดสายไปทันทีทิ้งให้ทั้งฉันที่ยังงุนงง และคนตัวโตที่สงสัยและสับสนอยู่หลายเรื่องต่างมองหน้ากันไปมา
“พรุ่งนี้หนอนต้องไปเจอคุณแม่กับคุณพ่อคุณฮันนี่จริง ๆ หรอคะ”
ฉันถามขึ้นมาหลังจากที่เราสองคนต่างเงียบกันไปสักพักใหญ่ ๆ